ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 8 จากทั้งหมด 8

กระทู้: ว่าด้วยเรื่องกองทุนน้ำมันที่หลายคนคนไม่รู้

  1. #1
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง




    มาตรฐาน ว่าด้วยเรื่องกองทุนน้ำมันที่หลายคนคนไม่รู้

    วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553ว่าด้วยเรื่องกองทุนน้ำมันที่หลายคนคนไม่รู้

    ก่อนอื่นเราต้องมากทำความเข้าใจกันก่อนว่ากองทุนน้ำมันนั้น เป็นกองทุนในประเภทไหนและนำเงินไปลงทุนในอะไร?

    กองทุนน้ำมันในประเทศไทย ล้วนแล้วแต่เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนรวมครับ ซึ่งมีเรื่องตลกตรงที่ว่า กองทุนปลายทางของทุก บลจ.ในประเทศไทยนั้น ล้วนแล้วแต่ไปลงทุนในกองทุน PowerShares DB Oil Fund บริหารโดย DB Commodity Services LLC. (ต่อไปนี้ผมจะเรียกย่อๆว่า DBO) ซึ่งกองทุนนี้ ไม่ได้ไปซื้อน้ำมันเป็น Tank เพื่อการลงทุนเหมือนกองทุนทองคำที่ไปลงทุนในกองทุนปลายทางที่ซื้อทองคำแท่งลงทุน แต่กองทุนนี้กลับไปซื้อ Futures ในตลาด NYMEX ที่สหรัฐ อันจะนำไปสู่ประเด็นถัดไป


    ก่อนจะเข้าสู่ประเด็นถัดไปนั้น เราต้องมารู้จักกับศัพท์เฉพาะทางกันสักนิดครับ เพื่อจะได้คุยกันรู้เรื่อง คำทีว่านั้นคือคำว่า Contango Effect ครับ หรือปรากฏการที่ราคาสินค้าล่วงหน้าที่จะส่งมอบกันในเวลาอันใกล้ มีราคาถูกกว่าราคาสินค้าล่วงหน้าที่จะส่งมอบกันในเวลาอันไกลดัชเช่นตัวอย่างด้านล่างครับ


    ?
    ????

    ???? ?เนื่องจากตอนที่ผมเก็บภาพราคามา ตลาด NYMEX ในส่วนของ Pit น้ำมันยังไม่เปิดทำการ (เวลาประมาณ 20.50น. โดยประมาณในไทย) ดังนั้น สัญญาไกลๆยังคนเป็นราคาปิดตลาดของเมื่อวานเนื่องจากวอลุ่มเป็นกลุ่มของสัญญาที่มีปริมาณการซื้อขายน้อยทำให้ไม่มีการส่งคำสั่งแบบ Pre-Market ครับ

    เอาละครับกลับเข้าเรื่องกันอีกรอบ คุณจะสังเกตุได้ว่าราคาน้ำมันล่วงหน้าของแต่ละเดือนในปี 2011 ราคาสัญญาส่งมอบเดือนใกล้ล้วนถูกกว่าสัญญาส่งมอบเดือนไกลๆทั้งสิ้น ปรากฏการนี้แหละครับที่เรียกกันว่า "Contango Effect"

    ประเด็นถัดมาที่ผมจะกล่าวถึง สำคัญมากๆครับ เพราะว่าเป็นเรื่องของกองทุนน้ำมันโดยตรง กองทุนประเภทนี้จะไปลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของน้ำมัน ที่อายุสั้น ที่สุดครับ ด้วยเหตุผลของสภาพคล่องในการซื้อขาย เนื่องจากกองทุนน้ำมัน ไม่สามารถรับการส่งมอบน้ำมันจริงๆได้ (ประเภทที่เอาน้ำมันใส่เรือ Tanker ส่งมาให้ถึงท่าเรือครับ) ดังนั้น ในทุกๆเดือน กองทุนน้ำมันก็ย่อมต้องขายสัญญาที่กำลังจะหมดอายุออกไปเพื่อซื้อสัญญาที่มีการซื้อขายในเดือนถัดไปครับ ซึ่งจะนำมาสู่ Contango Effect ครับ กองทุนจะขาดทุนจากส่วนต่างของราคาน้ำมันในทุกๆเดือน เพราะว่าต้องขายถูกไปซื้อแพงนั่นเอง นี่ไม่นับค่าการจัดการและค่าคอมมิชชั่นการซื้อขายนะครับ

    ดังนั้นก็จะสรุปได้ว่า กองทุนน้ำมันจะมีต้นทุนเฉลี่ยสูงขึ้นไปเรื่อยๆตราบใดที่ยังเกิด Contango Effect อยู่ ผมจึงอยากเตือนนักลงทุนให้ระวังในจุดนี้ครับ

    ประเด็นถัดมาคือ ทำไมกองทุนน้ำมันในประเทศไทยจึงไปลงทุนกันแต่ใน DBO ซึ่งในความคิดของผม ผมคิดว่าน่าจะเป็นการทำตลาดของธนาคาร Deutsche Bank AG ในประเทศไทย ผนวกกับผู้จัดการกองทุนบ้านเราอ่อนประสบการณ์ในการเทรดตลาด Derivative ในต่างประเทศ ทำให้ล้วนแล้วแต่เลือก DBO มาเป็นกองทุนปลายทาง ทั้งๆที่ไม่มีนักลงทุนมืออาชีพในสหรัฐที่ไหน ที่ต้องการลงทุนในกองทุนน้ำมันโดยไปซื้อ DBO ครับ สำหรับเหตุผลนั้น ก็เพราะว่าปริมาณการซื้อขายครับ โดยนักลงทุนอาชีพล้วนแล้วแต่ซื้อกองทุนน้ำมัน United States Oil Fund LP (ซึ่งต่อไปนี้ผมจะเรียกว่า USO) เนื่องจากมีสภาพคล่องสูงกว่า DBO ลิบลับครับ

    หากนับจากวันนี้ย้อนหลังไป 7 วัน ปริมาณการซื้อขายของ DBO ซึ่งมีราคาในกระดานปัจุบันโดยประมาณที่ $26.90/หน่วย มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 337,100 หน่วย/วันโดยปรมาณ ในขณะที่ USO ซึ่งมีราคาต่อหน่วยอยู่ที่ประมาณ $37/หน่วย กลับมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยสูงถึง 9.175ล้านหน่วย/วัน ดังนั้นหากเป็นนักลงทุนที่มีประสบการณ์และคลุกคลีกับตลาดสหรัฐมานาน จะพบกว่า DBO ไม่มีความน่าสนใจในการลงทุนเลยแม้แต่น้อย สภาพคล่องก็ต่ำ หากจะซื้อขายไม้ใหญ่ๆก็ทำได้ลำบากเพราะจะเป็นการทำลายราคาในกระดานครับ

    ทังนี้ทั้งนั้น บทความนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายโจมตี บลจ.ต่างๆที่ออกกองทุนน้ำมันนะครับ ผมเพียงแค่นำข้อมูลที่หลายคนไม่ทราบมาเขียนเท่านั้น
    Posted by HedgeHunter at 21:20 ส่งอีเมลข้อมูลนี้ BlogThis! แบ่งปันไปที่ Twitter แบ่งปันไปที่ Facebook แบ่งปันไปที่ Google Buzz
    Labels: กองทุน, กองทุนน้ำมัน, กองทุนรวม, น้ำมัน, บลจ

    ติดตามผลงานของคุณ HedgeHunter ได้ที่

    http://www.facebook.com/pages/TradeT...7871241?v=wall
    Attached Images  
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย PK : 12th-November-2010 เมื่อ 22:46

  2. #2
    Brazil รูปส่วนตัว Saramander
    สมัครเมื่อ
    09 Sep 2008
    โพส
    308
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ

  3. #3
    S2M Gold Member รูปส่วนตัว virote4711
    สมัครเมื่อ
    03 Feb 2010
    โพส
    217
    1
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ดีมากเลยครับ เพราะบางที บลจ. ที่ออกกองทุนน้ำมัน ควรที่จะลงทุนในตลาดที่มาตรฐาน
    เพราะเงินที่ไปซื้อกองทุนเป็นเงินของเรา แต่ บลจ.เอาเงินเราเสี่ยงแบบนี้ ผมว่าไม่ยุติธรรม

    เหมือนหุ้นบ้านเรา ถ้าถามว่าลงทุนหุ้นน้ำมันตัวไหนดี ถ้าเป็นมือใหม่ถาม มืออาชีพจะบอกไปเล่น
    เอสโซ่ รึเปล่าครับ ร้อยทั้งร้อย บอกว่าปลอดภัยชัวร์ ต้อง ปตท. ฝากกองทุนทุกกองทุนครับ
    ว่าเวลาคุณบริหารกองทุน ให้สำนึกว่า เงินนั้นไม่ใช่เงินคนอื่นแต่เป็นเงินของเรา เราต้องบริหาร
    ให้ดีที่สุด มีความรับผิดชอบในการบริหารดีที่สุด แม้ว่าจะกำไรน้อย คนซื้อกองทุนเขาก็ไม่ว่าครับ
    เพราะเขาต้องการกำไร ไม่ใช่คำว่า ขาดทุน

    ว่าซะยาว ขออภัยครับ


  4. #4
    S2M Platinum Member
    สมัครเมื่อ
    24 Sep 2009
    โพส
    405
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    เพิ่งตาสว่างก็วันนี้แหละครับ เอาเงินตูไปเทรด ฟิวเจอร์น้ำมัน

  5. #5
    We Can FLY รูปส่วนตัว เม่าjet
    สมัครเมื่อ
    19 Sep 2009
    โพส
    1,577
    44
    รับคำขอบคุณ 37 ครั้ง

    Smile

    ...ขอมองต่างมุมสักนิดนะครับ ... เมื่อก่อนก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกัน
    ... เพราะข้อมูลที่ผมได้รับมักจะมาในแบบที่ว่า พี่กองทุน ไปลงทุนในหลายๆอย่างที่มีความเสี่ยงสูงๆ ..แล้วผลออกมาขาดทุน ..
    .... เค้าน่าจะมีวิธีอะไรบางอย่าง..ที่ไม่สามารถเปิดเผยให้เรารู้ได้ ..
    ไม่งั้นแล้วกองทุนทั้งหลายจะอยู่ได้อย่างไร .. เพียงแต่ข้อมูลที่เค้าเปิดเผยมานั้น อาจจะเป็นในส่วนที่ จำเป็นต้องติดลบ ..แต่ส่วนที่ได้กำไรไม่สามารถเปิดเผยออกมาได้ .. งง มั้ยครับ
    ยกตัวอย่างเช่น พี่กองอาจจะซื้อหุ้นในราคาแพงด้วยเงินจำนวนหนึ่ง ..แล้วยอมขายขาดทุน แต่short tfex ในจำนวนที่มากกว่า ..แล้วผลบวกลบคูณหารออกมาแล้ว จึงเป็นกำไร ...
    .... แค่มองต่างมุมนะครับ ..

  6. #6
    S2M Gold Member
    สมัครเมื่อ
    30 Mar 2010
    โพส
    15
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน ขอถามคุณ PK ต่อเรื่องกองทุนทองคำคะ

    อ่านเรื่องกองทุนน้ำมันของคุณ PK แล้ว ได้ความรู้ดีมากคะ ขอบคุณมากๆ คะ

    เคยลองเปรียบเทียบข้อมูลผลตอบแทนของกองทุนน้ำมัน กับกองทุนทองคำ พบว่ากองทุนทองคำให้ผลตอบแทนดีกว่า จึงอยากให้ผู้รู้เข้ามาวิเคราะห์กองทุนทองคำบ้างคะ บ้านเราก็มีหลายกองทุน กำลังถกกับเพื่อนๆ ว่าเราจะมีวิธีเลือกอย่างไร มีคำถามเยอะ ตอบกันเองไม่ได้ เพราะไม่มีความรู้คะ เช่น
    1. อยากทราบว่าแต่ละกองทุนต่างกันอย่างไร เท่าที่อ่านดูก็ไปลงทุนใน SPDR กันทั้งนั้น แต่ที่มีต่างกันก็เรื่องการทำ Hedging ตามความเข้าใจแบบพื้นๆ กองทุนที่ทำ hedging ก็น่าจะดีกว่า ใช่หรือไม่คะ
    2. แล้วถ้าอย่างนั้น กองทุนที่ไม่ได้ทำ hedging จะมีจุดขายอย่างไร
    3. การทำ hedging ของกองทุน ทำตอนซื้อ หรือตอนขาย หรือทั้งสองขา แล้วที่เอกสารกองทุนเขียนว่าทำ hedging ร้อยละ 90 หมายความว่าอย่างไร ทำไมไม่ทำ 100%
    4. ระหว่างลงทุนในทองแท่ง กับซื้อกองทุนทอง อย่างไหนน่าลงทุนกว่ากันในระยะยาว
    5. flow การทำงานของกองทุนเป็นอย่างไร เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเงินที่ผู้ลงทุนซื้อกองทุน ถูกนำไปลงทุนในทองคำแท่งจริงๆ ทั้งหมด มีวิธีการตรวจสอบการทำงานของผู้บริหารกองทุนได้อย่างไร
    6. ปัจจัยที่มีผลต่อการขึ้น-ลงของมูลค่ากองทุนนอกเหนือจากราคาทองคำในตลาดโลกแล้วมีอย่างอืนอีกหรือไม่ เช่น การประกาศจ่ายเงินปันผล (เหมือนกรณีของหุ้น)

    ขอโทษนะคะหากคำถามเยอะไป การเป็นรายย่อยก็หาคนตั้งใจช่วยตอบคำถามยากจริงๆ คะ ขอพึ่งผู้รู้จากเว็บนี้ด้วยคะ ขอบคุณล่วงหน้าคะ

  7. #7
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง

    มาตรฐาน

    อย่างแรกเราต้องรู้ว่าการคำนวนค่าของแต่ละอย่างเป็นอย่างไร

    1.ทองคำแท่งค่าแปรผันตาม ราคาทองคำแท่งในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราแรกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ +ค่ากำเหน็จ
    2.กองทุนทองที่ไม่ hedging แปรผันตาม ราคาทองคำแท่งในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐและอัตราแรกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ +ค่าโบรค
    3.กองทุนทองที่ hedging แปรผันตาม ราคาทองคำแท่งในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐและเปอร์เซ็นที่ไม่ได้ hedging อัตราแรกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ +ค่าโบรค

    ในสถานะการวิกฤติแบงค์กงเต็ก ก็คงมีคนไม่อยากถือแบงค์กงเต็ก หันไปหาทอง ทำให้อัตราความต้องการทองสูงขึ้น DEMAND และการไร้ค่าของดอลลาร์ ทำให้อัตตราทอง/ดอลลาร์สูงขึ้น 2 เด้ง

    เรามาดูในสถานะการณ์ที่ DEMAND มากขึ้น

    ทองประเภทที่1และ 3 ได้ราคาสูงขึ้นไม่มากเนื่องจากถูกหักล้างแบบแปรผกผันกับอัตราแรกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์
    ทองประเภทที่2 ได้ราคาสูงขึ้นอย่างเต็มจากการสูงขึ้นตามราคาทองต่อดอลลาร์ถูกหักล้างแปรผลักผันตามอัตราแรกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ที่ไม่ได้ hedging 10 เปอร์เซ็นต์+ค่าใช้จ่ายในการ hedging ซึ่งหักล้างแล้ว จะขึ้นมากกว่าประเภทแรก

    เรามาดูในสถานะการณ์ที่ DEMAND ลดลงหรือ SUPPLY มากขึ้น เช่นกรณีการแข็งตัวของดอลลาร์หรือการทุ่มขายของตลาดทอง

    ทองประเภทที่1และ 3 ราคาก็ไม่ตกมากไม่มากเนื่องจากถูกหักล้างแบบแปรผกผันกับอัตราแรกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์


    ทองประเภทที่2 ได้ราคาต่ำอย่างเต็มจากการต่ำลงตามราคาทองต่อดอลลาร์ถูกหักล้างแปรผลักผันตามอัตราแรกเปลี่ยนบาท/ดอลลาร์ ที่ไม่ได้ hedging 10 เปอร์เซ็นต์+ค่าใช้จ่ายในการ hedging ซึ่งหักล้างแล้ว จะลงมากกว่าประเภทแรก

    กระทู้เก่าที่เคยเปรียบเทียบการลงทุนในทองhttp://www.stock2morrow.com/showthread.php?t=16350

    ไม่รู้ได้คำตอบทั้งหมดหรือเปล่า
    Attached Images    

ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 11:34.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com