ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 15 จากทั้งหมด 15

กระทู้: รวมบทวิเคราะห์ และ ประเด็นมุมมองตลาดหุ้นวันนี้

  1. #1
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง




    มาตรฐาน รวมบทวิเคราะห์ และ ประเด็นมุมมองตลาดหุ้นวันนี้

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 4713
ขนาด:  29.4 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 4687
ขนาด:  12.1 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  2. #2
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 4618
ขนาด:  4.9 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 4599
ขนาด:  10.6 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  3. #3
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 4590
ขนาด:  21.6 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 4591
ขนาด:  23.0 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 4582
ขนาด:  23.8 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  4. #4
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 4589
ขนาด:  76.6 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 4584
ขนาด:  89.4 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 4586
ขนาด:  89.5 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  5. #5
    The choices we make shape our lives.
    สมัครเมื่อ
    26 Jul 2010
    ที่อยู่
    Sukhumvit area
    โพส
    332
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณค่ะ

  6. #6
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ตลาดหุ้นนิวยอร์ค:ดาวโจนส์ปิดบวก 0.02% สัญญาณเทคนิคชี้แรงซื้อมากเกินไป

    ตลาดหุ้นสหรัฐชะลอตัวในวันพุธ ขณะที่สัญญาณทางเทคนิคบ่งชี้ว่า การทะยานขึ้นของตลาดนาน 5 เดือนนั้นมากเกินไปแล้ว

    ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดขยับขึ้น 1.81 จุดหรือ 0.02% สู่ 12,041.97, ดัชนีS&P 500 ปิดลบ 3.56 จุดหรือ 0.27% สู่ 1,304.03 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 1.63 จุดหรือ 0.06% สู่ 2,749.56

    ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 7.26 พันล้านหุ้นในตลาดหุ้นนิวยอร์ค,ตลาดหุ้นอเมริกัน (American Stock Exchange) และตลาดหุ้น Nasdaq ต่ำกว่าระดับเฉลี่ยต่อวันของปีที่แล้วที่ 8.47 พันล้านหุ้น

    นักลงทุนลังเลที่จะเข้าซื้อขายหุ้นล็อตใหญ่ แม้รายงานบ่งชี้ว่า นายจ้างภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มการจ้างงานมากกว่าคาดในเดือนม.ค.

    นักวิเคราะห์กล่าวว่า ดัชนี S&P 500 เริ่มดูเหมือนอยู่ในภาวะที่มีแรงซื้อซื้อมากเกินไปอีกครั้งหลังแตะระดับสูงสุดในรอบสองปีครึ่งเมื่อวันอังคาร และดัชนีชี้วัดความแข็งแกร่งของการทะยานขึ้นบ่งชี้ถึงความเปราะบางต่อการปรับฐาน

    นักลงทุนยังคงจับตาการประท้วงในอียิปต์ขณะที่ความรุนแรงตามท้องถนนปะทุขึ้นอีกความวิตกที่ว่า การประท้วงอาจลุกลามไปยังประเทศอื่นๆในภูมิภาคนั้นได้กดดันตลาดในช่วงที่ผ่านมา (รอยเตอร์)


    ตลาดน้ำมันนิวยอร์ค:เหตุวุ่นวายในอียิปต์หนุนน้ำมันดิบขยับขึ้น


    ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ขยับขึ้นเล็กน้อยในวันพุธท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวน ในขณะที่เหตุการณ์ไม่สงบในอียิปต์ทำให้นักลงทุนกังวลกับภูมิภาคตะวันออกกลาง และปัจจัยนี้บดบังแรงลบที่ราคาน้ำมันได้รับจากการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบและน้ำมันเบนซิน

    ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนมี.ค.ปรับขึ้น 9 เซนต์ หรือ 0.1 % มาปิดตลาดที่ 90.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 90.10-91.78 ดอลลาร์ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนมี.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนบวกขึ้น 60 เซนต์ สู่ 102.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของวันที่ 102.36 ดอลลาร์ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดของสัญญาเดือนใกล้นับตั้งแต่เดือนก.ย.ปี 2008

    สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น2.6 ล้านบาร์เรล สู่ 343.2 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ล่าสุด,สต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล สู่ 164.1 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 6.2 ล้านบาร์เรล สู่ 236.2 ล้านบาร์เรล, สต็อกน้ำมัน heating oil ลดลง2.8 ล้านบาร์เรล สู่ 39.2 ล้านบาร์เรล และอัตราการใช้กำล้งการกลั่นน้ำมันพุ่งขึ้น 2.7 % สู่ 84.5 %

    สต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันตามสัญญาในตลาด NYMEX เพิ่มขึ้น 667,000 บาร์เรล สู่ 38.33 ล้านบาร์เรล ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุด (รอยเตอร์)


    ตลาดโลหะมีค่านิวยอร์ค:ทองปิดร่วงลงหลังตัวเลขจ้างงานแข็งแกร่ง

    ราคาทองที่ตลาดสหรัฐปิดร่วงลงในวันพุธ ในขณะที่นักลงทุนหันไปซื้อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากบริษัทเอดีพี เอ็มพลอยเยอร์ เซอร์วิสเซสของสหรัฐรายงานว่า การจ้างงานภาคเอกชนเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งราว 187,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. และสถานการณ์ในตะวันออกกลางค่อนข้างมีเสถียรภาพ ถึงแม้การประท้วง ยังคงดำเนินต่อไปในอียิปต์


    สัญญาทองส่งมอบเดือนเม.ย.เคลื่อนตัวในช่วง 1,327.30-1,345.60 ดอลลาร์


    ราคาพลาตินั่มร่วงลงตามคำสั่งขายทำกำไร หลังจากทะยานขึ้นในช่วงก่อนหน้า นี้โดยได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ


    สำหรับราคาโลหะมีค่าที่ตลาด COMEX ในวันพุธมีดังต่อไปนี้


    ปิดที่ระดับ (ดอลลาร์/ออนซ์) เปลี่ยนแปลง (ดอลลาร์)

    ทองเดือนเม.ย. 1,332.10 - 8.20

    เงินเดือนมี.ค. 28.289 - 22.50 (เซนต์)

    พลาตินั่มเดือนเม.ย. 1,828.60 - 4.40

    พัลลาเดียมเดือนมี.ค. 810.55 - 13.00 (รอยเตอร์)


    ตลาดเงินนิวยอร์ค:ยูโรร่วงจากแรงขายทำกำไร,จับตาประชุมอีซีบี

    ยูโรร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในวันพุธ ขณะที่ความตึงเครียดในอียิปต์ขยายตัว แม้แนวโน้มขาขึ้นของยูโรยังคงมีอยู่เมื่อพิจารณาจากเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในยูโรโซน

    ทั้งนี้ ดอลลาร์อยู่ที่ 81.550 เยน เทียบกับระดับปิดวันอังคารที่ 81.310 เยน ส่วนยูโรอยู่ที่ 1.3803 ดอลลาร์และ 112.55 เยน เทียบกับระดับปิดตลาดวันอังคารที่ 1.3833 ดอลลาร์และ 112.49 เยน


    ยูโรไต่ขึ้นเหนือ 1.3860 ดอลลาร์เมื่อวันอังคารซึ่งเป็นระดับแข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.
    ก่อนลดลงหลังจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลเยอรมนีกล่าวว่า เยอรมนีคัดค้านการอนุญาตให้กองทุนช่วยเหลือยูโรโซนซื้อตราสารหนี้ของประเทศที่ประสบปัญหา

    เทรดเดอร์กล่าวว่า พายุหิมะในเขตมิดเวสต์และนอร์ธอีสต์ทำให้การซื้อขายเบาบาง ขณะที่การปะทะกันในอียิปต์ระหว่างผู้สนับสนุนและผู้ต่อต้านประธานาธิบดีฮอสนี มูบารัค ได้สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาด

    ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) จะประชุมกันในวันนี้ และนักลงทุนจะรอฟังความเห็นจากนายฌอง-คล็อด ทริเชต์ ประธานอีซีบีเกี่ยวกับจุดยืนของอีซีบีต่อเงินเฟ้อ

    ยูโรอ่อนลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ แม้ข้อมูลบ่งชี้ว่า นายจ้างภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มการจ้างงานมากเกินคาด 187,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค.


    ดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับเยนและฟรังก์สวิส (รอยเตอร์)


    ตลาดเงิน Emerging Asia:ริงกิตแข็งค่าแตะนิวไฮขานรับศก.สหรัฐแข็งแกร่ง

    ริงกิตพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์ และนำสกุลเงินเอเชียแข็งค่าขึ้น หลังข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐได้กระตุ้นความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

    การซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา ขณะที่ตลาดการเงินของจีน, เกาหลีใต้, ไต้หวัน, เวียดนาม ปิดทำการเนื่องในวันหยุดประจำชาติและเทศกาลตรุษจีน


    ดอลลาร์/ริงกิตร่วงลงต่ำกว่าระดับ 3.05 และแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น ซึ่งส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์สิงคโปร์ร่วงแตะระดับต่ำสุดตลอดกาลเมื่อคืนนี้


    ดอลลาร์/เปโซอยู่ที่ 43.985 เทียบกับระดับปิดวานนี้ที่ 44.215 และคาดว่าจะแตะระดับ 43.85
    ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดครั้งก่อนที่ทำไว้เมื่อวันที่ 13 ม.ค.

    รูเปียห์ และบาทแข็งค่าขึ้นจากความต้องการสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น และตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้น แต่ก็ยังคงปรับตัวย่ำแย่กว่าสกุลเงินอื่นๆ


    บาท/ดอลลาร์ช่วงท้ายภาคบ่าย กลับมาอ่อนค่าจากที่ช่วงเช้าแข็งค่าขึ้น อยู่ที่ 30.83/89 จาก
    30.75/80 ช่วงเช้า ขณะที่ในตลาด offshore อยู่ที่ 30.85/86 จาก 30.77/81 ช่วงเช้า โดยดีลเลอร์ กล่าวว่า เงินบาทค่อนข้างผันผวนตลอดวันขณะธุรกรรมเบาบางในช่วงตรุษจีน ธปท. ระบุว่า บาท/ดอลลาร์ที่แข็งค่าวันนี้ เป็นไปตามค่าเงินภูมิภาค อย่างไรก็ตาม เงินทุนเคลื่อนย้ายยังมีการไหลเข้าและไหลออก ตามข่าวที่เข้ามากระทบ (รอยเตอร์)


    ดัชนีค่าระวางเรือ (Baltic Dry Index) ปิดวานนี้ (2 ก.พ.) ลบ 20 จุดหรือ 1.85% สู่ระดับ
    1064 ระดับสูงสุดตลอดกาลอยู่ที่ 11793 และระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 554


    ความเคลื่อนไหวของดัชนีในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมามีดังนี้:-


    วันที่
    ระดับปิด
    เปลี่ยนแปลง (จุด)


    1 ก.พ.
    1084
    -23

    31 ม.ค.
    1107
    -30

    28 ม.ค.
    1137
    -49


    27 ม.ค.
    1186
    -48


    26 ม.ค.
    1234
    -58 (รอยเตอร์)
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  7. #7
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.เคจีไอ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 03/02/54



    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 4312
ขนาด:  3.0 กิโลไบต์ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 4319
ขนาด:  4.4 กิโลไบต์

    ทรงตัว/บวกกรอบแคบ

    KGI ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันตรุษจีนปี 2554 จะแกว่งตัวในกรอบจำกัดด้วยวอลุ่มบาง แต่ตัวดัชนีฯ จะบวกได้ระดับหนึ่งจากแรงซื้อหุ้นพลังงานบนประเด็นเก็งกำไรไตรมาส 4/53 และแนวโน้มไตรมาส 1/54 ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยภายนอกถือว่าเป็นกลางหลังจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดเกือบไม่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากสถานการณ์ในอียิปต์ที่ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง (หลังจากมีการปะทะกันของกลุ่มสนับสนุนและกลุ่มต่อต้าน ปธน. มูบารัก) หักล้างจิตวิทยาเชิงบวกจากตัวเลขจ้างงานเอกชน ADP Payrolls เดือน ม.ค. ที่เพิ่มขึ้น 1.87 แสนตำแหน่ง (ตลาดคาด 1.45 แสนตำแหน่ง) นอกจากนี้ต้องยอมรับว่าตัวเลข ADP ที่ออกมานั้นไม่ได้ดีเท่าที่เห็น เนื่องจากมีการปรับฐานตัวเลขเดือน ธ.ค. ลดลงจาก 2.97 แสนตำแหน่งเป็น 2.47 แสนตำแหน่ง ส่วนปัจจัยในประเทศให้ติดตามการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งออกมากำหนดเส้นตายให้รัฐบาลถึงวันที่ 5 ก.พ. ในการช่วยเหลือ 2 คนไทยที่ถูกคุมขังอยู่ในกัมพูชา โดยอาจมีการยกระดับการชุมนุมในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ดีคาดว่าผลกระทบต่อ SET ยังอยู่ในระดับต่ำ

    คาดว่านักลงทุนต่างชาติจะลดบทบาทลงในวันนี้ ตามวันหยุดในตลาดหุ้นหลายประเทศในเอเชีย ส่วนในบ้านเราหุ้นกลุ่มพลังงานยังเป็นตัวเด่น เนื่องจากความไม่แน่นอนที่สูงขึ้นในอียิปต์จะหนุนราคาน้ำมันต่อไป ในขณะที่ระดับของค่าการกลั่นและส่วนต่างปิโตรเคมีที่ดีต่อเนื่องมาแล้ว 1 เดือน น่าจะทำให้แนวโน้มไตรมาส 1/54 ดีต่อเนื่องเช่นกัน เราจึงแนะนำให้ใช้จังหวะตลาดหุ้นทรงตัวในวันนี้ ซื้อหุ้น TOP*, PTTAR*, PTTCH* และหุ้นแม่อย่าง PTT* ส่วนหุ้นกลุ่มอื่นที่น่าเก็บคือ TVO (กำไรไตรมาส 4 น่าจะสูงสุดของปี) และTMT (คาดปันผล 0.5 บ. จ่ายครั้งเดียว ผลตอบแทน 8.1%)

    ความเห็นข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ

    ธนาคารพาณิชย์พร้อมใช้ค่าธรรมเนียมบริการผ่าน ATM ใหม่ตามข้อตกลงระหว่างธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสที่ 1 โดย i) การให้บริการโอนเงินผ่าน ATM ในธนาคารเดียวกันข้ามเขตธนาคารจะให้บริการฟรีในครั้งแรก และ ครั้งต่อไปคิดไม่เกิน 15 บาท ii) การถอนเงินผ่าน ATM ในธนาคารเดียวกันข้ามเขตจะคิดไม่เกิน 15 บาท ต่อรายการ ส่วนในไตรมาสที่ 2 จะเริ่มใช้ในส่วนการถอนเงินผ่าน ATM ต่างธนาคารในจังหวัดเดียวกันจะให้บริการฟรีใน 4 ครั้งต่อเดือน และ ครั้งที่ 5 เป็นต้นไปคิดไม่เกิน 10 บาท โดยใช้ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ขณะที่การถอนเงินผ่าน ATM ต่างธนาคารข้ามเขตคิดไม่เกิน 20 บาท ต่อรายการ (ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ) ทาง KTB* คาดว่าการปรับโครงสร้างการคิดค่าธรรมเนียมใหม่ทั้งหมดจะทำให้รายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจะลดลง 1 พันล้านบาท

    น้ำมันถั่วเหลืองเริ่มขาดตลาด หลังจากผู้บริโภคเลือกที่จะซื้อน้ำมันถั่วเหลืองทดแทนน้ำมันปาล์มที่ราคาปรับขึ้นมาก เราประเมิน ยอดขายน้ำมันถั่วเหลืองของ TVO ในงวดไตรมาส 1/53 จะปรับขึ้นหลังจากผู้บริโภคเลือกซื้อน้ำมันถั่วเหลืองทดแทนน้ำมันปาล์ม เนื่องจากราคาที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้ วานนี้ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 30 เดือน ที่ระดับราคา 14.38 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบุชเชล (เพิ่มขึ้น 0.42%) หลังจากเกษตรกรในอาร์เจนติน่ายังคงทำการประท้วงปิดท่าเรือส่งออกสินค้า ซึ่งอาร์เจนติน่าเป็นผู้ผลิตส่งออกถั่วเหลืองอันดับที่ 3 ของโลก เรายังคงแนะนำ ?ซื้อ? TVO ราคาเป้าหมาย 40.00 บาท
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  8. #8
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.เอเซียพลัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 03/02/54



    กลยุทธ์การลงทุน

    เหตุการณ์ความรุนแรงในอียิปต์ ยังกดดันตลาดหุ้นโลกผันผวน แนะนำให้นักลงทุนระยะกลาง-ยาวปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยยังเน้นกลยุทธ์การลงทุน เพื่อชนะเงินเฟ้อเป็นหลัก แนะนำถือ/ซื้ออ่อนตัว PTT, PTTEP, KSL หรือหุ้นปันผลสูง/PER ต่ำ TK, CPF, TCAP, KK

    เหตุการณ์ในอียิปต์ยังเป็นปัจจัยหลัก กดดันตลาดหุ้นโลก

    ตลาดหุ้นโลกยังคงผันผวนต่อไป จากวิกฤติความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในอียิปต์ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต แม้เมื่อวานนี้ดูเหมือนตลาดหุ้นโลกจะผ่อนคลายลง และกลับสดใสกันถ้วนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อว่าเกิดจากตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ประท้วงในประเทศอียิปต์ หลังจากประธานาธิบดีฮอสนี มูลารัค ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเมื่อ 1 ก.พ. 2554 ว่าพร้อมจะลงจากตำแหน่ง โดยไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในสมัยหน้า แต่เสนอเงื่อนไขที่อยู่ในอำนาจจนสิ้นสุดวาระในเดือน ก.ย. นี้ แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ประท้วงยังคงเรียกร้องให้มีการลงจากตำแหน่งทันที สถานการณ์ความรุนแรงที่กลับอีกครั้ง ทำให้แผนการเดิมของรัฐบาลฯ ที่ต้องการจะกลับมาเปิดให้บริการธุรกรรมหลักของประเทศเช่น การให้บริการของสถาบันการเงิน หรือเปิดให้บริการซื้อขายตลาดหุ้นของอียิปต์ ในวันที่ 7 ก.พ. นี้ ดูจะเป็นได้ยากขึ้น ทั้งนี้ตลาดหุ้นอียิปต์ได้ปิดทำการนับตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. 2554 เป็นต้นมา หลังจากที่ดัชนีตลาดหุ้นของอียิปต์ (EGX30 Index) ปิดเมื่อ 27 ม.ค. 2554 ตกต่ำมากถึง 11% ซึ่งนับว่าเป็นตกต่ำมากที่สุดนับตั้งแต่ ต.ค. 2552 นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาลอียิปต์ที่ลดลง พิจารณาจากค่าธรรมเนียมการป้องกันความเสี่ยง (Credit Default Swap/CDS) ต่อการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอียิปต์มีความผันผวนสูง กล่าวคือล่าสุด CDS ได้ขึ้นไปทำสถิติสูงสุดที่ 429 basis points (4.29%) เมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงในปลายเดือน ม.ค. 2554 แม้ขณะนี้ได้อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 400 basis points แต่ก็ยังนับว่าสูงมากเมื่อเทียบกับที่เคยเคลื่อนไหวในช่วง 200-250 basis points ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์นี้เทียบได้กับในปี 2553 เมื่อเกิดวิกฤติทางการเงินในยุโรปพบว่า CDS ในบางประเทศเช่น กรีก ได้ขยับขึ้นไปสู่ระดับเหนือ 1,066 basis points แต่วันนี้ได้ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 811 basis points ขณะที่ค่า CDS ของประเทศไอร์แลนด์ ได้อ่อนตัวลงจากระดับสูงสุดเกือบ 667 basis points เหลือ 552 basis points อย่างไรก็ตามดังที่ได้นำเสนอไปแล้ววานนี้ว่า หนี้สาธารณะของรัฐบาลก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยได้ลดลงจากที่เคยอยู่ระดับเกิน 100% ของ GDP ในระหว่างปี 2548-2550 ลงมาเหลือ 80% ในปี 2552-2553 แม้ปัญหาหนี้สาธารณะจะน้อยกว่าประเทศในแถบยุโรป แต่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง กลับกลายเป็นปัญหาถ่วงดุลความเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศ และหากปัญหายืดเยื้อ จะกระทบต่อประเทศคู่ค้าอย่างสหรัฐ อิตาลี ฝรั่งเศส กรีซ เยอรมัน อังกฤษ และญี่ปุ่น อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    หุ้นน้ำมันยังโดดเด่น หลังราคาน้ำมันดิบโลกใกล้ 100 เหรียญฯต่อบาร์เรล : PTTEP, PTT

    วานนี้สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ ได้เปิดเผยสต็อกน้ำมันสิ้นสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2.6 ล้านบาร์เรล สู่ 343.2 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นราว 2.8 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันสำเร็จรูป (น้ำมันกลั่น) ลดลง 1.6 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดลงเพียง 0.7 แม้ว่าสต็อกน้ำมันเบนซิน จะเพิ่มขึ้นถึง 6.2 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเพียง 1.9 ล้านบาร์เรล แต่เชื่อว่าสต็อกน้ำมันสำเร็จรูปประเภทอื่นๆ เช่น น้ำมันดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน ยังคงลดลง อัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.7% สู่ 84.5% ปัจจัยดังกล่าวบวกกับความตึงเครียดจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอียิปต์ เป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบโลกยังทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้าไนเม็กส์ (Nymex) ฟื้นตัวเล็กน้อยขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 91.254 เหรียญฯต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 97.90 เหรียญฯต่อบาร์เรล ซึ่งถือว่าสูงกว่าระดับสมมติฐานของฝ่ายวิจัยที่ประเมินไว้ว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยตลอดปี 2554 จะอยู่เพียง 85 เหรียญฯต่อบาร์เรล ในสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังแข็งแกร่งเช่นนี้ เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มน้ำมัน (PTTEP, PTT) โดยทุกๆ ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าสมมติฐาน 5 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล มูลค่าพื้นฐานปี 2554 ของหุ้น PTTEP, PTT จะเพิ่มขึ้นราว 6 บาทต่อหุ้น และ 5 บาทต่อหุ้นตามลำดับ ดังนั้นหากราคาน้ำมันแตะ 100 เหรียญฯต่อบาร์เรล และทรงตัวได้ มูลค่าพื้นฐานของหุ้น PTTEP, PTT จะขยับขึ้นเป็น 256 บาทต่อหุ้น และ 440 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากเดิมราว 8.43% และ 3.81% หรือมี Upside สูงราว 53% และ 28% ตามลำดับ ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำนักลงทุนที่มีหุ้นกลุ่มนี้อยู่แล้วให้ถือต่อไป ส่วนผู้ที่ยังไม่มีแนะนำให้ทยอยเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 4240
ขนาด:  6.7 กิโลไบต์

    Fund Flow ซื้อสลับ หนุนเงินบาทแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง

    วานนี้ หลายตลาดในภูมิภาคปิดทำการเนื่องจากเป็นวันหยุดในช่วงเทศกาลตรุษจีน (ตลาดหุ้นที่ปิดทำการเนื่องในเทศกาลวันตรุษจีน ดังนี้ เวียดนามและไต้หวัน (ปิด 1-7 ก.พ.2554) ประเทศจีน (ปิดวันที่ 2-8 ก.พ. 2554) เกาหลี (ปิด 2-4 ก.พ. 2554) มาเลเซีย, สิงคโปร์ และฮ่องกง (ปิดวันที่ 3-4 ก.พ. 2554) และ อินโดนิเซีย (ปิดทำการวันที่ 3 ก.พ. 2554)) โดยตลาดที่มีการรายงานข้อมูลมีเพียง 2 ตลาด ได้แก่ 1) ตลาดไทยที่มียอดซื้อสุทธิ 28.9 ล้านเหรียญฯ แต่ยอดซื้อสุทธิหดตัวจากวันก่อนหน้าราว 13.8% โดยเป็นการซื้อสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 2 และ 2) ตลาดฟิลิปปินส์ที่มียอดขายสุทธิออกมาราว 7.77 ล้านเหรียญฯ แต่ยอดขายสุทธิลดลงจากวันก่อนหน้าราว 51.65% และเป็นการขายติดต่อเป็นวันที่ 3 สำหรับตลาดตราสารหนี้ไทยพบว่ามยอดซื้อสุทธิราว 8,441.26 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิตั้งแต่ช่วงต้นปีเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 150,609.5 ล้านบาท Fund Flow ที่ไหลเข้าสุทธิทั้งในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยมาปิดที่ 30.83 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแข็งค่าขึ้นจากระดับอ่อนค่าสุดในช่วงต้นสัปดาห์ราว 1.3% ภาพรวมของปัจจัยแวดล้อมที่มีผลต่อ Fund Flow ยังมีความผันผวนสูง ทั้งจากเรื่องปัจจัยภายนอก และปัจจัยภายใน สำหรับปัจจัยภายนอกที่เป็นบวกได้แก่ สถานการณ์ปัญหาหนี้สาธารณะในยุโรปที่เริ่มผ่อนคลายลง ในขณะที่ความวุ่นวายในอียิปต์ยังเป็นปัจจัยกดดัน สำหรับปัจจัยภายในที่กดดัน ได้แก่ ความเสี่ยงทางการเมืองที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด หากมีความรุนแรงมากขึ้นอาจจะส่งผลต่อ Fund Flow และ Sentiment ของตลาด
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  9. #9
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ธปท.ผวาการจับจ่ายเริ่มแผ่ว หวั่นเงินเฟ้อหลอนไม่กล้าใช้ตังค์



    ธปท. เกาะติดดัชนีการอุปโภคบริโภค หลังพบธันวาคมเริ่มแผ่วทั้งที่เป็นช่วงเทศกาลจับจ่ายสูง หวั่นคนกลัวเงินเฟ้อของแพง ไม่กล้าใช้ตังค์ ฉุดเศรษฐกิจชะลอตัว ยอมรับแรงกดดันเงินเฟ้อเข้ามาทุกด้าน ตอกย้ำความจำเป็นนโยบายดอกเบี้ยสูง

    นางอัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.กำลังจับตาดัชนีการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งขยายตัวชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าว่า จะมีทิศทางต่อเนื่องอย่างไรในระยะต่อไป เพราะปกติเดือนธันวาคมเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่มีการใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ แต่นี่กลับชะลอลง

    'การชะลอตัวของการใช้จ่ายแค่เดือนเดียว ยังไม่สามารถบอกสัญญาณได้ ต้องดูต่อเนื่อง 2-3 เดือน เพราะหากตัวเลขยังแผ่วลงต่อเนื่อง คงต้องดูว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร อาจไม่ใช่เพราะราคาสินค้าที่สูงขึ้น ทำให้คนไม่มีกำลังซื้ออย่างเดียว แต่อาจเกิดจากผลทางจิตวิทยา เพราะคนมองว่าอัตราเงินเฟ้อสูง ของแพง ทำให้คนมีกำลังซื้อ แต่ไม่ยอมใช้จ่าย ซึ่งส่วนนี้น่าเป็นห่วงมากกว่า' นางอัจนากล่าว

    ชื่อ:  003.jpg
ครั้ง: 4158
ขนาด:  42.2 กิโลไบต์

    ทั้งนี้เมื่อพิจารณาเงินเฟ้อล่าสุดเดือนมกราคมที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น 3.03% จากระยะเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยังไม่เห็นการเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้ามากนัก แต่ที่น่ากังวลคือ ราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องประกอบอาหารสูงขึ้นมาก ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น 1.32% ถือว่าต่ำกว่าที่ ธปท.คาดไว้ โดยขณะนี้ยังไม่เห็นการปรับขึ้นของราคาอาหารสำเร็จรูป หรืออาหารนอกบ้านที่ชัดเจน แต่ถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม เพราะปกติราคาข้าวแกง หรือ ก๋วยเตี๋ยว จะไม่ขึ้นครั้งละ 1- 2 บาท แต่จะขึ้นพรวดเดียว 5 บาท และการขึ้นจะทยอยขึ้นต่อเนื่อง เมื่อร้านหนึ่งเริ่มขึ้น อีกหลายๆร้านก็ทยอยขึ้นราคาตาม ดังนั้น อาจจะเห็นอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป


    'ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตขณะนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้น ในส่วนของสินค้าบางประเภทที่ไม่ได้อยู่ในรายการสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ จะพยายามส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคด้วยการขึ้นราคาสินค้า ส่วนสินค้าที่อยู่ในรายการควบคุม ก็พยายามแสดงต้นทุนที่สูงขึ้นต่อเนื่อง เพื่อขอขึ้นราคา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ต้องยอมให้ขึ้นราคาสินค้าบางประเทศ แต่ส่วนใหญ่อาจจะได้ขึ้นราคาหลังจาการเลือกตั้งผ่านไปและได้รัฐบาลใหม่แล้ว'

    นางอัจนากล่าววอีกว่า ขณะนี้แรงกดดันเงินเฟ้อมาจากทุกทิศทุกทาง นอกจากต้นทุนในประเทศแล้ว ราคาน้ำมันดิบโลกที่พุ่งสูงขึ้น ก็ยังไม่มีใครคาดหมายได้ว่า จะไปหยุดที่ไหน ในที่สุด หากปล่อยให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมาก ประชาชนที่ได้ค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น ข้าราชการที่ได้เงินเดือนขึ้น ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร เพราะค่าจ้างเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น ไม่ทันกับเงินเฟ้อที่สูงกว่า

    'การขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธปท. ไม่ได้คิดว่า จะทำให้เงินเฟ้อเดือนธันวาคมและมกราคมลดลง แต่เราดูไปข้างหน้า คาดการณ์ไปในอนาคต ที่มองว่าอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ โดยการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย จะพยายามดูแลเงินเฟ้อในครั้งหลังของปีนี้ให้อยู่ในระดับต่ำและมีเสถียรภาพ รวมถึงพยายามให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงเป็นบวก จากที่ขณะนี้ติดลบอยู่ประมาณ 0.95%'นางอัจนากล่าว

    อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ต้องพิจารณาควบคู่กับการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หากตัวเลขการใช้จ่ายของภาคเอกชนที่ ธปท.ติดตามอยู่อย่างใกล้ชิดปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ตลอดจนเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยุโรปไม่ฟื้นตัว เศรษฐกิจไทยแผ่วลง ความจำเป็นที่จะต้องทำให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นบวก อาจจะไม่มีแล้วก็ได้

    'หากเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นมากและเป็นเวลานาน ในที่สุดอัตราดอกเบี้ยต้องขยับขึ้นตามในอัตราที่มาก และประชาชนจะเสียประโยชน์ ถ้าจะห่วงต้นทุนของเงินในช่วงนี้ ทำไมไม่ห่วงต้นทุนของเงินในอนาคต นอกจากนี้เงินเฟ้อที่ต่ำจะช่วยลดความไม่แน่นอนของการตัดสินใจลงทุน การใช้จ่าย และการออม รวมทั้งยังดูแลความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทยในอนาคตด้วย เพราะการที่มีเงินเฟ้อสูง จะทำให้ต้นทุนของไทยสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน ดังนั้นที่ ธปท.พูดว่าจำเป็นต้องดูแลเงินเฟ้อ หรือขึ้นดอกเบี้ยวันนี้ เพื่อประโยชน์ของการขยายตัวของเศรษฐกิจ และเสถียรภาพในระยะยาว จึงไม่ใช่การพูดให้สวยหรูไปอย่างนั้น'นางอัจนากล่าว


    ด้านนายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กล่าวว่า สศค. ได้ติดตามปัญหาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาและการประท้วงในประเทศอียิปต์ว่า จะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจไทยให้ชะงักหรือชะลอตัวหรือไม่ เพื่อหามาตรการรับมือได้ทัน โดยเฉพาะไทย-กัมพูชาค่อนข้างน่าห่วง หากมีการสู้รบเกิดขึ้น แม้จะไม่กระทบกับเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวติดลบ แต่จะส่งผลกระทบต่อการค้าบริเวณชายแดน และการลงทุนของคนไทยในกัมพูชาซึ่งมีอยู่จำนวนมาก อย่างไรก็ตามเชื่อว่าไทยและกัมพูชาจะสามารถเจรจาเพื่อไม่ให้เกิดการสู้รบได้ เพราะไม่เป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย

    สำหรับวิกฤตการประท้วงในประเทศอียิปต์ขณะนี้ ได้ติดตามเหตุการณ์ว่า จะบานปลายไปจนถึงขั้นมีการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันหรือไม่ เพราะจะส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น กระทบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจได้

    นอกจากนี้ยังมีปัญหาการเมืองภายในที่มีการประท้วงขับไล่รัฐบาล เบื้องต้นเชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถเจรจากับผู้ประท้วงไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลก็สามารถควบคุมปัญหาการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ โดยไม่มีปัญหากับพรรคร่วมรัฐบาล

    'แม้วิกฤตชายแดนไทย-กัมพูชาและการประท้วงในอียิปต์จะเป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ แต่ สศค. ยังยืนยันการขยายตัวปีนี้ที่ 4-5%เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทยดี อีกทั้งความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ถือเป็นเรื่องระยะสั้นเท่านั้น' นายนริศ กล่าว



    ที่มา แนวหน้า วันที่ 03/02/11
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  10. #10
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    'ประสาร'ชู5นโยบาย พัฒนาระบบสถาบันการเงิน


    ผู้ว่าแบงก์ชาติเชิญสมาคมแบงก์ไทย รับทราบนโยบาย พร้อมชู 5 ประเด็นหลักเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบสถาบันการเงิน พร้อมรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

    นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ และผู้บริหารธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เชิญผู้แทนจากสมาคมธนาคารไทยร่วมพบปะสนทนา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2554 เพื่อรับทราบแนวนโยบายการดำเนินงานของ ธปท.ในปี 2554 และหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านต่างๆ อันจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์

    ชื่อ:  0.jpg
ครั้ง: 9399
ขนาด:  42.3 กิโลไบต์

    โดยแนวนโยบายการเสริมสร้างความมั่นคงแก่ระบบสถาบันการเงินจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจไทยและภาวะเศรษฐกิจโลกนั้น ธปท.จะมุ่งเสริมสร้างให้ระบบสถาบันการเงินไทยมีความเข้มแข็งใน 5 ด้าน คือ

    1. ด้านความมั่นคง โดยให้สถาบันการเงินมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่ดี สามารถรองรับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจได้ มีการกระจายความเสี่ยงเพื่อป้องกันการกระจุกตัวของสินเชื่อรายใหญ่ และเตรียมการองรับการทยอยลดการคุ้มครองเงินฝากของสถาบันคุ้มครองเงินฝากให้เป็นไปอย่างราบรื่น

    2. ด้านการทำหน้าที่เป็นตัวกลางของสถาบันการเงินที่มีประสิทธิภาพ มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มีคุณภาพและในราคาที่เหมาะสม รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์รองรับการบริหารความเสี่ยงแก่ลูกค้า โดยพิจารณาทบทวนหลักเกณฑ์ที่อาจเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ และหาแนวทางการส่งเสริมการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน

    3. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค โดยดูแลให้ผู้บริโภคได้รับบริการที่ดี มีความเป็นธรรม ได้รับการคุ้มครองและตอบสนองอย่างรวดเร็วและเหมาะสม คำนึงถึงบริการภายหลังการขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินแก่ลูกค้า รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริการทางการเงินมากขึ้น

    4. ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ การกำหนดทิศทางการพัฒนาระบบการ ชำระเงินและโครงสร้างทางเทคโนโลยีที่รองรับอย่างเหมาะสม การรวมกลุ่มศูนย์เงินสด การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีสากล (IFRS) เป็นต้น

    5. ด้านการพัฒนาให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจ โดยให้สถาบันการเงินปรับตัวได้อย่างต่อเนื่องตามกระแสโลกาภิวัฒน์และความซับซ้อนของความเชื่อมโยงในการทำธุรกิจมีการริเริ่มกลยุทธ์ในการทำธุรกิจใหม่ ภายใต้ปัจจัยกดดันต่างๆ และการแข่งขันที่สูงขึ้น

    แนวนโยบายดังกล่าวจะสนับสนุนให้สถาบันการเงินมีความมั่นคง มีประสิทธิภาพ ซึ่ง ธปท. จะจัดให้มีการพูดคุยเป็นระยะในเรื่องที่สถาบันการเงินสนใจ เพื่อร่วมกันพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อภาคธุรกิจและประชาชนในวงกว้าง



    ที่มา แนวหน้า วันที่ 03/02/11
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  11. #11
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 3989
ขนาด:  34.0 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 3967
ขนาด:  60.9 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 3908
ขนาด:  13.7 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  12. #12
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 3860
ขนาด:  60.9 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  13. #13
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 3821
ขนาด:  33.2 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 3802
ขนาด:  24.7 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  14. #14
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 3799
ขนาด:  82.0 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 3765
ขนาด:  34.3 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  15. #15
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,159
    23
    รับคำขอบคุณ 1,495 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 3707
ขนาด:  47.5 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 3695
ขนาด:  16.2 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 03:51.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com