ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 29 จากทั้งหมด 29

กระทู้: ข่าวหุ้นวันหยุด...

  1. #1
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง




    Talking ข่าวหุ้นวันหยุด...

    วันนี้ในอดีต
    6 ธันวาคม

    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    6 ธันวาคม: วันประกาศเอกราชในฟินแลนด์ (พ.ศ. 2460) วันรัฐธรรมนูญในสเปน




    วันที่ 6 ธันวาคม เป็นวันที่ 340 ของปี (วันที่ 341 ในปีอธิกสุรทิน) ตามปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน เมื่อถึงวันนี้จะยังเหลือวันอีก 25 วันในปีนั้น

    เหตุการณ์
    สารานุกรมบริเตนนิกาวันเกิด
    วันถึงแก่กรรม
    วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล
    7 ธันวาคม
    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


    วันที่ 7 ธันวาคม เป็นวันที่ 341 ของปี (วันที่ 342 ในปีอธิกสุรทิน) ตามปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน เมื่อถึงวันนี้จะยังเหลือวันอีก 24 วันในปีนั้น

    เหตุการณ์ชื่อ:  ScreenHunter_455.gif
ครั้ง: 3209
ขนาด:  80.6 กิโลไบต์
    เพิร์ลฮาร์เบอร์

    พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) - โครงการอะพอลโล 17 เดินทางออกจากโลกซึ่งเป็นการเดินทางครั้งสุดท้าย

    วันเกิด

    วิกิพีเดีย

  2. #2
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    หุ้นแบงก์-อสังหาฯ!!
    [6 ธ.ค. 51 - 03:29]

    ผลการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 1% ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มาที่ 2.75% ซึ่งเป็นการลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 16 เดือน คาดหวังว่า น่าจะเป็นผลดีต่อหุ้นอสังหาริมทรัพย์

    แต่บทวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส ให้น้ำหนักการลงทุนกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ “น้อยกว่าตลาด” แม้มองทั้ง 2 ปัจจัยจะก่อให้เกิดบรรยากาศการลงทุนที่ดีสำหรับกลุ่มอสังหาฯ แต่ยังไม่ชัดเจนต่อผลกระทบในเชิงปัจจัยพื้นฐาน ที่การขยายมาตรการด้านภาษีกระตุ้นอสังหาฯทำให้ผู้ประกอบการได้รับประโยชน์ แต่อาจต้องเกลี่ยผลประโยชน์บางส่วนออกไปเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ขณะที่การลดอัตราดอกเบี้ยภาคธุรกิจและผู้ซื้อบ้านจะได้ประโยชน์ต่อเมื่อธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ MLR ลง ซึ่งเชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง เพื่อปรับฐานต้นทุนเงินฝาก และคงปรับลงไม่ถึง 1% ขณะที่การซื้อบ้านไม่ได้ขึ้นกับอัตราดอกเบี้ย แต่ขึ้นกับการเติบโตเศรษฐกิจและการว่างงานมากกว่า

    ขณะที่เอเซียพลัสยังให้น้ำหนักลงทุนหุ้นกลุ่มแบงก์ “น้อยกว่าตลาด” เช่นกัน เพราะปี 52 ยังเป็นปีที่ธนาคารต้องเผชิญปัจจัยท้าทายในด้านลบหลายอย่าง ทำให้การลงทุนหุ้นกลุ่มนี้อาจไม่สามารถคาดหวังผลตอบแทนจากราคาหุ้นได้มากนัก แต่ให้เน้นถือระยะยาวเพื่อรับเงินปันผล โดยเฉพาะหุ้นแบงก์ใหญ่คือ KTB, KBANK และ SCB

    ด้านฝ่ายวิเคราะห์ บล.ยูบีเอส (ประเทศไทย) แนะลงทุนหุ้นแบงก์ใหญ่และหุ้นพลังงาน แม้จะมองว่าปี 52 จะยังเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับไทย แต่ยูบีเอสระบุว่า ยังไม่มีความจำเป็นสำหรับนักลงทุนที่ต้องลงทุนจนกว่า จะมีสัญญาณความชัดเจนในประเด็นการเมืองในประเทศ หลังมองปัญหาการเมืองเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยอย่างน้อยในระยะสั้น

    ทั้งนี้ ยูบีเอสชอบธนาคารขนาดใหญ่ และหุ้นที่เหมาะกับการตั้งรับอย่างหุ้นที่เกี่ยวกับอุปโภคบริโภคและหุ้นพลังงาน โดยเห็นว่า ราคาน้ำมันจะปรับตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 52 ดังนั้น จึงแนะลงทุนระยะยาวในบริษัทพลังงาน

    ขณะที่ยังแนะซื้อหุ้นแบงก์ใหญ่คือ SCB, KBANK และ BBL นอกจากนี้ ยังแนะนำลงทุนหุ้น EGCO, GLOW, BECL, TUF และ CPALL.


    อินเด็กซ์ 51



  3. #3
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    สัปดาห์แรกของธันวาคมผ่านไป ของการซื้อขาย..
    ต่างชาติยังขายสุทธิต่อเนื่องไปอีกไม่ใช่น้อย ผ่านห้าพันล้านบาท...
    ชื่อ:  ScreenHunter_450.gif
ครั้ง: 3009
ขนาด:  17.6 กิโลไบต์


    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


  4. #4
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ใกล้สิ้นปี มาดูสรุป set-วอลุ่มเทรด เทียบกับยอดซื้อ-ขายต่างชาติ
    จากกระทู้ http://www.stock2morrow.com/forums/s...ead.php?t=2153



    ปี 2008 ปีที่ต้องจารึกถึงยอดขายสุทธิของต่างชาติ....
    ผลักดัชนีsetลบเกินกว่าครึ่งในปีเดียวกัน...




    ปี 2008 วอลุ่มเทรด เป็นมูลค่าที่แทบไม่ต่างจากปีก่อน แต่มูลค่าตลาดสูญหายไปกว่าครึ่ง
    สังเกตุได้ว่าตลาดไทยมีวอลุ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปี 2003 จนถึงปัจจุบัน..



    ซึ่งปี 2003เป็นปีที่3ของPTTที่เริ่มเทรดในตลาด
    และปีนั้นราคาPTTถีบจาก40บาทไปเกือบแตะ200บาท
    ต้องลุ้นกันว่า เมื่อราคาน้ำมันโลกดิ่ง...

    ความสัมพันธ์ของ...
    เศรษฐกิจโลก-ราคาน้ำมัน-มูลค่าหุ้นPTT-วอลุ่มเทรด-ดัชนีSET-มูลค่าตลาด
    ...จะไปในทิศทางใด ?


  5. #5
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  ScreenHunter_456.gif
ครั้ง: 2900
ขนาด:  7.3 กิโลไบต์
    setสัปดาห์ที่ผ่านมา
    ในสัปดาห์ที่เปิดเพียง4วัน ได้4แท่งเทียน
    มองในภาพรวมเทียบระหว่างสัปดาห์ ราคาถือว่าปรับตัวลงนิดหน่อย
    แต่ในไส้เทียน ยังดูไม่เลว ที่เห็นภาพการทำนิวไฮและไม่มีนิวโลว์

    ดัชนียังเห็นการเคลื่อนไหวในกรอบ 380-410
    ภาพการเล่นสั้นชัดเจนในลักษณะ ลงซื้อ-ขึ้นขาย
    ทิศทางชัดเจนจะมากขึ้นหากราคาหลุดจากกรอบและปิดในราคานอกกรอบ...

    กราฟเดย์ น้ำตก เริ่มทอดตัวออกด้านข้างมากขึ้น สรุปยากว่าจะเป็นแอ่งน้ำของน้ำตกอีกชั้น หรือจะเป็นก้นเหว ?
    ชื่อ:  ScreenHunter_457.gif
ครั้ง: 2963
ขนาด:  11.9 กิโลไบต์

    กราฟวีค แท่งเทียนสัปดาห์ล่าสุด ยังลุ้นได้ทั้ง3หน้า ขึ้น-ลง-ออกข้าง
    ชื่อ:  ScreenHunter_458.gif
ครั้ง: 2885
ขนาด:  12.6 กิโลไบต์

    กราฟเดือน แนวรับสำคัญ380ยังอยู่



    กราฟปี เดือนสุดท้าย มองหาไส้เทียนกันว่าจะยาวแค่ไหน ?

    ชื่อ:  ScreenHunter_459.gif
ครั้ง: 2849
ขนาด:  9.8 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_460.gif
ครั้ง: 2821
ขนาด:  7.2 กิโลไบต์









  6. #6
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ตลาดหุ้นสหรัฐดีดกลับมาปิดบวกเหลือเชื่อ

    นิวยอร์ก 6 ธ.ค.-ตลาดหุ้นสหรัฐสุดผันผวน กลับมาปิดในแดนบวกได้เหลือเชื่อ หลังนักลงทุนเชื่อว่ารัฐบาลจะเข้ามาแก้ไขวิกฤติตลาดแรงงานในประเทศ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดิ่งต่ำสุดในรอบ 4 ปี

    ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีติดลบอย่างหนักในช่วงแรก หลังข้อมูลจากกระทรวงแรงงานระบุมีการปรับลดพนักงานออกจากตำแหน่งทั่วประเทศ ตลอดเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาถึง 533,000 ตำแหน่ง มากที่สุดในรอบ 34 ปี ส่งผลให้อัตราว่างงานของสหรัฐในเดือนเดียวกันพุ่งขึ้นจาก 6.5% เมื่อเดือนตุลาคม ไปอยู่ที่ 6.7% สูงสุดในรอบ 15 ปี อย่างไรก็ดี นักลงทุนที่เทขายหุ้นอย่างหนักในช่วงครึ่งวันแรกของการซื้อขาย กลับเข้ามาซื้อหุ้นอย่างหนาแน่นในช่วงครึ่งหลัง เนื่องจากเชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินมาตรการต่าง ๆ มากขึ้นเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจไม่ให้ดำดิ่งมากไปกว่านี้
    ชื่อ:  ScreenHunter_461.gif
ครั้ง: 2771
ขนาด:  15.5 กิโลไบต์

    ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ปรับลดลง 2.86 ดอลลาร์สหรัฐ ไปปิดที่ระดับ 40.81 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปี

    ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นสหรัฐ ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 8,635.42 จุด ปรับขึ้น 259.18 จุด หรือ 3.09% ดัชนีแนสแดค ปิดที่ 1,509.31 จุด ปรับขึ้น 63.75 จุด หรือ 4.41% และดัชนีเอสแอนด์พี ปิดที่ 876.07 จุด ปรับขึ้น 30.85 จุด หรือ 3.65%

    ด้านตลาดหุ้นสำคัญของยุโรปดิ่งลงถ้วนหน้า ดัชนี FTSE 100 ตลาดลอนดอน ปิดที่ 4,049.37 จุด ลดลง 114.24 จุด หรือ 2.74% ดัชนี DAX ตลาดแฟรงก์เฟิร์ต ปิดที่ 4,381.47 จุด ลดลง 182.76 จุด หรือ 4.00% และดัชนี CAC 40 ตลาดปารีส ปิดที่ 2,988.01 จุด ลดลง 173.15 จุด หรือ 5.48% ส่วนน้ำมันดิบเบรนต์ ตลาดลอนดอน ปิดที่ 39.74 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ลดลง 2.54 ดอลลาร์สหรัฐ


    ขณะที่ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดที่ 750.50 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ลดลง 13.30 ดอลลาร์สหรัฐ

    ชื่อ:  ScreenHunter_462.gif
ครั้ง: 2740
ขนาด:  6.6 กิโลไบต์
    ชื่อ:  ScreenHunter_463.gif
ครั้ง: 2735
ขนาด:  7.6 กิโลไบต์

    ดาวโจนส์ในรอบ 1 ปี
    ชื่อ:  ScreenHunter_464.gif
ครั้ง: 2722
ขนาด:  10.2 กิโลไบต์

    ดาวโจนส์ในรอบ 5 ปี
    ชื่อ:  ScreenHunter_465.gif
ครั้ง: 2728
ขนาด:  8.7 กิโลไบต์

    ดาวโจนส์ในรอบ 21 ปี
    ชื่อ:  ScreenHunter_466.gif
ครั้ง: 3498
ขนาด:  7.0 กิโลไบต์

    สำนักข่าวไทย

  7. #7
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ราคาน้ำมันโลกดิ่งต่ำสุดในรอบ 4 ปี

    นิวยอร์ก 6 ธ.ค. - ราคาน้ำมันดิ่งลงกว่าร้อยละ 6 ต่ำที่สุดในรอบ 4 ปีในวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น ภายหลังจากที่สหรัฐรายงานว่ามีพนักงานถูกลอยแพถึง 533,000 คน ในเดือนพฤศจิกายนเป็นจำนวนมากที่สุดในรอบ 34 ปีของสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ที่สุดในโลก

    ราคาน้ำมันดิบสหรัฐดิ่งลง 2.86 ดอลลาร์สหรัฐ มาอยู่ที่บาร์เรลละ 40.81 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม ปี 2547 หลังลงไปถึงระดับ 40.50 ดอลลาร์ก่อนหน้านี้

    ชื่อ:  ScreenHunter_468.gif
ครั้ง: 2757
ขนาด:  6.6 กิโลไบต์

    ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์ลอนดอนปรับลด 2.54 ดอลลาร์ มาที่ 39.74 ดอลลาร์ ทั้งนี้นักวิเคราะห์ได้ปรับลดแนวโน้มราคาน้ำมันและความต้องการน้ำมันในช่วงเศรษฐกิจถดถอย โดยบริษัทเมอริล ลินช์ คาดว่าราคาน้ำมันอาจดิ่งลงถึง 25 ดอลลาร์สหรัฐ หากวิกฤตการเงินโลกขยายวงกว้างไปถึงจีน



    ชื่อ:  ScreenHunter_467.gif
ครั้ง: 2696
ขนาด:  6.6 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_469.gif
ครั้ง: 2685
ขนาด:  3.6 กิโลไบต์


    สำนักข่าวไทย

  8. #8
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ราคาทองปิดร่วง 13.30 ดอลล์


    วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551 09:36

    ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงต่อเนื่องเมื่อคืนนี้ (5 ธ.ค.) หลังจากทางการสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานเดือนพ.ย.ที่ร่วงลงอย่างรุนแรง

    สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนก.พ. ร่วงลง 13.30 ดอลลาร์ ปิดที่ 752.20 ดอลลาร์/บาร์เรล
    ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 9 เซนต์ ปิดที่ 9.43 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนมี.ค.ลดลง 9.6 เซนต์ ปิดที่ 1.3735 ดอลลาร์/ปอนด์

    ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค. ลดลง 11.60 ดอลลาร์ ปิดที่ 787.20 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 9.55 ดอลลาร์ ปิดที่ 162.70 ดอลลาร์/ออนซ์
    กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขจ้างงานเดือนพ.ย. ร่วงลงหนักที่สุดในรอบ 34 ปีที่ระดับ 533,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มขึ้นแตะที่ 6.7% จากระดับ 6.5% ในเดือนต.ค. โดยนายจ้างได้ปรับลดการจ้างงานในแทบทุกภาคธุรกิจ นับตั้งแต่ธุรกิจก่อสร้าง ค้าปลีก การเงิน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสร้างปัจจัยลบต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดทองคำ

    ทอม พาวลิคกิ นักวิเคราะห์ในตลาดน้ำมันและโลหะมีค่าจากเอ็มเอฟ โกลบอลสในชิคาโก้กล่าวว่า "การซื้อขายในตลาดทองคำเคลื่อนไหวตามกระแสคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจที่อ่อนแอทั้งในสหรัฐและทั่วโลก และตัวเลขจ้างงานสหรัฐแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างต่อเนื่อง"






  9. #9
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    โอบามาเตือนแนวโน้มเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง

    วอชิงตัน 6 ธ.ค. - นายบารัค โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ออกแถลงการณ์เตือนว่าแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคตอาจถดถอยรุนแรงขึ้น หลังการปลดพนักงานครั้งใหญ่และการจัดสรรเงินช่วยเหลือบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของสหรัฐ

    รัฐบาลสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการเลิกจ้างพนักงานกว่า 500,000 คน ในเดือนพฤศจิกายน นับเป็นการลดจำนวนพนักงานในรอบเดือนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 34 ปี ทั้งนี้นายโอบามา ย้ำแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจของเขาที่จะช่วยสร้างงานได้อย่างน้อย 2.5 ล้านตำแหน่ง ในช่วง 2 ปี และปรับปรุงสภาพคล่องระบบสินเชื่อ นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์ กล่าวว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโอบามามีมูลค่ากว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ (หรือ 17.5 ล้านล้านบาท).


    เจ้าของรถไฮบริดในสหรัฐค้านแผนช่วย 3 ยักษ์ใหญ่ยานยนต์


    สหรัฐ 6 ธ.ค.-บรรดาเจ้าของรถยนต์พลังงานผสมในสหรัฐพากันขับรถยนต์ไปชุมนุมตามท้องถนน เพื่อคัดค้านไม่ให้ทางการอนุมัติแผนช่วยเหลือธุรกิจ 3 ยักษ์ใหญ่ยานยนต์

    การชุมนุมประท้วงของบรรดาเจ้าของรถยนต์พลังงานผสม หรือไฮบริด มีขึ้นตามท้องถนนสายต่าง ๆ ใกล้อาคารรัฐสภา ในกรุงวอชิงตัน เพื่อเรียกร้องให้สภาคองเกรสคว่ำแผนกู้วิกฤติการเงินของ 3 ธุรกิจยักษ์ใหญ่ในวงการยานยนต์ ซึ่งได้แก่ เจเนอรัล มอเตอร์ ฟอร์ด และไครส์เลอร์ ที่กำลังประสบปัญหาจากวิกฤติการเงินโลก ด้วยเม็ดเงินรวม 34,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากที่ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ขอไว้ที่ 25,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 900,000 ล้านบาท

    ทั้งนี้ บรรดาผู้ประท้วงซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานผสม ต่างเรียกร้องรณรงค์ให้หันมาใช้รถพลังงานสะอาด และให้อุตสาหกรรมยานยนต์เลิกกระทำการที่ขัดต่อกฎหมายรถยนต์พลังงานผสม


    สำนักข่าวไทย

  10. #10
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    เลขาธิการสภาฯ เผย 8-9 ธ.ค.นี้ ไม่มีประชุมรัฐสภา

    กรุงเทพฯ 5 ธ.ค. –เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ย้ำวันที่ 8-9 ธ.ค.นี้ ไม่มีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เนื่องจาก ครม.มีมติยกเลิกการเสนอ พ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญแล้ว ส่วนการขอเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องทำภายใน 30 วัน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด

    นายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่าขณะนี้อยู่ระหว่างปิดประชุมรัฐสภา เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิกการเสนอ พ.ร.ฎ.ขอเปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ วันที่ 8-9 ธันวาคมนี้ แล้ว ก็จะไม่มีการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณากรอบข้อตกลงและบันทึกความเข้าใจต่าง ๆ ที่จะใช้ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (อาเซียน ซัมมิท) เนื่องจากได้มีการเลื่อนวันประชุมอาเซียน ซัมมิท ไปก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้ง พ.ร.ฎ.เปิดประชุมรัฐสภา สมัยวิสามัญ เป็นการถอนของรัฐบาล ซึ่งเป็นผู้เสนอเอง

    “จากนี้ต้องขึ้นอยู่กับนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ว่าจะรวบรวมรายชื่อสมาชิก 1 ใน 3 ของรัฐสภา ทำหนังสือขึ้นกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยวิสามัญ หรือไม่” นายพิทูร กล่าว

    ต่อกรณีที่ นายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิป) รัฐบาล ได้รวบรวมรายชื่อสมาชิกเกิน 1 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา และเตรียมยื่นขอเปิดประชุมสภาฯ นั้น นายพิทูร กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบว่ามีการยื่นรายชื่อเพื่อขอเปิดสภาฯ ซึ่งหากมีการยื่นจริง ก็ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบความถูกต้อง ของรายชื่อ ส.ส.และ ส.ว.อีกครั้ง

    “อย่างไรก็ตาม จะต้องมีการขอเปิดประชุมรัฐสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว ภายใน 30 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนจะมีการพิจารณาระเบียบวาระอื่น ๆ อาทิ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือบันทึกความตกลงต่าง ๆ ควบคู่ด้วย ก็ขึ้นอยู่กับประธานรัฐสภาจะเป็นผู้หารือในที่ประชุม และหยิบยกมาพิจารณา” นายพิทูร กล่าว

    สำนักข่าวไทย

  11. #11
    S2M Sexy Member รูปส่วนตัว kokae
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    15,455
    840
    รับคำขอบคุณ 291 ครั้ง

    มาตรฐาน


  12. #12
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    รัฐบาลง่อนแง่นจ่อฉุดเศรษฐกิจแย่ยาวปี'53

    รายงานโดย :ทีมข่าวตลาดทุน-หุ้น:
    วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

    นักวิเคราะห์ทั้งไทยและต่างประเทศประเมินความเสี่ยงทางการเมืองฉุดให้การใช้จ่ายล่าช้า และทำให้เศรษฐกิจขาลงยืดเยื้อต่อไปอีก

    ดังนั้นการผลักดันโครงการสาธารณูปโภคของรัฐบาลเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุนของภาคเอกชนเป็นสิ่งจำเป็นต้องทำ แต่รัฐบาลจะมีเสถียรภาพเพียงพอที่จะผลักดันสิ่งเหล่านี้หรือไม่
    ความเสี่ยงในระยะสั้น บล.เอเซีย พลัส เชื่อว่าจะฉุดตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภาพในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4 ปี 2551 ให้ติดลบเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีที่ -8.9% และ ส่งผลให้จีดีพีทั้งปีโตเพียง 3.1% จากงวด 9 เดือนปี 2551 ที่ 5.1% และเศรษฐกิจจะลงต่อเนื่องถึงครึ่งแรกของปีหน้า

    ทั้งนี้ เป็นเพราะผลการบุกยึดสนามบินดอนเมืองและสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) เป็นเวลาประมาณ 7 วัน ถึงแม้ว่าปัจจุบัน จะยุติแล้ว และเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ที่ผ่านมา แต่ผลความเสียหายนั้นมหาศาลต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยว
    ร.ต.อ. เฉลิม


    บล.เอเซีย พลัส คาดกำไรต่อหุ้นบริษัทจดทะเบียนของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปี 2552 จะหดตัวเกือบ 8% โดยยังไม่นับรวมผลกระทบจากการปิดสนามบินในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง และจะต้องมีการปรับลดประมาณการกำไรในบางกลุ่มลง เช่น กลุ่มขนส่ง
    บล.แห่งนี้แนะนำให้เลือกลงทุนบริษัทที่มีกำไรในรูปเงินสดสูงพร้อมจ่ายปันผลต่อเนื่อง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและอยู่รอดภายใต้เศรษฐกิจถดถอย โดยแนะนำหุ้นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) และบริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง (SCCC) บริษัท บ้านปู (BANPU) บริษัท ไดนาสตี้ เซรามิก (DCC)

    ด้าน ซิตี้กรุ๊ป เชื่อว่า ความเสี่ยงทางการเมืองจะทำให้เศรษฐกิจยังเป็นขาลง โดยคาดว่าในช่วง 3-4 ไตรมาสข้างหน้า สถานการณ์การเมืองเป็นเรื่องที่น่าท้าทาย ที่จะส่งผลให้มีความเสี่ยงทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายออกไป และภาวะเศรษฐกิจภายในถดถอย โดยเฉพาะไตรมาส 4 ปีนี้ โดยตัวเลขส่งออกต่อจีดีพีได้ลดลงอย่างมาก

    ความหวังที่ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวในปี 2553 หรือไม่ขึ้นอยู่กับการเติบโตของจีดีพีในปีนี้ ที่จะสะท้อนว่ากำลังซื้อภายในประเทศมีความแข็งแกร่งเพียงใด เพราะการค้าระหว่างประเทศนั้นตัวเลขเดือนต.ค. ยืนยันว่าการส่งออกและการนำเข้าได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยแล้ว
    “เราคาดว่าตัวเลขส่งออกสุทธิปี 2552 จะลดลง 7.5% หลังจากที่คาดว่าจีดีพีปีนี้จะโตเพียง 3% และคาดว่าการใช้กำลังการผลิตในภาคเอกชนจะต่ำเพียง 55-60% ต่ำกว่าปี 2544 ที่เกิดวิกฤตดอตคอม และ 9/11 ในสหรัฐ”

    ซิตี้กรุ๊ป ไม่เชื่อว่ารัฐบาลใหม่จะมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะผลักดันการใช้จ่ายให้เกิดขึ้นได้อย่างเต็มที่โดยมีงบประมาณปี 2552 เพียง 1 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโต 3.5% จากวิกฤตการณ์ครั้งก่อนที่จีดีพีเติบโตเพียง 2.5% รัฐบาลใหม่ที่ได้มาคาดว่าจะมีเสียงไม่มั่นคงในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าแกนนำจะเป็นฝั่งรัฐบาลปัจจุบันหรือฝ่ายค้านก็ตาม

    “เรากังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณปี 2551 ระหว่างที่เศรษฐกิจโลกถดถอย โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ชี้ว่า งบประมาณควรขาดดุลน้อยกว่า 4 หมื่นล้านบาท หรือ 0.4% ของจีดีพี ขณะที่รัฐบาลสัญญาว่าการขาดดุลงบประมาณ 2% ของจีดีพีโดยการใช้จ่ายจะเกิดขึ้นมากในครึ่งหลังปี 2552 หากการเมืองมีเสถียรภาพ การบริโภคของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้น 3-6% และช่วยให้ภาคพลังงานฟื้นตัว”

    ดังนั้น จึงจำเป็นต้องผลักดันโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคเพื่อการจ้างงานชดเชยการจ้างงานภาคส่งออก ทั้งนี้ผลการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1% เหลือ 2.75% จะเป็นผลดีต่อการใช้จ่ายสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และคาดว่าครึ่งแรกปีหน้าธปท. จะไม่ลดดอกเบี้ยอีก เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจได้เริ่มต้นและการท่องเที่ยวฟื้นตัวแล้ว

    แต่ไม่เชื่อว่าแนวโน้มดอกเบี้ยจะสิ้นสุด ขาลง หรือนโยบายธนาคารกลางเปลี่ยนจากมองเศรษฐกิจขาลงเป็นปกติ เพราะยังมีความเสี่ยงของการที่ตัวเลขส่งออกสุทธิยังอยู่ขาลง และยังต้องดูความต้องการภายในประเทศในไตรมาสแรกเป็นหลักก่อนตัดสินใจ

    อย่างไรก็ตาม การเมืองในประเทศนั้นคาดการณ์ยากกว่าภาวะเศรษฐกิจ ภายใต้สำรองเงินตราต่างประเทศที่มีอยู่ 37% ของจีดีพี ซิตี้กรุ๊ปเชื่อว่าประเด็นสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวคือ การลงทุนของภาคเอกชนที่จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจพอๆ กับความต้องการใช้จ่ายภายในประเทศ และรัฐบาลรักษาการภายใต้พรรคพลังประชาชนมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกิจกรรมก่อสร้างที่อยู่อาศัย และการเมืองที่มีเสถียรภาพ
    บล.ทิสโก้ ได้วิเคราะห์ว่า ดัชนีตลาดหุ้นจะดิ่งลงทันทีหากมีการเสนอชื่อ “เฉลิม อยู่บำรุง” พรรคเพื่อไทยขึ้นสู่การเป็นนายกรัฐมนตรี โดยดัชนีจะปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 380-388 จุด และเลวร้ายสุดจะลงไปสู่ระดับ 333 จุด ในทางกลับกัน หากมีการเปลี่ยนขั้วการเมืองและผลักดัน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ดัชนีก็จะพุ่งขึ้น โดยแนวต้านแรกที่ 402 จุด และมีโอกาสที่จะขึ้นไปสู่ระดับ 412 จุด และ 440 จุดได้เช่นกัน แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดการชุมนุมได้ทุกเวลา



  13. #13
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    โบรกเกอร์...แห่ปิดสาขาหนีตาย


    วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

    บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หรือโบรกเกอร์เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่จะเหนื่อยสุดๆ ในปี 2552 และอาจจะเห็นการล้มหายตายจากหากไม่ปรับตัวหรือปรับตัวไม่ทันการณ์

    น่าจะเห็นการควบรวมกิจการกันเพื่อเอาตัวรอดยามตลาดหุ้นตกต่ำส่วนรายที่อยู่รอดปลอดภัย ก็จะต้องรัดเข็มขัดจนเอวกิ่ว โดยปัจจุบันบริษัทหลักทรัพย์สามารถลดค่าใช้จ่ายทางอ้อมได้ ในส่วนเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) ที่จะได้ผลตอบแทนมากหรือน้อยตามผลงานของแต่ละคน ซึ่งเมื่อปริมาณการซื้อขายหุ้นทั้งตลาดไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อวัน มาร์เก็ตติงก็จะต้องยอมรับสภาพ รับเงินเดือนคนละไม่กี่พันบาท

    สำหรับค่าใช้จ่าย พวกค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าที่ ทั้งสำนักงานและสาขา ก็จะต้องลดลง ซึ่งปีนี้เริ่มเห็นโบรกเกอร์บางแห่งเริ่มทบทวนนโยบายสาขาแล้ว และใน ปีหน้าก็น่าจะเห็นการปิดสาขาหรือการควบรวมสาขาที่มีความซ้ำซ้อนในพื้นที่มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน

    สาธิต

    สุชาย



    ด้านแหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ต้นปีถึงเดือนพ.ย. 2551 มีสาขาเปิดใหม่ทั้งหมด 64 สาขา และปิดจำนวน 33 สาขา โดยเฉพาะในเดือนพ.ย. มีสาขาใหม่ 8 แห่ง และปิด 5 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ 2 สาขา และต่างจังหวัด 3 แห่ง

    นายสาธิต วรรณศิลปิน กรรมการผู้จัดการบล.นครหลวงไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีนี้ คาดว่าปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันคงไม่ถึง 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งแย่ลงเมื่อเทียบกับในช่วง 3 เดือน (ส.ค.-ต.ค.) เฉลี่ย 1.25 หมื่นล้านบาทต่อวัน ถ้าหากปริมาณซื้อขายในแต่ละวันไม่ถึง 7,000 ล้านบาท คาดว่าทุกโบรกเกอร์จะไม่มีกำไร
    กรรมการผู้จัดการบล.นครหลวงไทย กล่าวว่า ในปีหน้าบริษัทคงไม่เปิดสาขาเพิ่ม เพราะการเปิดแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายเรื่องพนักงานสูงมากในช่วงเตรียมการ 2-3 เดือนก่อนเปิดให้บริการ โดยใช้สาขาที่มีอยู่ 17 สาขาให้เกิดประสิทธิภาพ มากขึ้น

    ก้องเกียรติ

    สดาวุธ




    ขณะเดียวกันบริษัทก็ต้องปรับตัวดูแลต้นทุนการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่นที่ผ่านมาเคยใช้จ่ายด้านส่งเสริมการตลาด เฉลี่ยปีละ 3-4 ล้านบาท ปีนี้เพิ่งใช้ไป 2 ล้านบาท ที่เหลืออีก 2 ล้านบาทก็ไม่ใช้ หรือเคยเดินทางไปเยี่ยมสาขา ก็เปลี่ยนการติดต่อผ่านทางอื่นแทน เช่น โทรศัพท์

    “ปีนี้ 6 เดือนหลังธุรกิจหลักทรัพย์สาหัสมาก ยิ่งมาเกิดเหตุยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ก็ยิ่งทำให้ธุรกิจหลักทรัพย์โคม่าเหมือนเศรษฐกิจ ส่วนปีหน้าคงจะเหนื่อยมากๆ” นายสาธิต กล่าว

    ทั้งนี้ ในเดือนพ.ย. บล.นครหลวงไทยเปิดสาขาใหม่รวดเดียว 3 แห่ง โดยตั้งอยู่ในสาขาของธนาคารนครหลวงไทย สาขาเชียงราย ขอนแก่น และตรัง

    นายสดาวุธ เตชะอุบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบล.แอ๊ดคินซัน กล่าวว่า บริษัทกำลังพิจารณาปิด 3-4 สาขา โดยนำไปรวมกับสาขาที่มีทำเลใกล้เคียงกัน และจะพิจารณาปิดสาขาที่ไม่มีกำไร เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทได้ลดจำนวนสาขาไปแล้ว จากปัจจุบันเหลือ 39 สาขา

    “การปิด-ลดสาขา ต้องวิเคราะห์ข้อดีและข้อเสียให้ดี ซึ่งบล.แอ๊ดคินซัน ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่เราก็ลดค่าใช้จ่ายมาต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี” นายสดาวุธ กล่าว

    นายสุรพล ขวัญใจธัญญา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบล.แอ๊ดคินซัน กล่าวเสริมว่า อยู่ระหว่างการทบทวนสาขา ซึ่งสิ้นปีนี้จะเห็นภาพชัดเจน หลังจากประเมินผลแล้ว โดยจะดูจากศักยภาพของแต่ละสาขาเป็นหลัก

    นายพิษณุ วิชิตชลชัย กรรมการผู้จัดการอาวุโสบล.โกลเบล็ก กล่าวว่า มีสาขา 6 สาขา ซึ่งเป็นสาขาต่างจังหวัด 2 สาขา กรุงเทพฯ-ปริมณฑล 4 สาขา แม้ว่าภาวะตลาดจะซบเซา ไม่มีแผนจะปิดสาขา แต่ใช้วิธีการลดค่าใช้จ่ายแต่ละสาขาแทน โดยการเพิ่มทีมเจ้าหน้าที่การตลาดเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน ซึ่งทั้ง 2 ทีมใน 1 สาขา จะแข่งกันทำงาน ช่วยลดต้นทุนได้ นอกจากนี้ โบรกเกอร์ต้องจัดโซนสาขาให้ดี เหมาะสมกับลูกค้า และเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่รองรับสินค้าในตลาดอนุพันธ์

    “สาขาทั้ง 6 ของโกลเบล็ก มีแผน เพิ่มทีมการตลาดลงไปในแต่ละสาขา เป็นการลดค่าใช้จ่ายไปในตัว ส่วนสาขาใหม่ที่จะเกิดก็ต้องใช้ความระมัดระวัง” นายพิษณุ กล่าว

    ผู้บริหารบล.โกลเบล็ก กล่าวอีกว่า ธุรกิจหลักทรัพย์ ต้องปรับตัวรับกับภาวะตลาดที่ไม่ดี โดยหันไปหารายได้จากสินค้าใหม่ๆ ที่ออกมาในตลาดอนุพันธ์ ซึ่งขณะนี้มีสินค้าหลากหลาย แต่ยังต้องคงธุรกิจหลักทรัพย์ไว้

    นายสุชาย สุทัศน์ธรรมกุล กรรมการผู้จัดการบล.ฟิลลิป กล่าวว่า มีสาขา 13 สาขา ซึ่งไม่มีปัญหา เพราะแต่ละสาขาได้ผ่านตลาดหุ้นที่ซบเซามาแล้ว และตลาดหุ้นที่ปรับตัวลงหนัก เจ้าหน้าที่การตลาดไม่ได้รับผลกระทบมากนัก โดยหันไปให้บริหารซื้อขายสินค้าอนุพันธ์ โกลด์ฟิวเจอร์ แทน และเร็วๆ นี้ บริษัทได้บริหารกองทุนส่วนบุคคลไปลงทุนต่างประเทศ

    “ฟิลลิปไม่มีนโยบายลดสาขา แต่พยายามให้มาร์เก็ตติงไปขายสินค้าอื่นๆ ให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ทดแทนรายได้จากตลาดหุ้น” นายสุชาย กล่าว

    นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหารบล.เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า ยอมรับว่าการทำธุรกิจหลักทรัพย์ปีนี้และปีหน้าจะยากลำบากมากขึ้นอีก เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยและตลาดหุ้นยังคงตกต่ำ

    แนวทางหนึ่งในการที่จะประคองตัวให้รอดพ้นภาวะตกต่ำได้คือ ต้องพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายและรัดเข็มขัดทุกอย่าง เช่น การยุบหรือควบรวมสาขาที่อยู่ใกล้เคียงกัน หรือสาขาที่มีค่าเช่าแพงๆ และเชื่อว่าแนวทางนี้เป็นสิ่งที่บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ ต้องดำเนินการ

    ทั้งนี้ บริษัทได้ปิดสำนักงานสาขาจำนวน 2 สาขา โดย ณ วันที่ 30 ก.ย. 2551 บริษัทมีสาขาย่อยจำนวน 22 สาขา ซึ่งลดลงจากสิ้นปี 2550 ที่มีอยู่ 24 สาขา
    ด้านแหล่งข่าวจากบล.บัวหลวง กล่าวว่า บริษัทใช้นโยบายลดขนาดของสาขาลง ส่วนปีนี้ที่เคยมีโครงการจะเปิด 4 แห่ง เช่นที่ภูเก็ตและระยองก็ไม่เปิด เพราะสภาพตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวย






  14. #14
    S2M Platinum Member
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    ที่อยู่
    Bangkok
    โพส
    942
    0
    รับคำขอบคุณ 11 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณคับผม

  15. #15
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ‘BEC’แถมปันผล20% ปีหน้ายันโตสวนเศรษฐกิจ


    วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551

    โพสต์ทูเดย์ — BEC ล่อจ่ายเงินปันผล เพิ่ม 20% จากกำไรพุ่ง ปีหน้าทั้งรายได้และกำไรโตสวนเศรษฐกิจชะลอ บริษัท หาจังหวะขึ้นราคาโฆษณา


    นายฉัตรชัย เทียมทอง ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) เปิดเผยว่า ปี 2551 บริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิเติบโตจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2,250 ล้านบาท ซึ่งดีกว่าที่คาดไว้มาก โดย 9 เดือนกำไรโต 24% คาดว่ารายได้ทั้งปีก็จะเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักจากปี 2550 ที่ทำได้ 7,000 ล้านบาท

    “ถ้าหากผลงานในไตรมาส 4 ออกมาดีอย่างที่คาด บริษัทก็จะสามารถจ่ายปันผลเพิ่มขึ้น 20% ได้ ซึ่งครึ่งปีที่ผ่านมาบริษัทได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.60 บาทต่อหุ้น โดยทั้งปี 2550 จ่ายเงินปันผล 1.10 บาทต่อหุ้น” นายฉัตรชัย กล่าว

    สำหรับแผนงานในปี 2552 รายได้ยังจะเติบโตกว่าปีนี้ เพราะมองว่าผู้ลงโฆษณายังมีการแข่งขันสูง เนื่องจากยังต้องการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค ประกอบกับยังเชื่อว่ารัฐจะใช้นโยบายประชานิยมทำให้เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม โดยรวม

    นอกจากนี้ บริษัทมีแผนปรับขึ้นค่าโฆษณา แต่ต้องรอให้สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมและการเมืองนิ่งเสียก่อน โดย ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับขึ้นค่าโฆษณา ทางอ้อม เช่น ให้ส่วนลดราคาโฆษณาน้อยลง เพิ่มราคาโฆษณาหากลูกค้าต้องการลงโฆษณาเป็นสินค้าตัวแรก
    สำหรับปีนี้ลูกค้าเก่าเพิ่มเม็ดเงินโฆษณา ขณะที่ก็มีลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามา ส่งผลให้รายได้จากค่าโฆษณาโตขึ้นกว่า 10% มาอยู่ที่ 90% จากปีก่อนที่ 85% ขณะที่สัดส่วนรายได้จากการจัดคอนเสิร์ตและจำหน่ายวีซีดีลดลง



  16. #16
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชี้"การบินไทย"ขาดทุน5พันล้าน


    โบรกประเมินการบินไทยขาดทุนไตรมาส 4/2551 กว่า 5 พันล้านบาท รับผลกระทบปิดสนามบิน แนะเลี่ยงลงทุน ชี้ราคา 7 บาทยังถือว่าแพง ประเมินโอกาสน้อยได้เงินค่าเสียหายจากการฟ้องร้องกลุ่มพันธมิตร 2 หมื่นล้านบาท


    นักวิเคราะห์ บล.เอเซียพลัส กล่าวว่า การที่บริษัทการบินไทยเรียกร้องค่าเสียหายมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท จากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ชุมนุมปิดสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ถือว่าเป็นมูลค่าที่ไม่สูงเกินไป

    "ค่าความเสียหายดังกล่าวเป็นเรื่องของอนาคต ซึ่งผลกระทบระยะยาว ยังไม่มีใครรู้ว่าจะมากน้อยแค่ไหน และที่เห็นได้ชัดในงวดไตรมาส 4/2551 คาดว่าจะต้องแบกขาดทุนมากกว่า 5 พันล้านบาท" นักวิเคราะห์กล่าว

    สำหรับคำแนะนำนั้น ให้หลีกเลี่ยงการลงทุน เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานไม่น่าสนใจ โดยเฉพาะฐานะการเงินที่ยังไม่ชัดเจนว่าปัญหาดังกล่าวจะดำเนินการแก้ไขอย่างไร และเชื่อว่ารัฐบาลคงต้องหาวิธีเข้ามาดูแล หากมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน

    ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทการบินไทยเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ประชุมได้ประเมินมูลค่าความเสียหาย จากการปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมืองเป็นเงิน 2 หมื่นล้านบาท จากการที่ต้องยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,000 เที่ยว และค่าเสียโอกาสในอนาคต คาดว่าอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสารในครึ่งแรกของปี 2552 มาอยู่ที่ 50% จากแผนที่วางไว้ 75% ของแต่ละเที่ยวบิน

    นักวิเคราะห์ บล.บัวหลวง กล่าวว่า ภาพรวมของบริษัทการบินไทยในปีนี้และปีหน้า จะแย่กว่าปี 2550 โดยเฉพาะตัวเลขผลประกอบการที่จะประสบปัญหาการขาดทุน ซึ่งเฉพาะรายได้ในส่วนที่ถูกปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ที่สูญเสียรายได้ประมาณ 5 พันล้านบาท และค่าเสียโอกาสในระยะยาว แต่ประเมินว่ามูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ที่มีการเรียกร้องค่อนข้างสูง และโอกาสที่จะได้รับคงยาก คงต้องใช้เวลานานกว่าข้อสรุปของความเสียหายจะมากน้อยขนาดไหน

    "ผลประกอบการของบริษัทการบินไทยในปีนี้ จะออกมาไม่ดีอยู่แล้ว ต้นปีถูกผลกระทบเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น จนราคาน้ำมันอ่อนตัวลงมา แต่มาถูกผลกระทบการปิดสนามบินอีก ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจโลกถดถอย การท่องเที่ยวซบเซา ทำให้ตัวเลขผลประกอบการน่าออกมาไม่ดีแน่นอน และยังไม่แนะนำให้ซื้อหุ้น แม้ว่าราคาหุ้นจะอยู่ในระดับต่ำเนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงจำนวนมาก ควรหลีกเลี่ยงการลงทุน" นักวิเคราะห์กล่าว

    นางสาวอาภาภร แสวงพรรค รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส (ประเทศไทย) กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าการเรียกร้องค่าเสียหายจากกลุ่มพันธมิตรคงไม่ได้ประโยชน์ เพราะผู้ถูกฟ้องร้องคงยอมให้ฟ้องล้มละลาย และเชื่อว่าภาครัฐคงต้องเข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยหากหนทางดำเนินการแก้ไขปัญหาในเรื่องของการหาแหล่งทุน เพื่อสร้างสภาพคล่องให้กับบริษัท แต่ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไร

    ขณะที่นางสาววชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า วงเงินค่าเสียหายที่การบินไทยเรียกร้องจำนวน 2 หมื่นล้านบาท ถือว่าไม่มากเกินไป เนื่องจากมีการพิจารณาถึงการเสียโอกาสในอนาคต ซึ่งโดยปกติเดือนธ.ค.-ก.พ. มีนักท่องเที่ยวเดินทางประมาณ 3-4 ล้านคน แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ปิดสนามบินทำให้ไม่มีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในประเทศไทยในระยะสั้น และมีโอกาสที่ลากยาวออกไปไม่น้อยกว่า 6 เดือน ทำให้บริษัทน่าจะได้รับผลกระทบในเรื่องของผลประกอบการที่จะประสบปัญหากับการขาดทุนต่อเนื่อง

    "การบินไทยคงต้องแบกขาดทุนต่อไป ใครจะเข้าให้รอดูสถานการณ์ก่อนเข้าลงทุน แม้ว่าปัจจุบันราคาหุ้นจะปรับตัวลงมาต่ำ 7 บาทยังไม่น่าสนใจและเชื่อว่ารอซื้อที่ 10 บาทก็ยังไม่สาย" ราคาหุ้นการบินไทยปิดตลาดวันที่ 4 ธ.ค.ที่ 6.95 บาท ลดลง 0.35 บาท




  17. #17
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ผู้ถือหุ้นใหญ่"ดราก้อนวัน"ลั่นใช้สิทธิเพิ่มทุน

    :
    "วิรัตน์ อุดมสินวัฒนา" ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ดราก้อน วัน ประกาศพร้อมใช้สิทธิรับหุ้นเพิ่มทุนตามสัดส่วน แต่ตั้งเงื่อนไขราคาในกระดานต่ำกว่าราคาเพิ่มทุนพร้อมสละสิทธิ์

    กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายวิรัตน์ อุดมสินวัฒนา ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ของบริษัทดราก้อน วัน กล่าวว่า การที่บริษัทเพิ่มทุนโดยการเสนอขายหุ้นให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาหุ้นละ 0.15 บาท นั้น ในฐานะผู้ถือหุ้นจะใช้สิทธิตามสัดส่วน

    เนื่องจากระดับราคาของหุ้นเพิ่มทุนอยู่ในอัตราที่ไม่สูงหากเทียบกับฐานะของบริษัทที่เป็นธุรกิจ Cash Company และไม่มีหนี้สิน รวมถึงโอกาสการลงทุนต่างๆ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ จึงยอมใช้สิทธิรับหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

    "เท่าที่สอบถามนาย จเรรัฐ ปิงคลาศัย ประธานกรรมการ บริษัทแล้ว ยังยืนยันที่จะเดินหน้าในโครงการลงทุนธุรกิจพลังงาน โดยเฉพาะโครงการลงทุนเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในการทำโรงไฟฟ้าที่ประเทศพม่า

    ซึ่งหากโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นตามที่ผู้บริหารได้คาดการณ์ไว้ ก็สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทในอนาคต อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาการเพิ่มทุนทุกครั้งก็จะใช้สิทธิเกินสัดส่วนที่ถือครอง แต่ครั้งนี้จะใช้สิทธิเท่าที่ได้ เนื่องจากภาพ รวมตลาดไม่ค่อยดีนัก" นายวิรัตน์กล่าว

    อย่างไรก็ตามหากเกิดกรณีที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลงแรงจนกระทั่ง ราคาในกระดานต่ำกว่าราคาหุ้นเพิ่มทุน คาดว่าจะขอสละสิทธิ์ และถ้าต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจะหันไปซื้อในตลาดแทน เพราะในฐานะนักลงทุนก็ต้องบาลานซ์ต้นทุนของการลงทุนให้มีความเหมาะสม และไม่น่าเป็นห่วงแม้ว่าหุ้นเพิ่มทุนจะขายหุ้นหมด บริษัทมีการเตรียมแผนเสนอขายให้กับนักลงทุนแบบเฉพาะจงแล้ว

    สำหรับการลงทุนในช่วงนี้โดยส่วนตัวได้ทยอยขายหุ้นออกไปเกือบหมดพอร์ตลงทุนแล้วเนื่องจากความผันผวนของตลาดทำให้บริหารพอร์ตลงทุนได้ยาก และนักลงทุนรายใหญ่ส่วนมากจะเน้นลงทุนเก็งกำไรระยะสั้นมากกว่าที่จะถือยาว

    เพราะไม่ปลอดภัย มีปัจจัยที่มีผลกระทบตลอดเวลา ส่วนหุ้นที่เหลืออยู่ในพอร์ตปัจจุบันเป็นหุ้นที่มีสัดส่วนการถือครองอยู่ระดับ 5% ขึ้นไป ประกอบด้วย หุ้นเอ็มพิคเจอร์ส หุ้นซีวีดี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และหุ้นดราก้อน วัน


    โครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทดราก้อน วัน ณ วันที่ 11 พ.ย.2551 ประกอบด้วยนายจเรรัฐ ปิงคลาศัย 65.01 ล้านหุ้น คิดเป็น 11.23% นายวิรัตน์ อุดมสินวัฒนา จำนวน 29.37 ล้านหุ้น คิดเป็น 5.07% นายจิรทีปต์ ญาณวิรุฬห์ฤทธิ์ จำนวน 15.44 ล้านหุ้น คิดเป็น 2.67% นายสืบพงษ์ เพ็ชรรัตน์ 15.02 ล้านหุ้นคิดเป็น 2.59% MR.IKUO ANO 14.50 ล้านหุ้นคิดเป็น 2.50%
    นางโสภาวดี บุณยรักษ์ 11.42 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.97%นายจักรกริช บุญประกาศิต 10.34 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.79 นายบุญประสิทธิ์ ตั้งชัยสุข 10 ล้านหุ้น หรือ 1.73% นายณรงค์ หวังเจริญวงศ์ จำนวน 8.96 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.55% และนายไพโรจน์ สิทธิมนต์อำนวย จำนวน 8.06 ล้านหุ้น คิดเป็น 1.39%




  18. #18
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    PS ได้ดีสุดภาษีบ้านต่อ

    รายงานโดย :เจียรนัย อุตะมะ:
    วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551

    นักวิเคราะห์คาดผลจากการยืดอายุ การลดหย่อนภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองออกไปอีก 1 ปี ถึงเดือนมี.ค. 2553 จะดีต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะบริษัท พฤกษาเรียล เอสเตท (PS)

    สถาบันวิจัยนครหลวงไทย (SCRI) ประเมินว่า ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์จะได้ประโยชน์ทั้งกลุ่ม โดยผู้ประกอบการแนวราบจะไม่เกิดความได้เปรียบผู้ประกอบการคอนโดมิเนียม เนื่องจากความต้องการทั้งตลาดจะชะลอตัวในปี 2552 ดังนั้นจะไม่เกิดการเร่งโอนและเร่งสร้างโครงการแนวราบ ดังเช่นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2551 และ ต้นไตรมาส 3 ปี 2551 และเงินส่วนเพิ่มที่ประหยัดได้ คาดผู้ประกอบการจะใช้ในการเพิ่มสภาพคล่อง และทําการส่งเสริมการขายเพื่อระบายสินค้าคงค้าง (Inventory) เดิมออกไป ซึ่งจะส่งผลให้ในไตรมาส 4 ปี 2551 เป็นต้นไป การแข่งขันจะรุนแรงมากขึ้น


    SCRI เลือกลงทุนในบริษัท เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP), PS จากพื้นฐานของงานในมือ (Backlog) แข็งแกร่ง และบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) เนื่องจากได้ประโยชน์ในแง่ของเม็ดเงินหมุนเวียนมากขึ้น

    “เชื่อว่ารัฐบาลควรเน้นนโยบายช่วยเหลือผู้บริโภค เช่น เน้นนโยบายด้านภาษีหรือขยายวงเงินกู้จะเป็นกุญแจสําคัญที่ช่วยรักษาการเติบโตของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ในการตัดสินใจซื้อ เช่น เน้นนโยบายด้านภาษีหรือขยายวงเงินกู้ เช่น เพิ่มวงเงินลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้จากเดิมวงเงิน 1 แสนบาทต่อปี

    หากมีการยืดอายุอีก 1 ปี ทั้งกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ประโยชน์ แนวราบจะได้ประโยชน์มากกว่าหากความต้องการเริ่มฟื้นตัวในปลายปี

    ด้านบล.ธนชาต ประเมินว่า ข่าวดังกล่าวน่าจะส่งผลบวกต่อกําไรปี 2552 ของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมาตรการภาษีทําให้ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานลดลงโดยตรงในปี 2551 ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์น่าจะมีอัตรา กําไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 3% ผลักดันโดยการประหยัดทางภาษี และราคาผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น

    “เราไม่ได้รวมปัจจัยบวกจากการขยายมาตรการกระตุ้นภาษีดังกล่าวในประมาณการของเรา เนื่องจากคาดว่าการขยายเวลาเป็นปัจจัยที่ช่วยบรรเทาการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายทางการตลาดของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่การตัดสินใจซื้อบ้านจะล่าช้าออกไป ขณะที่ธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น”

    อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้นําตลาด น่าจะสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ดีกว่า เนื่องจากมีสินค้าที่มีคุณภาพมากกว่า และมีฐานลูกค้าที่มีประวัติค่อนข้างดีกว่า

    ทั้งนี้บล.ธนชาต คาดว่ากําไรของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์น่าจะลดลงประมาณ 14% ในปี 2552 หลังจากกําไรขยายตัวเกือบ 30% ในปี 2551 แต่เชื่อว่ายังคงมีข่าวลบไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นผู้นําตลาดน่าจะได้รับส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้ PS เป็นบริษัทที่มีความเสี่ยงจากการไหลออกของเงินทุนน้อยที่สุด เนื่องจากผู้ก่อตั้งบริษัทยังคงถือหุ้นอยู่ 78%

    ด้านบล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เชื่อว่าหลักทรัพย์ที่อยู่อาศัยจะได้ประโยชน์จากการประหยัดภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ต่อไปอีก 1 ปี จากการศึกษาพบว่ากําไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15% ในปี 2552 และ 4% ในปี 2553 เทียบกับประมาณการเดิม หลังมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์รอบ 2 ออกมา

    อย่างไรก็ตาม ความต้องการซื้อบ้านในปี 2552 มีแนวโน้มชะลอตามเศรษฐกิจ การเมือง ข่าวดีนี้จึงอาจตอบรับแค่ระยะสั้น อีกทั้งมีแนวโน้มที่ว่าผู้ประกอบการจะใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้ ผันมาเป็นค่าใช้จ่ายส่งเสริมการตลาดเพื่อกระตุ้นให้ยอดขายดีขึ้น ตามแนวโน้มความซบเซาของอุตสาหกรรมในปีหน้า

    ราคาหุ้นน่าจะตอบรับในทางดี ดังนั้น บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส จึงแนะนําซื้อสูงสุด คือ บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH), PS และบริษัท ศุภาลัย (SPALI) ส่วนหลักทรัพย์อื่นๆ ที่ แนะนํา ซื้อ คือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) และบริษัท มั่นคงเคหะการ (MK)

    บล.ภัทร คาดว่า ค่าธรรมเนียมการโอนที่ลดลงจะช่วยให้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ประหยัดต้นทุนได้ 8-16% ในปี 2552 และจะช่วยชดเชยรายได้ที่อ่อนแอจากวิกฤตการเมืองในปัจจุบัน

    “เราคาดว่าภาษีที่ลดลงจะชดเชยยอดขายได้ 9-14% จากประมาณการปัจจุบัน จากที่คาดว่ายอดขายจะลดลง 15-25% ในปีหน้า”

    จากการสำรวจผู้ประกอบการพบว่า ผลจากการปิดสนามบินทำให้ลูกค้ามาเยี่ยมชมโครงการลดลง 30%

    อย่างไรก็ตาม บล.แห่งนี้ขอเข้าพบผู้ประกอบการเพื่อประเมินสถานการณ์ใน 2 เดือนข้างหน้าอีกครั้งก่อนจะมีประมาณการใหม่ออกมา โดยคาดว่าการเมืองและความมั่นใจของผู้บริโภคคือปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ขณะที่ผู้ประกอบการจะเลื่อนทำโครงการใหม่และลดราคาลงเพื่อรักษาสถานะเงินสด



  19. #19
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน






  20. #20
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  ScreenHunter_470.gif
ครั้ง: 2631
ขนาด:  49.6 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_471.gif
ครั้ง: 2623
ขนาด:  49.3 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_472.gif
ครั้ง: 2606
ขนาด:  46.3 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_473.gif
ครั้ง: 2595
ขนาด:  46.9 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_474.gif
ครั้ง: 2568
ขนาด:  5.2 กิโลไบต์

  21. #21
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    เติมรสเปรี้ยวให้สาวหวาน...
    แอฟ ทักษอร


    รายงานโดย :เรื่อง มอลลี่ / ภาพ อิน แมกกาซีน:
    วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

    “แอฟ-ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” จัดเป็นนางเอกสวยหวาน เรียบร้อย ยิ่งบทบาทที่เธอได้รับเล่นในละครแต่ละเรื่องล้วนส่งให้ภาพลักษณ์ของเธอเด่นขึ้น กลายเป็นนางเอกผู้น่าสงสาร น่าทะนุถนอม

    แต่ทำไมบรรดาพระเอกชอบทำร้ายจิตใจอยู่เรื่อยเลย (มอลลี่ ’รมณ์เสีย)

    ล่าสุดกับละคร “ใจร้าว” ที่กำลังดันเรตติ้งละครหลังข่าวช่อง 3 พุ่งแซงหน้าคู่แข่ง แอฟก็สวมบท “น้องเอย” ผู้น่าสงสารที่ถูกพี่วิก (รับบทโดย เคน-ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) ทำร้ายจิตใจ เนื่องมาจากความรัก (มาก) แต่ไม่เข้าใจกัน งานนี้ทั้งน้องเอยและพี่วิกจึงเขื่อนน้ำตาแตกตลอดเรื่อง


    เห็นแอฟสวยหวานกันจนชินตาแล้ว นิตยสารอิน (ฉบับล่าสุด) เลยเก็ตไอเดียเปลี่ยนลุคให้แอฟเป็นสาวเปรี้ยวดูบ้าง เพราะถูกใจดวงตาสวยเฉี่ยวของเธอนั่นเอง แฟชั่นเซตนี้จึงได้เห็นแอฟในลุคที่ดูทะมัดทะแมง แต่ก็ยังไม่ทิ้งตัวตนความเป็นแอฟที่ยังคงความหวานอยู่

    และนอกจากแฟชั่นสวยๆ แล้ว ยังมีบทสัมภาษณ์อัพเดตชีวิตของแอฟอีกด้วย มอลลี่ยกมาให้อ่านเป็นกับแกล้มถ้าอยากดูและรู้เรื่องราวส่วนตั๊วส่วนตัวของแอฟต้องหาดูกันเอาเองที่ อิน แมกกาซีน


    “แอฟเลี้ยงแมวตัวหนึ่งชื่อ ‘นินจา’ เลี้ยงเป็นลูกเลยค่ะ อยู่ด้วยกันมาเกือบ 3 ปีแล้ว นอนด้วยกันตลอด จนเขาติดเรามาก ก่อนออกจากบ้านแอฟต้องพูดกับเขาดีๆ ลูบหัว ถ้าออกไปโดยไม่สนใจเขาจะมีปฏิกิริยา ปกติเขาจะอึหรือฉี่เป็นที่เป็นทาง แต่ถ้าทำให้เขาไม่พอใจ เขาจะระเบิดอึทันที พ่อแอฟเคยดุไปครั้งหนึ่ง กลับมาบ้านก็เจอเลย เป็นสัตว์ที่ตลกดีค่ะ”

    ในละครต้องใจร้าวสุดๆ แต่สำหรับชีวิตจริงแล้วแอฟแฮปปี้สุดๆ เพราะข่าวฉาวก็ไม่ค่อยมี มีแต่ละครและงานโฆษณาที่ปีนี้เธอรับทรัพย์อื้อ


  22. #22
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    looking พาหนุ่มๆชมแผงหนังสือ...
    www.magazinedee.com



    MAXIM vol. 4 no. 48 December 2008
    ข้อความบนปก : ARAYA ชมพู่...สวยทุกที่ โสดทุกเวลา No One Born To Be Bad ชีวิตใหม่ในบ้านกาญจนาฯ Teach All The Time ชำแหละเทคโนโลยีจากอดีตสู่อนาคต Plus+ สินเจริญเชิญทุกคน(อ่าน) ถ้าเธอใช่...ต้องใส่เกียร์เดินหน้า MTM Audi S5


    CHOMPOO ARAYA IS EVERYTHING NAUGHTY AND NICE!
    หลายคนยกให้ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต เป็นสาวฮอตของวงการบันเทิง นั่นเพราะฝีมือการเล่นละครอันยอดเยี่ยมแบบเข้าถึงบทบาท บวกกับลุกที่ดูร่าเริง น่ารัก สดใส และแอบเซ็กซี่ ทำให้หนุ่มๆ มองซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีทางเบื่อ ก็เพราะอย่างนี้แหละ MAXIM เลยรีบดึงตัวชมพู่มาถ่ายแฟชั่นปกอีกครั้ง และสาวน้อยมหัศจรรย์คนนี้ ก็ร่ายมนต์สะกดให้ทุกคนที่พบเห็น ตกหลุมรักอีกแล้ว










  23. #23
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    THE SEDUCTION OF UNREASON
    ซานตี้ส่งท้ายปีของเราในฉบับนี้ มีนามว่า ซานตี้-แคเธอลีน นางแบบสาวลูกครึ่งไทย ผู้หลงรักวัฒนธรรมไทย อาหารไทย เมืองไทย และที่ขาดไม่ได้คือหนุ่มไทย ซึ่งเธอแอบเฉลยว่า Looks so yummy!!! (น่าหม่ำใจจะขาด) และย้ำว่า 5 เดือนที่ผ่านมา หนุ่มๆ ไทยแสดงให้เห็นถึงความน่ารักนะ...แต่ไม่ค่อยแสดงออก!



    HIT ME! AV ANT GARDE NATASHA
    สาวคนนี้ช่างทำให้เราเข็ดฟัน Natasha Yi สาวลูกครึ่งเกาหลี คือเลือดเอเชียสุดฮอตอีกคนหนึ่งในแวดวงฮอลลีวูดขณะนี้ ความเปรี้ยวจี๊ด ซ่า สุดก๋ากั่น แถม (กล้า) เซ็กซี่พิฆาตใจ คือสิ่งที่ทำให้เราจะต้องเสี่ยงยังไงก็ยอม พร้อมจะเสี่ยงกับเราหรือยัง?




  24. #24
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน



    MiX vol. 3 no. 25 December 2008
    ข้อความบนปก : 2nd Anniversary Special Prizes!!! ลุ้นของรางวัลมูลค่ากว่า 1.5 แสน

    MiX
    นิตยสารผู้ชายและไลฟ์สไตล์ รายเดือน
    ISSN 1905-7008 ราคา 140 บาท
    บริษัท มิตรมายา จำกัด



    Welcome to the Private Party โดย ตอง ภัครมัย โปตระนันทน์, สา มาริสา อานิต้า
    ครบรอบ 2 ปีทั้งทีก็ต้องมีอะไรพิเศษๆ มาฝากกันหน่อยครับ ปัญหาอยู่ที่ว่าเราควรจะทำอย่างไรกับเล่มพิเศษเล่มนี้ดี ใครบางคนเสนอความเห็นออกมาว่า ถ่ายนางขึ้นปก 2 คนไปเลย ฟังดูเข้าท่าครับ แต่ก็นั่งคิดกันอยู่นานว่าควรจะเป็นใครดี เพราะเรากะว่าครั้งนี้คอนเส็ปต์ต้องแรงสุดๆ ไม่กี่วันเราก็เจอสาวที่จะมาถ่ายแบบให้เรา เธอคือ นักร้องสาวสุดสวยเสียงดีที่หันมาเอาดีทางการเดินแบบและงานแสดงอย่าง ตอง ภัครมัย โปตระนันทน์ และนางแบบลูกครึ่งที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันมานานอย่าง สา มาริสา อานิต้า






  25. #25
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    Best of the Beauty by Bluetooth Jabra โดย Aticha Pongsilpipat






    I Love Carnation by Miss Lily โดย Tina Pimsiri Pakdee







  26. #26
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    Enjoy Weekend คร้าบบบ

    ....


  27. #27
    S2M Platinum Member
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    958
    0
    รับคำขอบคุณ 2 ครั้ง

    มาตรฐาน


  28. #28
    S2M Platinum Member
    สมัครเมื่อ
    03 Oct 2008
    โพส
    2,653
    0
    รับคำขอบคุณ 8 ครั้ง

    มาตรฐาน


  29. #29
ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 11:21.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com