ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 5 จากทั้งหมด 5

กระทู้: เงินหายไปไหนหมด

  1. #1
    S2M Silver Member
    สมัครเมื่อ
    30 Apr 2013
    โพส
    560
    12
    รับคำขอบคุณ 12 ครั้ง




    Wink เงินหายไปไหนหมด

    ชื่อ:  AE8E54362F5345E0A83A53AC3C25BBD0.jpg
ครั้ง: 2432
ขนาด:  77.9 กิโลไบต์

    สารทจีนปีนี้พ่อค้าแม่ค้าบ่นกันพึมว่าของไหว้เจ้าขายได้น้อยลงกว่าปีก่อน ๆ ไม่รู้ว่าทำไมเงินถึงหายไปจากตลาดจะว่าของแพงก็ไมใช่ เพราะแพงไม่กี่อย่าง ที่ถูกมีมากกว่า

    ไข่ที่ว่าแพง ๆ นั้นก็เป็นไข่ไก่ ไม่ใช่ไข่ไหว้เจ้าที่เป็นไข่เป็ด ซึ่งราคายังไม่แพงกว่าปกติเท่าใดนัก

    พริกขี้หนูแพงก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า เพราะเจ้ากินแต่อาหารจีน ซึ่งไม่ค่อยมีพริกเป็นส่วนประกอบ

    ส่วนที่แพงแต่จำเป็นต้องใช้ ลูกหลานเจ้าก็ย่อส่วนลง ซึ่งก็ทำให้ผู้ค้าอาหารไหว้เจ้าขายของไม่ค่อยได้มาก

    พ่อค้าแม่ขายพากันบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า เงินหายไปไหนหมด?

    ตรงกับที่รัฐบาลปรารภว่าสภาพคล่องหดหาย คนไทยใช้จ่ายกันน้อยลง

    ต่างจากปีที่แล้วที่คนไทยใช้จ่ายกันโครม ๆ สภาพคล่องเหลือเฟือ เทศกาลงานรื่นเริงเงินสะพัดห้าหมื่นล้านถึงแสนล้าน

    การใช้จ่ายในประเทศมีสัดส่วนเติบโตในจีดีพีถึงกว่า 4%

    แต่ปีนี้ เงินหายไปจนภาวะเงินเฟ้อหดตัว

    นักเศรษฐศาสตร์อธิบายว่า ปีที่แล้วคนไทยใช้จ่ายกันมาก เหตุจากมีรายได้เพิ่ม ทั้งจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันทั่วประเทศ ค่าจ้างระดับปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท เงินเดือนข้าราชการขึ้น 2 ระลอก ระลอกละ 5% การรับจำนำข้าวราคาเกวียนตันละ 15,000 บาท โครงการรถยนต์คันแรก ฯลฯ

    ล้วนแต่ควักกระเป๋าคนไทยจนกระเป๋าเบา หนี้ครัวเรือนเพิ่มพรวดพราด

    ช่วงนี้จึงเป็นช่วงพักตัวหลังจากใช้เงินกันมาสมอยาก

    คนไทยคงต้องตั้งหน้าตั้งตาเก็บเงินเอาไว้เพื่อใช้จ่ายอย่างมีสติ มีวินัยกันในปีหน้า

    ในรูปการเช่นนี้ รายได้จะเท่ากับรายจ่าย+การออม+ ส่วนรั่วไหล

    ส่วนรั่วไหลหรือ Leakage หรือ Withdrawal นี้เองที่เป็นตัวการให้เกิดภาวะเงินตึงตัว จนทำให้พ่อค้าแม่ขายบ่นกันว่า “เงินหายไปไหน”


    ซื้อบ้าน ซื้อรถ เงินยังอยู่ในตลาด แต่เงินรั่วไหลเช่น เสียภาษีเงินได้ ภาษีแวต เงินออม เงินลงทุนพันธบัตร เงินบริจาค เงินเที่ยวเมืองนอก เงินซื้อหวยใต้ดิน ฯลฯ

    ล้วนหายไปหรือหมุนเวียนในระบบแค่รอบเดียวแล้วหลุดวงจรไป

    ไม่ใช่เงินซื้อข้าว ซื้อก๋วยเตี๋ยวที่หมุนเข้ากระเป๋าเจ๊แล้วไปสู่ร้านวัตถุดิบ เครื่องปรุงอาหารสด จากนั้นหมุนไปถึงฟาร์มหมู ฟาร์มไก่ ไปยังไร่ผัก ไปยังน้ำมันเชื้อเพลิง ฯลฯ

    จะเป็น Leakage ก็แค่ 5-6%


    พฤติกรรมและกิจกรรมทางเศรษฐกิจก็เปลี่ยนไป คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้นจากมาตรการยกระดับรายได้ต่าง ๆ ของรัฐบาลก็จริง แต่เงินเฟ้อกลับไม่ขึ้น

    ทั้ง ๆ ที่โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อรายได้ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ผู้ผลิตและคนกลางจะกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นกว่าปกติ เกิดภาวะเงินเฟ้อขยายตัวสูง

    แต่เงินเฟ้อไตรมาสที่สองกลับต่ำกว่ากรอบมาก ตรงกับที่พ่อค้าแม่ค้าบอกว่าเงินหายไปจากตลาดมากจนผิดสังเกต

    มีคนพูดกันถึงทฤษฎี “สองสูง” ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี

    การยกระดับรายได้ของประชาชนของรัฐบาลชุดนี้ บรรดาสาวกทฤษฎีสองสูงยกนิ้วให้ว่าเจ๋ง

    แต่เมื่อเกิดขึ้นมาจริง ๆ กลับได้ผลแค่ภาคเดียว คือเกษตรกรรม ที่มีการรับจำนำผลผลิตในราคาสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าว

    สูงแรกคือราคาข้าว สูงที่สองคือรายได้ของชาวนา

    แต่เมื่อใช้ในภาคการผลิตอื่น ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรม กลับกลายเป็นกลับหัวกลับหาง ค่าแรง (รายได้) สูงมาก่อน ราคาสินค้า (ที่ผลิต) เป็นสูงที่สองมาหลัง

    ในสาขาบริการก็เช่นกัน ค่าแรงสูงกลายเป็นข้ออ้างในการเพิ่มราคาสินค้า เหตุจากต้นทุนแรงงานเพิ่มขึ้นตามค่าจ้าง

    แรงงานมี 2 สถานะ คือเป็นปัจจัยในการผลิตและเป็นผู้บริโภคในเวลาเดียวกัน

    ค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น 35.74% โดยเฉลี่ย แต่เป็นค่าใช้จ่ายในฐานะผู้บริโภคซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 15-20% ทำให้มีเงินได้เพิ่มสุทธิแค่ 15-20% เท่านั้น

    นอกจากเงินเอกชนหายไปจากตลาดแล้ว เงินภาครัฐหรือเงินลงทุนของรัฐบาลและเงินค่าใช้จ่ายประจำก็หายไปด้วย

    อันที่จริงไม่ได้หายไปมากมายหรอก เป็นแต่นำมาใช้กันช้า ค่อนปีงบประมาณแล้วยังเพิ่งเบิกจ่ายกันจริงแค่ 70% ต้น ๆ

    กระทรวงการคลังถึงกับต้องกระทุ้ง ต้องจี้ ต้องคาดคั้นเอาโทษกรณีบริหารงบประมาณหย่อนประสิทธิภาพ ใช้เงินล่าช้า ไม่อยู่ในกรอบเวลา

    แต่การกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศก็เสี่ยงต่อตัวเลขหนี้ครัวเรือนและระดับการออมลดลง

    รัฐบาลพยายามเพิ่มสัดส่วนการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐ โดยเป้าหมายให้ได้ 25% แต่กลับทำได้แค่ 20% ต้น ๆ เท่านั้น

    นอกจากนี้การบริหารงบประมาณแผ่นดินยังขาดประสิทธิภาพ จากการที่หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจเบิกจ่ายงบประมาณช้า

    เห็นได้จากค่อนปีงบประมาณคือถึง ณ วันที่ 2 ส.ค.นี้ เบิกกันไปใช้แค่ 1,831,896.170 ล้านบาท หรือ 76.33% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีเท่านั้น

    เหลืออีก 35 วันจะสิ้นปีงบประมาณ 2556 (30 ก.ย. 56) ยังเบิกกันไม่หมด ซึ่งสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ประเมินว่าจะเบิกกันได้ 1,948,518.563 ล้านบาท หรือประมาณ 97% ของงบประมาณรายจ่ายประจำ 1,995,649.640 ล้านบาท

    เบิกไม่ทันหรือไม่สามารถเบิกได้ 47,131.077 ล้านบาทและยังมีงบประมาณที่เบิกกันนาทีสุดท้ายอีก 338,919,760 ล้านบาท

    รวมแล้วเกือบ 4 แสนล้านบาทที่ไม่ได้เข้าไปหมุนเวียนในระบบและกระตุ้นการขยายตัวของจีดีพีได้อย่างน้อยอีก 10-20%

    การที่ส่วนราชการรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐเบิกงบประมาณไปใช้กันอย่างอ้อยสร้อย ผิดกับตอนทำงบประมาณรายจ่ายเสนอขึ้นมาที่เร่งรัดและขอมาก ๆ

    เป็นที่รู้กันในหมู่ข้าราชการระดับสูงว่า เมื่อเบิกช้า งวดตกเบิกก็ได้มาก ทำให้ต้องเร่งใช้จ่ายกันแบบโยกงบฯ เอาไปใช้กัน

    โดยเฉพาะหน่วยงานปกครองท้องถิ่น เหลืองบฯเอาไปเที่ยวเมืองนอกกันเปรมปรีดิ์ทั้งครอบครัว เพื่อนพ้องและหัวคะแนน


    ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลังจึงได้ตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเร่งรัดการเบิกจ่ายให้เป็นไปตามกรอบเวลา

    แต่ก็ยังไม่เข้าเป้า เพราะแม้จะได้ถึง 97% ของงบรายจ่าย แต่ก็เป็นช่วงฉุกละหุกเกือบจะสิ้นปีงบประมาณ

    ถ้าสามารถกระจายการเบิกจ่ายได้ตรงตามเวลาที่กำหนด เช่นครึ่งปีเบิกไป 50% สิ้นปีอีก 50%

    เงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายภาครัฐก็จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีและสม่ำเสมอ


    REF. ดอกเบี้บออนไลท์

  2. #2
  3. #3
  4. #4
    S2M Gold Member
    สมัครเมื่อ
    05 Jul 2012
    โพส
    1,731
    118
    รับคำขอบคุณ 277 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณมากครับ^^
    อันที่จริงแล้วการขยายตัวชลอลงบ้างก็ดีเหมือนกันนะครับ การเติบโตจะได้มีเสถียรภาพ
    มากกว่าที่จะทำให้มันขยายเร็วๆแบบเร่งๆรีบๆ

    จัดให้ one thank ครับท่าน Stormbreaker ^^

  5. #5
    S2M Silver Member รูปส่วนตัว Jet_Lag
    สมัครเมื่อ
    03 Apr 2013
    โพส
    1,440
    31
    รับคำขอบคุณ 416 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณครับ

ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 16:04.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com