โดย...ทีมงานกองทุนบัวหลวง
ชื่อ:  9C49E5B2034548018E02C583DE0BEC7B.jpg
ครั้ง: 3213
ขนาด:  114.4 กิโลไบต์
ในสภาวะที่ตลาดหุ้นและการลงทุนต่างๆ มีความผันผวนอย่างปัจจุบัน มีคำถามเกิดขึ้นบ่อยๆ ว่า กองทุนบัวหลวงมีวิธีการลงทุนในช่วงนี้อย่างไร

เรื่องการลงทุนในหุ้น กองทุนบัวหลวงเราใช้มุมมองระยะยาวเสมอ สำหรับข่าวสารและความผันผวนที่เกิดขึ้น เราติดตาม แต่ไม่มีแนวคิดเปลี่ยนแปลงพอร์ตการลงทุนตามข่าวสารที่เข้ามารายวัน ตราบใดที่มุมมองหลักๆ ที่เรามีต่อหุ้นและกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนนั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

กลุ่มอุตสาหกรรมที่เราเลือกลงทุนนั้นจะต้องเป็นอุตสาหกรรมที่โดยภาพรวมแล้วเป็นธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวได้ต่อเนื่องหลายปี ซึ่งจะช่วยให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นไม่รุนแรงมากนัก เรามี Strong Conviction กับการลงทุนระยะยาวในหุ้น กลุ่มค้าปลีก โลจิสติกส์ มีมุมมองที่ดีต่อหุ้น กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ประกันชีวิต โรงไฟฟ้า เพราะธุรกิจเหล่านี้ล้วนแต่ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยที่เป็น Structural Change (เช่น เรื่องการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและพฤติกรรมการบริโภค/การใช้ชีวิตของประชากร) ซึ่งน่าจะมีแนวโน้มที่ต่อเนื่องในระยะยาว และเลือกหุ้นรายตัวที่มีปัจจัยพื้นฐานดีเพื่อลงทุน

เหตุผลและความน่าสนใจของกลุ่มอุตสาหกรรมที่เราเลือกลงทุน

กลุ่มค้าปลีก

- การขยายตัวของสังคมเมืองออกไปยังต่างจังหวัด ผนวกกับปัจจุบันที่อำนาจการใช้สอยของคนต่างจังหวัดสูงขึ้น และมีแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเป็นแบบคนเมืองมากขึ้น จะทำให้เขาหันไปซื้อสินค้าจากร้านค้าแบบ Modern-Trade แทนร้านค้าปลีกดั้งเดิม

- การเข้าไปเจาะตลาดในกลุ่มต่างจังหวัดยังค่อนข้างต่ำ ตลาดยังมีโอกาสในการขยายตัวได้อีกมาก

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางทางอากาศ

- ภาคท่องเที่ยวไทยเติบโตดี อัตราการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติขยายตัวได้ต่อเนื่องค่อนข้างสูง

- สายการบินต้นทุนต่ำและรายได้ของคนเพิ่มขึ้น ทำให้คนจำนวนมากเข้าถึงการเดินทางทางอากาศได้ง่ายขึ้น ทำให้เป็นโอกาสของสายการบินที่จะเปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มความถี่ของแต่ละเส้นทางบิน

- แนวโน้มราคาน้ำมันไม่น่าจะเพิ่มขึ้นได้มาก เนื่องจาก Supply ของน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้นจากการนำ Shale Gas มาใช้ประโยชน์ ซึ่งแนวโน้มน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

กลุ่มวัสดุก่อสร้าง

- ได้ผลประโยชน์จากการลงทุนของโครงการภาครัฐ 2 ล้านล้านบาท ซึ่งนอกจากผลโดยตรงแล้ว จะช่วยส่งเสริมภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้มีการขยายตัวมากขึ้น และจะส่งผลดีต่อวัสดุก่อสร้าง

- ขยายไปหาลูกค้าอาเซียนได้ เพราะอัตราการใช้วัสดุก่อสร้างยังต่ำกว่าในประเทศไทย และเป็นภูมิภาคที่เศรษฐกิจเติบโตสูง

กลุ่มประกันชีวิต

- เชื่อว่าจะยังขยายตัวต่อเนื่อง การขายประกันชีวิตในต่างจังหวัดจะเติบโตมากจากรายได้ และช่องทางขายที่มากขึ้น

- บริษัทประกันชีวิตพยายามกระตุ้นให้คนเห็นประโยชน์จากการทำประกัน ทั้งเป็นการออมทรัพย์และคุ้มครองชีวิต ซึ่งคาดหวังว่าสัดส่วนการทำประกันชีวิตของคนไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 6-7% ของ GDP จากปัจจุบัน 3.1% ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำหากเทียบกับต่างประเทศ

ผู้ผลิตไฟฟ้า/พลังงานหมุนเวียน ที่เน้น Green Energy เพิ่มมากขึ้น

- ความต้องการใช้ไฟฟ้าในไทยขยายตัวต่อเนื่อง แต่ความสามารถในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นน้อยกว่า ในช่วงนี้จึงต้องเร่งก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในอนาคต ซึ่งเป็นโอกาสขยายธุรกิจเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ผลิตโรงไฟฟ้า

- ไทยพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติมาก|เกินไป ควรจะต้องกระจายแหล่งพลังงานสำหรับผลิตไฟฟ้า รัฐบาลจึงน่าจะยังส่งเสริมธุรกิจผลิตไฟฟ้าประเภท Renewable Energy ซึ่งเป็นธุรกิจที่ให้|ผลตอบแทนจากโครงการสูง จึงเป็นโอกาสสำหรับบริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า


ที่มา POSTTODAY