ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 30 จากทั้งหมด 30

กระทู้: ข่าวHot วันพฤหัสฯ....

  1. #1
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง




    Talking ข่าวHot วันพฤหัสฯ....

    ทำไมไม่ลองมามองstock2morrowจากมุมข้างในออกไปข้างนอกบ้างล่ะ ??
    ร่ำรวยอย่างยั่งยืน ร่วมสังคมหุ้นคุณภาพ รับสิทธิ์พิเศษมากมาย
    สมัครสมาชิกStock2morrowวันนี้เพียง 83.33บาท !!
    คลิ๊ก



    สิทธิที่สมาชิกรายปีStock2morrow จะได้รับ....คลิ๊ก










    ฝรั่งดันต่อ!!
    ดัชนีหุ้นวันที่ 13 พ.ค. 52 ปิดที่ 552.71 จุด เพิ่มขึ้น 8.17 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 33,856.90 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,627.96 ล้านบาท

    บล.ทรีนีตี้มองแนวโน้มระยะสั้นคาดว่า ดัชนีจะปรับตัวขึ้นได้อีกแต่คงไม่มาก เพราะมีความเสี่ยงจากการขายทำกำไรของนักลงทุนที่เข้ามาซื้อช่วงแรกซึ่งมีกำไรพอสมควรแล้ว ขณะที่เงินทุนที่ไหลเข้าอาจไหลออกได้ทุกเมื่อหากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ

    แนะนักลงทุนซื้อหุ้นพื้นฐานดีและมีสตอรี่หรือมีข่าวดีหนุน โดย เฉพาะหุ้น PTTAR ที่ไตรมาส 1/52 มีกำไรสุทธิพุ่ง 1,742.49 ล้านบาท และคาดว่าไตรมาส 2 จะมีผลกำไรดีขึ้นอีก

    บล.พัฒนสินมองดัชนีมีโอกาสบวกได้ต่อ โดยหุ้นพลังงานยังเป็นพระเอก รวมทั้งคาดว่า กนง.จะประกาศลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% แนะกลยุทธ์ให้เทรดดิ้งหุ้นกลุ่มรับเหมา, ปิโตรเคมี และสถาบันการเงิน

    ปิดท้าย งานเสวนา "หุ้นขึ้นเหนือ 500 จุด...ขาขึ้นจริงหรือ" อาภาภรณ์ แสวงพรรค จาก ดีบีเอส วิคเคอร์สชี้ว่า ดัชนีมีโอกาสพักฐานมาที่ 500 จุด แม้ทิศทางตลาดจะดี มีเงินไหลเข้า แต่มีความเสี่ยงว่าระยะใกล้ๆนี้ต่างชาติอาจดึงเงินกลับไปใช้ในการเพิ่มทุนสถาบันการเงินของสหรัฐฯที่ผลการทดสอบ Stress test ประเมินว่าจะต้องใช้เงินในการเพิ่มทุนประมาณ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งการระดมทุนน่าจะเกิดขึ้น 1-2 เดือนข้างหน้า

    จึงเป็นข้อกังวลว่าเงินทุนต่างชาติอาจถูกดึงกลับซึ่งถือเป็นความเสี่ยงของหุ้นไทย ขณะที่ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นมามากถึง 150 จุดแล้วทำให้โอกาสการปรับขึ้นของดัชนีมีน้อยกว่าการปรับลง ดังนั้นหากผู้ลงทุนมีหุ้นในมือ แนะให้ทยอยขาย

    ด้าน "อภิสิทธิ์ ลิมป์ธำรงกุล" จาก บล.เกียรตินาคินระบุว่า ช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ หุ้นไทยอาจปรับฐานลงมาที่ 500-510 จุด หรือลดลงมา 30-40 จุดจากปัจจุบัน จึงแนะให้ทยอยขาย และมากำหนดกลยุทธ์การลงทุนอีกครั้งในช่วงที่ดัชนีลงมาที่ 500 จุด.


    อินเด็กซ์ 51




  2. #2
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล. เคทีซีมิโก้ชี้ดัชนีหุ้นไทยพุ่งเกินคาด
    แต่ยังสามารถเก็งกำไรได้

    นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในช่วงนี้มีทิศทางการเคลื่อนไหวที่น่าประหลาดใจ เนื่องจากก่อนหน้านี้คาดว่าเมื่อดัชนีปรับเพิ่มขึ้นมาแตะที่ระดับ 550 จุด ก็น่าจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาหรือมีการปรับฐานแล้ว

    วานนี้แม้ว่าดัชนีจะย่อตัวลงเล็กน้อย แต่ก็ยังมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้งจากกระแสคาดการณ์ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงการคาดหวังว่าจะมีเม็ดเงินต่างชาติกลับเข้ามาอีก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วควรเป็นจังหวะเวลาที่จะขาย เพราะราคาหุ้นหลายตัวขึ้นมาสูงและไม่ได้ถูกอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีหุ้นไทยยังสามารถยืนเหนือระดับ 550 จุดได้ ก็น่าจะมีแนวต้านถัดไปที่ 570 จุด

    นายเจริญแนะนำว่า ในช่วงนี้ไม่ได้เป็นจังหวะในการเข้าลงทุนของนักลงทุนระยะยาว แต่เป็นตลาดที่เหมาะกับการเก็งกำไร (Trading) ซึ่งควรเล่นตามน้ำหรือไม่ฝืนตลาด และต้องกล้าตัดขาดทุนหากราคาหุ้นไม่เป็นไปตามคาด


    ดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิดที่ 552.71 จุด เพิ่มขึ้น 8.17 จุด หรือ 1.50% ด้วยปริมาณการซื้อขายที่ 33,856.90 ล้านบาท

    - นักลงทุนสถาบันในประเทศ ขายสุทธิ 964.20 ล้านบาท

    - นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิ 1,625.86 ล้านบาท

    - นักลงทุนรายย่อย ขายสุทธิ 661.66 ล้านบาท




    -Money Channel โดยวาสิฏฐี อนุกูล Email: wasittee@set.or.th







  3. #3
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ต่างชาติพลิกกลับมาซื้อกว่า1,600ล้านบาท

    น่าสนใจกับการลุยหุ้นไทยของต่างชาติในรอบนี้ต่อเนื่อง !!



    ชื่อ:  ScreenHunter_144.gif
ครั้ง: 1766
ขนาด:  17.5 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_147.gif
ครั้ง: 1739
ขนาด:  26.9 กิโลไบต์

    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  4. #4
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ดาวโจนส์ดิ่งกว่า 180 จุด น้ำมันดิบร่วง 83 เซนต์



    สหรัฐ 14 พ.ค. - ตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งลงกว่า 180 จุด หรือกว่า 2%
    หลังยอดขายปลีกในเดือนที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้าที่วางไว้

    ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีดิ่งลงอย่างหนักจากแรงขายของนักลงทุนที่ผิดหวังข้อมูล
    ของกระทรวงพาณิชย์ ที่รายงานยอดจำหน่ายสินค้าปลีกในเดือนเมษายนที่ผ่านมาลดลง 0.4%
    ชี้ว่าผู้บริโภคยังลังเลที่จะใช้จ่ายเงินมากขึ้น เนื่องจากไม่มั่นใจในสภาพเศรษฐกิจของประเทศ
    สอดคล้องกับผลประกอบการไตรมาสแรกของห้างสรรพสินค้าเมซีย์
    ที่ขาดทุนถึง 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ



    ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.77 พันล้านหุ้น
    มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 2,745 ต่อ 337
    ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.37 พันล้านหุ้น

    ควินซี ครอสบี นักวิเคราะห์จาก The Hartford เปิดเผยว่า
    ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กซบเซาลงทันทีหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ
    รายงานว่ายอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ร่วงลง 0.4% ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงติดต่อกัน 2 เดือน
    และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่ายอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ของสหรัฐจะย่ำฐานทรงตัว

    RealtyTrac Inc เปิดเผยว่า จำนวนบ้านถูกบังคับจำนองในสหรัฐพุ่งทำระดับสูงสุด
    เป็นประวัติการณ์เดือนที่ 2 ติดต่อกันในเดือนเม.ย. หลังธนาคารหลายแห่งเร่งยึดบ้านจาก
    เจ้าของบ้านที่ไม่สามารถผ่อนบ้านต่อไปได้ โดยในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมามีบ้านถึง 342,038 หลัง
    ที่ถูกบังคับจำนอง หรือ ถูกยึด ซึ่งถือเป็นตัวเลขรายเดือนที่มากที่สุดนับตั้งแต่ทางบริษัทเริ่ม
    รายงานตัวเลขดังกล่าวในปี 2548 และแคลิฟอร์เนียเป็นรัฐที่มีบ้านหลุดจำนองมากที่สุด

    "สิ่งที่เกิดขึ้นคือผลพวงจากอัตราว่างงานที่พุ่งสูง ตราบใดที่ปัญหาว่างงานยังไม่ได้รับ
    การแก้ไข จำนวนบ้านที่ถูกบังคับจำนองก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" นิโคลาส เร็ตซินาส ผู้ศึกษาตลาด
    อสังหาริมทรัพย์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าว

    อัตราว่างงานที่พุ่งสูงขึ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยลบที่สกัดกั้นช่วงขาขึ้นในตลาดหุ้นนิวยอร์ก
    มาโดยตลอด โดยอัตราว่างงานเดือนเม.ย.อยู่ที่ระดับ 8.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วง
    ปลายปี 2526 ส่วนตัวเลขจ้างงานในเดือนเม.ย.ร่วงลง 539, 000 ตำแหน่ง ซึ่งทำสถิติลดลง
    น้อยที่สุดในรอบ 6 เดือน หลังจากที่เคยทรุดฮวบลง 699,000 ตำแหน่งในเดือนมี.ค.
    และน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะดิ่งลง 610,000 ตำแหน่ง

    นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า อัตราว่างงานในปี 2554 จะพุ่งขึ้นแตะระดับเฉลี่ยที่
    8.5% หลังจากพุ่งขึ้นแตะระดับ 9.6% ในปี 2553 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้
    โดยโจชัว ชาปิโร หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Maria Fiorini Ramirez Inc กล่าวว่า
    "ภาวะตึงตัวในตลาดแรงงานสหรัฐจะยืดเยื้อยาวนานออกไปอีก ซึ่งยิ่งตลาดแรงงานตึงตัวมาก
    เท่าใด ตัวเลขการใช้จ่ายผู้บริโภคก็จะยิ่งหดตัวมากขึ้น และสถานการณ์เช่นนี้จะขัดขวางการ
    ฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ"

    นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้
    รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย.,
    ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.

    ทั้งนี้ นักลงทุนขายหุ้นทั่วกระดาน ซึ่งหุ้นค้าปลีกร่วงลงหนักสุด โดยหุ้นวอล-มาร์ทซึ่ง
    เป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของโลกร่วงลง 1.2%
    หุ้นทาร์เก็ตดิ่งลง 4.8%
    ส่วนดัชนี S&P หุ้นกลุ่มค้าปลีกร่วงลง 3.3%

    ส่วนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตขนาดใหญ่ถูกเทขายเช่นกัน
    โดยหุ้น 3M ร่วง 4.4%
    และหุ้นยูไนเต็ด เทคโนโลยีส์ คอร์ป ปิดลบ 3.5%
    ขณะที่หุ้นแอปเปิลร่วงลง 4%

    หุ้นเมิร์คปิดบวก 2.8%
    หุ้นไฟเซอร์ปิดบวก 2.3%
    อย่างไรก็ตาม หุ้นเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) ปิดบวก 5.2% เนื่องจากแรงซื้อเก็งกำไร


    ชื่อ:  ScreenHunter_148.gif
ครั้ง: 1714
ขนาด:  15.0 กิโลไบต์

    ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์
    ลดลง 83 เซนต์ ไปอยู่ที่ระดับ 58.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

    ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ดิ่งลง 184.22 จุด ไปปิดที่ระดับ 8,284.89 จุด
    แนสแดคปิดที่ระดับ 1,664.19 จุด ลดลง 51.73 จุด
    และเอสแอนด์พีปิดที่ระดับ 883.92 จุด ลดลง 24.43 จุด

    ชื่อ:  ScreenHunter_149.gif
ครั้ง: 1685
ขนาด:  13.4 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_150.gif
ครั้ง: 1689
ขนาด:  31.8 กิโลไบต์

    สำนักข่าวไทย
    สำนักข่าวอินโฟเควสท์

  5. #5
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้

    ติดตามตัวเลขดัชนีราคาผลผลิตและตัวเลขขอรับสวัสดิการว่างงานในคืนนี้
    จากที่ยอดขายปลีกถล่มดาวโจนส์ในคืนที่ผ่านมา..




  6. #6
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ข่าวหน้า 1

    ชื่อ:  ScreenHunter_151.gif
ครั้ง: 1694
ขนาด:  18.7 กิโลไบต์



  7. #7
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ไฟเขียวคลังกู้เวิล์ดแบงก์
    พันล.เหรียญฟื้นศก.


    ครม.ไฟเขียวคลังกู้เงินธนาคารโลก 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ ฟื้นเศรษฐกิจและพัฒนาฐานราก

    นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้กระทรวงการคลังกู้เงินจากธนาคารโลก 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หลังจากได้เคยอนุมัติในหลักการให้กู้เงินจาก ธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือเอดีบี และองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือไจก้า วงเงิน 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 72,000 ล้านบาท หลังจากนี้ให้นำร่างสัญญาเงินกู้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา โดยเงินดังกล่าวมีระยะเวลา 20 ปี ปลอดหนี้ 8 ปี ปรับดอกเบี้ยทุก 6 เดือน อ้างอิงจากดอกเบี้ยลอยตัวสกุลเงินสหรัฐ เฉลี่ย 15 ปี ที่ร้อยละ 3.55


    นอกจากนี้ อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทยต่อสัญญาเงินกู้วงเงิน 800 ล้านบาทกับธนาคารกรุงไทย ออกไปอีก 1 ปี โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพราะคาดว่าการรถไฟฯ จะขาดทุนในปีนี้ 11,536 ล้านบาท จึงต้องการให้มีเงินสำรองใช้หมุนเวียนในองค์กร





  8. #8
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    เลื่อนถกอาเซียน

    นายกรัฐมนตรี รอเวทีเจ้าหน้าที่อาวุโสกำหนดจัดประชุมอาเซียน-คู่เจรจาใหม่


    นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนบวกประเทศคู่เจรจา ที่กำหนดในวันที่ 13-14 มิถุนายน ต้องเลื่อนออกไปก่อน และคาดว่าจะประชุมได้ในเดือนตุลาคม แต่ไม่กระทบกับการทำข้อตกลงต่าง ๆ ระหว่างอาเซียนกับออสเตรเลีย อาเซียนกับจีน เพราะมีช่องทางในระดับเจ้าหน้าที่และรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ที่สามารถดำเนินการให้ลุล่วงไปได้ภายในเดือนกรกฎาคม

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เหตุผลที่บางประเทศไม่สะดวกจะเดินทางมาเป็นเพราะติดการเลือกตั้งใหญ่ภายใน และการเลือกตั้งซ่อม รวมถึงบางประเทศมีกำหนดการเยือนประเทศอื่นแล้วไม่สามารถเลื่อนได้ แต่ทุกคนพยายามตอบสนองและปรับแล้ว ไม่เกี่ยวกับเหตุผลที่มีเหตุการณ์คนเสื้อแดงบุกที่ประชุมที่พัทยา จนไม่สามารถประชุมได้ เพราะไม่มีประเทศใดมีข้อสงสัยขีดความสามารถของรัฐบาลไทย ยืนยันไม่ใช่เรื่องที่ทำให้รัฐบาลต้องเสียหน้า หลังมีความชัดเจนแล้วว่า การประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่ จ.ภูเก็ต ต้องเลื่อนออกไป


    นายกฯ รอเวทีจนท.อาวุโสกำหนดจัดประชุมอาเซียน-คู่เจรจาใหม่

    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ที่ประชุมระดับเจ้าหน้าอาวุโสอาเซียนที่ได้นัดประชุมกันที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ จะเป็นผู้พิจารณาอีกครั้งว่าควรจะจัดประชุมสุดยอดอาเซียนกับประเทศคู่เจรจาได้ในช่วงเวลาใด

    "จะให้เจ้าหน้าที่อาวุโสซึ่งจะประชุมวันที่ 19 พ.ค.ที่ภูเก็ตนี้ พิจารณาอีกครั้งว่าจะทำอย่างไร" นายกรัฐมนตรี กล่าว

    นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายหากต้องเลื่อนการจัดประชุมดังกล่าวออกไปอีกครั้ง แต่เชื่อว่าทุกประเทศจะเข้าใจสถานการณ์ของไทยเป็นอย่างดี อีกทั้งเหตุผลที่เลื่อนการประชุมเนื่องจากหลายประเทศติดภารกิจสำคัญ เช่น ผู้นำเกาหลีใต้ติดประชุมที่สหรัฐฯ ขณะที่ประเทศอินเดียและนิวซีแลนด์อยู่ระหว่างการจัดเลือกตั้ง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยืดระยะเวลาออกไปจากเดือนมิ.ย.นี้ ขณะที่กรอบเวลาการจัดประชุมในเดือนต.ค.52 ถือเป็นกำหนดเดิมที่เคยวางไว้ครั้งแรกก่อนที่รัฐบาลจะตัดสินใจย้ายไปประชุมที่พัทยา

    พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า การเลื่อนจัดประชุมสุดยอดอาเซียนและประเทศคู่เจรจาไม่ได้มีปัญหาเกิดจากที่ผู้นำไม่เชื่อมั่นเรื่องปัญหาความปลอดภัยในประเทศของไทยแต่อย่างใด





  9. #9
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    น้ำมันขึ้นราคา 60 สต.

    น้ำมันขึ้นราคาอีก 60 สต. ดันแก๊สโซฮอล์ 95 แตะ 26.94 บาท ดีเซล 23 .99 บาท

    ผู้ค้าน้ำมันทุกราย ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซินและดีเซล 60 สต./ลิตร ยกเว้น E-85 มีผลตั้งแต่วันนี้

    การปรับขึ้นราคาดังกล่าว ทำให้ราคาน้ำมัน ณ สถานบริการของบางจากฯ เป็นดังนี้ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 26.94 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 24.64 บาท/ลิตร น้ำมันเบนซิน 91 อยู่ที่ 30.74 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 26.14 บาท/ลิตร และ น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 23.99 บาท/ลิตร และน้ำมันไบโอดีเซล 20.99 บาท/ลิตร

    ส่วนราคาแก๊สโซฮอล์ E85 ไม่เปลี่ยนแปลง อยู่ที่ 18.02 บาท/ลิตร





  10. #10
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    "ทนง-โอฬาร" ชี้ ศก.ยังไม่ถึงจุดต่ำสุด
    เสนอใช้ 3 นโยบายฝ่าวิกฤตฟื้นจีดีพี




    ในงาน "Thailand Lecture" ครั้งที่ 1 จัดโดย NIDA Business School ที่โรงแรม Hyatt Regency หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ 9-10 พ.ค. หัวข้อที่ได้รับความสนใจ คือ "จับชีพจรเศรษฐกิจ : Survive the Crisis" โดย ดร.ทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีคลัง และ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ

    ดร.ทนง และ ดร.โอฬาร เห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยยังไม่ถึงจุดต่ำสุด ต่างจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ที่มองว่า เศรษฐกิจผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสแรกแล้ว

    โดยคำนิยาม "ฟื้นตัวผ่านจุดต่ำสุด" ของ ดร.ทนง กับ ดร.โอฬาร คือ ตัวเลขเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจ้างงาน หรือ การว่างงานจะต้องกลับไปสู่จุดที่ก่อนเศรษฐกิจจะดิ่งลงเหว นั่นคือก่อนเดือน ส.ค. 2551

    ส่วนการจะฟื้นตัวกลับมาสู่จุดก่อนวิกฤตได้นั้น ดร.ทนงบอกว่า คงอีกยาว ขณะที่ดร.โอฬาร ฟันธงว่า จากข้อมูล ณ 8 พ.ค. 2552 ยังไม่เห็นจุดต่ำสุด เพราะการว่างงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่อาจเรียกได้ว่า "เลวน้อยลง" โดยทั้งคู่ชี้ว่า การทำนโยบายเศรษฐกิจยังทำไม่ครบถ้วนและไม่รวดเร็วพอ ถ้าหากต้องให้คะแนนรัฐบาลจากผลงานที่ผ่านมา ดร.โอฬารจึงให้เพียงเกรด C เท่านั้น

    ส่วนการจะได้เกรด A หมายถึงการทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวกลับไปสู่จุดก่อนวิกฤต ซึ่งดร.โอฬารระบุว่า ต้องทำ 3 นโยบาย คือ 1.นโยบายการคลัง เร่งกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน ซึ่งช่วงที่ผ่านมาทำได้ดี ได้ถึงเกรด A แต่ระยะต่อไปจะทำได้ดีต่อเนื่องหรือไม่ต้องติดตาม

    2.นโยบายอัตราแลกเปลี่ยน ควรใช้นโยบายเงินบาทอ่อน เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าผู้ส่งออกและผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนโยบายนี้ได้เกรด B เนื่องจาก ธปท.ไม่ได้ดูแลให้เงินบาทอ่อนค่าลงอย่างที่ควรจะเป็น โดยค่าเงินบาทควรเฉลี่ยอยู่ประมาณ 35.50-36.50 บาทต่อดอลลาร์ แต่ไตรมาสแรก ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวที่ 35.34 บาท ยังอ่อนค่าลงไม่มากพอช่วยภาคส่งออก ถือเป็นโจทย์หลักของเศรษฐกิจไทย ดังนั้นรัฐบาล และ ธปท.ควรหารือกันเพื่อใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนดูแลไม่ให้ รายได้จากการส่งออกตกต่ำ

    3.นโยบายสินเชื่อได้เกรดแย่สุดคือ F เนื่องจากไม่เห็นนโยบายกำหนดเป้าหมายสินเชื่อที่ชัดเจนว่าจะมีเม็ดเงินเท่าไร มีกลุ่มเป้าหมายเป็นใคร และใช้เวลาเท่าไรในการดำเนินการ ที่สำคัญควรใช้ธนาคารของรัฐเป็นแกนหลักทำหน้าที่นี้ แต่ที่ผ่านมายังไม่เห็นรัฐบาลคิดแบบนี้ จึงควรรีบดำเนินการ

    ทั้งนี้ หากรัฐบาลผลักดันทั้ง 3 นโยบายนี้ได้ จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย แต่การจะทำทั้ง 3 นโยบายไม่ใช่เรื่องง่าย

    เริ่มตั้งแต่นโยบายการคลัง แม้ประกาศใช้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการลงทุน แต่การนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดผลจริง ยังเป็น "จุดอ่อน" ที่สำคัญของรัฐบาล เนื่องจากเป็นรัฐบาลผสมทำให้ตัดสินใจทำได้ค่อนข้างช้า ดร.ทนงระบุว่า ต่อให้มีรัฐมนตรีคลังเก่ง มีนายกรัฐมนตรีตั้งใจแค่ไหน แต่การขับเคลื่อนนโยบาย ไม่ง่ายเพราะจะดึงกันเอง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง ทำให้ตัดสินใจยาก

    ส่วนนโยบายอัตราแลกเปลี่ยน จะให้ ธปท.ประกาศว่าจะใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อดูแลส่งออกน่าเป็นไปได้ยากมาก เพราะ ดร.อัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการ ธปท.สายเสถียรภาพการเงิน มองว่า การออกประกาศเช่นนั้นไม่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะเท่ากับเปิดโอกาสให้มีการเก็งกำไรเงินบาท แต่สิ่งที่ ธปท.ทำได้ คือยืนยันว่าจะดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวน และไม่สูญเสียขีดความสามารถแข่งขัน

    จะมีก็แต่นโยบายสินเชื่อที่พอมีความหวัง เนื่องจากรัฐบาลมีธนาคารรัฐเป็นเครื่องมือ เหลือแต่เพียงต้องลงมือทำเท่านั้นเอง

    ดังนั้น กว่าจะเห็น "แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์" คงต้องเหนื่อยหนักกันทุกฝ่าย





  11. #11
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ไอเอ็มเอฟห่วงวิกฤติแรง ฉุดบริษัทใหญ่เอเชียล้ม


    ไอเอ็มเอฟหวั่นวิกฤติโลกกินลึกยาวนานเกินคาด จะยิ่งรุนแรงป่วนภาคเอกชนโดยเฉพาะบริษัทใหญ่ทั่วเอเชียมีความเสี่ยงสูง ก่อผลกระทบเป็นลูกโซ่กัดกร่อนงบบัญชีแบงก์เกิดหนี้เน่าเพิ่ม ชี้เศรษฐกิจหลายประเทศในภูมิภาครวมทั้งฮ่องกงกับสิงคโปร์ติดกลุ่มได้ผลกระทบหนักสุด

    นายทากาโตชิ คาโต รองผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ กล่าวผ่านสำนักข่าวเอเอฟพี ระหว่างเข้าร่วมประชุมประจำปีของสภาความร่วมมือทางเศรษฐกิจแปซิฟิก ที่กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐวานนี้ (13 พ.ค.) แสดงความวิตกกังวลว่า วิกฤติการเงินโลกขณะนี้กำลังพ่นพิษสร้างปัญหาให้ภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ทั่วเอเชียมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เศรษฐกิจของหลายประเทศในภูมิภาคนี้ติดกลุ่มประเทศได้รับผลกระทบหนักสุดในโลก

    "ความเสี่ยงของบริษัทเอกชนเพิ่มมากขึ้น และดัชนีชี้วัดตลาดอื่นอีกหลายตัวกำลังส่งสัญญาณเตือนให้เห็น และมีสัญญาณแล้วว่าแม้แต่บริษัทที่มีชื่อเสียงดีเยี่ยมกำลังหลุดจากตลาดเงิน และบริษัทกำลังพิจารณาเข้าหารัฐบาลเพื่อขอความช่วยเหลือโดยตรง" นายคาโตกล่าว

    นายคาโตอธิบายบริษัทขนาดใหญ่ในเอเชียหลายแห่ง เหมือนกับบริษัทเอกชนสหรัฐเข้าสู่ภาวะวิกฤติ ด้วยงบบัญชีแข็งแกร่ง และเมื่อเกิดปัญหากระทบกับอุปสงค์ในตลาด บริษัทใหญ่ในเอเชียอาจเผชิญแรงกดดันให้ลดกิจกรรมธุรกิจหรือตัดลดต้นทุนไม่มากนัก แต่นับจากนั้นเป็นต้นมาฐานะสภาพคล่องบริษัทกลับลดน้อยลง

    รองผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟระบุว่า ความตกต่ำของเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อเอเชีย รุนแรงและหนักหน่วงกว่าภูมิภาคอื่น พิจารณาจากตัวเลขในไตรมาส 4 ปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่าผลผลิตเอเชีย ไม่รวมจีนและอินเดีย ลดลงเกือบ 15%

    "บริษัทขนาดกลางและเล็ก ยังอึดอัดไม่คล่องตัวอันเป็นผลมาจากวิกฤติโลก ซึ่งมีต้นตอจากปัญหาเกิดขึ้นกับตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในสหรัฐ ซึ่งจุดชนวนให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวายทางการเงิน และปิดทางหรือสกัดกั้นการเติบโต" นายคาโตกล่าวเพิ่มเติม

    ทั้งนี้นายคาโตมองว่าบริษัทขนาดกลางถึงเล็กหลายแห่งกู้ยืมไว้มากมาย ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อขยายธุรกิจของตัวเอง ในฐานะเป็นซัพพลายเออร์จัดหาสินค้าให้กลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่กว่า แต่วิกฤติยังดำเนินอยู่นั้นทำให้ธนาคารเริ่มลดปล่อยกู้บริษัทเหลานี้ ซึ่งสินเชื่อบริษัทกลายเป็นหนี้เสีย ที่คาดว่าจะทำให้งบบัญชีธนาคารในเอเชียเกิดหนี้เสียตามไปด้วย

    "ผลย้อนกลับแบบวนไปเวียนมา ที่เกิดขึ้นระหว่างภาคเศรษฐกิจแท้จริงกับภาคการเงิน คาดว่าจะปรากฏให้เห็น และผลจากธรรมชาติของความตกต่ำมีแนวโน้มยืดเยื้อยาวนาน น่าจะทำให้เอ็นพีแอลสูงขึ้น ส่วนนี้จะย้อนกลับไปปรากฏให้เห็นในงบบัญชีแบงก์ บริษัทเอเชียขนาดใหญ่จำเป็นต้องตัดลดการผลิตต่อเนื่อง หากภาวะสินเชื่อตึงตัวผสมกับอุปสงค์ลดลงอย่างมาก ย่อมฉุดบริษัทแข็งแกร่งให้กลายเป็นบริษัทมีปัญหาและกำไรหดหายได้" นายคาโตกล่าว

    นายคาโตคาดว่าเอเชียอาจได้เห็นกระแสการรวมตัว ผ่านการควบรวมซื้อกิจการ บริษัทหลายแห่งเพิ่งจะเริ่มปรับตัวเผชิญกับปัญหาจ้างงาน ในระยะใกล้กระบวนการดังกล่าวค่อนข้างเจ็บปวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากปัญหาการสูญเสียตำแหน่งงานมากมายเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ที่ผ่านมาการว่างงานเริ่มสูงขึ้นทั่วเอเชีย และต้นทุนทางสังคมอันเนื่องมาจากความตกต่ำยังสูง มีเค้าลางก่อภัยคุกคาม

    "กิจกรรมทางการเงินทั่วโลกหดตัว ศูนย์กลางการเงินในเอเชียอย่างเช่นฮ่องกงและสิงคโปร์ ติดกลุ่มได้รับผลกระทบหนักสุดครั้งใหญ่ ระบบการเงินโดยเฉพาะการบริหารสินทรัพย์และบริการธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ล้วนหดตัว การลงทุนส่วนบุคคลในกลุ่มประเทศเอเชียส่วนใหญ่ ชะลอลงอย่างมาก ทำให้การบริโภคส่วนบุคคลชะลอตัวลงเช่นกัน" นายคาโตอธิบาย

    รองผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟย้ำว่า แม้การบริโภคส่วนบุคคลที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าค่อนข้างยืดหยุ่น แต่รายได้ลดลงและภาวะแวดล้อมการเงินเข้มงวดมากขึ้น เป็นเค้าลางให้เห็นว่าการชะลอตัวรออยู่ข้างหน้า และจากภาพรวมนายคาโตมองว่า ภาวะถดถอยปัจจุบันในเอเชีย เชื่อว่าจะกินลึกและยืดเยื้อยาวนานขึ้น เทียบกับวงจรเศรษฐกิจในอดีต




  12. #12
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    โบรกเตือนระวังดัชนี ไหลกลับมายืน 500


    โบรกเกอร์เตือนดัชนีหุ้นมีโอกาสกลับมายืนที่ 500 จุด หวั่นกองทุนระยะยาว-เฮดจ์ฟันด์โยกเงินกลับอเมริกา เพื่อเพิ่มทุนสถาบันการเงิน ขณะที่ราคาหุ้นเข้าช่วงซื้อมากเกินไปเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน ด้านดัชนีวานนี้ทะยานต่อ 8 จุด ปิดที่ระดับ 552

    สมาคมนักวิเคราะห์จัดเสวนาในหัวข้อ "หุ้นขึ้นเหนือ 500 จุด ขาขึ้นจริงหรือ" โดยนางสาวอาภาภรณ์ แสวงพรรค ผู้อำนวยการอาวุโส บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า ความเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่วางเป้าดัชนีหุ้นสิ้นปีอยู่ที่ 520 จุด แต่มีโอกาสที่ดัชนีจะปรับสูงกว่าที่ประเมินไว้ได้ถ้าหากมีกระแสเงินทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้นเกิดใหม่ โดยจะปรับเพิ่มขึ้นได้อีก 5-10% จาก Bottom มาอยู่ระหว่าง 550-570 จุด

    ขณะนี้ดัชนีหุ้นอยู่ที่ระดับ 550 จุด ซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนต้องเริ่มระวัง เนื่องจากระยะสั้น ดัชนีจะปรับขึ้นสูง และราคาหุ้นเขาเขตซื้อมากเกินไป แล้ว เมื่อเทียบปัจจัยพื้นฐานที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลง และยังมีความเสี่ยงจากการสถาบันการเงินในสหรัฐจะต้องเพิ่มทุนจำนวนมาก ดังนั้นอาจจะทำให้บรรดากองทุน และกองทุนเก็งกำไรระยะสั้น (hedge fund) เทขายหุ้นในตลาดหุ้นเอเชียรวมไทย เพื่อโยกเงินไปลงทุนหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว เนื่องจากคาดว่าราคาหุ้นที่เสนอขายน่าจะเป็นราคาที่จูงใจ

    ส่วนดัชนีวานนี้ ปิดที่ระดับ 552.71 จุด บวก 8.17 จุด มีปริมาณการซื้อขาย 33,856 ล้านบาท
    ด้านนายอภิศักดิ์ ลิมปำธำรงกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับขึ้นกว่า 2 เท่าตัว และพีอีปรับขึ้นจาก 8 เท่า เป็น 14 เท่า และดัชนีหุ้นที่ระดับ 550 จุด ถือว่าราคาหุ้นเกินปัจจัยพื้นฐาน ซึ่งส่วนต่างราคาที่เกิดขึ้นมาจากเก็งกำไรของนักลงทุน

    ตลาดหุ้นจึงมีโอกาสปรับฐาน และคาดว่าในช่วง 2-4 สัปดาห์จากนี้จะเห็น ตลาดหุ้นมีความผันผวน และจะปรับลดลงที่ระดับ 500-5010 จุด ซึ่งดัชนีที่ 500 จุดเป็นแนวต้านที่สำคัญทางเทคนิค ซึ่งหากว่าหลุด 500 จุด มีโอกาสลงไปที่ระดับ 400-480 จุด ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ควรเทขายทำกำไร และหากดัชนีหลุด 530 จุดให้ไปรับอีกที่ระดับ 500 จุด

    “ตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ช่วงปรับฐานขาลง ซึ่งคล้ายกับตลาดหุ้นในภูมิภาค เช่นฮ่องกง เพราะก่อนที่ ดัชนีจะปรับลงตลาดหุ้นจะค่อนข้างผันผวน และที่ผ่านมา ตลาดหุ้น ก็ค่อนข้างผันผวน ซึ่งดัชนีที่ 550 จุดมีโอกาสถูกเทขายทำกำไร”

    ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วง 3 ไตรมาสที่เหลือของปีนี้คือ ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน รวมถึงตัวเลขจีดีพี ด้านปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม คือ การเพิ่มทุนของสถาบันการเงินในสหรัฐ และแรงเทขายทำกำไรนักลงทุนสถาบันที่จะเป็นตัวแปรที่ชี้ให้เห็นถึงการปรับฐานของตลาดหุ้นไทย

    อย่างไรก็ตาม ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา พอร์ตการซื้อขายของนักลงทุนสถาบันในประเทศ กลายเป็นตัวชี้นำตลาดแทนพอร์ตนักลงทุนต่างประเทศ เพราะจากการติดตามการซื้อขายของนักลงทุนสถาบันจะพบว่า ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสุทธิหรือขายสุทธิจะเกิดก่อนนักลงทุนต่างประเทศ




  13. #13
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    เกาะกระดานหุ้น


    ๐หุ้น จีสตีล (GSTEEL) วิ่งแรงมาติดต่อกัน 2 เดือน ราคาปรับขึ้นไปสูงถึง 89% จากราคา 0.25 บาท ล่าสุด 0.52 บาท แต่วานนี้ (13 พ.ค.) อยู่ดีๆ ก็ร่วงไม่เป็นท่า โบรกเกอร์เฉลยเหตุผลที่ราคาหุ้นทรุดขนาดนั้น เพราะได้รับผลกระทบจากการที่ สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (S&P) สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ ได้ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ ตราสารหนี้ลงสู่อันดับที่บ่งชี้ถึงการผิดนัดชำระหนี้ เพราะไม่ได้ชำระคืนหนี้หรือดอกเบี้ยเงินกู้ตามกำหนด จะมีส่งผลลบต่อจิตวิทยาการลงทุน และเท่าที่พลิกไปดูบทวิเคราะห์พื้นฐานโบรกเกอร์หลายแห่ง ตบเท้า แนะนำให้ขาย เพราะอนาคตอาจจะมีปัญหาเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน จนกระทั่งมีแววที่จะต้องเลือก เพิ่มทุน งานนี้ใครเข้าไปลงทุนช่วยเกาะติดข้อมูลด่วน...


    ๐ด้านหุ้น บริษัทอมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) แขวนเครื่องหมาย XD วันแรก ปรากฏว่าราคาหุ้นปรับตัวลงตามคาด งานนี้ วิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ อยู่เฉยๆ ก็ได้รับเงินเข้ากระเป๋า 26 ล้านบาท น่าอิจฉาจริงๆ แต่คงต้องจับตาดูให้ดีๆ ไม่รู้ว่าพอราคาหุ้นอมตะวูบแรงๆ อย่างนี้ เจ้าของเขาจะเข้ามารับซื้อเข้าพอร์ตอีกหรือเปล่า แต่ช่วงนี้คงต้องพักยกก่อน เพราะสัดส่วนการถือครองหุ้นล่าสุด 24.37% ใกล้แตะระดับทิกเกอร์พอยท์เต็มทีแล้ว

    ๐ไม่ต้องให้มาปลดเสียศักดิ์ศรีชายชาติทหารกล้า การประชุมคณะกรรมการบริษัทไออาร์พีซี(IRPC) เมื่อวันก่อน "บิ๊กหมง" พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์" ก็ประกาศลาออกจากประธานบอร์ด เพื่อเปิดทางให้ ณอคุณ สิทธิพงษ์ นั่งเก้าอี้แทน แหมของแบบนี้ขอกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องมากดดันผ่านสื่อ แต่ใช่ว่าคนอย่าง "บิ๊กหมง" จะหาที่ลงไม่ได้ ล่าสุดคณะกรรมการบริษัท บริษัท ที.เค.เอส. เทคโนโลยี (TKS) รับลูกต่อมีมติแต่งตั้งบิ๊กหมง ขึ้นแท่นตำแหน่งประธานบอร์ดแทน สุพันธุ์ มงคลสุธี งานนี้เจ้าของจริงอย่างเสี่ยสุพันธุ์ ยอมยกเก้าอี้ประเคน ก็ไม่รู้ว่าบิ๊กหมงมีอะไรดีน้า เสี่ยสุพันธุ์ ถึงยอมได้ขนาดนี้ คงต้องติดตามผลงานกันต่อไป

    ๐ พนม ควรสถาพร เอ็มดี เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) ขอครวญหน่อย หลังจากถูกถามเรื่องกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2552 ที่วูบลง 32% ทั้งที่ยักษ์ใหญ่วงการถ่านหินอย่างบ้านปู (BANPU) กลับมีกำไรพุ่งกระฉูด พร้อมกับให้เหตุผลว่า เพราะบริษัทยังต้องขยายฐานลูกค้า จึงจำต้องขายไม่กินมาร์จินมากนัก อีกทั้งภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มหนืดทำให้ต้องเลือกลูกค้าที่มีงบการเงินไม่ขี้เหร่นัก กำไรก็เลยหดเมื่อเทียบกับปีที่แล้วอย่างที่เห็น พร้อมกับวอนขอให้นักลงทุนเห็นใจผู้ค้าถ่านหินรายเล็กๆ อย่าง AGE ด้วย แต่แม้กำไรจะไม่จูงใจ แต่ก็มีโครงการในอนาคตอีกมากที่จะมาสร้างรายได้ในอนาคตนะจ๊ะ





  14. #14
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ปตท.ขวางประชัย ยันถือ"ไออาร์พีซี"ยาว


    ปตท.ไม่มีนโยบายขายหุ้นไออาร์พีซีคืนให้กลุ่มประชัย ยันแผนถือหุ้นใหญ่ 25% เป็นการลงทุนระยะยาว ขณะที่ราคาหุ้นทะยานไม่หยุดพุ่งต่อ 17% ด้าน ปตท.สผ.ขายหุ้นกู้ 4 หมื่นล้านบาท หวังรองรับการลงทุนตามแผน 5 ปี เพิ่มศักยภาพขายปิโตรเลียมอีก 6.5% ใน 5 ปี หรือ 3.01 แสนบาร์เรลต่อวันและเป็น 9 แสนบาร์เรลต่อวันในปี 2563


    นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. กล่าวว่า นโยบายของบริษัทที่ลงทุนในบริษัทไออาร์พีซี เป็นนโยบายที่ต้องการลงทุนระยะยาว จึงยังไม่มีแผนที่จะขายหุ้นคืนให้กับกลุ่มนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตประธานกรรมการบริษัทและเจ้าของเดิม ตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากแผนฟื้นฟูกิจการ ที่บริษัทเข้าไปเป็นพันธมิตรทางธุรกิจนั้นมีเงื่อนไขสัญญาเงินกู้ที่ระบุว่า ปตท.จะต้องเป็นผู้ถือหุ้นไออาร์พีซีในสัดส่วน 25% ตลอดระยะสัญญาเงินกู้ และต้องการลงทุนระยะยาว

    ส่วนเรื่องการเปลี่ยนประธานกรรมการบริษัทไออาร์พีซีนั้นจะต้องนำเข้าที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ส่วนเหตุผลของการลาออกของ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ นั้น พล.อ.มงคลได้ชี้แจงเหตุผลไว้แล้ว

    นายประเสริฐออกมายืนยันหลังมีกระแสข่าวว่านายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีตผู้ถือหุ้นของ ไออาร์พีซี มีความต้องการที่จะซื้อหุ้นคืน เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับนักการเมืองในขั้วรัฐบาลบางกลุ่ม

    "จากปัจจุบันที่ลงทุนอยู่สัดส่วน 36% ขณะที่บริษัทมีเพดานที่จะเข้าถือหุ้นใน ไออาร์พีซี ไม่เกิน 40% เพื่อไม่ให้มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ การคงสภาพการถือหุ้นในไออาร์พีซียังเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดในการทำแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท ที่ให้ ปตท.ถือหุ้นในไออาร์พีซี ไม่น้อยกว่า 25% เพื่อเป็นการยืนยันถึงการลงทุนในระยะยาวด้วย"

    ไออาร์พีซีได้เปลี่ยนชื่อมาจากบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมิกัลไทย (ทีพีไอ) ผู้ดำเนินการโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีครบวงจร ซึ่งมีกลุ่มนายประชัยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นผู้ก่อตั้ง แต่เมื่อบริษัทเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ทำให้ต้องเข้าสู่การฟื้นฟูกิจการ หลังจากนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาถือหุ้น

    โดย ปตท.เข้ามาถือหุ้นใหญ่ราว 31.5% ก่อนจะทยอยซื้อเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 36.77% ในปัจจุบัน รวมถึงธนาคารออมสิน ถือหุ้นร่วมอยู่ด้วย 9.9%, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ถือหุ้น 8.06%

    สำหรับความเคลื่อนไหวราคาหุ้นไออาร์พีซี วานนี้ ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปิดตลาดที่ราคา 3.86 บาท บวก 0.56 บาทหรือ 16.97% โดยมีปริมาณการซื้อขายหนาแน่นถึง 2,159 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในระหว่างการซื้อขายราคาได้พุ่งไปถึง 4.04 บาท หรือเพิ่มขึ้น 22.4% เนื่องจากนักลงทุนเก็งกำไร โดยคาดว่ากลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมจะเข้ามาซื้อหุ้นคืน

    นายอภิสิทธิ์ ลิมศุภนาค ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายหลักทรัพย์ บล.บีฟิท กล่าวว่า หุ้นไออาร์พีซีพุ่งขึ้นแรง มองว่าเป็นการเข้ามาเล่นเก็งกำไรของนักลงทุน โดยอิงปัจจัยจากที่กลุ่มนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ จะเอาหุ้นคืน อย่างไรก็ตามราคาหุ้นไออาร์พีซี ในปัจจุบันเทรดอยู่ที่ 3.96 บาท ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่ามูลค่าทางบัญชี (book value) ที่ 3.52 บาทต่อหุ้น จึงเห็นว่าหากจะเล่นเก็งกำไรต่อ ก็จะมีแนวต้านที่ 4.20-4.30 บาท เท่านั้น


    ปตท.สผ.ขายหุ้นกู้หาเงินขยายธุรกิจ

    ด้านนายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) กล่าวว่า หุ้นกู้วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท จัดสรรให้กับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป 3 หมื่นล้านบาทที่เหลือเป็นนักลงทุนสถาบัน โดยหุ้นกู้ดังกล่าวเป็นหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ซึ่งหุ้นกู้ที่จัดสรรให้รายย่อยนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ชุดคืออายุ 3 ปี ดอกเบี้ยคงที่ 3.25% และอายุ 5 ปีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 4% จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือนมูลค่าการจองเริ่มต้นที่ 100,000 บาท เริ่มขาย 25-28 พ.ค.นี้ ผ่าน 14 สถาบันการเงิน

    ส่วนที่จัดสรรให้นักลงทุนสถาบัน 10,000 ล้านบาท แบ่งเป็นอายุ 4 ปีและ 10 ปี โดยหุ้นกู้อายุ 4 ปี ดอกเบี้ย 3% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรกและในช่วงปีที่ 3-4 นักลงทุนสามารถเลือกระหว่างดอกเบี้ยคงที่ 4% หรือดอกเบี้ยที่อ้างอิงกับดอกเบี้ยเงินฝาก 6 เดือน + 1.25% ทั้งนี้ได้กำหนดสูงสุดไว้ที่ 6% และต่ำสุดไม่เกิน 3.25% สำหรับหุ้นกู้อายุ 10 ปีจะให้ดอกเบี้ยคงที่ที่ 4.8% ต่อปี

    การระดมเงินทุนจากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้ จะทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (d/e) เพิ่มขึ้นจาก 0.3 เท่า เป็น 0.4 เท่า เม็ดเงินที่ได้บริษัทจะนำไปใช้สำหรับแผนงานระยะยาว 5 ปี ตั้งแต่ปี 2552-2556 ซึ่งตั้งวงเงินลงทุน ไว้ประมาณ 485,000 ล้านบาท โดยเน้นลงทุนในแห่งปิโตรเลียมที่ ปตท.สผ.ดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งในขณะนี้มีทั้งหมด 40 โครงการใน 13 ประเทศ รวมทั้งมองหาโอกาสที่จะเข้าซื้อกิจการด้านปิโตรเลียมอื่นๆ ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของบริษัท เพื่อผลักดันให้การเติบโตในระยะยาวเป็นไปอย่างต่อเนื่อง

    เขากล่าวว่า ปตท.สผ. ได้ตั้งเป้าการขายปิโตรเลียมในปี 2552 ที่ 2.4 แสนบาร์เรลต่อวัน เพิ่มจากปีก่อนที่ 2.19 แสนบาร์เรลต่อวันและสำหรับอีก 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าเติบโตไว้ที่ 6.5% หรือมีอัตราการขายปิโตรเลียมจะสูงถึง 3.01 แสนบาร์เรลต่อวันในปี 2556

    “นอกจากเงินลงทุนในโครงการต่างๆ แล้วบริษัทยังหาโอกาสในการควบรวมกิจการในโครงการอื่นๆ โดยลงทุนตามยุทธศาสตร์ระยะยาวของบริษัท โดยมองว่าหากสามารถผลิตก๊าซแอลเอ็นจีได้จะทำให้บริษัทโตได้มีนัยสำคัญ โดยจะลงทุนในพื้นที่ที่ไม่สามารถพัฒนาตามแบบปกติได้ และมีเป้าหมายว่าในปี 2563 บริษัทจะมีขีดความสามารถขายปิโตรได้ 9 แสนบาร์เรลต่อวัน”

    อย่างไรก็ตามจากปัญหาวิกฤติการเงินโลกบริษัทจะดูแลสภาพคล่องและกระแสเงินสดซึ่งปกติบริษัทสามารถสร้างกระแสเงินสดได้ประมาณ 70% ของรายได้ ขณะเดียวกันจะพยายามรักษาต้นทุนการผลิตให้อยู่ที่ระดับ 3-4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลและต้นทุนในการสำรวจและผลิตอยู่ที่ 13-15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเพื่อให้อยู่ในระดับโลกรวมทั้งการรักษาความสำเร็จในการขุดเจาะให้อยู่ระดับ 70% ในส่วนของราคาน้ำมันดิบในปีนี้คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

    ด้านนายชาติศิริ โสภณพณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ความต้องการออกหุ้นกู้จะมีมากในขณะนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยมีความน่าสนใจกว่าการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ แต่บริษัทที่สามารถระดมทุนผ่านหุ้นกู้ได้จะต้องมีฐานะทางการเงินในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาธนาคารยังมีเพดานที่จะให้สินเชื่อกับกลุ่ม ปตท.อยู่

    เช่นเดียวกับ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า บริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการออกหุ้นกู้เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ยต่ำกว่า และในระบบมีสภาพคล่องส่วนเกินอยู่จำนวนมาก เนื่องจากความต้องการสินเชื่อภาคเอกชนมีไม่มากนัก




  15. #15
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    เซ็นทรัลฯเตรียมเปิดสาขาใหม่ปลายเดือนนี้ ลงทุน 4.6 พันล้าน

    นายกอบชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพีเอ็นเชื่อมั่นในศักยภาพของชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองธุรกิจสำคัญ และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เป็นเมืองหลวงของ Eastern Seaboard เป็นศูนย์กลางของนิคมอุตสาหกรรม โดยเตรียมที่จะเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ชลบุรีด้วยงบลงทุน 4,600 ล้านบาเพื่อเป็นไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ที่ทันสมัยที่สุดในภาคตะวันออก สำหรับรองรับประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่กว่า 8 ล้านคน และมีชุมชนชาวต่างชาติที่มาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมอยู่จำนวนมากมาก ซึ่งชลบุรีมีตัวเลข GPP หรือ อัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวของจังหวัด สูงเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ และยังเป็นศูนย์กลางของอีเว้นท์ด้านกีฬาระดับประเทศ ที่จะมาเป็นแม่เหล็กในการดึงดูดนักท่องเที่ยวแต่ที่ผ่านมาชลบุรียังไม่มีศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์

    โดยศูนย์นี้มีพื้นที่ 165,000 ตร.ม. ประกอบด้วยร้านค้ากว่า 200 ร้าน และแบ่งเป็นบนพื้นที่กว่า 58,000 ตร.ม. สำหรับไลฟ์สไตล์ช้อปปิ้งคอมเพล็กซ์ที่ครบครันทั้งห้างสรรพสินค้าโรบินสัน Tops Market, PowerBuy, Supersports, B2S, Office Depot, Carrefour และ โรงภาพยนตร์ SF Cinema City จำนวน 7 โรง นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารชั้นนำ, Edutainment Center และ มี Park Lane ซึ่งเป็น Outdoor Retail Experience


    นายกอบชัย กล่าวเสริมว่า การพัฒนาศูนย์การค้าของซีพีเอ็นแต่และแห่งให้มีความเฉพาะตัวทุกศูนย์ ด้วยการนำเอา Product Attributes รวมถึง Positioning ของศูนย์ฯ มาเป็นตัวกำหนด เพื่อให้รองรับและตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในแต่ละที่ๆ มีความแตกต่างกันออกไปทำให้มีความโดดเด่นแตกต่างกันไปตามชุมชนบริเวณรอบศูนย์การค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของพื้นที่นั้นๆและพร้อมเปิดเต็มรูปแบบ 29 พค.นี้ภายใต้งบ 80 ล้านบาทเพื่อสร้างสีสัน




  16. #16
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ตลท.เชียร์14บจ.น้องใหม่ขายIPO
    โบรกฯชี้ตลาดเปิดช่วงสั้น-รอหุ้นนำร่องรุ่ง-เฮตาม

    ตลาดหลักทรัพยฯ์เชียร์ 14 บจ.น้องใหม่สบช่องนำหุ้นเข้าเทรดช่วงตลาดยังสดใส บอร์ด ตลท.ปรับลดเป้า บจ.ใหม่ เหลือ 37 บริษัท ด้านที่ปรึกษาการเงินชี้ตลาดขึ้นช่วงสั้น ลูกค้ายังไม่มั่นใจ ขอดู บจ.เจ๋งนำร่อง เข้าก่อน ถ้าราคารุ่งพร้อมเฮตาม



    นายวิเชฐ ตันติวานิช รองผู้จัดการ สายงานการตลาด ศูนย์ระดมทุน ตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า จากการที่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นฟื้นตัวกลับมาในระยะสั้น จึงน่าจะเป็นจังหวะดีสำหรับบริษัทจดทะเบียนใหม่ที่จะกระจายหุ้นเสนอขายครั้งแรก (IPO)

    "บริษัทที่ตกค้างรอเข้าเทรด แต่ติดที่ตลาดไม่ดีตั้งแต่ปลายปีก่อน ซึ่งมีประมาณ 14 บจ. ช่วงนี้ตลาดเปิดแล้วน่าจะรีบเข้ามาเทรด และมีโอกาสตั้งราคา IPO ได้ โดยให้กำไรคนจองนิดหน่อย ก็น่าจะโอเค" นายวิเชฐกล่าว

    สำหรับการปรับเป้าหมายบริษัทจดทะเบียนใหม่ในปีนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์มีมติเห็นชอบปรับลดเป้าหมายจำนวนบริษัทจดทะเบียนใหม่เหลือ 37 บริษัท จากเดิม 46 บริษัท เนื่องจากมองปัจจัยภายนอกประเทศยังมีผลต่อทิศทางตลาด

    นายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทไม่เร่งเข้าตลาดหุ้น หลังจากที่ผ่านมาได้ยื่นข้อมูล (ไฟลิ่ง) กับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว เนื่องจากธุรกิจหลักทรัพย์ตอนนี้จะโฟกัสอยู่ที่การลดต้นทุนมากกว่าความต้องการใช้เงินมาขยายธุรกิจ ส่วนภาวะตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาแรงเป็นเพียงสัญญาณบวกทางเทคนิค ซึ่งไม่ใช่ปัจจัย พื้นฐานเศรษฐกิจ จึงต้องรอดูทิศทางในครึ่งปีหลังจะเห็นแนวโน้มชัดเจน

    สำหรับลูกค้าที่มีแผนจะเข้าจดทะเบียน นายเกษมสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทเป็น ที่ปรึกษาทางการเงินให้อยู่ 4-5 บริษัท ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม ต่างต้องการชะลอรอดูสถานการณ์ก่อน ยกเว้นบางบริษัทที่มีแผนต้องใช้เงินลงทุนจริงๆ ก็จะอาศัยจังหวะตลาดหุ้นที่ฟื้นตัวดีเข้า จดทะเบียนในช่วงนี้ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับงานควบรวมกิจการแล้ว กลับพบว่ายังมีสัดส่วนที่น้อยกว่า เพราะมีสินทรัพย์ประเภทโรงงานที่บริษัทต่างชาติต้องการขายจำนวนมาก ขณะที่มีผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่เข้ามาซื้อสินทรัพย์เหล่านี้

    นายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ และ บมจ. สยามโกลบอลเฮ้าส์ กล่าวว่า ทั้ง 2 บริษัทนี้อยู่ระหว่างตัดสินใจเข้าตลาดในช่วงนี้ หลังจากต้องเลื่อนเข้ามาตลอด ซึ่งลูกค้ายังมีความกังวลใจต่อภาวะตลาดที่มีโอกาสปรับเปลี่ยนเร็วจนต้องดูกันเป็นรายไตรมาส ซึ่งบริษัทก็ประเมินแล้วว่าในไตรมาส 2 นี้เป็นจังหวะดี เพราะมูลค่าซื้อขาย (วอลุ่ม) เพิ่มขึ้นเป็น 20,000 ล้านบาทต่อวัน สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้ราคาหุ้นมีโอกาสในทิศทางขาขึ้นมากกว่า ขาลง และเชื่อว่านักลงทุนยังต้องการเล่นหุ้นใหม่ๆ ประกอบกับตลาดขาดหุ้นใหม่เข้ามาเทรดนานตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 แล้ว โดยหุ้นใหม่ที่เข้าจะเป็นหุ้นเล็กๆ ในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (เอ็มเอไอ)

    นางสาววิจันทร์ รัตนกิติอาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวาณิชธนกิจ บล.ซีมิโก้ กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นที่คึกคักในช่วง 2-3 สัปดาห์นี้ คงประเมินยากว่าเป็นจังหวะเหมาะสมในการนำหุ้นใหม่เข้าตลาดหุ้น ดังนั้นจะต้องดูอีกระยะ 1-2 เดือนก่อน เนื่องจากลูกค้ายังกังวลเรื่องราคาจอง ค่อนข้างมาก และไตรมาสแรกที่ผ่านมา แทบไม่มีบริษัทใดประสบความสำเร็จด้านราคาหุ้นเลย แต่ถ้ามีบริษัทนำร่องเข้าตลาดแล้วประสบผลสำเร็จ ก็จะกระตุ้นให้ตัดสินใจง่ายและเร็วขึ้น

    ทั้งนี้ ข้อมูลจาก ก.ล.ต.ในปีนี้มีบริษัท ยื่นไฟลิ่งอยู่ระหว่างพิจารณา 25 บริษัท ส่วนบริษัทผ่านอนุมัติไฟลิ่งมี 11 บริษัท ซึ่งสามารถเข้าตลาดได้เลย ได้แก่ กรุงเทพประกันชีวิต, สหวิริยาเพลทมิล, สยาม โกลบอลเฮ้าส์, เจมาร์ท, บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์, เมืองใหม่ กัตทรี, ควอลีเทค, แม่น้ำสแตนเลสไวร์, ผลธัญญะ, สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย), และโตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น





  17. #17
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ซีพีเอฟไตรมาส1กำไรพุ่ง71%
    อานิสงส์ราคาสัตว์น้ำกระเตื้อง


    ซีพีเอฟ ไตรมาสแรกกำไร 771 ล้านบาท เพิ่ม 71% ผลจากธุรกิจสัตว์น้ำทั้งในและต่างประเทศเริ่มกลับสู่ภาวะปกติทางการค้าจากภาวะซบเซาในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เดินหน้าลุยลงทุนต่อในอินเดีย คาดแนวโน้ม 9 เดือนที่เหลือยังดีต่อเนื่อง


    นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพีเอฟ) ผู้นำด้านธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารของไทย กล่าวว่า ในไตรมาสแรกที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายจำนวน 34,779 ล้านบาท เติบโตไม่มากนักเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากยอดขายในบางส่วนงาน อันรวมถึงอาหารสัตว์บกและพันธุ์สัตว์ลดลงจากระยะเวลาเดียวกันจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศที่ลดลง แต่อัตราทำกำไรของบริษัทปรับตัวดีขึ้นในหลายส่วนงาน โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจสัตว์น้ำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งในภาพรวมนั้นการเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากนโยบายที่บริษัทดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เกี่ยวกับการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน ทั้งด้านบริหารการผลิต ด้านบริหารสินค้าคงคลัง ด้านบริหารลูกหนี้ทางการค้า และด้านการบริหารทางการเงิน

    ด้านความกังวลเรื่องภาวะวิกฤติทางการเงินของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปีที่ผ่านมา มีผลกระทบกับยอดขายส่งออกไม่มากนัก เนื่องจากประเทศไทยได้รับคำสั่งซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้นจากประเทศญี่ปุ่น อันเป็นผลจากกรณีที่ประเทศจีนมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในสินค้าอาหารในปีที่ผ่านมา

    นอกจากนี้สินค้าอาหารพร้อมรับประทาน เช่น เกี๊ยวกุ้งตราซีพี ที่ซีพีเอฟได้เริ่มรุกตลาดส่งออกในปีที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับจากตลาดต่างประเทศหลายประเทศเป็นอย่างดี โดยล่าสุดคือในสหรัฐอเมริกา ทำให้ยอดขายของสินค้าอาหารพร้อมรับประทานนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    ในวันที่ 13 พ.ค.2552 นี้ คณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติการเพิ่มการลงทุนในประเทศอินเดีย โดยซีพีเอฟจะเข้าไปซื้อเงินลงทุนเพิ่มอีกจำนวน 28.8% ในบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ (อินเดีย) ไพรเวท (CPI) ซึ่งเป็นบริษัทที่ซีพีเอฟถือหุ้นอยู่เดิมจำนวน 71.2% ของทุนที่ชำระแล้ว ซึ่งจะทำให้ซีพีเอฟเป็นผู้ถือหุ้น 100% ในบริษัทนี้

    บริษัทซีพีไอ เป็นบริษัทที่มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีโอกาสในการเติบโตสูง เนื่องจากประเทศอินเดียเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและมีศักยภาพในการเติบโตสูง ดังนั้น บริษัทจะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจากการมีสัดส่วนการถือหุ้นใน ซีพีไอ ที่มากขึ้น

    สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงระยะเวลา 9 เดือนที่เหลือของปี 2552 นี้ นายอดิเรก กล่าวว่า น่าจะดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1 และน่าจะดีกว่าปี 2551 ที่ผ่านมา จากผลของการบริหารด้านประสิทธิภาพขององค์กรโดยรวม และจากการเติบโตของธุรกิจการส่งออกสินค้าพร้อมรับประทานที่มีการขยายตัวอย่างก้าวกระโดด นอกจากนั้นกิจการในต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศตุรกี ก็มีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างมากจากปีก่อนด้วยเช่นกัน





  18. #18
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ข่าวห้องค้า :

    ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้นการบินไทย
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต. ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทการบินไทย โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2552 จำนวน 1.22% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 5.64% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ


    ไทยเอ็นวีดีอาร์ขายหุ้นแผ่นดินทอง
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต. ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2552 จำนวน 3.28% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 27.81% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    ชัยสิทธิ์ขายหุ้น รพ.วิภาวดี
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต. ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัทโรงพยาบาลวิภาวดี โดยนายชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2552 จำนวน 9.37% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 6.55% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้นอิตาเลียนไทย
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต. ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2552 จำนวน 0.87% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 5.11% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้นเอเวอร์แลนด์
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต. ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทเอเวอร์แลนด์ โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 6 พ.ค.2552 จำนวน 0.12% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 15.08% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    ไทยเอ็นวีดีอาร์ซื้อหุ้นเอเซียพลัส
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ก.ล.ต.ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้น บล.เอเซีย พลัส โดย บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2552 จำนวน 0.03% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 5% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    กรรมการทีทีแอนด์ทีลาออก
    บริษัท ทีทีแอนด์ที แจ้งว่า นายสุขุม เชาวน์ลิลิตกุล ได้ลาออกจากผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัท ทั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย.2552 ขณะเดียวกันนายสุพจน์ สัญญพิสิทธิ์กุล ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.2552

    ผู้บริหารเอเชียกรีนลาออก
    บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติรับทราบ นายพนัย ควรสถาพร ลาออกจากตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ และนางวรรณี ควรสถาพร ลาออกจากตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ โดยมีผลตั้งแต่วันที 12 พ.ค.2552 เป็นต้นไป

    นิปปอนกำไรลด
    บริษัท นิปปอน แพ็ค (ประเทศไทย) รายงานผลการดำเนินงานของบริษัท ประจำไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2552 มีกำไรสุทธิ 4.33 ล้านบาท หรือ 0.36 บาทต่อหุ้น ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 6.97 ล้านบาท หรือ 0.57 บาทต่อหุ้น

    ผู้บริหารเอ็นอีพีลาออก
    บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม แจ้งว่า พลเอกวรพันธ์ วรศักดิ์โยธิน ได้ลาออกจากตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการของบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.2552 เป็นต้นไป

    ประชาอาภรณ์กำไรเพิ่ม
    บริษัท ประชาอาภรณ์ รายงานผลการดำเนินงานของบริษัท ประจำไตรมาสที่ 1 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค.2552 มีกำไรสุทธิ 38.28 ล้านบาท หรือ 0.40 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 36.73 ล้านบาท หรือ 0.38 บาทต่อหุ้น





  19. #19
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน




  20. #20
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  ScreenHunter_143.gif
ครั้ง: 1563
ขนาด:  2.7 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_152.gif
ครั้ง: 1552
ขนาด:  60.9 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_153.gif
ครั้ง: 1545
ขนาด:  47.3 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_154.gif
ครั้ง: 1550
ขนาด:  46.7 กิโลไบต์

    ชื่อ:  ScreenHunter_155.gif
ครั้ง: 1546
ขนาด:  65.4 กิโลไบต์



  21. #21
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    เริงดวงมาลย์ ซ่านอารมณ์ โดย ศรีริต้า เจนเซ่น











    ขอขอบคุณ ข้อมูลจากนิตยสาร VOLUME

  22. #22
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน




    <<<< สาวชาวเรือ

    ชื่อ:  ScreenHunter_156.gif
ครั้ง: 1490
ขนาด:  6.6 กิโลไบต์


    กราฟค่าระวางเรือเทียบกับราคาน้ำมันโลก

  23. #23
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX:
    น้ำมันดิบปิดลบ 83 เซนต์ แม้สต็อกน้ำมันร่วงเกินคาด

    สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (13 พ.ค.) เพราะได้รับแรงกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ที่ดิ่งลงอย่างหนักหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ที่ร่วงลงเกินความคาดหมาย โดยนักลงทุนกระหน่ำขายสัญญาน้ำมันดิบแม้กระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันดิบปรับตัวลดลงในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ตาม

    สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบที่ตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ร่วงลง 83 เซนต์ หรือ 1.41% ปิดที่ 58.02 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 57.41-59.90 ดอลลาร์

    ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดลบ 1.70 เซนต์ แตะที่ 1.49 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดบวก 2.09 เซนต์ แตะที่ 1.6888 ดอลลาร์/แกลลอน

    ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด ICE กรุงลอนดอน ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดร่วง 60 เซนต์ แตะที่ 57.34 ดอลลาร์/บาร์เรล

    กระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 8 พ.ค. ร่วงลง 4.7 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 370.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.4 ล้านบาร์เรล

    ขณะที่สต็อกน้ำมันกลั่นเพิ่มขึ้น 1.0 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 147.5 ล้านบาร์เรล แต่น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.3 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 4.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 208.3 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 200,000 บาร์เรล ส่วนอัตราการใช้กำลังการกลั่นน้ำมันร่วงลง 1.6% แตะระดับ 83.7%

    ไมค์ เซเรมสกี้ นักวิเคราะห์จาก OptionsXpress Inc กล่าวว่า "โดยปกติเมื่อสต็อกน้ำมันดิบร่วงลง นักลงทุนจะทุ่มซื้อสัญญาน้ำมันดิบอย่างคับคั่งเพราะมองว่าดีมานด์พลังงานยังคงเพิ่มขึ้นแม้สหรัฐต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่เมื่อกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานเมื่อคืนนี้ว่าสต็อกน้ำมันดิบร่วงลงเกินความคาดหมาย นักลงทุนกลับเทขายสัญญาน้ำมันดิบ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะตลาดถูกปกคลุมด้วยความกังวลเรื่องแนวโน้มเศรษฐกิจหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดค้าปลีกที่ร่วงลงเกินคาด"

    กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่ายอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ร่วงลง 0.4% ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงติดต่อกัน 2 เดือน และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่ายอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ของสหรัฐจะทรงตัว ส่วนยอดค้าปลีกที่ไม่รวมรถยนต์และอะไหล่รถยนต์ ร่วงลง 0.5% ในเดือนเม.ย.สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2%

    นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐซึ่งจะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ รวมถึงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย., ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.








    ชื่อ:  ScreenHunter_157.gif
ครั้ง: 1472
ขนาด:  3.3 กิโลไบต์

  24. #24
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก:
    ทองคำปิดบวก $2 หลังนลท.แห่ซื้อทองเลี่ยงความเสี่ยง


    สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในยามที่เศรษฐกิจสหรัฐยังไร้ทิศทาง โดยเฉพาะยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ที่ร่วงลงเกินความคาดหมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐยังคงเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ

    สำนักข่าวเอพีรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดที่ 925.90 ดอลลาร์/ออนซ์ เพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 917.80-931.40 ดอลลาร์

    ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ค.ปิดที่ 14.020 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 19.50 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนก.ค.ลดลง 5.5 เซนต์ ปิดที่ 2.03105 ดอลลาร์/ปอนด์

    ส่วนสัญญาพลาตินัมเดือนก.ค.ปิดที่ 1,123.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 8.90 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมิ.ย.ปิดที่ 226.75 ดอลลาร์/ออนซ์ ร่วงลง 7.70 ดอลลาร์

    เจมส์ สตีล นักวิเคราะห์จากธนาคาร HSBC ในกรุงนิวยอร์ก กล่าวว่า นักลงทุนเข้าซื้อสัญญาทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงอย่างหนักเพราะถูกกดันจากยอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ร่วงลง 0.4% ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงติดต่อกัน 2 เดือน และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่ายอดค้าปลีกเดือนเม.ย.ของสหรัฐจะทรงตัว







  25. #25
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    45,350
    28
    รับคำขอบคุณ 998 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ตลาดหลักเอเชียเช้าวันพุธ...

    เปิดตลาดแดนลบทุกตลาด เฉลี่ย 1-2% จากแรงหวั่นในวิกฤติโลกอีกครั้ง มาพร้อมกับการปรับฐาน

    Japan : Nikkei




    Korea : KOSPI




    Singapore : Straits Times




    Hong Kong : Hang Seng




    China : Shanghai


    ทำไมไม่ลองมามองstock2morrowจากมุมข้างในออกไปข้างนอกบ้างล่ะ ??
    ร่ำรวยอย่างยั่งยืน ร่วมสังคมหุ้นคุณภาพ รับสิทธิ์พิเศษมากมาย

    สมัครสมาชิกStock2morrowวันนี้เพียง 83.33บาท !!
    คลิ๊ก



    สิทธิที่สมาชิกรายปีStock2morrow จะได้รับ....คลิ๊ก

  26. #26
  27. #27
    S2M Sexy Member รูปส่วนตัว kokae
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    15,576
    850
    รับคำขอบคุณ 297 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณครับ

  28. #28
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว enjoylife
    สมัครเมื่อ
    09 Sep 2008
    โพส
    3,190
    0
    รับคำขอบคุณ 11 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณค่ะ

  29. #29
  30. #30
ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 16:26.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com