โดย : จีราวัฒน์ คงแก้ว

พวกเขาไม่ประสงค์ออกหน้าและไม่ปรารถนาออกนาม แต่ยืนหยัดทำงานเบื้องหลัง“สมาคมมุขเสี่ยวๆ”รับหน้าที่ผลิตมุก ป้อนรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้คนบนโล
ชื่อ:  L0_news_img_499452_1.jpg
ครั้ง: 2375
ขนาด:  20.3 กิโลไบต์

“เจอรองเท้าที่ถูกใจ แต่ไม่มีไซส์ ก็เหมือนเจอคนที่ใช่ แต่เข้ากันไม่ได้”

ตัวอย่างข้อความโดนๆ ที่สะกิดรอยยิ้มคนผ่านมาอ่าน คือต้นเหตุของความนิยม ในสมาคมมุขเสี่ยวๆ(Facebook/samakhom) แฟนเพจคนรักมุก ที่กระจายสุขในโลกออนไลน์มากว่า 3 ปีแล้ว

เราไม่ได้เจอพวกเขาในโลกออนไลน์ หรือ งานระดมพลคนมุกเสี่ยวเวทีไหน แต่กลับเป็นเทศกาลรวมพลจิตอาสาครั้งยิ่งใหญ่ “คนไทยขอมือหน่อย คนละไม้ คนละมือ เพื่อสังคมน่าอยู่” เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ในฐานะ หนึ่งองค์กรพันธุ์ใหม่ ที่ชูสองมือ ร่วมทำความดีช่วยเหลือสังคม

และนั่นยิ่งทำให้ คนไม่ประสงค์ออกหน้า และไม่ปรารถนาออกนามอย่างพวกเขา เป็นที่สนใจของพวกเรามากยิ่งขึ้น

นามบัตรสีดำสนิท กับตัวอักษรสีขาว ระบุชื่อ “ชายนิรนาม” แทนคำแนะนำตัวของคนหนุ่มวัย 20 ต้นๆ หนึ่งในแอดมินแฟนเพจสมาคมมุกเสี่ยวๆ คนเดียวกับผู้ก่อตั้งสมาคมเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ร่วมกับเพื่อนๆ ที่สามัคคีไม่ประสงค์ออกนาม อย่าง “ทางสายเปลี่ยว” รักสันโดษ แต่ขี้เหงา , “เสี่ยวพเนจร” เดินทางตามเสียงหัวใจ , “ความมืด” หลงรักแสงดาวบนฟ้า ,“ฌ.ณ.ณ.” มุ่งสร้างรอยยิ้มและโลกที่อบอุ่น

ขณะที่ตัวเขา “ชายนิรนาม” มาพร้อมคำอธิบายตัวเองว่า ไม่ยอมให้เห็นหน้าเพราะอยากให้รักกันด้วย

เราไม่ได้คาดคั้นเอาชื่อเสียงเรียงนามจากพวกเขา แต่สนใจในเรื่องเล่า และที่มา ใครจะคิดว่าเบื้องหลังมุกเสี่ยวๆ จะเป็นผลงานของอดีตนิสิต จากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ที่เริ่มจากแค่การไปเที่ยวด้วยกัน และตั้งคำถามขึ้นมาเล่นๆ ว่า “นิยามความรักคืออะไร?” พอแต่ละคนแบ่งปันนิยามของตัวเองมา เลยเกิดไอเดียที่จะตั้งเป็นสมาคมขึ้น

“แรกเริ่มผมและเพื่อนๆ สร้างเว็บเพจขึ้นมา ชื่อ “สมาคมมุขเสี่ยวๆ” และเริ่มแชร์สเตตัส ซึ่งเป็นมุกที่พวกเราชอบเล่นกันอยู่แล้ว ตอนแรกก็ไม่ได้คิดว่าจะมีคนมากดไลค์กันเยอะมาก ปรากฎผ่านมา 3 ปี ก็กว่า 5 แสนไลค์แล้ว”

มุกที่โดนจิต ความคิดที่โดนใจ มาพร้อมอุดมการณ์สูงสุดที่คนก่อตั้งบอกเราว่า คือ สร้างรอยยิ้มให้ผู้คนบนโลกใบนี้ โดยเริ่มจากคนในโลกออนไลน์ ที่จะผ่อนคลายและยิ้มได้ จากมุกจากพวกเขา ขณะที่บางมุกก็ให้ข้อคิดแฝงมาในความขำนั้น

“ก่อนจะซื้อเฟอร์บี้ ใช้หนี้ กยศ. กันก่อนมั้ย”

ทั้งเจ็บ ทั้งโดน สะท้อนความทันสมัย รับสถานการณ์ ที่สำคัญกระตุ้นเตือนจิตสำนึกผู้คนยุคนี้ได้ชะงัก

“เราจะมีกฎการเล่นมุก คือ ไม่หยาบ ไม่เสื่อม” เขาบอกกับเราถึงจุดยืน เพราะตระหนักดีถึงกลุ่มสาวกที่ส่วนใหญ่เป็นเยาวชน ถ้ายัดเยียดมุกเสื่อมๆให้ ก็เหมือนเติมเชื้อไฟให้กับอนาคตของชาติ ที่สำคัญนักสร้างสรรค์มุกยืนยันกับเราว่า มุกที่ดี สามารถตลกและสนุกได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องหยาบโลน

อีกหนึ่งความพยายามคือ การใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง เพราะถ้อยความในโลกออนไลน์ไปเร็ว และผิดเพี้ยนง่าย

พร้อมๆ กับน้อมรับความผิด ที่ใช้ชื่อ “สมาคมมุขเสี่ยวๆ” โดยสะกด “มุข” ด้วย ข.ไข่ ทั้งที่ควรจะเป็น “มุก” ก.ไก่ ตามหลักภาษาไทย แต่ยืนยันว่าอย่างไร ก็จะไม่มี “ภาษาวิบัติ” ในสมาคมฯ ของพวกเขาอย่างแน่นอน

ตลอด 3 ปี ข้อความดีๆ จากสมาคมมุขเสี่ยวๆ นับพันมุก จากทั้ง แอดมิน สมาชิก และข้อความที่ไปพบเจอมา ต่างกระจายความสุขไปยังผู้คนทั่วประเทศ สิ่งสะท้อนกลับที่ทำให้คนผลิตมุกเป็นฝ่ายยิ้มได้บ้าง ก็คือ เรื่องเล่าจากเหล่าแฟนคลับ

“อย่างแฟนคลับท่านหนึ่งใช้ชื่อว่า ผู้กองกระรอกน้อย เป็นพี่ทหารทางภาคใต้ มีอยู่ช่วงหนึ่งพี่เขาถูกลอบวางระเบิด บาดเจ็บสาหัส แต่ก็ยังส่งข่าวมาบอกว่าโอเคดีแล้ว ช่วงที่พักรักษาตัวก็ดูสมาคมมุขเสี่ยวๆ ให้กำลังใจตัวเอง นี่เป็นผลที่เราไม่ได้คาดหวังตั้งแต่แรก แค่ทำหน้าที่ของเราไป แต่กลับส่งผลในมุมที่ไม่เคยคิดมาก่อน” เขาบอกน้ำหล่อเลี้ยงใจชั้นดี ที่ทำให้ยังคงเดินหน้าสมาคมมุขเสี่ยวๆ มาได้จนถึงวันนี้..

ได้อ่านข้อความ หลายคนอาจรู้สึกว่าพวกเขาช่าง “เสี่ยวมาก” แต่ลองดูสิ่งที่ทำแล้วจะรู้ว่าหัวใจพวกเขา “หล่อมาก”

เสื้อสวยๆ ที่มาพร้อมข้อความโดนๆ ตามคอนเซ็ปต์สมาคมมุขเสี่ยวๆ ไม่ได้มีไว้เพียงเปิดขายให้ใครซื้อไปใส่เท่ๆ แล้วคนทำก็จะได้มีเงินมาเข้ากระเป๋า ทว่ายังเป็นการระดมเงินจากการขายเสื้อ ไปทำกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม

นั่นคือที่มาของ เสื้อช่วยชีวิต ที่ช่วยไถ่ชีวิตโค กระบือ เสื้อช่วยน้ำท่วม ร่วมเยียวยาโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย เสื้อเพื่อหัวใจ สมทบทุนมูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ล่าสุดก็โครงการ Operating Smile Thailand เสื้อเพื่อช่วยเด็กที่เป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ ให้กลับมามีรอยยิ้มที่สวยงามได้อีกครั้ง

“เสื้อรุ่นแรก หักเข้าการกุศลหมดเลย ซึ่งก็มีที่เข้าเนื้อนะ เพราะยังมีค่าต้นทุนต่างๆ ที่เราไม่ได้คิด แต่พอเรียนจบมา เราไม่ได้พึ่งพาพ่อแม่แล้ว ก็ต้องคิดอะไรที่ต้องไม่ลำบากตัวเองและยังสามารถคืนสู่สังคมได้ด้วย จึงเริ่มมาคิดถึงการนำกำไรส่วนหนึ่งไปให้สังคม ขณะที่หักส่วนหนึ่งเก็บไว้ เพื่อให้เราโตได้แบบยั่งยืน”

วิธีคิดแบบผู้ประกอบการสังคม ที่พวกเขาเรียนรู้จากการลงมือทำล้วนๆ และเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ของสมาคมมุขเสี่ยวๆ ในวันนี้ โดยปัจจุบันมีรายได้ทั้งจากการจำหน่ายเสื้อและค่าโฆษณาในเว็บเพจส่วนหนึ่งด้วย

ที่ดูจะเซอร์ไพรส์เรามากไปกว่าการเรียนจบเศรษฐศาสตร์ คือ ผู้ไม่ประสงค์ออกนามตรงหน้า เพิ่งคว้าปริญญาโทด้านการเงินจากประเทศอังกฤษ มาสดๆ ร้อนๆ

เขายอมรับว่า คงต้องกลับไปสู่วิถีการทำงานตามที่เรียนจบมา เพราะนั่นคือโลกแห่งความจริง ที่จะทำให้พวกเขาอยู่ได้โดยไม่เบียดเบียนตัวเอง แต่สิ่งที่จะต้องรักษาไว้ ก็คือความคงอยู่ของสมาคมมุขเสี่ยวๆ

โดยเริ่มพัฒนาทีมใหม่ๆ เข้ามาช่วยงาน จากเดิมที่มีแฟนเพจเฉพาะภาษาไทย ก็เปิดอีกเพจเป็นภาษาอังกฤษ ชื่อ samakhom เพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถได้เข้ามาร่วมแบ่งปัน และสานต่อเจตนารมณ์ สร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนบนโลก ตลอดไป

“สำหรับน้องๆ ถ้าอยากทำแบบนี้ สิ่งแรกที่ต้องมี คือ หลักการและจุดยืน ซึ่งถ้าเราตั้งหลักการและจุดยืนที่ถูกต้อง สมเหตุสมผลไว้แล้ว เวลาเจอกับปัญหาอะไร ก็แค่กลับมามองจุดยืนนั้น แล้วจะทำให้เราก้าวต่อไปได้เอง เช่นเดียวกับจุดยืนของพวกผม คือ สร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนบนโลกใบนี้”

ก่อนจากกัน “ชายนิรนาม” ยืนเป็นแบบให้เราได้เก็บภาพ ด้วยท่าประจำของเขา คือ หันหลัง กำมือขวาขึ้นมา และก้มหน้าเล็กน้อย ไม่ให้หลุดคอนเซ็ปต์ “ไม่ยอมให้เห็นหน้าเพราะอยากให้รักกันด้วยใจ”

แม้ไม่เห็นหน้า และสนทนากันโดยไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนาม แต่จากเรื่องราวที่เล่ามา ก็ยืนยันได้ว่า “หัวใจ” ของพวกเขา หนักแน่น และ งดงาม มาก


ที่มา ธุรกิจ : BizWeek