ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 2 จากทั้งหมด 2

กระทู้: "ปลุกแววอัจฉริยะ" กระแสฮิตพ่อแม่ ส่งเสริม หรือกดดันลูก!

  1. #1
    S2M Gold Member รูปส่วนตัว pumai
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    2,557
    3
    รับคำขอบคุณ 491 ครั้ง




    มาตรฐาน "ปลุกแววอัจฉริยะ" กระแสฮิตพ่อแม่ ส่งเสริม หรือกดดันลูก!

    หากพูดถึง "แวว" เด็กทุกคนเกิดมามีแววแตกต่างกัน เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงแนวโน้มให้รู้ว่า เด็กจะมีความถนัดด้านไหนเป็นพิเศษ เพราะเมื่อพบเร็ว จะช่วยต่อยอดแววให้เกิดเป็นความสามารถเฉพาะทาง และแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่ในมุมกลับกัน พ่อแม่ยุคใหม่ส่วนใหญ่ ให้ความสนใจในเรื่องนี้มากเกินไป โดยมุ่งความเป็นอัจฉริยะในตัวลูก จนบางครั้งกลายเป็นความกดดัน แทนที่จะส่งเสริมแววให้ถูกทางอย่างสมส่วน และสมดุล

    ชื่อ:  78.jpg
ครั้ง: 726
ขนาด:  44.6 กิโลไบต์

    ในประเด็นนี้ "ทรรศนัย โกวิทยากร" หรือ "อ.เปี๊ยก" รองประธานหลักสูตรการศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ให้ทัศนะผ่านทีมข่าว Life and Family ว่า กระแสการวัดแวว เพื่อค้นแววอัจฉริยะในตัวเด็ก ปัจจุบันได้รับความนิยมจากพ่อแม่ยุคใหม่มากขึ้น ซึ่งบางครั้งแหล่งตรวจสอบแววไม่เข้าใจหลักวิชาการที่ดี ซึ่งพ่อแม่ต้องสังเกตด้วย โดยเฉพาะแหล่งตรวจสอบแววที่ไประบุ หรือยัดเยียดแววให้ลูก ตรงนี้ถือว่าไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อส่งเสริมแวว แต่จะทำให้เด็กได้รับผลกระทบ และมีความกดดันเพิ่มขึ้น


    "ถ้าพ่อแม่พาลูกไปวัดแวว และถูกบ่งชี้ว่าลูกมีแววด้านนี้เป็นพิเศษ จะเป็นผลเสียกับเด็กมาก ทำให้เด็กกดดัน และเกิดความเครียด จนกลายเป็นแววที่เกิดจากความหวังของพ่อแม่ แทนที่จะเป็นแววที่เด็กได้ค้นพบเอง ซึ่งตามหลักวิชาการแล้ว แววของเด็กจะเปลี่ยน ซึ่งแววบางแววไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกัน แต่พ่อแม่ไปจัดสำรับให้ลูกไว้พร้อม เนื่องจากเข้าใจว่าลูกมีแววด้านนี้ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่" อ.เปี๊ยกกล่าว



    สำหรับแววที่มีในตัวเด็กนั้น "อ.เปี๊ยก" อธิบายว่า มีทั้งแววภาษา แววผู้นำ แววทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แววนักคิด รวมไปถึงแววทางด้านอารมณ์ และสังคม ดังนั้นการสังเกตแวว พ่อแม่ถือเป็นคนสำคัญที่อยู่ใกล้ชิดลูกมากที่สุด เมื่อสังเกตว่าลูกมีความโดดเด่นด้านไหนเป็นพิเศษ เช่น ถ้าสนใจในเรื่องวิทยาศาสตร์ พ่อแม่ควรให้ลูกเลือกชิมอาหารอย่างหลากหลาย จนกระทั่งแน่ใจว่า ลูกมีความสามารถในด้านนั้นจริงๆ แต่ก็ไม่ควรได้ตีกรอบว่าลูกจะมุ่งเน้นด้านนี้เป็นพิเศษ

    "ผมคิดว่า จริงๆ ไม่ต้องไปวัดแววก็ได้ ไม่จำเป็นเลย แต่อยากให้พ่อแม่มีความไวในการสังเกต หรือสำรวจตรวจสอบลูกเองที่บ้าน จากนั้นส่งเสริมลูกไปเรื่อยๆ ทีละส่วน ทีละจุดอย่างหลากหลาย รวมทั้งอยากให้เน้นแววที่เกิดจากสมองซีกขวา เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ดนตรี ศิลปะ หรือกีฬา เพราะส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นแต่คณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์กันมาก สิ่งที่ประเทศจะได้ก็คือ มนุษย์ที่เป็นหุ่นยนต์ ขาดชีวิตชีวาทางอารมณ์ และจิตใจ ดังนั้นแววด้านนี้พ่อแม่จำเป็นต้องให้ลูกได้สัมผัสด้วย" อ.เปี๊ยกให้แนวทาง



    ด้าน "อภิสิรี จรัลชวนะเพท" หรือ "ครูอุ้ย" นักการศึกษาผู้เชี่ยวชาญแนวการศึกษาวอลดอร์ฟ อีกทั้งยังเป็นประธานมูลนิธิโรงเรียนอนุบาลบ้านรัก ให้มุมมองต่อเรื่องการปลุกแววอัจฉริยะในตัวลูกว่า การพาลูกไปวัดแวว ทำให้พ่อแม่มองลูกแตกต่างไปจากเด็กคนอื่น แทนที่จะมองเป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง เมื่อพ่อแม่ไปเน้นแวว หรือความเป็นอัจฉริยะมากจนเกินไป ตลอดจนเน้นความโดดเด่นเฉพาะเรื่องเฉพาะทาง อาจทำให้ลูกขาดสมดุล และไม่มีทักษะด้านอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิต กลายเป็นผลร้ายให้เด็กอยู่ในสังคมได้อย่างยากลำบาก


    "ครูอุ้ยคิดว่า มันไม่จำเป็นที่จะพาลูกไปวัดแวว หรือค้นหาความเป็นอัจฉริยะ เพราะทำให้เด็กโตขึ้นอย่างลำบาก แทนที่จะเล่น หรือทำอะไรเหมือนเด็กคนอื่น กลับถูกตีความไปต่างๆ นานา ซึ่งพ่อแม่บางคนอ้างว่า จะได้สนับสนุนลูกได้ถูกทาง แล้วถ้าเกิดเรามองลูกเป็นเด็กธรรมดา เราจะสนับสนุนให้มันสมส่วน และถูกต้องไม่ได้เลยหรืออย่างไร ประเด็นอยู่ตรงนี้ เรามองว่า พ่อแม่ไปคนให้มันข้นเกินไปหรือเปล่า" ครูอุ้ยกล่าว



    ปลุกแวว "ซินเดอเรลลา" ให้ลูกกันดีกว่า

    สำหรับแววที่เด็กควรจะมี ครูอุ้ยแนะว่า ในวัยอนุบาล พ่อแม่จะต้องส่งเสริมให้ถนัดทุกทาง โดยเริ่มต้นจากงานบ้าน เรียกว่า เป็น "แววซินเดอเรลลา" ซึ่งเด็กจะต้องรู้จักช่วยเหลือ มีจิตใจ และน้ำใจอาสา เมื่อก้าวผ่านวัยอนุบาลเข้าสู่ชั้นประถมศึกษา เด็กควรจะมีแววทางด้านศิลปะ มองโลกสวยเป็น ด้วยสาขาวิชาศิลปะต่างๆ เช่น มองโลกสวยแบบดนตรี งานวาด หรือมองโลกสวยด้วยการรู้จักเก็บกวาดบ้านให้สะอาดเรียบร้อย ขณะที่วัยมัธยม แววการเข้าใจโลกอย่างลึกซึ้ง ด้วยภาษาเป็นสิ่งสำคัญ ที่เด็กจะต้องเข้าใจความหมายของภาษาเพื่อเข้าถึงคุณธรรม

    "เก่งวิชา ครูอุ้ยว่าไม่สำคัญ แต่ถ้าทัศนคติในการมองโลกของเด็กงดงาม ประกอบกับเก่งวิชาด้วยแล้ว ครูอุ้ยเชื่อว่า เด็กจะเป็นผู้สร้างโลกได้อย่างสวยงาม เช่น ถ้าเขาเป็นหมอ และมีความทัศนคติในการมองโลกที่ดี เขาจะเป็นหมอที่ดีเลิศ ถ้าเป็นนักรัฐศาสตร์ เขาก็จะเป็นนักรัฐศาสตร์ที่โอบอุ้มมนุษย์ และเข้าใจเพื่อนมนุษย์ หรือถ้าเป็นครู เขาจะเป็นครูที่ผลิตหลักสูตรที่งดงาม เพื่อสอนศิษย์ให้เรียนรู้โลกได้อย่างสมดุล" ครูอุ้ยให้ทัศนะ



    อย่างไรก็ตาม ครูอุ้ยฝากทิ้งท้ายว่า พ่อแม่ยุคใหม่ ควรหาความรู้ในการปรุงส่วนผสมลูกให้มีความสมดุล และเป็นปกติ การมีเด็กปกติในบ้าน (ที่เป็นปกติจริงๆ) ค่อนข้างทำยาก เพราะชีวิตมนุษย์ถูกขีดเส้นให้เกิน หรือขาดไปบ้าง ดังนั้น ถึงเวลาแล้ว ที่พ่อแม่จะต้องหาความรู้ว่า เด็กคนหนึ่งที่เป็นปกติเขาเป็นกันอย่างไร จะช่วยให้เป็นปกติได้อย่างไร ซึ่งปกติในที่นี้ หมายความว่า อยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ร้อนรน มีความสุข สดชื่นสมความเป็นเด็ก เดียงสาสมอายุ โดยไม่ถูกบรรจุความรู้ให้แน่นจนเกินเด็ก


    "การมองว่าเด็กคนนั้น คนนี้เป็นอัจฉริยะ เรากำลังทำปัญหาให้มันข้นเกินไปหรือเปล่า นั่นแสดงว่าเรากำลังมองลูกผิดไปละ พี่สงสารเด็กนะ เพราะพ่อแม่ไปใส่วงเล็บให้เขาแล้ว ซึ่งบางครั้งตัวเด็กเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้ใหญ่กำลังกดดันเขาอยู่ แต่มันหนักเอาการเหมือนกัน เพราะขนาดพ่อแม่ยังมองเขาว่าแตกต่างไปจากเด็กคนอื่นๆ เลย เพราะฉะนั้น สถานะของเด็กไทยทุกวันนี้ อยู่ในช่วงรอยต่อที่ขาดๆ เกินๆ ตลอดเวลา วันนี้คุณเลี้ยงลูกที่เป็นปกติ ให้เป็นปกติได้ดีพอแล้วหรือยัง เรามาช่วยเด็กปกติ ให้เป็นปกติกันดีกว่า" ครูอุ้ยสรุป



    ************************

    เนื้อหาข้อมุลจาก ..ASTVผู้จัดการออนไลน์

  2. #2
    S2M Gold Member รูปส่วนตัว dee-dee
    สมัครเมื่อ
    21 Sep 2009
    โพส
    1,290
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ความไม่แน่นอน คือความแน่นอน

ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 08:42.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com