ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 19 จากทั้งหมด 19

กระทู้: รวมบทวิเคราะห์ และ ประเด็นมุมมองตลาดหุ้นวันนี้

  1. #1
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง




    มาตรฐาน รวมบทวิเคราะห์ และ ประเด็นมุมมองตลาดหุ้นวันนี้

    ชื่อ:  006.png
ครั้ง: 2351
ขนาด:  73.3 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  2. #2
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 2283
ขนาด:  54.9 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 2262
ขนาด:  51.8 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 2272
ขนาด:  4.6 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  3. #3
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  004.png
ครั้ง: 2243
ขนาด:  18.2 กิโลไบต์
    ชื่อ:  005.png
ครั้ง: 2267
ขนาด:  17.4 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  4. #4
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 2215
ขนาด:  40.2 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 2220
ขนาด:  46.3 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 2220
ขนาด:  31.9 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  5. #5
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 2211
ขนาด:  25.9 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 2214
ขนาด:  58.7 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 2204
ขนาด:  9.4 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  6. #6
  7. #7
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 2183
ขนาด:  157.0 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 2174
ขนาด:  61.4 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 2162
ขนาด:  9.9 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  8. #8
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 2112
ขนาด:  51.0 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 2105
ขนาด:  45.3 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  9. #9
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 2041
ขนาด:  144.5 กิโลไบต์

    สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ขยายตัว 7.5% ซึ่งสอดคล้องกับการคาดหมายของนักเศรษฐศาสตร์

    นายเฉิน ไล่หยวน โฆษกสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่าจีดีพีที่ลดลงเป็นผลจากศักยภาพการผลิตที่ลดลง พร้อมชี้ถึงภาวะการณ์ในโลกที่ยังซับซ้อนและรุนแรง อันน่าจะหมายถึงการฟื้นตัวที่อ่อนแอในชาติตะวันตก นอกจากนั้น เศรษฐกิจที่ชะลอลงยังเป็นผลจากการดำเนินมาตรการของผู้นำใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ที่มุ่งลดการพึ่งพาการส่งออกและการลงทุน โดยหันมาเน้นส่งเสริมการบริโภคในประเทศ

    นายเฉินกล่าวว่าจีดีพียังน่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 7.5% ขณะที่ผู้ว่าการธนาคารกลางกล่าวว่ารัฐบาลจะเพิ่มแรงจูงใจเพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก ในความพยายามสร้างเสถียรภาพให้การเติบโต

    ที่ผ่านมา ผู้นำจีนล้วนประกาศเป้าหมายระยะยาวของการสร้างสมดุลเศรษฐกิจ และนับจากขึ้นเป็นประธานาธิบดีเมื่อเดือนมี.ค. นายสี จิ้นผิง ก็ลดความสำคัญของการผลักดันการส่งออกและการลงทุน โดยหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นกับการใช้จ่ายของผู้บริโภค ซึ่งถูกวางให้เป็นกลไกใหม่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    นายแมทธิว เซอร์คอสตา นักเศรษฐศาสตร์ของมูดีส์อนาไลติกส์ ระบุว่าผู้ผลิตเพื่อการส่งออกกำลังได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ซบเซาในโลก ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็กำลังให้ความสำคัญกับการปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงการปิดอุตสาหกรรมบางภาคที่มีกำลังผลิตมากเกิน อย่างเหล็ก

    ขณะที่นางเหยา เว่ย นักเศรษฐศาสตร์แห่งโซซิเอเตเจเนอรัล เตือนว่าจีน' class='anchor-link' target='_blank'>เศรษฐกิจจีนอาจชะลอตัวลงอีกในช่วงที่เหลือของปี เพราะรัฐบาลไม่มีแนวโน้มจะกระตุ้นเศรษฐกิจ

    นักวิเคราะห์ชี้ว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จะกระตุ้นให้รัฐบาลเร่งผลักดันการปฏิรูปให้หนักกว่าเดิม เพราะทางเลือกของการอัดฉีดเงินมากขึ้นเข้าสู่เศรษฐกิจผ่านการผ่อนคลายการเงินนั้น เพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยและตลาดสินเชื่อที่ร้อนแรงอยู่แล้ว ยิ่งขยายตัวมากขึ้น

    นายเซียง ซองโจว หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งอกริคัลเจอรัลแบงก์ออฟไชนา กล่าวว่าเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจะบีบให้รัฐบาลผลักดันการปฏิรูป อันจะนำไปสู่การกำเนิดของกลไกใหม่ที่ส่งเสริมการเติบโต

    Tags : เศรษฐกิจจีน • จีน • จีดีพี
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  10. #10
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1992
ขนาด:  269.7 กิโลไบต์

    มูดี้ส์ปรับลดแนวโน้ม 3 ธนาคารใหญ่ของสิงคโปร์ ลงมาอยู่ในระดับ "ลบ" จากเดิมที่ "เสถียรภาพ" ท่ามกลางราคาอสังหาริมทรัพย์พุ่งแรง

    มูดี้ส์ สถาบันจัดอันดับควาาน่าเชื่อถือรายใหญ่จากสหรัฐ เปิดเผยว่า ได้ปรับลดแนวโน้มของธนาคารสิงคโปร์ 3 แห่ง คือ ดีบีเอส โอเวอร์ซีส์ ไชนีส แบงกิ้ง คอร์ป และยูไนเต็ด โอเวอร์ซีส์ แบงก์ ลงมาอยู่ในเชิงลบ จากเดิมที่เสถียรภาพ

    โดยระบุว่า เป็นผลมาจากการขยายตัวอย่างรวดเร็วของสินเชื่อ และราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พุ่งสูงขึ้นในสิงคโปร์ รวมถึงตลาดในภูมิภาคที่ธนาคารเหล่านี้ดำเนินธุรกิจอยู่

    "ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้ธุรกิจของธนาคารถดถอยลง จากความเป็นไปได้ที่จะเกิดการพลิกผันของตลาดในอนาคต"

    มูดี้ส์ อธิบายด้วยว่า บรรดาธนาคารของสิงคโปร์ดำเนินงานในสภาพแวดล้อมที่เอื้อสำหรับช่วงเวลาระยะยาว ด้วยอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ และการขยายตัวทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่ง ซึ่งทำให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น และเงินเฟ้อสินทรัพย์ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และตลาดการเงิน

    ข้อมูลของบริษัทจัดอันดับรายนี้ ยังแสดงให้เห็นว่า นับถึงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 77.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จากระดับ 64.4% เมื่อสิ้นปี 2550 ขณะที่ราคาสินทรัพย์ภาคเอกชน ทะยานขึ้นมาถึง 120% ในช่วงเวลาดังกล่าว

    นอกจากนี้ ความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ยังอาจกลายเป็นตัวจุดชนวนที่ส่งผลกระทบต่อดอกเบี้ยในสิงคโปร์ และประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึง กระแสเงินทุนที่ไหลเข้าออกในตลาดเกิดใหม่ ที่ธนาคารสิงคโปร์เหล่านี้ทำธุรกิจอยู่

    Tags : มูดี้ส์ • หั่นเครดิต • แบงก์สิงคโปร์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  11. #11
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ตลาดรอข่าวดีใหม่กระตุ้น โบรกฯ คาดผลดำเนินงาน Q2/56 กลุ่มแบงก์โต 20%


    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1883
ขนาด:  129.5 กิโลไบต์

    “ธนชาต” คาดทิศทางหุ้นวันนี้ทรงตัว ตลาดรอข่าวดีใหม่กระตุ้น แนะจับตา “ปธ.เฟด” แถลงนโยบายต่อ “สภาคองเกรส” 17-18 ก.ค.นี้ หวังตีความ “คิวอี” พร้อมคาดผลงาน Q2 กลุ่มแบงก์เติบโตได้ 20%


    นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บล.ธนชาต กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทย วันนี้ (16 ก.ค.) โดยมองว่าดัชนีหุ้นไทยยังไม่น่าจะขยับไปไหนไกล ซึ่งคาดว่าจะมีการเทรดในกรอบ 1,440-1,460 จุด จนกว่าจะมีทิศทางออกไปด้านในด้านหนึ่ง ช่วงนี้รอปัจจัยกระตุ้นตลาดใหม่ๆ

    ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยยังรอดูท่าที นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) แถลงนโยบายการเงินอย่างไรต่อกรรมาธิการสภาคองเกรส สหรัฐฯ ในวันที่ 17-18 ก.ค.นี้ เพื่อรอตีความเรื่องการลดมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง (QE) อีกครั้ง

    ส่วนปัจจัยในประเทศปลายสัปดาห์นี้ จะมีการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 2/56 ซึ่งกลุ่มสถาบันการเงินน่าจะออกมาดี โดยภาพรวมน่าจะโตได้ 20%

    อย่างไรก็ตาม ถ้าสังเกตช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นสัญญาณการลดประมาณการเนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว หลังบอนด์ยิลของสหรัฐฯ ปรับขึ้นสูง


    โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  12. #12
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1847
ขนาด:  61.8 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  13. #13
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/07/56


    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1753
ขนาด:  26.4 กิโลไบต์




    กลยุทธ์วันนี้ Sideways

    ประเด็นสำคัญวันนี้ SET INDEX วานนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ บวก 1.69 จุด มาอยู่ที่ 1,455.40 จุด มูลค่าการซื้อขายเบาบาง 39,366 ล้านบาท

    ต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยเป็นวันที่ 4 อีก 425 ล้านบาท แต่กลับมา Short สุทธิใน Index Futures เป็นวันแรกในรอบ 3 วันทำการ 946 สัญญา และกลับมาขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ 145 ล้านบาท

    ภาพ SET INDEX วันนี้แกว่งตัวในกรอบแคบ 1440 – 1,460 จุด เพราะขาดปัจจัยใหม่ทั้งในและต่างประเทศ เข้ากำหนดทิศทางการลงทุน อีกทั้งมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศอยู่ในระดับต่ำเช่นกัน

    ดังนั้นกลยุทธ์ช่วงสั้น MBKET แนะนำเป็นการเก็งกำไรรายตัวในช่วงสั้นๆ เท่านั้น สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ เพราะภาพใหญ่ยังมีความเสี่ยงทั้ง การปรับประมาณการกำไรปี 2556 ของบริษัทจดทะเบียนลง การปรับประมาณการ GDP ปีนี้ของ ธปท. ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ และประเด็นการเมืองทั้งในส่วนของร่างพรบ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ที่จะนำเสนอสู่สภาฯ วาระ 2-3 เดือนหน้า อาจสร้างแรงกดดันทางการเมืองนอกสภาฯ มากขึ้น

    กลยุทธ์การลงทุนวันนี้: แนะนำ “ซื้อเก็งกำไรแบบจำกัดวงเงิน เมื่อ SET INDEX ย่อตัว” หุ้น PS/ LOXLEY

    กลยุทธ์ทางเลือกวันนี้(S50U13): MBKET แนะนำ “พอร์ตถือ Long ที่เน้น Swing Trade กรณีจะปิดความเสี่ยง การดีดต่อยอดเข้าหาแนวต้าน 995 จุด หรือ 1000 จุด เป็นโอกาสปิดสถานะก่อน ส่วนที่จะถือ Long แล้วปล่อย Let profit run มีแนวสำคัญที่ 1005 จุดเป็นระดับพิจารณา” ตัดขาดทุนทันทีกรณีวันนี้มีฐานต่ำกว่า 975 จุด

    Portfolio

    HOLD: BTS/ IRPC/ TPIPL/ KK/ LOXLEY/ TRUE/ AIT/ DEMCO/ ILINK/ TASCO/ AP/ KTB/ SVOA/ PTTGC/ JAS/ PTT/ PTTEP

    Speculative Buy: PS/ LOXLEY

    Technical View

    แนวรับ 1435, 1420 และ 1400 จุด แนวต้าน 1465, 1475 และ 1495 จุด คงให้น้ำหนักโอกาสพักฐานมีสูงกว่า เว้นแต่ SET จะพลิกตัวแรงขึ้นยืนปิดเหนือ 1475 ขึ้นไปได้



    Strategist Team Maybank KimEng
    Mayuree Chowvikran, CISA
    Strategist / Analyst
    662-6586300 x 1440
    Padon Vannarat
    Equity Analyst
    662-6586300 x 1450
    Rinrada Lianghathaitham
    Assistant Analyst
    662-6586300 x 1530
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  14. #14
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/07/56


    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1676
ขนาด:  30.5 กิโลไบต์



    ตลาดบวก..แต่ก็มีลักษณะผันผวน ดังนั้นถ้าจะเลือกหุ้นซื้อจึงน่ารอ SET ลบ

    กลยุทธ์ : แนวโน้ม SET ในช่วงถัดไปยังมีโอกาสแกว่งบวกต่อได้ จึงยังแนะนำให้เน้นถือไว้ก่อน แต่ระยะสั้นอาจมีจังหวะแกว่งย้อนลงให้เห็นบ้าง ดังนั้นถ้าจะเลือกหุ้นเข้าซื้อจึงสามารถรอช่วงตลาดแกว่งพักตัวลงในด้านลบก่อนได้

    หุ้นเด่นทางเทคนิค : CCP, TVO, WHA(SBL)

    แนวโน้ม : หลังจากที่เมื่อวานนี้ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของจีนออกมาเป็นไปตามคาด ไม่ได้ต่ำกว่าคาดเหมือนที่ตลาดเป็นกังวลอยู่ตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนก็ผ่อนคลายความวิตกเรื่องการชะลอ QE ของเฟดลงไปได้พอควรแล้วด้วย จึงส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อวานนี้ดีดบวกขึ้นได้ พร้อมทั้งหนุนการขยับขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปเมื่อคืนนี้ด้วย นอกจากนี้การประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ ซิตี้กรุ๊ป ก็ช่วยสร้างความมั่นใจเกี่ยวกับการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจโลกได้อีก ทำให้ FSS คาดว่า SET ยังมีแนวโน้มที่จะแกว่งขึ้นต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตามการขยับขึ้นมาพอควรแล้วของตลาดหุ้นในภูมิภาค ขณะที่ในช่วง 2 วันข้างหน้านี้ (17-18 ก.ค.) ประธานเฟดจะแถลงแนวโน้มเศรษฐกิจครึ่งปีต่อที่ประชุมสภาคองเกรส ทำให้คาดว่าอาจมีนักลงทุนบางส่วนเลือกที่จะขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยงจากถ้อยแถลงของประธานเฟดได้ ซึ่งมีสิทธิที่จะกดดันให้ SET ยังมีลักษณะแกว่งตัวผันผวนอยู่ในช่วงสั้น ก่อนที่จะแกว่งไต่ระดับขึ้นในช่วงถัดไป

    แนวรับ 1450-1447 , 1442-1432 จุด แนวต้าน 1460-1464 , 1468-1475 , 1484 จุด

    Fund Flow วานนี้ไหลเข้าตลาดหุ้นภูมิภาคทุกตลาดต่อเนื่องแต่ปริมาณเบาบาง โดยไหลเข้าตลาดหุ้นไตหวัน US$330 ล้าน เกาหลีใต้ US$80 ล้าน ไทย US$14ล้าน ฟิลิปปินส์ US$6 ล้าน และ อินโดนีเชีย US$2 ล้าน ค่าเงินภูมิภาคทรงตัวถึงอ่อนค่าเล็กน้อย แนวโน้ม Fund Flow น่าจะเบาบาง

    ข่าว/หุ้นเด่นมีประเด็น

    (+) รฟม.เตรียมเสนอสายสีส้มเข้าครม.ปลายปี สีส้มเป็นช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี วงเงิน 1.15 แสนล้านบาท คาดว่าจะประกวดราคาได้ต้นปีหน้า เซ็นสัญญาปลายปี 2557 และเริ่มก่อสร้างกลางปี 2558 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีชมพู มูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท และสายสีเขียว (หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) มูลค่า 5.8 หมื่นล้านบาท จะเสนอครม.ต้น ส.ค. และจะเปิดขายซองประมูลเดือน ต.ค. นี้

    (+) AP เราคาดกำไรใน 2Q13 ฟื้นตัว +87% Q-Q แต่ลดลง 22% Y-Y แนวโน้มกำไรจะดีขึ้นใน 3Q13 และสูงสุดใน 4Q13 แต่เราปรับกำไรปี 2013-14 ลง 5% และ 7% เป็น 2.6 พันล้านบาท (โต 19%) ในปี 2013 และเป็น 3.0 พันล้านบาท (โต 15%) ในปี 2014 โดยปรับลดรายได้โอนบ้านแนวราบที่เราคาดไว้ค่อนข้างสูงก่อนหน้านี้ ทำให้ราคาเป้าหมายที่อิง PE 12 เท่า ลดลงเป็น 11.10 บาทจาก 11.70 บาท แม้ปรับกำไรลงแต่ AP ก็ยังมี PE (6.6 เท่า) และ PBV (1.2 เท่า) ถูกสุดในกลุ่มตอนนี้ ยังคงแนะนำซื้อ

    (+) ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นต่อเนื่อง เพราะโรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งในสหรัฐประสบปัญหา ต้องหยุดซ่อมบำรุงชั่วคราว ส่งผลให้ตลาดกังวลปัญหาอุปทานตึงตัว เป็นบวกต่อ PTTEP และกลุ่มโรงกลั่น

    (0) PTTGC หากไม่รวมขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 2.6 พันล้านบาทใน 2Q13 กำไรจากการดำเนินงานน่าจะทำได้ 6.3 พันล้านบาท ลดลง 40% Q-Q (เพราะค่าการกลั่นลด ขาดทุนสต็อกน้ำมัน และปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น 40 วัน) แต่เพิ่ม 274% Y-Y (เพราะมาร์จิ้นของธุรกิจโอเลฟินส์ดีขึ้นมาก) แนวโน้มกำไร 2H13 จะดีขึ้นจากค่าการกลั่นที่ฟื้นและโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องตามปกติ ยังแนะนำซื้อ เป้าหมาย 84 บาท

    (0) TOP เราคาด 2Q13 จะขาดทุนสุทธิ 2.4 พันล้านบาท จากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน แต่การดำเนินงานหลักยังมีกำไร 508 ล้านบาท ลดลง 81% Q-Q (เพราะค่าการกลั่นลด และขาดทุนสต็อกน้ำมัน) ราคาหุ้นที่ปรับลงมาก่อนหน้านี้รับรู้ข่าวร้ายเรื่องผลประกอบการไปมากแล้ว และยังมี upside กว่า 10% จากเป้าหมายที่ 74 บาท แนะนำซื้อ

    (0) TISCO การประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ส่วนใหญ่เป็นห่วงสถานการณ์ตลาดรถยนต์มือสอง ซึ่งปัจจุบันราคารถลดลงแล้ว 40% จากจุดสูงสุดปีก่อน เพราะมีรถใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมากจากโครงการรถคันแรกของรัฐบาล ประเด็นนี้ทำให้ NPL ของ TISCO เร่งตัวขึ้นเป็น 1.45% ใน 2Q13 จากสิ้นปีก่อนที่ 1.2% หุ้นตัวอื่นที่อยู่ในกลุ่มเช่าซื้อก็ถูกกังวลในเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ด้วย และอาจกินเวลาอย่างน้อยถึงสิ้นปีนี้ ขณะที่การเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อจะเริ่มชะลอตามยอดขายรถ ราคาหุ้นไม่มีปัจจัยกระตุ้นในระยะสั้น แต่เรายังแนะนำซื้อ จาก valuation ที่น่าสนใจ โดยปัจจุบันมี PE 8.2 เท่า (กลุ่ม 10 เท่า) Dividend yield 5.6% (กลุ่ม 3.4%) และ ROE 21% (กลุ่ม 17.4%)

    ลูกหุ้นเข้าวันนี้ CFRESH, NNCL, ROJNA, SIMAT

    XR วันนี้ ITD (1 : 0.159 @3 บาท), XR 17 ก.ค. ZMICO (2 : 1 @1.76 บาท)

    ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมายยับขึ้นอีกเล็กน้อย 19.96 จุด โดยได้รับแรงหนุนหลังซิตี้กรุ๊ปรายงานผลการดำเนินงานออกมาแข็งแกร่ง แต่ตลาดปรับขึ้นจำกัดหลังยอดค้าปลีกของสหรัฐออกมาต่ำกว่าคาด

    ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อคืนปิดตลาดในแดนบวกได้ โดยระหว่างวันสามารถพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ในรอบเกือบ 6 เดือน นำโดยกลุ่มธนาคาร รวมถึงจีนประกาศตัวเลข GDP ออกมายังคงอยู่ในเกณฑ์ดี

    ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดเช้านี้แกว่งตัวในกรอบแคบๆ โดยประเด็นสำคัญที่ต้องจำตาคือสรุปภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีแรงของประธาน FED ต่อสภาคองเกรสในช่วงกลางสัปดาห์นี้

    ค่าเงินบาทแกว่งทรงตัว คาดวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบ 31.00-31.22 บาท/ดอลลาร์

    ราคาน้ำมันดิบในตลาด NYMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. ขยับขึ้นอีก 0.37 ดอลลาร์/บาร์เรล มาปิดที่ 106.32 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจีนประกาศตัวเลข GDP 2Q13 ออกมาใกล้เคียงกับที่ตลาดคาด ทำให้คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันยังคงดี

    ราคาทองคำในตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. เพิ่มขึ้น 5.90 ดอลลาร์/ออนซ์ มาปิดที่ 1283.50 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังปรับตัวลงในช่วงก่อนหน้า รวมถึงข่าวที่ว่า Fitch ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของฝรั่งเศสลง


    Somchai Anektaweepon
    Research Dept. Tel: 02-646-9967, 02-646-9852
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  15. #15
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1618
ขนาด:  19.2 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 1606
ขนาด:  47.4 กิโลไบต์
    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 1603
ขนาด:  36.9 กิโลไบต์
    ชื่อ:  004.png
ครั้ง: 1606
ขนาด:  29.1 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  16. #16
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    สำนักวิจัย ซีไอเอ็มบี ไทย : รายงานสรุปและวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวัน 16/07/56


    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1418
ขนาด:  20.6 กิโลไบต์




    Daily & Morning Call Report

    รายงานสรุปและวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจและการเงินรายวันสหรัฐอเมริกา ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สาขานิวยอร์ครายงานดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) ในเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 9.46 จากระดับ 7.84 ในเดือนมิถุนายน มากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่ได้รับการสำรวจโดยรอยเตอร์คาดไว้ว่าจะอยู่ที่ระดับ 5.00 ทั้งนี้ ดัชนีที่เป็นบวกแสดงถึงภาวะการขยายตัว และดัชนีที่ต่ำกว่า 0 บ่งชี้ว่าภาคธุรกิจอยู่ในภาวะหดตัว ส่วนดัชนีย่อยอื่นๆ ปรับตัวดีขึ้น โดยดัชนีคำสั่งซื้อใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.77 จากระดับ -6.69 ในเดือนมิถุนายน ขณะที่ดัชนีการส่งออกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 8.96 จากระดับ -11.77 ในเดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับที่ย่ำแย่ที่สุดนับแต่ปี 2552 ส่วนดัชนีการจ้างงานบวกขึ้นสู่ระดับ 3.26 จากระดับ 0.00 ในเดือนมิถุนายน ส่วนดัชนีแนวโน้มทางธุรกิจในช่วง 6 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 32.01 ในเดือนนี้ จากระดับ 24.98 ในเดือนที่แล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาคการผลิตในนิวยอร์กมีมุมมองบวกมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะทางธุรกิจในอนาคต

    ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 0.4% จากที่เพิ่มขึ้น 0.5%ในเดือนพฤษภาคม (ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีการปรับทบทวนจากเดิมที่รายงานว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.6%) ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับตัวขึ้น 0.8% โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ด้านพลังงานและรถยนต์ที่แข็งแกร่ง ซึ่งหากไม่รวมยอดขายพลังงานและรถยนต์แล้ว ยอดค้าปลีกก็จะหดตัวลง 0.1% ในเดือนที่แล้วขณะที่ยอดค้าปลีกที่ไม่รวมรถยนต์ น้ำมันเบนซินและวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนมิถุนายน หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนพฤษภาคม

    สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเมษายน (ซึ่งเป็นตัวเลขที่มีการปรับทบทวนจากเดิมที่รายงานว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3%) ส่วนยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.1% หลังจากที่ทรงตัวในเดือนเมษายน และจากยอดขายดังกล่าวส่งผลให้ระยะเวลาที่จะทำให้สต๊อกสินค้าคงคงภาคธุรกิจหมดไปลดลงสู่ระดับ 1.29 เดือนเทียบจากระยะเวลา 1.30 เดือนในเดือนเมษายน ทั้งนี้ ปริมาณสต็อกสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ช้าลงในเดือนพฤษภาคม แสดงให้เห็นว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐได้ชะลอตัวลง และอาจจะถ่วงการขยายตัวในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้ เนื่องจากบริษัทต่างๆได้สั่งซื้อสินค้าน้อยลง แต่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้ภาคเอกชนต้องสั่งสินค้าเพิ่มในช่วงหลายเดือนข้างหน้าเพื่อรองรับอุปสงค์ที่ขยายตัว

    ยุโรป: สหภาพยุโรป

    ยูโรสแตทรายงานว่าผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของเขตยูโรโซนปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนในอัตรา 0.3% (m-o-m) ในเดือนพฤษภาคม จากที่เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนเมษายน และสอดคล้องกับตัวเลขที่นักเศรษฐศาสตร์โดย Consensus forecast ไว้

    การหารือระหว่างสหรัฐและสหรัฐภาพยุโรป (อียู) ว่าด้วยการเป็นพันธมิตรการค้าและการลงทุนข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก (TTIP) รอบแรกเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งเป็นการวางกรอบการหารือในอนาคต นักวิเคราะห์เชื่อว่า จะช่วยอัดฉีดแรงขับเคลื่อนของสู่ทั้งสองเขตเศรษฐกิจที่มีความแข็งแกร่ง และช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมีอำนาจมากขึ้นในการกำหนดกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศในอนาคต ทั้งนี้ ผลการวิจัยของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวอาจทำให้อียูมีรายได้ประมาณ 1.19 แสนล้านยูโรต่อปี (1.55 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ) และรายได้สำหรับเศรษฐกิจสหรัฐ 9.5 หมื่นล้านยูโรต่อปี (1.24 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)

    อังกฤษ

    ไรท์มูฟได้ทำการสำรวจราคาบ้านในอังกฤษ พบว่า ราคาบ้านโดยเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.3% (m-o-m) ในเดือนกรกฎาคม จากที่เพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนมิถุนายน และเมื่อเทียบรายปี ราคาบ้านเพิ่มขึ้น 4.8% จากที่เพิ่มขึ้น 2.7% (y-o-y) ในเดือนก่อน

    ดัชนีชี้นำของอังกฤษเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในเดือนพฤษภาคม โดยเพิ่มขึ้น 0.4% (m-o-m) จากที่เพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนเมษายน และ 0.7% ในเดือนมีนาคม สะท้อนว่าเศรษฐกิจอังกฤษได้ฟื้นตัวขึ้นอย่างยั่งยืน

    สเปน

    นายกรัฐมนตรีสเปน มาเรียโน เรจอย ถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังเกิดกรณีอื้อฉาวเรื่องการรับเงินสินบนของพรรคป็อปปิวลาร์ อีกทั้งนายเรจอย ยังได้ส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือไปให้กำลังใจ นายหลุยส์บาซินาส อดีตรัฐมนตรีคลังที่ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนจากเงินบริจาคของบริษัทต่างๆ เพื่อแลกกับสัญญาของรัฐเป็นการตอบแทน

    เอเชีย:จีน

    สำนักงานสถิติของของจีนรายงานว่าเศรษฐกิจจีนไตรมาสที่สองขยายตัว 7.5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งเท่ากับตัวเลขคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg แต่ลดลงจากอัตราการขยายตัว 7.7% ในไตรมาสแรก ทั้งนี้การขยายตัวในอัตราที่ลดลงดังกล่าวเป็นผลจากการที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอการเติบโตลง และนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าภาคการผลิตอาจจะชะลงตัวลงมากกว่านี้ในช่วงครึ่งปีหลังจากการที่รัฐบาลจีนจำกัดการขยายตัวของการให้สินเชื่อเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤติการเงินในประเทศหลังสินเชื่อขยายตัวมากในช่วงที่ผ่านมา

    การผลิตภาคอุตสาหกรรมในจีนเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 8.9%จากเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงจากที่ขยายตัว 9.2% ในเดือนพฤษภาคม และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg คาดการณ์ว่าจะขยายตัว 9.1% ส่วนยอดขายปลีกในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 13.3% จากเดือนเดียวกันปีก่อน เพิ่มขึ้นจากที่ขยายตัว 12.9% ในเดือนพฤษภาคม และสูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 12.9% สำหรับการลงทุนในสินทรัพย์คงที่ในช่วง 6 เดือนแรกปีนี้เพิ่มขึ้น 20.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าช่วง 5 เดือนแรกที่ขยายตัว 20.4% และต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 20.2%

    การให้สินเชื่อใหม่สกุลเงินท้องถิ่นในจีนเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 860.5 พันล้านหยวน สูงกว่าการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์จากการสำรวจของ Bloomberg ที่ 800 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และเพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคมซึ่งอยู่ที่ 667.4 พันล้านหยวน สำหรับปริมาณเงิน M2 เดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 14% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ลดลงจากที่ขยายตัวในอัตรา 15.8% ในเดือนพฤษภาคม

    ไทย

    กระทรวงพาณิชย์ รายงานสถิติการจดทะเบียนนิติบุคคลตั้งใหม่เดือนมิถนายนว่า มียอดผู้ประกอบธุรกิจที่ยื่นขอจดทะเบียนจัดตั้งห้างหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศทั้งสิ้น 5,753 ราย ลดลง 422 ราย หรือลดลง 7% (m-o-m) แต่เพิ่มขึ้น 909 ราย หรือเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 19% (y-o-y) ส่วนนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกมีจำนวน 1,170 ราย เพิ่มขึ้น 343 ราย หรือเพิ่มขึ้น 41% (m-o-m) และเพิ่มขึ้น 125 ราย หรือเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันปีก่อนเพิ่มขึ้น 12% (y-o-y) ส่งผลให้สถิติการจดทะเบียนรวมในครึ่งปี 56(ม.ค.-มิ.ย.) มีธุรกิจตั้งใหม่รวม 36,382 ราย เพิ่มขึ้น 6,326 ราย หรือเพิ่มขึ้น 21% (y-o-y) ส่วนธุรกิจเลิกกิจการมี 5,391 ราย ลดลง 186 ราย หรือลดลง 3% สำหรับธุรกิจที่จดทะเบียนจัดตั้งสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป, อสังหาริมทรัพย์ และขายส่งเครื่องจักร ส่วนธุรกิจค้าสลากที่เคยติดอันดับหนึ่งของการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในแต่ละเดือนนั้นได้ขอให้เจ้าหน้าที่ตัดออก เพราะพบความผิดปกติ โดยมีการจัดตั้งเพิ่มขึ้นมากแต่ส่วนใหญ่ใช้ที่อยู่เดียวกัน ซึ่งไม่ใช่วิสัยปกติของการจัดตั้งบริษัท

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) รายงานผลการจัดเก็บรายได้สุทธิของรัฐบาลในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2556(ต.ค.55-มิ.ย.56) สามารถจัดเก็บได้ทั้งสิ้น 1,616,683 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 81,998 ล้านบาท หรือ 5.3% อันเป็นผลมาจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้ปิโตรเลียมได้สูงกว่าเป้าหมาย ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ภายในประเทศ รายได้ภาคครัวเรือน และผลประกอบการของภาคธุรกิจพลังงานที่ขยายตัวได้ดี ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ของ 3 กรมจัดเก็บภาษีสังกัดกระทรวงการคลังสูงกว่าเป้าหมาย 48,598 ล้านบาท หรือ 2.9% สำหรับผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลเดือนมิถุนายน 2556 รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 181,377 ล้านบาท ต่ำกว่าประมาณการ 3,644 ล้านบาท หรือ 2.0% เป็นผลจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่จัดเก็บจากการนำเข้าจัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการตามอัตราการขยายตัวของมูลค่าการนำเข้าที่ชะลอตัวลง สอดคล้องกับอากรขาเข้าที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการเช่นกัน ประกอบกับภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจากเหตุการณ์อุทกภัยที่ส่งผลให้ผลประกอบการของภาคธุรกิจที่ยื่นชำระภาษีจากกำไรสุทธิประจำปี 2555 ต่ำกว่าประมาณการ

    - ตลาดสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ค.) ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกขึ้น หลังผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทซิตี้กรุ๊ปช่วยหนุนดัชนี S&P 500 ปิดปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 8 ติดต่อกัน แม้ข้อมูลการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจเป็นไปอย่างไร้ทิศทาง โดยการขยายตัวของภาคการผลิตรัฐ
    นิวยอร์คเพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม ขณะที่ยอดค้าปลีกเดือนมิถุนายนต่ำกว่าคาด และสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

    - ตลาดหุ้นเอเชีย เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้จากการที่ตัวเลขจีดีพีจีนไตรมาสสองขยายตัวในอัตราที่เท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
    และรัฐบาลจีนขยายช่องทางในการเข้ามาลงทุนในตลาดการเงินจีนของนักลงทุนต่างประเทศ โดยในวันนี้สำนักงานสถิติของของจีนรายงานว่าเศรษฐกิจจีนไตรมาสที่สองขยายตัว 7.5% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน โดยอัตราการขยายตัวต่ำกว่าไตรมาสแรกที่ขยายตัว 7.7%จากการที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอการเติบโตลง โดยตัวเลขผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 8.9% จากเดือนเดียวกันปีก่อน ต่ำกว่าเดือนพฤษภาคมที่ขยายตัว 9.2% อย่างไรก็ดียอดขายปลีกในประเทศขยายตัวในอัตราที่สูงขึ้นจากที่ขยายตัว 12.9% ในเดือนพฤษภาคม มาเป็น 13.3% ในเดือนมิถุนายน โดยปิดตลาดวันนี้ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตเพิ่มขึ้น 0.98% ส่วนดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดเพิ่มขึ้น 0.12% สำหรับตลาดหุ้นญี่ปุ่นวันนี้ปิดทำการ

    - ตลาดหุ้นไทย เมื่อวันจันทร์ (15 ก.ค.) ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวขึ้นลงแคบๆในวันนี้ โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่านักลงทุนรอดูปัจจัยใหม่ โดยเฉพาะการประกาศผลประกอบการไตรมาสสองของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะออกมาในช่วงปลายสัปดาห์ โดยปิดตลาดวันนี้ SET INDEX เพิ่มขึ้น 1.69 จุด
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  17. #17
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  005.png
ครั้ง: 1304
ขนาด:  75.2 กิโลไบต์
    ชื่อ:  006.png
ครั้ง: 1310
ขนาด:  58.5 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  18. #18
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  003.png
ครั้ง: 1300
ขนาด:  29.6 กิโลไบต์
    ชื่อ:  004.png
ครั้ง: 1294
ขนาด:  27.0 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

  19. #19
    You can't make someone else's choices รูปส่วนตัว aotto
    สมัครเมื่อ
    20 Nov 2009
    โพส
    23,077
    23
    รับคำขอบคุณ 1,491 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ชื่อ:  001.png
ครั้ง: 1278
ขนาด:  62.5 กิโลไบต์
    ชื่อ:  002.png
ครั้ง: 1278
ขนาด:  63.3 กิโลไบต์
    หากมีจุดหมายอย่ากลัวหลงทาง

ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 04:11.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com