ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 8 จากทั้งหมด 8

กระทู้: 3 เซียนหุ้น 'ตีแตก' ดวง 'SET Index' ปี 2552

  1. #1
    สต็อคทูม รูปส่วนตัว sms
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,024
    0
    รับคำขอบคุณ 14 ครั้ง




    Thumbs up 3 เซียนหุ้น 'ตีแตก' ดวง 'SET Index' ปี 2552

    3 เซียนหุ้น 'ตีแตก' ดวง 'SET Index' ปี 2552

    เปิดมุมมอง 3 เซียนหุ้นชื่อดัง "หมอบุญ" น.พ.บุญ วนาสิน "เสี่ยป๋อง" วัชระ แก้วสว่าง และ "เสี่ยปู่" สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล มองทิศทางตลาดหุ้นปี 2552 ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่ดำเนินไปอย่างเข้มข้น

    กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์


    นายแพทย์บุญ วนาสิน:

    นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริหารเครือราชธานี กรุ๊ป และเจ้าของโรงพยาบาลปิยะเวท ในฐานะนักลงทุนรายใหญ่ผู้คร่ำหวอดในตลาดหุ้นมานานหลายสิบปี แสดงความเห็นว่า ตลาดหุ้นในปี 2552 ถือว่าค่อนข้างน่าเป็นห่วงมาก เนื่องจากจะมีปัจจัยลบคอยรุมเร้า SET Index หลากหลายปัจจัยด้วยกัน ไล่ตั้งแต่

    หนึ่ง ปัญหาทางการเมือง ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่ต้องติดตาม ขณะเดียวกันหากรัฐบาลไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่แรงพอ ต่างชาติก็คงไม่เชื่อมั่น และประชาชนคงไม่มีอารมณ์ออกมาจับจ่ายใช้สอย เพราะบรรยากาศเศรษฐกิจและการเมืองไม่เอื้ออำนวย

    สอง ปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอย เริ่มมีแนวโน้มน่ากลัวกว่าที่คิดไว้มาก เพราะวันนี้ธุรกิจได้รับผลกระทบเริ่มเผยตัวออกมาแล้วหลายอุตสาหกรรม

    สาม ปัญหาภาวะเงินฝืด อาจจะเกิดขึ้นได้ในปี 2552 เนื่องจากสถาบันการเงินเริ่มส่งสัญญาณเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อ เพราะหวั่นว่าจะเกิดปัญหาเอ็นพีแอล

    สี่ ปัญหาภาคการส่งออก เบื้องต้นประเมินว่า ปีหน้าตัวเลขการส่งออกจะออกมาไม่ดี ทั้งอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ สุดท้าย คือ ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เช่น ราคาข้าว ปาล์ม และยางพารา เป็นต้น

    "ตลาดหุ้นปี 2552 จะดีจะชั่ว ขึ้นอยู่กับปัจจัยการเมืองเป็นอันดับแรก ดูอย่างในปีนี้ ความจริง SET Index ต้องยืน 500-600 จุด แต่พอเจอปัญหานี้ก็ร่วงไม่เป็นท่า"

    หมอบุญ มองว่า แม้ปี 2552 ตลาดหุ้นไทยจะเจอแต่เรื่องร้ายๆ จนอาจทำให้ SET Index ลงไปที่ระดับ 350 จุด แต่ถ้าหากรัฐบาลออก สองมาตรการหลัก ก็อาจทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดีได้ คือ

    หนึ่ง รัฐบาลต้องใช้เงินเพื่อเดินหน้าทำโครงการเมกะโปรเจคให้เป็นรูปธรรม

    สอง ต้องปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ลดภาษีนิติบุคคล และภาษีบุคคลธรรมดา เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งวิธีนี้ประเทศสิงคโปร์เคยใช้ได้ผลมาแล้ว

    “ถ้าเราไม่ช่วยเหลือตัวเอง อย่าหวังว่าจะได้เห็นตลาดหุ้นแจ่มใส เพราะนักลงทุนต่างชาติคงไม่ขนเงินกลับมาลงทุนในตลาดหุ้นไทยง่ายๆ แต่ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง เพราะนักลงทุนจากประเทศจีน และฮ่องกง อาจหันมาซื้อหุ้นไทยมากขึ้นก็ได้”

    หมอบุญ แนะนำว่า ให้นักลงทุนเลือกซื้อ “หุ้นบลูชิพ” ทยอยเก็บเข้าพอร์ตได้เลย เลือกตัวที่ราคาปรับลดลงไปต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานมากๆ ให้เน้นหุ้นที่มีผลประกอบการขยายตัวดี หรือกำไรลดลงน้อย และตัวที่จ่ายเงินปันสม่ำเสมอ เช่น หุ้นกลุ่มอาหารส่งออก กลุ่มนี้ได้รับผลกระทบไม่มาก เพราะคนยังต้องกินต้องใช้

    นอกจากนั้น ยังมีกลุ่มโรงพยาบาลที่ยังไปได้ต่างชาตินิยมเดินทางมารักษาตัวในเมืองไทย ค่ารักษาพยาบาลเราต่ำ ส่วนกลุ่มพลังงานราคาหุ้นปรับตัวลดลงมามากเกินไป

    “ปี 2552 จะเป็นปีแห่งการซื้อหุ้นบลูชิพ แล้วถือยาว 6 เดือน ถึง 1 ปี โดยให้แบ่งเงินมา 20% เพื่อซื้อหุ้น ที่เหลือ 80% ให้นำไปฝากแบงก์ นอกจากนี้ ให้ "หลีกเลี่ยง" เข้าเล่นหุ้นสถาบันการเงิน เพราะโอกาสที่หนี้เสียจะเพิ่มขึ้น 5-7% มีสูงมาก โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากกำลังซื้อหด ทำให้ขายสินค้าไม่ได้"

  2. #2
    สต็อคทูม รูปส่วนตัว sms
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,024
    0
    รับคำขอบคุณ 14 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ด้าน วัชระ แก้วสว่าง หรือ “เสี่ยป๋อง” มองตลาดหุ้นในปี 2552 ว่า คงต้อง "ถอนหายใจยาวๆ" จะมีปัจจัยลบต่อคิวคอยมากดดันตลอดเวลา โดยเฉพาะตัวเลขทางเศรษฐกิจที่วันนี้ยังไม่รู้จะมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ถ้าออกมา “ขี้เหร่” ตลาดหุ้นโดนก่อนเพื่อนแน่นอน

    ชื่อ:  K Pong.jpg
ครั้ง: 3392
ขนาด:  9.1 กิโลไบต์

    สิ่งหนึ่งที่ทำให้คิดว่า อาจมีเรื่องร้ายๆ เข้ามากระทบตลาดหุ้น เป็นเพราะวันนี้เริ่มมีสัญญาณไม่ดีเกิดขึ้นแล้ว ที่สำคัญบริษัทหลายแห่งเริ่มปรับตัวสู้วิกฤติเศรษฐกิจอย่างบริษัทของเพื่อนก็มีการปรับปรุงองค์กร ด้วยการปรับลดพนักงานออก

    เพราะฉะนั้น ถ้ามองตลาดหุ้นปี 2552 จะได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกหนักหน่วงเท่าไร ให้นักลงทุนจับตาดูปัจจัยทั้ง 5 ดังต่อไปนี้

    1. ตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (gdp) ถ้าออกมาต่ำกว่า 3% ก็ “ตัวใครตัวมัน”

    2. สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะเพิ่มขึ้นมากหรือ

    3. ค่าเงินบาทจะอ่อนลงไปอีกหรือไม่

    4. ทิศทางราคาน้ำมัน

    5. ราคาทองคำ

    ถ้าถามว่า นักลงทุนควรเล่นหุ้นอย่างไรท่ามกลางภาวะข่าวร้ายที่คอยกดดัน โดยส่วนตัวคิดว่า ต้องใช้กลยุทธ์ “ซื้อตอนหุ้นตก...ขายตอนมีกำไรหรือขาดทุน” น่าจะเหมาะกับสถานการณ์แบบนี้ ที่สำคัญต้องติดตามเหตุการณ์ทั้งในและนอกประเทศอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าจะหวังเล่นหุ้นเพื่อกอบโกยความร่ำรวยเร็วๆ คงเป็นไปไม่ได้ เพราะลำพังทุกวันนี้จะหาเงินกินขนมยังยากเลย

    “เมื่อเห็นๆ กันอยู่ว่าตลาดหุ้นจะมีแต่เรื่องร้ายๆ ก็ขอให้นักลงทุนปรับตัว ด้วยการหันมาเล่นหุ้นลงทุนในระยะสั้นๆ แทนการถือยาว ที่สำคัญต้องรู้จัก “ประหยัด” ใครที่คิดจะซื้อบ้าน ถ้าไม่มีเงินสดพับแผนไปก่อนเลย หลังจากนี้ อีก 5-7 เดือน ค่อยมาว่ากันใหม่ เพราะสถานการณ์อาจเปลี่ยนไปแล้วก็ได้”

  3. #3
    สต็อคทูม รูปส่วนตัว sms
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    3,024
    0
    รับคำขอบคุณ 14 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ด้าน สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล หรือ "เสี่ยปู่" มองว่า ตลาดหุ้นปี 2552 คงโดนหลากหลายปัญหารุมเร้า ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการเมืองที่วันนี้ยังดูไม่ออกว่าจะจบอย่างไร และไม่รู้ว่าภาคการส่งออกจะมีหน้าตาเป็นแบบไหน

    ชื่อ:  K Puu.jpg
ครั้ง: 1658
ขนาด:  12.7 กิโลไบต์

    “แต่ถ้ารัฐบาลออกมาตรการต่างๆ เช่น ลดดอกเบี้ย ลดภาษี ฯลฯ อาจช่วยให้ตลาดหุ้นกระเตื้องขึ้นมาได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งมองว่าผลประกอบการของ “หุ้นบลูชิพ” หลายตัวก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในเชิงลบมากนัก โอกาสที่จะได้กำไรจากการลงทุนก็ยังพอมีให้เห็น”

    เสี่ยปู่ มองในแง่บวกว่า ในปี 2552 จะเป็นปีแห่งการซื้อหุ้นแล้วถือยาว 3-5 ปี ถือแบบลืมๆ ไปเลยยิ่งดี เพราะในช่วงนี้ถ้าจะหวังมีกำไรจากการลงทุนมากๆ คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าต้องการได้รับเงินปันผลสม่ำเสมอก็คงไม่ยาก

    อย่างหุ้น qh ถ้าใครมีเงินก็ให้เข้ามาเก็บ เพราะเขามีฐานะการเงินดีขึ้นมาก ส่วนผู้บริหารมีวิสัยทัศน์หันมาเจาะตลาดสำนักงานให้เช่า ทำให้เขามีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ แม้จะมีความเสี่ยงเรื่องเงินกู้อยู่บ้าง

    หุ้น mint เป็นอีกตัวที่น่าสนใจ เพราะเขาเติบโตเร็วมาก หลังจากหันไปขยายงานในต่างประเทศ มันบ่งบอกว่าผู้บริหารมีฝีมือ แต่พอเจอเศรษฐกิจถดถอย การเมืองเป็นอย่างนี้ ก็ทำให้กำไรลดลงไปบ้าง แต่เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม อีกตัวที่จะยกตัวอย่าง เช่น หุ้น lpn ก็น่าลงทุน เพราะวันนี้ราคาหุ้นถูกมาก (ลากเสียงยาว) ใครมีเงินซื้อไว้เลยรับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

    "สิ่งหนึ่งที่ทุกคนต้องยอมรับ คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเจอเรื่องเลวร้าย ฉะนั้นควรใช้เงินอย่างระมัดระวัง ถ้ามีเงิน 100 บาท ก็นำมาลงทุนตลาดหุ้น 80% เพื่อลงทุนระยะยาว 5 ปี ที่เหลืออีก 20% ก็เก็บไว้เป็นเงินสด เพื่อรอช้อนหุ้นดีถ้าราคาตกลงมาอีก ผมมองว่าระยะยาวยังไงก็ดีกว่าฝากแบงก์"

  4. #4
    S2M Sexy Member รูปส่วนตัว kokae
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    15,585
    850
    รับคำขอบคุณ 297 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณครับ

  5. #5
    S2M Platinum Member
    สมัครเมื่อ
    03 Oct 2008
    โพส
    2,653
    0
    รับคำขอบคุณ 8 ครั้ง

    มาตรฐาน


  6. #6

    Smile

    ... บุญรักษาครับ : )

  7. #7
    S2M Gold Member
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    1,150
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณครับ

  8. #8
    S2M Gold Member รูปส่วนตัว khun9
    สมัครเมื่อ
    09 Sep 2008
    โพส
    1,362
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน


    .... thank you ka ....

ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 19:02.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com