มองหุ้นปัจจัยพื้นฐานดีในเชิงปริมาณ (ตอนที่ 1)

stock2morrow

นักลงทุนมักจะได้ยินมาเสมอว่า ให้เฟ้นหาลงทุนใน "หุ้นพื้นฐานดี" ซึ่งเราสามารถวิเคราะห์หาหุ้นพื้นฐานดีใน 2 แบบด้วยกัน คือ มองในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

บทความนี้เราจะมาวิเคราะห์หุ้นพื้นฐานดีในเชิงปริมาณกันก่อน

มีสูตรไว้ให้เพื่อนๆ จดจำกันง่าย ๆ คือ “กำไรเพิ่ม ปันผลเพิ่ม พื้นฐานแกร่ง ไม่เพิ่มทุน” สูตร 4 ข้อสั้น ๆ นำไปปรับใช้กันได้

การเจาะเข้าไปดูจริงๆ ต้องอาศัยความรู้เรื่องงบการเงินพอสมควร ต่อไปเราไปลงรายละเอียดของสูตร 4 ข้อกันได้

 

สูตรข้อแรก : กำไรเพิ่มขึ้น

เป็นสูตรที่เรียบง่าย แต่ได้ใจความ โดยหุ้นพื้นฐานดี จะมีกำไรเพิ่มขึ้นได้ ต้องมาดูที่งบกำไรขาดทุน ดังนี้

  • รายได้เติบโต โดยที่ถ้าสามารถเทียบการเติบโตทั้งรายปีต่อปี (YoY), และไตรมาสต่อไตรมาส (QoQ) ยิ่งดี เน้นการดูไปที่รายได้หลัก ไม่ไปดูรายได้อื่น ๆ ที่ไม่ได้มาจากธุรกิจหลัก หรือเป็นรายได้พิเศษ รายได้หลัก คือ ยอดขายสินค้า หรือยอดขายบริการ ควรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนได้ว่า บริษัทมีความสามารถแข่งขันและขยายธุรกิจต่อไปได้

 

  • ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลง นักลงทุนควรเน้นมองไปที่ ค่าใช้จ่ายหลัก ได้แก่ ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold) หรือต้นทุนบริการ (Cost of service) รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการขายและในการบริหาร บริษัทที่มีพื้นฐานดีต้องสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี แต่ทั้งนี้ต้นทุนค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นมาได้ แต่ว่าควรเป็นสัดส่วนเพิ่มตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นด้วย

 

  • กำไร บริษัทที่ดีควรมีผลกำไร เมื่อประกอบธุรกิจมาระยะหนึ่งแล้ว ให้ไปดูที่กำไรสุทธิ (Net Profit)บรรทัดสุดท้ายของงบการเงิน ซึ่งตัวกำไรสุทธินี้เองที่สามารถนำไปคำนวณเพื่อหาค่ากำไรต่อหุ้น (EPS) เป็นที่มาของ P/E Ratio นี้แหละ (ราคาหุ้นหารด้วยกำไรต่อหุ้น) แล้วบริษัทที่ขาดทุนก็จะไม่สามารถคำนวณหาค่า P/E ได้

 

 

นอกจากนั้น นักลงทุนจะดูกำไรเชิงลึก เช่น กำไรขั้นต้น (Gross Profit) และกำไรจาการดำเนินงาน (EBIT) โดยที่เปรียบเทียบกับอุตสากรรมเดียวกัน

  • กำไรต่อยอดขาย สูงในอุตสาหกรรม ดูที่อัตราส่วนทางการเงิน อย่าง Profit Margin ต่าง ๆ  เช่น อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin), อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (EBIT Margin)

 

  • โดยที่บริษัทไหนที่มีอัตราตัวเลขกำไรต่าง ๆ เหล่านี้สูง ๆ แสดงถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน และค่าใช้จ่ายที่เหนือกว่า ซึ่งอัตรากำไรเหล่านี้ ควรเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อเทียบกับต่องวดรายไตรมาสหรืองวดรายปี และควรสูงสุดในอุตสาหกรรม

 

สูตรข้อที่ 2 : ปันผลเพิ่ม

การรับเงินปันผลเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ถือเป็นสิ่งที่นักลงทุนปรารถนาอย่างหนึ่งเลย โดยเฉพาะนักลงทุนกลุ่มห่านทองคำ หรือหุ้นปันผล ย่อมที่จะชื่นชอบความสามารถในการจ่ายปันผลของบริษัท จุดที่ต้องพิจารณา ดังนี้

  • มีกำไรสะสม ดูได้จากงบดุล กำไรสะสมจะอยู่ใน ”ส่วนของผู้ถือหุ้น” เป็นตัวรับผลกำไรของบริษัทเป็นงวดๆ นับตั้งแต่บริษัทก่อตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน ธุรกิจที่ขาดทุนสะสมจะไม่สามารถจ่ายปันผลได้  บริษัทที่ดีควรมีกำไรสะสมเพิ่มมากขึ้น และนำกำไรสะสมเหล่านั้นไปลงทุนต่อเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้บริษัท หากกำไรสะสมน้อยลง ควรเป็นเพราะว่านำเงินมาจ่ายปันผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น

 

  • อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) เมื่อเทียบกับดอกเบี้ยจากเงินฝากประจำหรือดอกเบี้ยพันธบัตร ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าได้ Dividend Yield มาจากเงินปันผลต่อหุ้นต่อปี หารด้วย ราคาตลาดต่อหุ้น การที่บริษัทจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดได้อย่างสม่ำเสมอ และมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากได้จะยิ่งดี จะทำให้ผลตอบแทนของนักลงทุนเพิ่มขึ้น หุ้นอาจมีมูลค่าเพิ่มขึ้น ถ้าบริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้นปีต่อปี และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในระยะยาว

 

บทความนี้ค่อนข้างยาวแล้ว บทความต่อไป เราจะมาต่อกันถึง สูตรของ พื้นฐานที่แข็งแกร่ง, และไม่ต้องเพิ่มทุน กันต่อเร็ว ๆ นี้นะครับ

 

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือ ติวหุ้น รวยด้วยวีไอ (เขียนโดย อธิป กีรติพิชญ์ : นิ้วโป้ง Fundamental VI)

 

 

คอร์ส "ติวหุ้นรวยด้วยVI"

วันเสาร์ - อาทิตย์ที่  25 - 26 มีนาคม นี้..ที่ stock2morrow

ดูรายละเอียด จอง คลิก.. "ติวหุ้นรวยด้วยVI"

สอบถาม โทร. 090 980 2196

Line@ : @stock2morrow

facebook : สัมมนา stock2morrow

*สิทธิพิเศษจองคอร์สสัมมนานี้ ก่อน วันที่ 31 พ.ค. 60

แถมฟรี คอร์สออนไลน์ 100 คำตอบต้องรู้ ดูหุ้นพื้นฐาน Extended Version


คุณชอบบทความนี้ใช่ไหมแอด
LINE : @stock2morrow
เพิ่มเพื่อน
หรือ กรอก E-mailเพื่อรับบทความ
stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่ LINE@stock2morrow, FB:stock2morrow และ www.stock2morrow.com