ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 10 จากทั้งหมด 10

กระทู้: ประกันชีวิตแบบบำนาญ กับการลดหย่อนภาษี

  1. #1
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง




    มาตรฐาน ประกันชีวิตแบบบำนาญ กับการลดหย่อนภาษี

    สรรพากรยืนยันการประกันชีวิตแบบบำบาญจะมีผลบังคับใช้ได้กับเงินได้ปีนี้
    ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2553 ให้ความเห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการออมในรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือ Annuity Product โดยให้มีการเพิ่มวงเงินการให้หักลดหย่อน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ จากเดิมไม่เกิน 100,000 บาท เป็น 300,000 บาท นั้น

    นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ? ประกันชีวิตแบบบำนาญที่จะสามารถนำมา หักลดหย่อนได้นั้น จะต้องเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และได้ทำสัญญาไว้กับบริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในประเทศไทย และจะต้องไม่มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ใด ๆ ให้กับ ผู้ เอาประกันในระหว่างปีหรือช่วงเวลาที่ ผู้เอาประกันได้จ่ายเบี้ยประกันชีวิต หรือก่อนกรมธรรม์มีอายุครบสัญญา และเมื่อผู้เอาประกันอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี จะได้รับเงินคืน ( บำนาญ ) เป็นรายงวดเท่า ๆ กัน อย่างสม่ำเสมอจนถึงอายุ 85 ปีหรือมากกว่า นอกจากนั้น เงินบำนาญหรือเงินคืนที่ได้รับต้องไม่มีลักษณะเป็นเงินก้อนหรือเงินอื่นที่คำนวณจากทุนประกัน โดยผู้เอาประกันจะได้รับเงินบำนาญคืนเมื่อได้ชำระเบี้ยประกันครบตามสัญญาแล้ว

    สำหรับวงเงินส่วนที่ให้หักลดหย่อนได้เพิ่มขึ้นจำนวน 200,000 บาทนั้น ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินได้ที่จ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกันประเภทอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยง ชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้า ราชการ หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในก งทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

    แม้ว่าร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา แต่มาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี 2553 ที่ต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป

  2. #2
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง

    มาตรฐาน

    หลักเกณฑ์การหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
    ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอของกระทรวงการคลัง สนับสนุนการออมรูปแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ ให้ประชาชนได้ออมไว้ใช้จ่ายภายหลังเกษียณอายุการทำงาน โดยเพิ่มเติมค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตที่มีอยู่แล้วตามปกติ อีก 200,000 บาท เฉพาะประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งวงเงินที่เพิ่มขึ้นนี้ ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ และต้องไม่เกินยอดหักลดหย่อนในภาพรวม เมื่อผนวกกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ (กบข.) หรือกองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน และค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพตามกฎหมาย ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ด้วย นั้น

    หลักเกณฑ์ที่ผู้มีสิทธิหักลดหย่อน ?ค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ? ( เพิ่มเติมจากประกันชีวิตปกติที่หักได้ตามจ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท) มีเงื่อนไขที่ควรตรวจสอบก่อนใช้สิทธิ ดังนี้

    1. หลักเกณฑ์ตามคุณลักษณะพื้นฐานของประกันชีวิตแบบบำนาญ

    1.1 เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญที่มีกำหนดเวลาตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และผ่านการอนุมัติและรับรองจากสำนักงาน คปภ. ว่าเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญที่ใช้ส ิทธิหักลดหย่อนตามกฎหมายได้
    1.2 เป็นกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่ทำสัญญาไว้กับบริษัทที่ประกอบกิจการในไทย
    1.3 ต้องไม่มีการจ่ายเงินหรือผลประโยชน์ใดๆ ในระหว่างปี หรือช่วงที่จ่ายเบี้ยประกัน หรือก่อนกรมธรรม์จะหมดอายุสัญญา
    1.4 ต้องเป็นแบบที่เมื่อผู้ทำประกันอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี จะได้รับเงินคืน (บำนาญ) เป็น รายงวดเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอจนถึงอายุ 85 ปี หรือมากกว่า และได้รับเงินบำนาญคืนเมื่อได้ชำระเบี้ยประกันครบตามสัญญาแล้ว

    2. การคำนวณเพื่อนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปใช้ลดหย่อนภาษี

    กรณี ตัวอย่าง นายภาษี มีเงินได้ทุกประเภทรวมทั้งปีเท่ากับ 3,400,000 บาท ได้ซื้อประกันชีวิตปกติของตนเองไว้รวมปีละ 60,000บาท ได้ซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญไว้ 300,000 บาท และซื้อหน่วยลงทุนRMF ไว้ในปีเดียวกันถึง 360,000 บาท อยากทราบว่านายภาษี จะสามารถหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญได้จำนวนเท่าไร

    ขั้นตอนที่ 1 คำนวณยอดการใช้สิทธิหักไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ แล้วพักไว้
    เช่น มีเงินได้ทั้งปี 3,400,000 บาท ไม่เกินร้อยละ 15 มีเพดานสูงสุดเท่ากับ
    = 3,400,000 x 15% = ไม่เกิน 510,000 บาท
    ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบและดำเนินการใช้สิทธิ โดยนำเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญไปคำนวณตามลำดับขั้น ดังต่อไปนี้
    ลำดับ ขั้นที่ 1 นำไปใช้สิทธิหักร่วมกับประกันชีวิตปกติจนครบเพดานสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท การดำเนินการตามสิทธิเป็นดังนี้
    (1) นายภาษีจ่ายค่าเบี้ยประกันปกติ 60,000 บาท
    (2) คงเหลือสิทธิที่จะใช้กับเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เท่ากับ
    100,000 ? 60,000 = 40,000 บาท
    ดังนั้น ใช้สิทธิหักเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญในลำดับขั้นที่ 1 ได้ เท่ากับ 40,000 บาท
    ลำดับขั้นที่ 2 นำไปหักตามสิทธิของค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ (สูงสุด 200,000 บาท แต่ไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้)
    (1) นายภาษีซื้อประกันแบบบำนาญไว้ 300,000 บาท
    (2) เมื่อเทียบวงเงินตามขั้นตอนที่ 1 พบว่าไม่เกิน 510,000 บาท จึงสามารถใช้สิทธิ หักลดหย่อนได้ตามลำดับขั้นที่ 2 นี้เต็ม 200,000 บาท (เต็มเพดานสิทธิที่ให้หักได้ในล ำดับนี้)
    ดังนั้น นายภาษีสามารถหักได้เต็ม 200,000 บาท นำไปพักไว้รอตรวจสอบตามลำดับขั้นที่ 3
    ลำดับขั้นที่ 3 นำยอดที่คำนวณได้ตามลำดับขั้นที่ 2 ไปตรวจสอบผลรวมตามเพดานสูงสุด เมื่อ นำไปรวมกับหน่วยลงทุน RMF ซึ่งหลังจากนำไปรวมกับหน่วยลงทุน RMF แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
    (1) นายภาษีซื้อหน่วยลงทุน RMF รวม 360,000 บาท ในปีที่ใช้สิทธิ
    (2) นำเงินเบี้ยประกันแบบบำนาญตามลำดับขั้นที่ 2 รวมกับหน่วยลงทุน RMF เพื่อตรวจสอบสิทธิการหักค่าลดหย่อนได้ ไม่เกิน 500,000 บาท
    = 200,000 + 360,000 = 560,000 บาท พบว่า เกินวงเงินที่สามารถหักได้รวม
    เท่ากับ 60,000 บาท (จาก 560,000 - 500,000)
    (3) คำนวณสิทธิที่หักได้ตามลำดับขั้นที่ 2 ใหม่ เพื่อหาสิทธิที่ได้รับจริง โดยนำยอดที่คำนวณได้ตามลำดับขั้นที่ 2 (2 00,000 บาท) ? ส่วนเกินวงเงินในลำดับขั้นที่ 3 (60,000 บาท) = 200,000 ? 60,000 = มีสิทธิหักได้จริง 140,000 บาท
    ดังนั้น นายภาษี สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
    เท่ากับ 40,000 (ลำดับขั้นที่ 1) + 140,000 บาท รวมทั้งสิ้น 180,000 บาท ในปีนี้

    ทั้งนี้ หากสิทธิหักลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตปกติ ได้มีการใช้สิทธิหักลดหย่อนเต็มเพดานไปก่อนแล้ว (ก่อนการหักเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ) ให้คำนวณเริ่มต้นจากขั้นตอนที่ 2 ลำดับขั้นที่ 2 ได้ทันที

    นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ?เนื่องจากเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญนั้น เป็นลูกผสมระหว่างการประกันชีวิตปกติกับการประกันความมั่นคงในการดำรงชีพเมื่อผู้ประกันตนใช้ชีวิตหลังเกษียณ จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สิทธิลดหย่อนการประกันประเภทนี้เป็นส่วนหนึ่งกับการประกันชีวิตปกติ และมีลักษณะการทำงานที่เหมือนกับหน่วยลงทุน RMF ไปพร้อมกัน จึงทำให้สิทธิทางภาษีการประกันชีวิตรูปแบบดังกล่าว มีระบบการคำนวณที่ผนวกความเหมือนและแยกความต่างสำหรับใช้สิทธิแต่ละกรณี การใช้สิทธิหักลดหย่อนเบี้ยประกันแบบบำนาญอย่างถูกต้อง ผู้มีสิทธิควรทำความเข้าใจในหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ตลอดจนพิจารณารายละเอียดในกรมธรรม์ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดด้วยทุกครั้ง และจะมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี 2553 ที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีในปี พ.ศ. 2554 อย่างแน่นอน?

  3. #3
    S2M Gold Member รูปส่วนตัว chaipat
    สมัครเมื่อ
    11 Nov 2010
    โพส
    786
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณครับ

  4. #4
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง

    มาตรฐาน

    วันพฤหัสบดีที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
    TMB For Life ทีเอ็มบี คุ้มชีวิต ประกันชีวิตแบบบำนาญ

    TMB เปิดตัวประกันชีวิตแบบบำนาญ ?ทีเอ็มบี คุ้มชีวิต? (TMB For Life) นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ที่มุ่งหมายให้ลูกค้าทุกคน มีความมั่นคงทางการเงินหลังเกษียณอายุ รับประกันเงินคืนที่แน่นอนสูงถึง 12% ของทุนประกัน ตั้งแต่ปีที่อายุครบ 60 ถึง 85 ปี ผลตอบแทนรวม 312% ของทุนประกันภัย นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีสูงสุดถึง 300,000 บาท* สอดรับมาตรการทางภาษีของภาครัฐที่ส่งเสริมความมั่นคงให้กับชีวิตหลังเกษียณ ของคนทั่วไปอีกด้วย

    นายจุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธนบดีธนกิจ (Wealth Management Group) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB เผยถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ ทีเอ็มบี คุ้มชีวิต (TMB For Life) ว่า เพราะ TMB ยึดมั่นและให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก จึงได้ทำการศึกษาถึงความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม ในทุกช่วงชีวิต เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ มุ่งตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการมีเงินบำนาญไว้ใช้ยามเกษียณอายุ โดยจากสถิติพบว่าแนวโน้มของการมีอายุยืนสูงขึ้น เพราะคนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และอัตราผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าจากปี 2543 เป็น 17 % ของประชากรรวมใน ปี 2563** ในขณะเดียวกัน แนวโน้มคนเกษียณอายุก็เร็วขึ้น เนื่องจากในปัจจุบันคนรุ่นใหม่มักจะมีเป้าหมายในชีวิตที่เน้นความอิสระในการ งานมากขึ้น มีคนจำนวนมากเลือกที่จะทำกิจการส่วนตัว ในขณะที่ ค่าใช้จ่ายเมื่อหยุดทำงาน ก็ยังคงมีอยู่ ทำให้ลูกค้ามองหาวิธีการออมเงินมากขึ้น โดยคนส่วนใหญ่ต้องการการลงทุนที่ได้รับผลตอบแทนที่แน่นอนและ ไม่มีความเสี่ยง เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างสบายๆ ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

    นางสาวกมลวรรณ อิ่มฤทัยเจริญโชค ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานธนบดีธนกิจ-ธุรกิจประกัน TMB กล่าวเพิ่มเติมว่า ธนาคารฯ ได้ร่วมกับบริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบบำนาญ TMB For Life ขึ้น โดยจะเน้นให้สิทธิประโยชน์เงินคืนตั้งแต่ครบอายุ 60 ปี เป็นต้นไป ในกรณีนี้ ลูกค้ามั่นใจได้อย่างแน่นอนว่าจะมีเงินสะสมไว้ใช้จนถึงอายุ 85 ปี โดยบริษัทฯ จะรับประกันเงินคืนที่แน่นอนสูงถึง 12% รวมทั้งสิ้น 312% ของทุนประกันภัย ตั้งแต่ปีที่มีอายุครบ 60 ถึง 85 ปี และยังให้ความคุ้มครองชีวิตตั้งแต่เริ่มกรมธรรม์จนอายุครบ 60 ปี นอกจากนี้ระหว่างปีที่อายุครบ 60 ? 74 หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตก่อน บริษัทฯ จะรับประกันการจ่ายเงินคืนตามมูลค่าปัจจุบันของเงินบำนาญ ที่ยังไม่ได้จ่ายจนครบ 15 ปี ให้แก่ผู้รับประโยชน์ ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จึงทำให้ ใครๆ ก็รับบำนาญได้จริงๆ ไม่ใช่เพียงข้าราชการเท่านั้น

    นางสาวกมลวรรณ กล่าวด้วยว่า ?นอกจากความคุ้มค่าของประกันชีวิต TMB For Life ที่กล่าวมา อีกหนึ่งจุดเด่นที่สำคัญคือลูกค้าสามารถนำเบี้ยประกันของประกันชีวิต TMB for Life ไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000บาทต่อปี * นับเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่ตอบรับนโยบายส่งเสริมจากภาครัฐ ในการใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี และด้วยความ คุ้มค่าที่ลูกค้าจะได้รับจากผลิตภัณฑ์ TMB For Life เราคาดว่าจะมีผู้สนใจและสมัครประกันชีวิตตัวนี้ คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรวมถึง 65 ล้านบาท ภายในปี 2554

    พิเศษสุด! ลูกค้าที่ซื้อประกันชีวิต TMB For Life ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธ.ค. ศกนี้ ยังจะได้รับทองมูลค่า 2,000 บาท เมื่อมีการชำระค่าเบี้ยประกันภัยครั้งแรกทุกๆ 50,000 บาทอีกด้วย?

    ประกันชีวิตทีเอ็มบี แบบบำนาญ ?ทีเอ็มบี คุ้มชีวิต? (TMB For Life) ของขวัญตอบแทนการทำงาน ที่จะช่วยให้ชีวิตคุณไร้ความกังวลจากภาระค่าใช้จ่าย หลังเกษียณอายุ อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ดีๆ ที่ทีเอ็มบีภูมิใจนำเสนอด้วยความเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ภายใต้กลยุทธ์ด้านการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางของธนาคาร (Customer Centricity) โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัคร ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ TMB ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TMB Phone Banking 1558 หรือ tmbbank.com

    * เบี้ยประกันภัยสามารถนำไปคำนวนลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุด 300,000 บาทต่อปี วงเงินส่วนเพิ่มจำนวน 200,000 บาท ต้องไม่เกิน 15% ของเงินพึงประเมิน และเมื่อรวมกับเงินได้ทีจ่ายเข้ากองทุนประเภทเดียวกันอื่นๆ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท และเป็นไปตามกฎกระทรวงการคลังที่จะประกาศใช้
    ** ที่มา : สำนักงานสถิติแห่งชาติ
    หมายเหตุ: ผลิตภัณฑ์ ทีเอ็มบี คุ้มชีวิต รับประกันภัยโดยบริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด
    Attached Images  

  5. #5
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขาใหญ่เมืองไทย
    Attached Images        

  6. #6
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บริษัท ไอเอ็นจีประกันชีวิต จำกัด หนึ่งในบริษัท ไอเอ็นจี กรุ๊ป บริษัทที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านการวางแผนการเงิน ประกันชีวิต และบำนาญ ที่ดำเนินธุรกิจในการตอบสนองต่อความต้องการทางด้านการเงินของประชากรโลกนานกว่า 16 ทศวรรษ ด้วยจำนวนลูกค้ามากกว่า 60 ล้านคน ใน 50 ประเทศทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย

    บริษัทฯจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ทางด้านประกันชีวิตที่จะมาช่วยสร้างเสริมการออมเงินเพื่อการเกษียณอายุอย่างเหมาะสม ซึ่งได้พิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจและสังคม ทั้งในปัจจุบันที่จะมีผลต่อเนื่องไปจนถึงอนาคตข้างหน้า ที่เหมาะสำหรับคนไทย เพื่อการเกษียณอายุแท้จริง ด้วยการชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้น แต่ให้ความคุ้มครองชีวิตยาวโดยได้รับเงินทุกปีตั้งแต่ปีที่เริ่มทำประกันชีวิตและได้รับเงินบำนาญทุกปีหลังเกษียณอายุ อีกทั้งเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 8 ปี ที่ ING ประกันชีวิตเปิดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยด้วยอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

    บริษัทจึงมีความยินดีที่จะนำเสนอ แบบบำนาญ 888 (ชนิดมีเงินสมนาคุณ) P888 (Par) หรือเป็นแบบบำนาญที่มีระยะเบี้ยประกันภัยสั้นเพียง 8 ปี แต่ให้ความคุ้มครองยาวนานจนผู้เอาประกันภัยมีอายุถึง 88 ปี และจะได้รับผลประโยชน์เป็นเงินสดตั้งแต่ปีที่เริ่มทำประกันไปทุกปี จนถึงอายุครบ 60 ปี ก็จะได้รับเงินบำเหน็จก้อนหนึ่งและเงินบำนาญต่อไปอีก โดยเริ่มตั้งแต่ 10 % ของทุนประกัน และเพิ่มขึ้นทุกปีไปจนตลอดอายุครบ 88 ปี จกนั้นจะรับเงินบำเหน็จก้อนสุดท้ายเพิ่มอีก 100 % ของทุนประกัน และยิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทฯ ยังมอบส่วนลดตามวงเงินทุนประกันให้อีกสูงสุดไม่เกิน 10 บาทต่อทุนประกันภัย 1,000 บาท

    ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้เอาประกันเป็นชายไทย อายุ 35 ปี ทำประกันแบบบำนาญ 888 ด้วยทุนประกัน 1,000,000 บาท ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตสูงสุดถึง 2,000,000 บาท แต่ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นเวลา 8 ปี รวมเพียง 1,136,000 บาท ซึ่งจะได้รับผลประโยชน์เป็นเงินรับรวมทั้งสิ้นถึง 6,420,000 บาท ตลอดอายุของสัญญา 88 ปี คิดเป็นผลประโยชน์ต่อเบี้ยที่จ่ายมากถึง 565 %

    ดังนั้นเพื่อความมั่นคงของชีวิตที่แน่นอนกับแบบประกัน P888 ของ ING ประกันชีวิตจึงเป็นแบบประกันที่เหมาะสำหรับ คนไทยที่ต้องการวางแผนทางการเงิน ในวัยเกษียณอย่างแท้จริงเพื่อให้เงินที่คุณออมด้วยตัวเองตั้งแต่วันนี้เพียง 8 ปี ทำงานแทนคุณ ในการสร้างรายรับที่แน่นอนในทุกๆปี ตั้งแต่เริ่มต้นทำประกัน และหลังเกษียณตั้งแต่อายุที่ 60 ปี ด้วยการรับเงินบำนาญอีกทุกปีจนอายุครบ 88 ปี พร้อมรับความคุ้มครองชีวิตตลอดอายุสัญญา

  7. #7
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง

    มาตรฐาน

    .
    Attached Images        

  8. #8
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว PK
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,405
    2
    รับคำขอบคุณ 46 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ผ่าแบบกรมธรรม์บำนาญ

    Post today 22 ตุลาคม 2553 เวลา 17:34 น. |
    ผ่าแบบกรมธรรม์บำนาญ ที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ 3 แสนบาท

    โดย.. วารุณี อินวันนา

    ผลจาก คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการออมในรูปแบบการประกันชีวิตแบบบำนาญ โดยอนุมัติวงเงินหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เพิ่มจากวงเงินเดิมสำหรับค่าเบี้ยประกันชีวิต 1 แสนบาท เป็น 3 แสนบาท นั้นหมายความว่า ผู้ซื้อประกันบำนาญ จะได้วงเงินลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้นอีก 2 แสนบาท

    นับเป็น เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย ใหม่ทั้งในส่วนของกรมสรรพากรในการคำนวณภาษี บริษัทประกันชีวิตที่จะออกกรมธรรม์ และ ประชาชนที่ยังสับสนว่าแบบประกันบำนาญที่จะสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษี แล้วจะได้ลดหย่อนเท่าไหร่

    นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้อธิบาย ลักษณะกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญที่สามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้ตามเกณฑ์ใหม่เป็น 3 แสนบาท จากเดิม 1 แสนบาท จะต้องประกอบด้วย

    1 ระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปีขึ้นไป ซึ่งการนับระยะเวลาเอาประกันภัยดังกล่าวให้เริ่มนับตั้งแต่อายุเริ่มทำประกันชีวิต จนถึงอายุสุดท้ายที่รับบำนาญ

    2 เงื่อนไขการจ่ายบำนาญ ให้เริ่มจ่ายเงินบำนาญตั้งแต่อายุ 55 ปี ขึ้นไป จนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 85 ปี

    3 ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใดก่อนรับเงินบำนาญ ยกเว้นผลประโยชน์กรณีการเสียชีวิต

    4 ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย

    5 การจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญในช่วงรับบำนาญต้องกำหนดจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญรายงวดอย่างสม่ำเสมอ เช่น รายปี, รายเดือน เป็นต้น

    6 ชื่อผลิตภัณฑ์ให้มี วงเล็บ ว่าเป็น ?บำนาญแบบลดหย่อนได้? แต่อย่างไรก็ตามหากเป็นแบบบำนาญที่ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ ให้มีวงเล็บ ว่าเป็น ?บำนาญแบบลดหย่อนไม่ได้?เช่นกัน

    นางจันทรา กล่าวว่า การกำหนดรูปแบบของหลักฐานที่จะต้องให้กับผู้เอาประกันภัย เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นใช้สิทธิขอหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนของใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกันภัย ให้ระบุข้อความ ? เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ? สามารถลดหย่อนภาษีได้ตามกฎกระทรวงการคลัง

    กรณี ที่ผู้เอาประกันภัยมีเงินได้พึงประเมิน 1 ล้านบาท สามารถใช้สิทธิได้ดังนี้

    กรณีที่ 1 ผู้เอาประกันภัยมีกรมธรรม์ประกันชีวิต (ไม่รวมแบบบำนาญที่หักภาษีได้)ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิมได้ 1 แสนบาท แล้ว กรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยจะสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญและใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์ใหม่ได้อีกไม่เกิน 1.5 แสนบาท ทั้งนี้สามารถสามารถซื้อกองทุนอื่น ได้อีกไม่เกิน 3.5 แสนบาท

    กรณีที่ 2 ผู้เอาประกันภัยมีกรมธรรม์ประกันชีวิต (ไม่รวมแบบบำนาญที่หักภาษีได้ )ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิมเพียง 5 หมื่นบาท กรณีนี้ ผู้เอาประกันภัยจะสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้อีก 2 แสนบาท โดยใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิมได้อีก 5 หมื่นบาท และใช้สิทธิตามเกณฑใหม่ได้อีกไม่เกิน 1.5 แสนบาท ทั้งนี้สามารถซื้อกองทุนอื่น ได้อีกไม่เกิน 3.5 แสนบาท

    กรณีที่ 3 ผู้เอาประกันภัยยังไม่เคยซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตใดๆ ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิม กรณีนี้ผู้เอาประกันภัยจะสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้อีก 2.5 แสนบาท โดยใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิมได้ 1 แสนบาท และใช้สิทธิตามเกณฑใหม่ได้อีกไม่เกิน1.5 แสนบาท ทั้งนี้สามารถซื้อกองทุนอื่น ได้อีกไม่เกิน 3.5 แสนบาท

    สำหรับ กรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีเงินได้พึงประเมิน 1.5 ล้านบาท สามารถใช้สิทธิได้ดังนี้

    กรณีที่ 1 ผู้เอาประกันภัยมีกรมธรรม์ประกันชีวิต (ไม่รวมแบบบำนาญที่หักภาษีได้)ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิมได้ 1 แสนบาทแล้ว ผู้เอาประกันภัยจะสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญและใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์ใหม่ได้อีกไม่เกิน 2 แสนบาท ทั้งนี้สามารถซื้อกองทุนอื่น ได้อีกไม่เกิน 3 แสนบาท

    กรณีที่ 2 ผู้เอาประกันภัยมีกรมธรรม์ประกันชีวิต (ไม่รวมแบบบำนาญที่หักภาษีได้) ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิมได้ 5 หมื่นบาท แล้ว ผู้เอาประกันภัยจะสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้อีก 2.5 แสนบาท โดยใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิมได้ 5 หมื่นบาท และใช้สิทธิตามเกณฑใหม่ได้อีกไม่เกิน 2 แสนบาท ทั้งนี้สามารถซื้อกองทุนอื่น ได้อีกไม่เกิน 3 แสนบาท

    กรณีที่ 3 ผู้เอาประกันภัยยังไม่มีกรมธรรม์ประกันชีวิต(ไม่รวมแบบบำนาญที่หักภาษีได้)ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิม กรณีนี้ผู้เอาประกันภัยจะสามารถซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้อีก 3 แสนบาท โดยใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีตามเกณฑ์เดิมได้ 1 แสนบาท และใช้สิทธิตามเกณฑใหม่ได้อีกไม่เกิน 2 แสนบาท ทั้งนี้สามารถซื้อกองทุนอื่น ได้อีกไม่เกิน 3 แสนบาท

    ทั้งนี้ หากผู้เอาประกันภัยได้ซื้อกองทุนอื่นไว้แล้ว ซึ่งจำนวนเงินไม่เป็นไปตามสัดส่วนที่แสดงไว้ใน ตัวอย่างข้างต้น ผู้เอาประกันภัยจะต้องปรับเบี้ยประกันภัย ให้จำนวนเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญ เมื่อรวมกับกองทุนที่ท่านถืออยู่แล้วต้องไม่เกิน 5 แสนบาท

    ทั้งนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการคาดว่าจะมีผลบังคับใช้สำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปีภาษี 2553 ที่ต้องยื่นรายการในปี 2554

  9. #9
    S2M Platinum Member
    สมัครเมื่อ
    08 Apr 2009
    โพส
    332
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอถามหน่อย คนจนจะได้ประโยชน์อะไร ปัญญาที่จะจ่ายเบี้ยประกันปีหนึ่ง เกิน 1 แสนก็แย่แล้ว

    เพิ่มไปทำไม จำนวนคนที่สามารถซื้อประกันได้ขนาด 3 แสน จะมีสักกี่คน เป็นคนระดับไหน

    สู้หาวิธีลดหย่อนให้คนยากจน ด้วยวิธีอื่นดีกว่า

  10. #10
    S2M Gold Member รูปส่วนตัว madmed
    สมัครเมื่อ
    13 Aug 2010
    ที่อยู่
    มุกดาหาร
    โพส
    65
    16
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณครับ

    ตั้งหน้าตั้งตา รอรับโทรศัพท์ เอ๊ย เก็บเงินครับ
    The harder u work, the luckier u get.........NeuroSx.

ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 16:08.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com