ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 13 จากทั้งหมด 13

กระทู้: รวมบทวิเคราะห์ และ ประเด็นมุมมองตลาดหุ้นวันนี้

  1. #1
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง




    มาตรฐาน รวมบทวิเคราะห์ และ ประเด็นมุมมองตลาดหุ้นวันนี้

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1615
ขนาด:  28.7 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 1615
ขนาด:  10.7 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  2. #2
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1606
ขนาด:  69.1 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 1613
ขนาด:  55.6 กิโลไบต์



    ข้อมูลจากบล.หลักทรัพย์คันทรี่กรุ๊ป
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  3. #3
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ธปท.เร่งเคลียร์บาทแข็ง เรียกแบงก์-เอสเอ็มอีถก หาช่องประคองธุรกิจ ช่วยผู้ส่งออกรายเล็ก


    ชื่อ:  003.jpg
ครั้ง: 1551
ขนาด:  42.2 กิโลไบต์


    ธปท.เตรียมเชิญเอสเอ็มอี-แบงก์พาณิชย์ ถกผลกระทบบาทแข็ง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ด้าน 'กรณ์'รับห่วงส่งออกรายเล็ก เตรียมให้แบงก์รัฐออกมาตรการดูแลตามความเหมาะสม

    นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เร็วๆนี้ธปท.จะเชิญผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) และธนาคารพาณิชย์ เข้ามาหารือถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดกับภาคธุรกิจ จากปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง เพื่อหาแนวช่วยเหลือต่อไป รวมทั้งหารือถึงกรณีที่ผู้ส่งออกขอให้ชำระค่าระวางเรือเป็นเงินสกุลต่างประเทศได้

    สำหรับการแข็งค่าของค่าเงินบาทล่าสุดเมื่อวันที่ 13 กันยายน ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับประเทศในภูมิภาคเดียวกัน เช่น ไต้หวัน เกาหลี และฟิลิปปินส์ เพราะก่อนหน้านี้เงินบาทได้แข็งค่าเร็ว นำหน้าสกุลเงินอื่นไปมากแล้ว ทำให้ขณะนี้เริ่มชะลอลง ปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคแข็งค่าเพราะความเชื่อมั่นต่อปัจจัยเศรษฐกิจเอเชียดีกว่าภูมิภาคอื่น เงินทุนจากต่างประเทศจึงไหลเข้ามาลงทุนในเอเชียรวมทั้งไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีกว่า


    โดยเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนในไทย ส่วนใหญ่เข้ามาที่ตลาดหุ้น และตลาดตราสารหนี้บ้าง ช่วงนี้นักลงทุนในตลาดตราสารหนี้มีการขายตราสารหนี้ระยะยาว แล้วหันมาซื้อตราสารหนี้ระยะสั้นมากขึ้น ซึ่งธปท.กำลังจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า จะเป็นการเก็งกำไรหรือไม่


    นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังกล่าวว่า ยังไม่ได้นัดหารือกับธปท.อย่างเป็นทางการเรื่องการดูแลค่าเงินบาท อย่างไรก็ดีหน้าที่การดูแลอัตราแลกเปลี่ยนถือเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของ ธปท. ส่วนจะมีมาตรการเสริมเพื่อควบคุมเงินทุนไหลเข้าหรือไม่นั้น ต้องให้ ธปท.เป็นผู้ชี้แจง

    'ธปท.ได้รายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และผมรับทราบ ซึ่งก็เข้าใจดีว่าธปท.ก็มีมาตรการดูแลไม่ให้อัตราแลกเปลี่ยนผันผวนมากเกินไป ส่วนมาตรการเสริมต้องมีหรือไม่นั้น ให้ธปท. เป็นผู้ตอบเองจะดีกว่า เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน'

    รมว.คลังยอมรับว่า การแข็งค่าของเงินบาทมีทั้งผลเชิงบวกและเชิงลบ แต่ที่เป็นห่วงก็คือ
    ผู้ส่งออกรายเล็ก ที่อาจต้องรับภาระต้นทุนสูงขึ้นกว่ารายใหญ่ จนอาจกระทบสภาพคล่อง ซึ่งเป็น
    ประเด็นที่ศึกษาหาทางช่วยอยู่ อาจให้สถาบันการเงินรัฐที่มีหน้าที่ดูแล ออกมาตรการที่เหมาะ
    สมมาให้ความช่วยเหลือต่อไป ทั้งนี้ ต้องประเมินก่อนว่าผู้ส่งออกต้องการความช่วยเหลือหรือไม่

    'ผู้ส่งออกขนาดใหญ่เขาสามารถบริหารจัดการได้ บางส่วนก็มีต้นทุนเป็นดอลลาร์ เมื่อหักลบกันแล้วก็ไม่ได้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันมากนัก สามารถบริหารส่วนต่างได้ ที่ผมเป็นห่วงก็คือผู้ส่งออกรายเล็ก'

    อย่างไรก็ตามนายกรณ์กล่าวว่า ยังไม่พบการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนในส่วนของการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น เพราะมีความเสี่ยงในเรื่องราคาหุ้น รวมถึงสภาพคล่องก็ไม่ได้มีมากพอจนจะทำให้เกิดการเก็งกำไร ขณะที่ตลาดตราสารหนี้พบว่า นักลงทุนที่เข้ามาส่วนใหญ่จะซื้อพันธบัตรระยะยาว 5-10 ปี และมีหลักเกณฑ์ชัดเจนว่า เมื่อเข้ามาลงทุนแล้วต้องขายดอลลาร์และซื้อบาทในเวลาใด ซึ่งได้ฝากให้ ธปท.ดูแลอย่างใกล้ชิดว่า เงินทุนที่ไหลเข้าตลาดพันธบัตรผิดปกติหรือไม่ ส่วนค่าเงินบาทที่เหมาะสมควรเป็นเท่าใดนั้น คงไม่สามารถระบุได้


    นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่าต่อเนื่อง ได้เพิ่มความลำบากให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ทำให้ขอ
    สินเชื่อจากธนาคารพานิชย์ยากมากขึ้น ธปท.ควรเร่งหามาตรการช่วยเหลือ

    ด้านนายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการ ส.อ.ท. กล่าวว่าผู้ประกอบการบางรายเริ่มประสบปัญหาการขอสินเชื่อเ พราะธนาคารนำประเด็นการแข็งค่าของเงินบาทมาประเมินเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการพิจารณาสินเชื่อ โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่พบว่า งบการเงินที่เป็นรายได้จากการขายสินค้าลดลง หลังจากเปลี่ยนสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯมาเป็นสกุลเงินบาท

    นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)ควรชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อป้องกันการไหลเข้าของเงินต่างประเทศจนทำให้ค่าเงินบาทไทยยิ่งแข็งค่าอีก หากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตลาดและเงินบาทแข็งค่ามากขึ้นผู้ประกอบการที่มีเงินทุนน้อยต้องปิดกิจการ หรือ ต้องปลดคนงานเพื่อประคองกิจการ




    ที่มา แนวหน้า วันที่ 14/09/10
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  4. #4
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.ซิกโก้ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/09/53


    ชื่อ:  004.jpg
ครั้ง: 1502
ขนาด:  78.9 กิโลไบต์

    แนวโน้มวันนี้

    น้ำมันดิบ NYMEX ทะยานขึ้นจนกลับมาเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ หลังจากที่ได้รับข่าวดีจากที่ Enbridge Energy Partners, L.P. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Enbridge Inc. ของแคนาดา ได้ตัดสินใจปิดท่อส่งน้ำมันที่ลำเลียงไปยังโรงกลั่นน้ำมันหลายแหล่งในเขต Midwest ของสหรัฐ เนื่องจากพบรอยรั่วซึมและยังไม่มีการยืนยันว่าจะเปิดท่อส่งน้ำมันได้อีกเมื่อใด ข่าวดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาวะอุปทานที่อาจต้องเผชิญกับการตึงตัวในเขต Midwest นอกจากนี้ล่าสุดสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปี 2553 เป็น 86.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 5 หมื่นบาร์เรลจากการคาดการณ์ในเดือนก่อน Price Pattern ของน้ำมันดิบ NYMEX (กราฟซ้ายมือ) ในรายสัปดาห์ที่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวครั้งใหม่นั้นจะยืนยันการทำ New High เมื่อปิดตลาดเหนือ US$ 82.70/บาร์เรลในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้หากน้ำมันดิบ NYMEX ปิดตลาดในสัปดาห์เหนือระดับดังกล่าว นี่คงจะเป็นการปรับตัวขึ้นของนํ้ามันดิบ NYMEX ใน Sub Wave 5 ของ Wave 1 โดยมีเป้าหมายถัดไปในระยะกลางอยู่ที่ US$ 91.68/บาร์เรล และ US$ 104.42/บาร์เรล ตามลำดับ สำหรับ SET Index ยังคงทำ New High ครั้งใหม่ได้ตามคาด โดยมีเป้าหมายระยะสั้นอยู่ที่ 960 จุด และเป้าหมายแรกของการทำ New High ในระยะกลางอยู่ที่ 1,031 จุด โดย Banking Index ยังคงโดดเด่นที่สุด ทั้งนี้หาก Banking Index ปิดตลาดรายสัปดาห์เหนือ 375 จุด เป้าหมายถัดไปที่ขึ้นไปทดสอบอยู่ที่ 443 จุด ในขณะที่ Energy Index มีเป้าหมายสำคัญเพื่อขึ้นไปทดสอบอยู่ที่ 20,403 จุด ซึ่งหุ้นใน 2 Sectors นี้น่าจะทำให้ SET Index ถึงเป้าหมายระยะสั้นที่ 960 จุดได้ไม่ยาก หุ้นอื่นที่น่าสนใจแนะนำทยอยเก็บคือ TPIPL โดยมีเป้าหมายเบื้องต้นระยะกลางอยู่ที่ 20.80 บาท


    วันนี้ SET Index มีแนวต้านอยู่ที่ 941-944 จุด และ 950 จุด โดยมีแนวรับอยู่ที่935-932 จุด และ 926 จุด ตามลำดับ
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  5. #5
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.ซิกโก้ : GLOW แนะนำ ?ซื้อ? ราคาเหมาะสม 50 บาท




    แนวโน้มกำไรจะเติบโตแบบก้าวกระโดด

    เราคาดแนวโน้มกำไรของบริษัทจะมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเมื่อถึงปี FY12Eเมื่อเทียบจากกำไรในปี FY09A ที่ 4.2 พันลบ. โดยกำไรจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวไปอยู่ที่ระดับ 8.2 พันลบ.ในปี FY12E หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย CAGR 25% โดยเป็นผลบวกมาจากกำลังการผลิตส่วนเพิ่มของ 3 โรงไฟฟ้าใหม่ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันที่ 2,118 เมกะวัตต์ (ปี FY09A) เป็น 3,275เมกะวัตต์ (ปี FY12E) หรือเพิ่มขึ้นถึง 55% ได้แก่ 1.โรงไฟฟ้าถ่านหิน CFB 3 กำลังการผลิต 115 เมกะวัตต์ ซึ่งจะเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์ในปลายเดือนก.ย.2010 (เลื่อนมาจากปลายปีก่อน) 2.โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ Phase 5 กำลังการผลิต 382 เมกะวัตต์ ที่มีแผนจะเริ่มการผลิตในเชิงพาณิชย์ในเดือนก.ย. 2011 โดยล่าสุดมียอดลงนามขายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมไปแล้วราว 82% (ฐานลูกค้าหลัก ได้แก่ กลุ่ม Dow Chemical และ Solvey) 3.โรงไฟฟ้า IPP เชื้อเพลิงถ่านหิน (GHECO-1) กำลังการผลิต 660 เมกะวัตต์ ที่เป็นการร่วมทุนกับ HEMRAJ (บริษัทถือสัดส่วน 65%) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าเดียวที่ยังมีประเด็นมาบตาพุดตามรายชือ 11 ประเภทกิจการที่กระทบชุมชนรุนแรงตามเนื้อหาที่เข้าข่ายโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังการผลิตมากกว่า 100 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทได้มีการทำ HIA และรายงานความเห็นจากองค์กรอิสระควบคู่ไปกับการก่อสร้าง ทั้งนี้ในกรณีที่โรงไฟฟ้ามีความล่าช้าในการก่อสร้างและการดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวจนต้องเลื่อนการผลิตออกไป (กำหนดการเริ่มเดินเครื่องเดิมจะเป็นเดือนพ.ย. 2011) คาดว่าจะไม่กระทบต่อบริษัท เนื่องจากถือเป็นเหตุสุดวิสัยและบริษัทจะยังได้รับรายได้และผลตอบแทนชดเชยตามที่กำหนดในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับทาง EGAT

    คาดแนวโน้มกำไรช่วง 2H10E จะอ่อนตัวลง

    เราคาดว่าแนวโน้มกำไรในช่วง 2H10E จะลดลงเมื่อเทียบช่วง 1H10A (ไม่รวมผลกระทบจากรายการพิเศษ เช่น กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน) ซึ่งเป็นไปตามการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า CFB 2 ขนาด 150 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 45 วัน (เดือนก.ย.และครึ่งแรกของเดือนต.ค.) รวมไปถึงการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโรง IPP ที่ลดลงภายหลังจากที่เดินครบจำนวนชั่วโมงตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ EGAT แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่มากนักเนื่องจากจะมีกำลังการผลิตใหม่จาก CFB 3 ขนาด 115 เมกะวัตต์ที่จะเริ่มการผลิตในปลายเดือนก.ย.เข้ามาช่วยชดเชยได้บางส่วน โดยเราประเมินกำไรในปี FY10E ที่ 5.3 พันลบ.เพิ่มขึ้น 28% YoY

    มีศักยภาพสูงที่จะเป็นหนึ่งในผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้ารอบใหม่

    ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ในขั้นตอนยื่นเอกสารในการประมูลโรงไฟฟ้า SPP รอบใหม่บนขนาดกำลังการผลิต 230 เมกะวัตต์ จากแผนการรับซื้อของ EGAT บนกำลังการผลิตรวม 2,000 เมกะวัตต์เพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นไป ซึ่งจะทราบผลในช่วงปลายปีนี้ โดยกำลังการผลิตที่ยื่นประมูลนั้นแบ่งเป็นการสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมโรงใหม่โดยใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงขนาด 70 เมกะวัตต์ ส่วนที่เหลือจะแยกเป็นจำนวน 90 เมกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมเฟส 5 ขนาด 382 เมกะวัตต์ที่จะเริ่มเดินเครื่องในเดือนก.ย.ปีหน้า ก่อนจะแบ่งการขายไปยัง EGAT ในปี 2015 และอีก 70 เมกะวัตต์ที่เหลือมาจากการสลับฐานลูกค้าอุตสาหกรรมจากโรง GLOW SPP2 ที่สัญญาขายไฟฟ้าและไอน้ำทยอยหมดอายุลงในปี 2015-2016 เพื่อมาจำหน่ายไฟฟ้าให้กับ EGAT แทนในปี 2017 (บริษัทได้รับผลบวกการได้รับ bonus ค่าไฟและเป็นการยืดอายุสินทรัพย์โรงไฟฟ้า) และหันไปใช้ไฟฟ้าและ ไอน้ำจากโรง GLOW Energy Phase 2 เพื่อขายให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมแทน

    คงคำแนะนำ ?ซื้อ? ราคาเหมาะสมใหม่ 50 บาท

    เมื่อพิจารณาจากโรงไฟฟ้าทั้งหมดในตลาดแล้ว ถือว่า GLOW มีการเติบโตอย่างโดดเด่นในช่วง 1-2 ปีข้างหน้ามากที่สุด อีกทั้งยังเป็นผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงจากประสบการณ์ในการดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าสำหรับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมอันส่งผลบวกต่อโอกาสในการชนะประมูลโรงไฟฟ้าใหม่ในเร็วๆนี้ ทั้งนี้เรายังคงคำแนะนำ ?ซื้อ? โดยปรับการประเมินราคาไปยังปี FY11E ซึ่งจะได้ราคาเหมาะสมใหม่ที่ 50 บาท
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  6. #6
    S2M Gold Member
    สมัครเมื่อ
    09 Oct 2009
    โพส
    3,873
    1,130
    รับคำขอบคุณ 70 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณค่ะ

  7. #7
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    โบรกฯเปิดโผหุ้นรุ่ง-ร่วงช่วงบาทแข็ง รับเหมาฯ-อสังหาฯรับผลบวกจากต้นทุนลด



    บริษัทหลักทรัพย์พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ออกบทวิเคราะห์โดยระบุว่า นับตั้งแต่สิ้นปี 2552 จนถึงสิงหาคม 2553 ค่าเงินบาทแข็งค่าแล้ว 6.18% ซึ่งเป็นอันดับ 3 รองจากญี่ปุ่นและมาเลเชียและบทสมมุติฐานว่าหากค่าเงินบาทแข็งค่ามายืนที่ 30 บาทต่อดอลลาร์ จะทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)ในปี 2554 ขยายตัวลดลงเหลือ 3.9% จากเดิมขยายตัว 4.8%

    โดยผลกระทบจากเพราะเงินบาทที่แข็งค่าทุกๆ 1% จะทำให้การส่งออกลดลง โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าเกษตรจะลดลง 0.54% หมวดที่ได้รับผลกระทบรองลงมา คือ สินค้าอุตสาหกรรมประเภท รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าจะลดลง 0.46 %

    ส่วนกลุ่มที่จะได้รับผลดีจากบาทแข็งค่าคือ กลุ่มที่นำเข้าวัตุถดิบ เครื่องจักรจากต่างประเทศและมีรายได้หลักในประเทศรวมถึงกลุ่มที่มีหนี้ต่างประเทศ

    ดังนั้นจึงแนะนำ 1. กลุ่มรับเหมาฯ และอสังหา เช่น อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) ช.การช่าง (CK) บริษัท โตโย-ไทย คอร์ปอเร ชั่น (TTCL) แอลพีเอ็นดีเวลล็อปเมนต์ (LPN) พฤกษาเรียลเอสเตท (PS) เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ (AP) เนื่อง จากต้นทุนเหล็กก่อสร้างและเครื่องจักรก่อสร้างนำเข้าที่น่าจะลดลง รวมถึงต้นทุนในการขนส่ง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าจะช่วยสนับสนุนให้ราคาน้ำมัน และราคาวัตถุดิบถูกลง (มาร์จิ้นดีขึ้น)

    2.กลุ่มเหล็ก ทาทาสตีล(ประเทศไทย) (TSTH) และสหวิริยาสตีล (SSI) ได้ประโยชน์จากต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์

    3.กลุ่มยานยนต์ สมบูรณ์แอดวานซ์ (SAT) ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า (STANLY) อาปิโก ไฮเทค ( AH) เนื่องจากต้นทุนชิ้นส่วน และเครื่องจักรนำเข้าเป็นสกุลดอลลาร์ส่วนใหญ่ แต่ระยะยาวอาจจะมีผลกระทบหากค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกิน
    คาดเนื่องจาก อาจถูกแรงกดดันด้านมาร์จิ้นจาก Supplier ที่เป็นผู้ประกอบชิ้นส่วน (Assembly) ส่งออก

    4.กลุ่มขนส่ง (ที่มีหนี้ต่างประเทศ) คาด การบินไทย (THAI) อาร์ซีแอล( RCL) ได้ประโยชน์จาก FX gain เพราะสัดส่วนสกุลเงิน EUR และ USD สูง แต่ ท่าอากาศยาน (AOT) (ผลกระทบยังไม่ชัดเจนยังต้องรอปิดงวด) ปัจจุบันน่าจะมี FX loss จากมีเงินกู้เยนสูง และ ค่าเงินเยนแข็งค่าเมื่อเทียบบาทในปัจจุบัน

    ส่วนภาวะการซื้อขายหุ้นประจำวันที่ 14 กันยายน 2553 ดัชนีทะยานตัวในแดนบวกตามตลาดต่างประเทศ ขานรับตัวเลขเศรษฐกิจจีน และสหรัฐ ขณะที่เงินทุนไหลเข้ายังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันตลาดหุ้นไทย ระหว่างชั่วโมงการซื้อขายดัชนีต่ำสุดที่ 929.83 จุด และสูงสุดที่ 938.93 จุด ก่อนปิดตลาดที่ 937.04 จุด บวก 12.47 จุด หรือ 1.35%




    ที่มา แนวหน้า วันที่ 14/09/10
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  8. #8
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/09/53


    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1297
ขนาด:  5.3 กิโลไบต์

    แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้คาดว่ายังคงได้รับอานิสงค์จากทิศทางของตลาดหุ้นทั่วโลก การประกาศให้สถาบันการเงินทั่วโลกใช้เกณฑ์บาเซล 3 ในปี 2015 ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มธนาคารของไทยที่มีเงินกองทุนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว กลุ่มพลังงานยังได้อานิสงค์จากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อ กลุ่มสื่อสารต้องรอศาลปกครองกลางตัดสินใจจะรับคำร้อง กสท. อีก3?4 วัน หุ้นเด่นวันนี้ BGH หลังจากที่จำนวนผู้ป่วยคนไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้นเร็วกว่าคาด สะท้อนถึงการได้อานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเมืองอย่างชัดเจน และTHAI ที่จะเปิดเผยราคาขายหุ้นเพิ่มทุนพรุ่งนี้ หลังเพิ่มทุนแล้วสถานะทางการเงินจะแข็งแกร่งขึ้นขณะที่ Dilution Effect ไม่มาก


    ประเด็นสำคัญวันนี้

    กลุ่มสื่อสารฯ...รอคำสั่งศาลปกครองฯเมื่อวานนี้กลุ่มสื่อสารร้อนแรงรับข่าวกทช.ประกาศให้บริษัทย่อย ADVANC DTAC TRUE สามารถเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต3G เพราะผ่านการตรวจคุณสมบัติเบื้องต้น แต่ยังมีประเด็นร้อนที่ต้องจับตามอง คือกสท. ยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางให้เพิกถอนการประมูลน่าจะทราบผลในอีก 3-4 วัน ขณะเดียวกัน สหภาพแรงงานของทีโอทีและกสท.ยื่นคำร้องต่อสมาชิกวุฒิสภาให้ตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานของ กทช. เราประเมินว่าปัจจัยสำคัญที่มีน้ำหนักมากต่อการลงทุนคือคำตัดสินของศาลฯว่าจะคุ้มครองสิทธิ กสท. ถ้าไม่รับคำร้อง เราคาดว่าราคาหุ้นกลุ่มสื่อสารน่าจะปรับขึ้นต่อได้

    BGH น่าสนใจที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาล เราคาดว่า BGH น่าจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากเศรษฐกิจที่เติบโตแข็งแกร่งในต่างจังหวัดเพราะโรงพยาบาลกว่า 10 แห่งของ BGH ตั้งอยู่ต่างจังหวัด และยังได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเพราะรพ.ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยว โดยจำนวนผู้ป่วยในเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้นกว่า 12%y-y เร่งตัวจาก 2%y-y ในเดือน ก.ค. ทั้งๆที่เดือนเดียวกันของปีก่อนนั้นBGH มีจำนวนผู้เข้ารักษาตัวจำนวนมากจากการแพร่เชื้อของ H1N1 ขณะที่ BGHสามารถควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดย SG&A ต่อรายได้ต่ำกว่าคาด แม้ว่าหุ้นปรับขึ้นมา 2 วันแต่ยังคงมี Upside จากราคาเป้าหมาย 49 บาท อีก 30%

    THAI เปิดให้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน 16?17 ก.ย.นี้ THAI มีกำหนดประกาศราคาขายหุ้นเพิ่มทุนวันพรุ่งนี้ (15 ก.ย.) หลังจากที่ผู้บริหารเดินทางให้ข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศ เราเชื่อว่าหุ้นเพิ่มทุนจะได้รับความสนใจและขายได้ทั้งหมด และคาดว่าจะมีจำนวนหุ้นที่จำเสนอขายไม่เกินกว่า 470 ล้านหุ้น (คำนวณจากความต้องการเงินทุน 1.5 หมื่นลบ.กับราคาเฉลี่ย 32-42 บาท) ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบต่อกำไรต่อหุ้นไม่มาก แม้ว่าราคาหุ้นเพิ่มทุนมีโอกาสต่ำกว่าราคาหุ้นในตลาด แต่ถ้าประเมินถึงการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นทั้งด้านการดำเนินงานวัดจากจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดช่วงวิกฤติการเมือง และ ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นหลังการเพิ่มทุนสะท้อนศักยภาพที่ดีขึ้นของ THAI ในระยะยาว ราคาเป้าหมาย 49 บาท (สมมุตฐานว่า THAI ได้เงินเพิ่มทุน 2 หมื่นลบ. ราคาเพิ่มทุนหุ้นละ 35 บาท)

    สรุปภาพตลาดวานนี้

    SET บวกต่ออีก 12.47 จุด เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยร้อนแรงตามทิศทางตลาดในภูมิภาค โดยมีแรงซื้อกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และ อสังหาฯ โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติที่ยังซื้อสุทธิอีก 1.3 พันล้านบาท

    DJ +0.8% น้ำมันขึ้นต่อ ดาวโจนส์ปิดบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 เพิ่มขึ้น 81.36 จุดปิดที่ 10,544.13 จุดจากการประกาศการใช้เกณฑ์ BASEL III ซึ่งจะทำให้กองทุนของสถาบันการเงินแข็งแกร่งขึ้นและรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนเดือนส.ค. ที่เพิ่มขึ้น 13.9% สูงกว่าเดือนก่อนหน้า ส่วนราคาน้ำมันดิบไนเม็กซ์ปรับขึ้นUS$0.74 ปิดที่ US$77.19 /bbl
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  9. #9
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.ไอร่า : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 14/09/53

    ทิศทางตลาดวันนี้

    ? ทิศทางตลาดวันนี้ จับตาหุ้นขนาดใหญ่

    ? (+) ยุโรปผ่อนเกณฑ์ธนาคารใหม่ (Basel III)

    ? (+) ต่างชาติซื้อสุทธิ +1,335mn

    ? (?) เปิดประมูล 3.9G 20กย

    ? หุ้นแนะนำ: ADVANC, KTB



    ปัจจัยสำคัญวันนี้

    ? (+) ตลาดหุ้นต่างประเทศ DJIA +51, NASDAQ +33 และ S&P +10, FTSE +63, CAC +41 และ DAX +46 กลุ่มธนาคารฟื้นตัวหลังมีการผ่อนเกณฑ์ Basel III เรืองการเพิ่มทุนเป็น 3X ภายในปี 2019 และ จีนประกาศผลผลิตโรงงานสดใส ราคาน้ำมันล่วงหน้า NYMEX +S$0.74 เป็น US$77.19 barrel

    ? (+) เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศมียอดสุทธิ +1,335ล้านบาท ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปี +18,972ล้านบาท และต่างประเทศมียอดสุทธิล่วงหน้า +105ล้านบาท มียอดสะสมกย53 -
    926mn

    ? (?) คุณอนันท์ นำทีมบอร์ด 4ฝ่าย หารือ 11 กิจการรุนแรงวันนี้


    กลยุทธ์การลงทุนวันนี้

    ทิศทางตลาด มีแนวโน้มฟื้นต่อ หุ้นกลุ่มขนาดใหญ่มีมูลค่าซื้อขายในระดับสูง เช่น PTT, BANPU, SCC, KTB, SCB, KBANK, BBL, ADVANC ส่วนหนึ่งเนื่องจากเม็ดเงินต่างชาติที่อาจเข้ามาลงทุน หรือ เก็งกำไรค่าเงินบาท อีกทั้งไทยอยู่ระหว่างการประมูลในอนุญาต 3.9G 20กย และ การแก้ปัญหามามตาพุด ล่าสุด 3 องค์กรอิสระ เรียกหน่วยงานรัฐชี้แจง 11กิจการรุนแรง ที่สำคัญคาดว่าจะมีกระแสเก็งกำไรต่อเนื่อง ในระหว่างรอธปท.ออกมาตรการควบคุมค่าเงินบาท รวมทั้งดัชนีความเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ

    ดัชนีความเสี่ยง (VIX) -3.5% เป็น 21.2จุด เทียบกับระดับปกติที่ 20-25
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  10. #10
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    คาดหุ้นไทยเช้านี้บวกในกรอบจำกัด ระวังแรงขายทำกำไร แนวต้าน 950 จุด



    โบรกเกอร์ทำนายหุ้นไทยวันนี้บวกต่อ แต่อยู่ในกรอบจำกัด เหตุดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแรง อาจโดนดักขายทำกำไรเป็นระยะ ให้แนวรับ 930 จุด แนวต้าน 950 จุด แนะซื้อกลุ่มธนาคาร-รับเหมาฯ-สื่อสาร-หลักทรัพย์ สั่งจับตาสถานการณ์การเมืองในประเทศ และศาลปกครองรับคำร้องกรณี กสท.ยื่นฟ้องล้มประมูล 3.9G หรือไม่



    นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยเช้าวันนี้ มีโอกาสเพิ่มขึ้นและมีบรรยากาศต่อเนื่องจากวานนี้ (13 ก.ย. 53) เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลจากปัจจัยเศรษฐกิจในต่างประเทศและได้ข้อตกลงเกี่ยวกับสถานการณ์ระบบธนาคารในสหรัฐ แต่เนื่องจากตลาดหุ้นทั่วโลกวานนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก จึงอาจทำให้ดัชนีฯในวันนี้แกว่งตัวแคบลง มีการขายทำกำไรเป็นจังหวะตามตลาด แต่ทิศทางโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ดี


    นอกจากนี้ ยังได้รับแรงส่งจากดัชนีดาวโจนส์และราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะไม่มากนัก โดยราคาน้ำมันดิบไลท์ล่วงหน้าสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคม ที่ตลาดนิวยอร์ค ปิดตลาดที่ราคา 77.19 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 74 เซนต์ หรือ 0.97% ดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ค ปิดที่ระดับ 10544.13 จุด เพิ่มขึ้น 81.36 จุด หรือ 0.78% ดัชนี สเตรทไทม์ ตลาดหุ้นสิงคโปร์ เวลา 08:34 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 3,061.79 จุด ลดลง 5.02 จุด ดัชนี

    เวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน เวลา 08:34 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 8,106.68 จุด เพิ่มขึ้น 15.38 จุด ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เวลา 08:02 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 9,269.79 จุด ลดลง 52.03 จุด ดัชนี คอมโพสิต ตลาดหุ้นโซล เวลา 08:02 น. (ตามเวลาประเทศไทย) อยู่ที่ระดับ 1,820.37 จุด เพิ่มขึ้น 1.51 จุด


    ทั้งนี้ มองว่าราคาหุ้นน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในทุกกลุ่ม โดยในกลุ่มธนาคารจะปรับขึ้นตามตลาดรอบบ้าน รวมไปถึงกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่จะเป็นกลุ่มหลักของการเคลื่อนไหว จึงแนะนำให้เก็งกำไรตามตลาด ส่วนในกลุ่มสื่อสาร ยังสามารถเก็งกำไรได้ เนื่องจากมองว่าในระยะยาวมีแนวโน้มที่ดี แม้ขณะนี้บมจ. กสท โทรคมนาคม ยื่นศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราวไตร่สวนฉุกเฉินคณะกรรมการกิจโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในการยื่นประมูล 3G ซึ่งน่าจะรู้ผลใน 3-4 วัน

    สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีฯ มองแนวรับอยู่ที่ 930 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 950 จุด

    นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยช่วงเช้าวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นจากวานนี้ เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยล่าสุดขยับขึ้นอีก 0.74 ดอลลาร์ปิดตลาดที่ 77.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะเป็นอานิสงส์ต่าราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานที่มีขนาดมาร์เก็ตใหญ่ อีกทั้งปัจจัยบวกจากกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติ (Fund Flow) ที่กลับมามียอดซื้อสุทธิ


    ประกอบกับได้รับอิทธิพลเชิงบวกเสริมจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ปิดตลาดเพิ่มขึ้นประมาณ 81 จุด อย่างไรก็ดีขณะที่ปัจจัยต่างประเทศและในประเทศที่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวที่ส่งผลต่อการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ

    สำหรับปัจจัยที่จะต้องติดตาม คือ สถานการณ์การเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศ ไปจนถึงวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่ามีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดและการเคลื่อนของตลาดต่างประเทศจะมีแนวโน้มอย่างไร

    กลยุทธ์การลงทุนแนะนำซื้อในหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และหลักทรัพย์ ประเมินแนวรับอยู่ที่ 920 จุด ประเมินแนวต้านอยู่ที่ 945-950 จุด
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  11. #11
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1014
ขนาด:  40.5 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 1022
ขนาด:  37.0 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  12. #12
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 977
ขนาด:  33.3 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  13. #13
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,222
    23
    รับคำขอบคุณ 1,497 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 960
ขนาด:  23.6 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 13:30.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com