ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 31 จากทั้งหมด 31

กระทู้: ข่าวHot วันพฤหัสฯ...

  1. #1
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง




    Talking ข่าวHot วันพฤหัสฯ...

    อย่าพลาดโอกาสสำคัญ !!
    คลิ๊กดูรายละเอียด และลงชื่อจองการเข้าร่วมมีตติ้ง ที่.. คลิ๊ก

    รายละเอียดการชำระเงิน คลิ๊ก



    คลิ๊กดูรายละเอียด และลงชื่อจองการเข้าร่วมมีตติ้ง ที่.... คลิ๊ก

    http://www.thairath.co.th/column/eco/stock/42962



    หวั่นหลุด 700 จุด!!

    ดัชนีหุ้นวันที่ 28 ต.ค. 52 ปิดที่ 703.95 จุด ลดลง 10.59 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 14,938 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 843.87 ล้านบาท

    หุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด CPF ปิดที่ 9.25 บาท ลดลง 0.40 บาท, PTTEP ปิดที่ 151.50 บาท ลดลง 4 บาท, PTT ปิดที่ 251 บาท ลดลง 6 บาท, BBL ปิดที่ 113 บาท ลดลง 2.50 บาท และ QH ปิดที่ 2.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท

    ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป ชี้ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น กดดันการลงทุนในตลาดหุ้นรวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์

    สำหรับแนวโน้มตลาดระยะสั้น มองว่าค่อนข้างผันผวนหากดัชนีหลุดต่ำกว่า 700 จุด แนะให้ชะลอการลงทุน โดยประเด็นที่ต้องติดตามคือ การเคลื่อนไหวของดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ, ผลประกอบการบริษัทฯจดทะเบียนไตรมาส 3 ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงประเด็นการเมือง เพราะปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน

    ด้านเทคนิค ประเมินแนวรับไว้ที่ 695 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 710 จุด

    ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กิมเอ็ง มองหุ้นไทยปรับตัวลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศทั้งเอเชีย และดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้า ขณะที่ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าปรับตัวลง ส่งผลกดดันหุ้นบิ๊กแคป ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ฯที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น หลังนักลงทุนเริ่มลดความเสี่ยงการลงทุนในตลาดหุ้น ทำให้มีแรงขายของต่างชาติ

    มองแนวโน้มตลาดยังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจน จึงมีโอกาสปรับฐานลง แนะกลยุทธ์การลงทุน ให้เก็งกำไรหุ้นขนาดเล็กและกลางเช่นหุ้น QH ,SAT และ THCOM หลังประเมินว่าผลประกอบการไตรมาส 3 จะออกมาดีขึ้น

    ด้านเทคนิค ประเมินแนวรับไว้ที่ 700 จุด และแนวต้านอยู่ที่ 710 จุด.

    อินเด็กซ์ 51




  2. #2
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.moneychannel.co.th/Menu6/...7/Default.aspx

    4 โบรกประสานเสียงแนวรับวันนี้ต่ำกว่า 700 จุด


    ชื่อ:  S2M - 66.gif
ครั้ง: 1880
ขนาด:  19.8 กิโลไบต์
    ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 703.95จุด ลดลง 10.59 จุด (-1.48%)
    มูลค่าการซื้อขาย 14,938.05 ล้านบาท

    - นักลงทุนสถาบันขายสุทธิ 351.90 ล้านบาท
    - นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 842.53 ล้านบาท
    - นักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิ 1,194.43 ล้านบาท


    กวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวในรายการ หุ้นโค้งสุดท้าย ว่า ตลาดหุ้นไทยมีแรงกดดันจากการขายหุ้นออกมาของนักลงทุนต่างชาติ เพื่อลดความเสี่ยง และเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า โดยกวีเชื่อว่า 2 ปัจจัยนี้จะกดดันตลาดหุ้นไทยนานนับสัปดาห์และน่าจะทำดัชนีหลุดจากระดับ 700 จุดลงไปได้ และควรต้องระวังแรงขายหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์และพลังงาน

    กวีแนะนำว่า นักลงทุนควรหันมาลงทุนหุ้นคุณค่า (Value Stock) อย่างหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล โรงแรม สื่อสารและบันเทิง โดยหลายตัวยังมีแนวโน้มดี และไม่ใช่หุ้นเป้าหมายของนักลงทุนต่างชาติ หุ้นเหล่านี้ยังคงมีปัจจัยพื้นฐานทีดี แต่ราคาปรับลดลง ซึ่งนักลงทุนควรทยอยเข้าซื้อ เพราะไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าราคาหุ้นจะลดลงไปถึงระดับใด

    ในระยะถัดจากนี้ตลาดหุ้นไทยจะสะท้อนภาพความเป็นจริงจากปัจจัยพื้นฐานมากขึ้นกว่าช่วงก่อนที่ดัชนีขึ้นอยู่กับสภาพคล่องของนักลงทุนต่างชาติ อย่างไรก็ตามแม้นักวิเคราะห์จะปรับประมาณการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในเอเชียรวมทั้งไทย แต่ความกังวลที่มีต่ออัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้เงินดอลลาร์แข็งค่า และสภาพคล่องในตลาดหุ้นเอเชียหายไป

    การที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยหลุดจากแนวรับที่ 707 จุดวานนี้ (28 ต.ค. 52) จึงมีความเป็นไปได้ที่จะลดลงไปอยู่ที่ 684 จุด ดังนั้นนักลงทุนควรต้อง Wait & See รอจังหวะที่จะเข้าซื้อเพิ่ม


    จากการรวบรวมของ Money Channel บริษัทหลักทรัพย์ต่าง ๆ ให้กรอบการลงทุนและหุ้นแนะนำในวันนี้ ดังนี้

    บล. ซีไอเอ็มบี ให้กรอบเคลื่อนไหวดัชนีไว้ที่ 695 - 705 จุด

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ให้กรอบเคลื่อนไหวดัชนีไว้ที่ 698 - 710 จุด แนะลงทุนหุ้น บมจ. ทิปโก้แอสฟัลท์ (TASCO)

    บล. ไอร่า ให้กรอบเคลื่อนไหวดัชนีไว้ที่ 695 – 710 จุด แนะให้ขายหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์






  3. #3
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    2 วันส่งท้ายเดือนตุลาฯ หรือยอดซื้อ-ขายต่างชาติจะติดลบ ?

    ลุ้นกับ2 วันส่งท้ายเดือนตุลาคม
    โดยยอดเดือนยังเป็นซื้อสุทธิ แต่กับการขายต่อเนื่องในช่วงหลังนี้ จะพลิกยอดกลับเป็นขายเดือนแรกในรอบ8เดือนหรือไม่ ?!?
    ชื่อ:  S2M - 68.gif
ครั้ง: 1919
ขนาด:  30.3 กิโลไบต์

    ชื่อ:  S2M - 69.gif
ครั้ง: 1873
ขนาด:  37.5 กิโลไบต์

    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

  4. #4
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ยอดขายบ้านลดทำหุ้นสหรัฐร่วง น้ำมันดิบดิ่ง 2.09 ดอลลาร์



    สหรัฐ 29 ต.ค. - ยอดขายบ้านสร้างใหม่ที่ลดลงฉุดให้ดัชนีหุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวในแดนลบ
    ส่วนราคาน้ำมันดิบดิ่งลงต่ำกว่า 78 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

    ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐ ดัชนีดิ่งลงอย่างหนัก
    ทั้งจากข้อมูลล่าสุดระบุว่ายอดขายบ้านสร้างใหม่ในเดือนกันยายนลดลง 3.6% จากเดือนสิงหาคม
    ลงมาอยู่ที่ 402,000 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
    และเป็นครั้งแรกที่ยอดขายปรับลดลงนับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงโกลด์แมน แซค
    ที่คาดการณ์ว่าตัวเลขจีดีพีของสหรัฐในไตรมาส 3 ปีนี้ จะเพิ่มขึ้น 2.7% น้อยกว่าประมาณการไว้ที่ 3%

    ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 2.09 ดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่า 2%
    ไปปิดที่ระดับ 77.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

    ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กมีอยู่ราว 1.68 พันล้านหุ้น
    มีจำนวนหุ้นลบมากกว่าหุ้นบวกในอัตราส่วน 9 ต่อ 1
    ส่วนปริมาณการซื้อขายในตลาด Nasdaq มีอยู่ราว 2.75 พันล้านหุ้น



    แมนนี เวนทร็อบ นักวิเคราะห์จากบริษัท Integre Advisors ในนิวยอร์กกล่าวกับเอพีว่า
    ตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงกว่า 100 จุดหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า
    ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย.ดิ่งลง 3.6% แตะที่ 402,000 ยูนิต/ปี ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน
    และมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6% แตะระดับ 440,000 ยูนิต/ปี

    นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่ายอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย.ของสหรัฐจะได้รับแรงหนุนจากโครงการ
    ลดหย่อนภาษีมูลค่า 8,000 ดอลลาร์แก่ผู้ที่ซื้อบ้านครั้งแรก ซึ่งโครงการดังกล่าวช่วยหนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัว
    ขึ้น โดยเมื่อไม่นานมานี้สหรัฐรายงานว่าตัวเลขสร้างบ้านเดือนก.ย.เพิ่มขึ้น 0.5% แตะที่ 590,000 ยูนิตในเดือนก.ย.

    นอกจากนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กยังรวงลงหลังจากโกลด์แมน แซคส์ ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจประจำไตรมาส 3
    ของสหรัฐ โดยคาดว่าตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 จะขยายตัวเพียง 2.7% ต่อปี
    ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะขยายตัว 3%
    โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐมีกำหนดจะรายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ในคืนวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย

    นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้
    โดยวันพฤหัสบดี จะมีการรายงานจีดีพีไตรมาส 3 และตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
    ส่วนวันศุกร์จะมีการรายงานรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ย.และดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายเดือนต.ค.

    คณะกรรมาธิการด้านบริการการเงินแห่งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเรียกร้องให้สถาบันการเงินรายใหญ่ที่มีสินทรัพย์
    จดทะเบียนมากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ร่วมแบกภาระต้นทุนเมื่อรัฐบาลเข้าเทคโอเวอร์สถาบันการเงิน
    กลุ่มที่ถูกระบุว่า "หากปล่อยให้ล้มละลายก็จะส่งผลกระทบต่อระบบการเงินทั้งระบบ" หรือ "too big to fail"
    และมีมติด้วยการลงคะแนนเสียง 67 ต่อ 1 ให้ผ่านร่างฎหมายที่กำหนดให้กลุ่มเฮด์ฟันด์เข้าจดทะเบียนต่อ
    คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (SEC)

    หุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงหลังราคาน้ำมันดิบตลาด NYMEX ร่วงลง 2.09 ดอลลาร์ แตะที่ 77.46 ดอลลาร์/บาร์เรล
    โดยหุ้นชลัมเบอร์เกอร์ปิดร่วง 4.1%
    ส่วนหุ้นกลุ่มธุรกิจสร้างบ้านร่วงลงตามยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย.ของสหรัฐ โดยหุ้นโทลล์ บราเธอร์ส ปิดร่วง 5.5%

    หุ้นกู๊ดเยียร์ ไทร์ แอนด์ รับเบอร์ ปิดร่วงลง 19.6%
    หลังจากบริษัทคาดการณ์ว่ารายได้จากการดำเนินงานในอเมริกาเหนือจะลดลงในไตรมาส 4

    ชื่อ:  S2M - 73.gif
ครั้ง: 1900
ขนาด:  25.8 กิโลไบต์

    ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 9,762.69 จุด ดิ่งลง 119.48 จุด
    แนสแดคปิดที่ระดับ 2,059.61 จุด ลดลง 56.48 จุด
    และเอสแอนด์พีปิดที่ระดับ 1,042.63 จุด ลดลง 20.78 จุด

    ชื่อ:  S2M - 74.gif
ครั้ง: 1811
ขนาด:  10.6 กิโลไบต์
    ชื่อ:  S2M - 75.gif
ครั้ง: 1820
ขนาด:  15.9 กิโลไบต์
    ชื่อ:  S2M - 76.gif
ครั้ง: 1846
ขนาด:  37.3 กิโลไบต์
    สำนักข่าวไทย
    สำนักข่าวอินโฟเควสท์

  5. #5
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ปฏิทินเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้

    ผลประกอบการของภาคเอกชนในไตรมาส 3 ทยอยออกมาเรื่อยๆ
    ให้ได้ลุ้นกำไรในการดำเนินการเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนและไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว

    นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญๆของสหรัฐในสัปดาห์นี้
    ไฮไลท์น่าจะเป็นการที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐมีกำหนดจะเปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 3 ในวันพฤหัสบดีที่ 29 ต.ค.นี้
    และในวันนี้เช่นกันมีการเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

    วันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีต้นทุนการจ้างงานประจำไตรมาส 3
    และรายได้ส่วนบุคคลเดือนก.ย.
    ขณะที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนจะเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นขั้นสุดท้ายเดือนต.ค.


  6. #6
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    มาเลเซียเผยแผนเปิดกว้างอุตสาหกรรมยานยนต์


    กัวลาลัมเปอร์ 28 ต.ค.-มาเลเซียเผยแผนเปิดกว้างอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งรวมถึงให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้น 100% และเสนอระยะเวลาปลอดภาษี 10 ปี ให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่ผลิตรถยนต์ไฮบริดและรถไฟฟ้า เพื่อให้ทัดเทียมประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางยานยนต์ในภูมิภาคนี้

    กระทรวงการค้าของมาเลเซียเปิดเผยว่า จะกลับมาให้ใบอนุญาตผลิตรถยนต์หรูขนาดเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร และสูงกว่า รวมถึงรถยนต์ไฮบริด รถไฟฟ้า และรถที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ นอกจากนี้ จะยกเลิกกฎระเบียบการจัดสรรหุ้นให้กับชนเชื้อสายมาเลย์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อเปิดทางให้ต่างชาติถือหุ้นได้เต็ม 100%
    มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรถยนต์แห่งชาติฉบับใหม่ ที่มีผลมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ของมาเลเซียสามารถแข่งขันได้มากขึ้นกับเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะไทย ซึ่งมีชื่อเสียงว่าเป็นดีทรอยท์แห่งเอเชีย

    นายมุสตาปา โมฮัมเหม็ด รัฐมนตรีกระทรวงการค้าของมาเลเซีย กล่าวว่า ต้องการให้มาเลเซียเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งนี้ มาเลเซียเป็นตลาดรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดจำหน่ายปีละ 500,000 คัน แต่การดำเนินโยบายปกป้องรถยนต์แห่งชาติ เช่น โปรตอน และเปโรดัว ด้วยวิธีจำกัดการถือครองหุ้นของต่างชาติและกำหนดภาษีสูง ทำให้มาเลเซียสูญเสียความได้เปรียบเมื่อเทียบกับไทย ซึ่งไม่มีบริษัทผลิตรถยนต์ของตนเอง แต่เป็นฐานระดับภูมิภาคให้กับบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก เช่น เจเนอรัล มอเตอร์ และโตโยต้า

    นายมุสตาปา ระบุว่า มาเลเซียจะเน้นตลาดรถยนต์ไฮบริดและไฟฟ้า ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่มีศักยภาพ โดยรัฐบาลจะเสนอระยะเวลาปลอดภาษี 10 ปี อีกทั้งให้งบประมาณในการฝึกและวิจัย รวมถึงยกเว้นภาษีสายการผลิตและประกอบรถยนต์ไฮบริดและไฟฟ้า


    สำนักข่าวไทย

  7. #7
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ปฎิทินหุ้นไทย
    ขอบคุณข้อมูลจากคุณ Joe&Jack

    http://www.stock2morrow.com/forums/s...ead.php?t=7655



  8. #8
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    "ดอลลาร์แข็ง นักลงทุนเลี่ยงความเสี่ยง"

    ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันพุธที่ 28 ตุลาคม 2552 วันนี้ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33/42/45 บาท/ดอลลาร์ ค่อนข้างทรงตัวจากระดับปิดวานนี้ (27/10) ที่ 33.43/45 บาท/ดอลลาร์



    ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ได้รับตัวแข็งค่าขึ้นในช่วงตลาดนิวยอร์คเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก อาทิ ยูโร เยน และออสเตรเลียนดอลลาร์ หลังจากการประกาศตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนตุลาคมของสหรัฐ (US Consumer Conifidence Index) ที่ออกมาอยู่ที่ระดับ 47.7 ซึ่งแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 53.1 และต่ำกว่าเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 53.4 โดยสาเหตุของการลดลงนั้นมาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลงซึ่งอาจจะเป็นปัจจัยลบในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเนื่องจากการใช้จ่ายภาคผู้บริโภคนั้นนับเป็นสัดส่วนประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของเศรษฐกิจสหรัฐ นอกจากนี้ประเด็นที่เคยกังวลถึงอัตราการว่างงานที่จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 10 เปอร์เซ็นต์มีผลลบกับบรรยากาศการลงทุนโดยทั่วไป

    ทั้งนี้นักลงทุนในตลาดได้ทำการหลีกเลี่ยงการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและหันกลับมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น โดยดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดบวกเพียงแค่ 14.21 จุด สู่ระดับ 9,882.17 จุด ในขณะที่ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะเวลา 10 ปี ซึ่งนับเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย ปรับตัวสูงขึ้นโดยอัตราผลตอบแทน (Yeld) ปรับตัวลดลงถึง 10.8 bps มาอยู่ที่ระดับ 3.45%


    ดัชนีค่าเงินดอลลาร์


    อย่างไรก็ตามตลาดยังคงจับตามองการประกาศตัวเลขยอดขายสินค้าคงทนของสหรัฐ (US Durable Goods) ประจำเดือนกันยายน ตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าใหม่ (US New Orcers) และตัวเลขยอดขายบ้านใหม่เดือนกันยายน (US New Home Saies)

    ในภาคบ่ายค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเล็กน้อย และตลาดหุ้นไทยปิดปรับตัวลดลง 10.59 จุดสู่ระดับ 703.95 จุด จากการปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นโดยรวมในภูมิภาคเอเชีย ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.43-33.48 บาท/ดอลลาร์ และปิดตลาดที่ระดับ 33.48/48 บาทต่อดอลลาร์




  9. #9
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.prachachat.net/view_news....day=2009-10-29

    ผลประกอบการแบงก์แกร่ง ภาพสะท้อนการเรียนรู้ ปรับตัวทางธุรกิจ

    ตลอด 3 ไตรมาสปีนี้ที่ธนาคารพาณิชย์ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่ง เป็นภาพสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจกลุ่มนี้ว่า มีความแตกต่างจากยุคก่อนวิกฤตเศรษฐกิจเพียงใด

    ด้วยประสบการณ์ที่ธุรกิจล้มลงพร้อม วิฤตปี 2540 ทำให้เมื่อเศรษฐกิจโลกเริ่ม ส่งสัญญาณว่าจะเกิดวิกฤตใหญ่ในรอบนี้ ธนาคารพาณิชย์ถือเป็นกลุ่มธุรกิจแรกๆ ที่เริ่มปรับกลยุทธ์กันตั้งแต่กลางปีก่อน ซึ่งสะท้อนผ่านผลดำเนินงานตลอด 3 ไตรมาสที่ผ่านมา ที่แม้จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ถือว่าอยู่ในระดับที่นักวิเคราะห์ยอมรับว่า "ดีกว่าที่คาด"

    อาทิ ธนาคารกรุงเทพ ที่กำไรสุทธิ 14,796.79 ล้านบาท ลดลง (1.19)% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ธนาคารกรุงไทย กำไรสุทธิ 9,471.66 ล้านบาท ลดลง (4.71)% ธนาคารไทยพาณิชย์ กำไรสุทธิ 15,979.68 ล้านบาท ลดลง (8.32)% ธนาคารกสิกรไทย กำไรสุทธิ 11,224.26 ล้านบาท ลดลง (10.52)%

    อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์จากโครงสร้างรายได้แต่ละแห่งแล้ว ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้รักษาความสามารถในการทำกำไรไม่ให้ลดลงมากเมื่อเทียบกับการ หดตัวของเศรษฐกิจ





    คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมการให้บริการต่างๆ ซึ่งแม้สัดส่วนจะยังน้อยกว่ารายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล แต่ก็มีสัดส่วนต่อรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับอดีตที่รายได้เกือบทั้งหมดมาจากดอกเบี้ย (ดูตารางประกอบ)

    หากย้อนกลับไปดูการปรับกลยุทธ์ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ในช่วงปลายปีก่อน ต่อเนื่องปีนี้ นอกจากการเข้มงวดปล่อย สินเชื่อธนาคารบางแห่งยังประกาศยุทธ ศาสตร์ที่ชัดเจนในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

    โดย ธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการควบคุมค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สร้างฐานรายได้จากค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางใหม่ๆ และวางเป้าหมายที่ใน 3-4 ปี จะเพิ่มรายได้ส่วนนี้เป็น 40% ของรายได้รวม แต่กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ การเลือกเดินกลยุทธ์เชิงรุกเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ (blue chip) ในช่วงที่ธนาคารอื่นชะลอปล่อยสินเชื่อ ซึ่งกลยุทธ์นี้ช่วยให้สินเชื่อ รายใหญ่ของธนาคารเพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

    ธนาคารกรุงเทพ เลือกตั้งเป้าหมาย 4 ด้าน คือ การรักษาสภาพคล่อง ดูแลคุณภาพสินเชื่อ คงเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง ซึ่งสิ้นไตรมาส 3/52 อยู่ที่ 16% และการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งไตรมาสนี้ ธนาคารมีรายได้จากส่วนนี้เพิ่มขึ้น 15.8% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่จากบริการเกี่ยวกับการให้คำปรึกษาและรับประกันการจำหน่ายหุ้นกู้เอกชน บริการธนาคารอิเล็กทรอนิกส์ ขายประกันผ่านธนาคาร และบริการกองทุนรวม

    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารทิสโก้ ใช้กลยุทธ์ใกล้เคียงกัน ด้วยการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสเดินหน้าซื้อกิจการที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤต โดยเฉพาะกรุงศรีฯที่กลยุทธ์ปีนี้ช่วยหนุนให้ธนาคารเดินเข้าสู่เป้าหมายที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็น 50% ของพอร์ตสินเชื่อรวมภายในปี 2553 ได้เร็วขึ้น ซึ่งเมื่อดีลการซื้อสินทรัพย์ของกลุ่มจีอี มันนี่ (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นดีลล่าสุดสิ้นสุดลง จะทำให้สัดส่วนสินเชื่อรายย่อยในสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 42%

    ด้าน ธนาคารทิสโก้ นอกจากกลยุทธ์เพิ่มขนาดสินทรัพย์ด้วยการซื้อพอร์ตสินเชื่อแล้ว ยังเลือกที่จะเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในช่วงที่คู่แข่งระมัดระวังตัว โดยเร่งปล่อยสินเชื่อทำให้มีการขยายตัว 13.7% สวนทางกับทั้งระบบที่อยู่ในภาวะหดตัว ทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มเป็น 12% จาก 9% ในปีที่แล้ว และมีขนาดพอร์ตเช่าซื้อที่ 87,885 ล้านบาท เป็นอันดับ 3 ของระบบ นี่เป็นเพียงตัวอย่างการปรับกลยุทธ์รับวิกฤตของธนาคารบางแห่ง ซึ่งผลบวกจากการปรับตัวได้ทยอยสะท้อนให้เห็นในผลประกอบการที่ยังแข็งแกร่ง และเมื่อเศรษฐกิจมีสัญญาณเป็นบวก อนาคตผลประกอบการของกลุ่มนี้ยิ่งสดใสอย่างยากปฏิเสธ





  10. #10
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.bangkokbiznews.com/2009/1...ws_id=29726489

    กรณ์นัดก.ล.ต.-ตลาด 2 พ.ย. ถกมาตรการป้องกันข่าวลือ


    "กรณ์" นัด ก.ล.ต.และตลาด ถกมาตรการป้องกันการเผยแพร่ข่าวลือในตลาดหุ้น ด้าน "ภัทรียา" ชี้เข้มงวดฝ่ายกำกับให้ดูแลใกล้ชิด พร้อมประสานงานทางการได้ทันที เตรียมเสนอแนวทางประกาศเตือนเมื่อดัชนีทรุดลงไป 5% ก่อนใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ เมื่อดัชนีแตะ 10% พร้อมสรุปผลตอบแทนมาร์เก็ตติ้ง ยืนตามเกณฑ์เดิมจ่าย 75% เก็บ 25% ปัดข้อเสนอสมาคม บล.


    นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 2 พ.ย.นี้ จะร่วมหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อหามาตรการป้องกันการเผยแพร่ข่าวลือในตลาดหลักทรัพย์ ขณะเดียวกัน ก็จะหารือถึงแผนพัฒนาตลาดทุน ซึ่งจะมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในสัปดาห์หน้าด้วย

    เขายังกล่าวถึง กรณีที่สถาบันจัดอันดับเครดิต สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (เอสแอนพี) เข้าพบ เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยเมื่อวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ทางเอสแอนด์พีได้ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยอยู่ในฐานะที่มีเสถียรภาพ แต่ยังกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทย โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุความรุนแรงทางการเมืองขึ้น ทั้งนี้ ในแง่การจัดอันดับเครดิตประเทศไทย เข้าใจว่า เอสแอนด์พี ยังคงเครดิตในลักษณะเดิมไว้

    ด้านนางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวว่า ขณะนี้ ตลาดหลักทรัพย์ได้อยู่ระหว่างการหามาตรการรองรับในการดูแลป้องกันข่าวลือ ที่มีผลกระทบกับตลาดหุ้น โดยภายใน 1-2 วันนี้ จะมีการประชุมร่วมกันกับ 4 หน่วยงานหลัก ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อพิจารณาหาแนวทางการดูแลกรณีปัญหาข่าวลือต่างๆ ที่ส่งผลกระทบให้ตลาดปรับตัวลดลงแรง

    "ตลาดเตรียมเสนอแนวทางในการดูแล เบื้องต้นหากดัชนีมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลดลงแรง และมีแนวโน้มที่จะปรับตัวลงไปถึง 5% จะมีเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข่าวลือและหน่วยงานที่ดูแลตลาดทุน เพื่อชี้แจงข่าวลือที่เกิดขึ้นให้มีความชัดเจน เพื่อลดผลกระทบจากดัชนีหุ้นในอนาคตได้อย่างทันสถานการณ์รวมทั้งการที่ ตลท.จะเน้นให้ฝ่ายกำกับการซื้อขายติดตามอย่างใกล้ชิด และมีการประสานงานกับทางการโดยตรง เพื่อให้ได้ความชัดเจน" นางภัทรียากล่าว

    ตลาดหลักทรัพย์จะมีการทบทวนมาตรการการรองรับข่าวลือ โดยมอบหมายให้หน่วยงานกำกับดูแลของตลาด ซึ่งหนึ่งในแนวทางกำกับดูแลจะต้องมีแนวทางการดูแลที่ชัดเจนจากผลกระทบและเหตุการณ์ไม่ปกติให้สามารถตรวจสอบได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม กรณีที่ดัชนีปรับตัวลดลงแรงถึง 10% ตลาดหลักทรัพย์มีมาตรการในการกำกับดูแลอยู่แล้ว คือ หยุดการซื้อขาย (เซอร์กิตเบรกเกอร์)

    ส่วนการตรวจสอบข่าวลือที่เกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 14-15 ต.ค. ที่ผ่านมา ปัจจุบันตลาดได้ส่งข้อมูลต่างๆ ให้สำนักงาน ก.ล.ต.นำไปพิจารณาตรวจสอบในเชิงลึกว่ามีพฤติกรรมการซื้อขายที่ผิดปกติหรือไม่ โดยข้อมูลมีการย้อนหลังไปจนถึงเดือน ก.ย. 2552

    เธอกล่าวว่า กรณีที่ภาพรวมตลาดหุ้นปรับตัวซบเซาในตอนนี้ ไม่น่าจะเกิดจากผลกระทบของการตรวจสอบข่าวลือ แต่เป็นไปตามทิศทางของตลาดต่างประเทศมีการชะลอตัวเช่นกัน

    สำหรับการประชุมหารือเพื่อสอบถามความคิดเห็นบริษัทสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ ในเรื่องการจ่ายผลตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติ้ง) นั้น เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปยืนเกณฑ์เดิม คือ เมื่อมีการเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่นในปี 2553 ตามเกณฑ์ที่กำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์จ่ายผลตอบแทนให้สมาชิกในอัตรา 75% และบริษัทเก็บไว้ 25% ซึ่งในที่ประชุมได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว รอประกาศใช้อย่างเป็นทางการ และการเลือกยืนตามเกณฑ์เดิม เพราะที่ประชุมมีความเห็นว่ามีความยืดหยุ่น ส่วนเกณฑ์ที่สมาคม บล.เสนอ คือ การจ่ายผลตอบแทน 65% เก็บไว้ 35% ไม่ผ่านมติในที่ประชุม

    ภาพรวมการซื้อขายหุ้นวานนี้ (28 ต.ค.) ดัชนีแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยลงมาปิดที่ระดับ 703.95 จุด ลดลง 10.59 จุดคิดเป็น 1.48% มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งสิ้น 1.9 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 843.88 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิ 369.81 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนทั่วไปซื้อสุทธิ 1,213.69 ล้านบาท




  11. #11
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.bangkokbiznews.com/2009/1...ws_id=29726158

    แนวโน้มหลุด 700 รอซื้อช่วง Panic Sell

    สภาพตลาดวันวาน :
    ภาคเช้า : ความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ ลดลงในเดือน ต.ค. รวมทั้งการปรับฐานต่อเนื่องของตลาดหุ้นหลักๆ ในเอเชีย กดดันให้มีแรงขายหุ้นกลุ่มหลักออกมาบ้าง ทำให้ดัชนีเปิดลดลงเล็กน้อย โดยได้ลดลงไปทดสอบแนวรับบริเวณ 710 จุด

    ชื่อ:  S2M - 67.gif
ครั้ง: 1739
ขนาด:  19.2 กิโลไบต์

    ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อย จากแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นธนาคารขนาดเล็กต่อเนื่องจากวันก่อน รวมทั้งหุ้นพลังงาน ผลจากการกระเตื้องขึ้นของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า อย่างไรก็ดี แรงกดดันจากการลดลงของตลาดหุ้นในภูมิภาค ทำให้มีแรงขายหุ้นกลุ่มหลักออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีอ่อนตัวลง จนตกจากแนวรับบริเวณ 710 จุด โดยลดลงไปต่ำสุดที่บริเวณ 706 จุด ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยมาปิดตลาดภาคเช้าที่ 706.93 จุด ลดลง 7.61 จุด โดยมีปริมาณซื้อขายค่อนข้างน้อย

    ภาคบ่าย : บรรยากาศการซื้อขายยังคงเป็นไปอย่างระมัดระวังในช่วง 15 นาทีแรก ก่อนที่จะมีแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลัก โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและธนาคาร หนุนให้ดัชนีกระเตื้องขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 710 จุด อีกครั้ง แต่ไม่สามารถผ่านขึ้นไปได้ หลังจากมีข่าวว่า รมว. คลัง จะหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อซักซ้อมมาตรการควบคุมข่าวลือ จึงมีแรงขายหุ้นกลุ่มหลักออกมาอย่างต่อเนื่อง กดดันให้ดัชนีลดลงอย่างรวดเร็ว จนลงไปต่ำสุดที่บริเวณ 703.71 จุด และกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยในช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย จากการซื้อกลับหุ้นหลัก และปิดตลาดที่ 703.95 จุด ลดลง 10.59 จุด (-1.48%) โดยมีปริมาณซื้อขายเกือบ 1.5 หมื่นล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 โดยมีเงินขายสุทธิรวมเกือบ 4 พันล้านบาท ในช่วง 5 วันทำการที่ผ่านมา


    แนวโน้มตลาด : ขึ้นอยู่กับผลกระทบจากปัจจัยสำคัญต่อไปนี้

    1. ทิศทางของตลาดหุ้นต่างประเทศ : แม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐ ซึ่งเป็นแกนนำจะรีบาวด์ขึ้นมาได้เล็กน้อย จากการกระเตื้องขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงานตามราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าที่ฟื้นตัวขึ้น แต่ก็เป็นการรีบาวด์ขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น ตลาดหุ้นสหรัฐในระยะปานกลางยังคงมีแนวโน้มปรับฐาน จากแนวโน้มการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจากตัวเลขความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐ เริ่มมีแนวโน้มอ่อนแอลง จากแรงกดดันของตลาดแรงงานที่ยังไม่ฟื้นตัวดีขึ้น รวมทั้งตลาดหุ้นสหรัฐอาจได้รับแรงกดดันจากการปรับฐานของตลาดหุ้นสำคัญๆ ทั่วโลกด้วยเช่นกัน

    2. ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า : นอกจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์แล้ว ความกังวลต่อปริมาณสต็อกน้ำมันของสหรัฐก็ยังมีอิทธิพลต่อทิศทางของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าในระยะสั้นอยู่บ้าง หากข้อมูลสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่เพิ่มขึ้นตามคาด ก็คงช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าบ้าง แต่คงไม่มาก เนื่องจากความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์ ยังคงกดดันทิศทางของราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าอยู่เช่นกัน

    3. ปัจจัยภายในประเทศ : นอกจากความกังวลต่อกรณีมาบตาพุด แนวโน้มการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองต่างๆ และการปรับพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติแล้ว แรงกดดันจากการตรวจสอบกรณีข่าวลือช่วงวันที่ 14-15 ต.ค. ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันบรรยากาศการลงทุนในช่วงนี้เช่นกัน แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกในระยะสั้น จากการแถลงข้อมูลเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น ของ ธปท. ในวันศุกร์นี้ รวมทั้งอาจมีการดูแลราคาหุ้นหลักๆ ช่วงสิ้นเดือนของนักลงทุนบางกลุ่มด้วย ปัจจัยภายในประเทศในระยะสั้นจึงมีทั้งบวกและลบ

    จากปัจจัยข้างต้น คาดว่าตลาดหุ้นวันนี้ ยังคงมีแนวโน้มผันผวน จากความกังวลต่อทั้งปัจจัยต่างประเทศและในประเทศ โดยเฉพาะผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ ซึ่งจะกระทบต่อ Fund Flow ในระยะสั้น คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวภายในกรอบแนวรับ 692-695 จุด กับแนวต้าน 710-713 จุด


    นักลงทุนระยะสั้น-ขึ้น ขายก่อน รอซื้อเก็งกำไรหุ้นกลุ่มหลักที่แนวรับ
    นักลงทุนระยะยาว-Short Port บ้าง ช่วงราคาหุ้นกระเตื้องขึ้น รอซื้อคืนช่วง 680-690 จุด

    โดย โกสินทร์ ศรีไพบูลย์




  12. #12
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.bangkokbiznews.com/2009/1...ws_id=29726467

    เกาะติดศก.-การเงิน :
    นักลงทุนแห่กู้ดอลล์ โหมเล่นหุ้น-โภคภัณฑ์จุดวิกฤติ


    ในช่วงกลางสัปดาห์นี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์กให้ข้อมูลว่า เอ็มเอสซีไอ เวิลด์ อินเด็กซ์ของตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ปรับขึ้น 65% จากระดับต่ำแล้วในปีนี้ ขณะที่เอ็มเอสซีไอ อีเมอร์จิ้ง มาร์เก็ตส์ อินเด็กซ์ ก็ขึ้นอย่างพรวดพราด 96% ขณะที่รอยเตอร์ส/เจฟฟรีย์ ซีอาร์บี อินเด็กซ์ ที่รวมเอาสินค้าโภคภัณฑ์ 19 ประเภทก็ปรับขึ้น 32%


    จากข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่สำคัญ ทำให้ "นูเรียล รูบินิ" นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ จากนิวยอร์ก ยูนิเวอร์ซิตี้ ผู้ได้ฉายา ดร.ดูม หรือ นักเศรษฐศาสตร์ผู้หยั่งรู้หายนภัย อดรนทนไม่ได้รีบออกมาปรามนักลงทุนทั่วโลก ที่กู้ยืมดอลลาร์สหรัฐมาใช้ซื้อสินทรัพย์โดยเฉพาะหุ้นกับโภคภัณฑ์ต่อเนื่องว่า กำลังเป็นผู้ร้ายก่อฟองสบู่ลูกใหญ่ ที่อาจแตกเป็นวิกฤติเงินครั้งใหม่ได้

    รูบินิเปิดใจให้ข้อมูลกับบลูมเบิร์ก ด้วยการสนทนาผ่านดาวเทียมจากเมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นการเตือนนักลงทุนทั่วโลกที่กำลังกู้ยืมเงินดอลลาร์สหรัฐ เพื่อซื้อสินทรัพย์รวมถึงหลักทรัพย์และสินค้าโภคภัณฑ์นั้น ถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดฟองสบู่ขนาดใหญ่ ที่อาจจุดวิกฤติการเงินขึ้นมาอีกครั้ง

    "เรามีต้นตอซึ่งเป็นที่มาของการเทรดทุกอย่าง ทุกคนกำลังเล่นเกมเดียวกัน และเกมที่ว่านี้กลับก่อภัยอันตราย" เป็นคำเตือนของรูบินิผู้เคยคาดการณ์วิกฤตธนาคาร ซึ่งนำไปสู่การตัดลดมูลค่าสินทรัพย์ทางบัญชี และการขาดทุนจากสินเชื่อของสถาบันการเงินทั่วโลกนับตั้งแต่ปี 2550 รวมมูลค่ากว่า 1.6 ล้านล้านดอลลาร์

    ต่อกรณีที่ดอลลาร์เทียบสกุลเงินสำคัญ 6 สกุลในตะกร้าเงิน มีมูลค่าลดลงถึง 12% แล้วในช่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงปรับลดดอกเบี้ยเกือบใกล้ศูนย์ เพื่อดึงเศรษฐกิจอเมริกันหลุดพ้นจากความถดถอยเลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 80 ปีนั้น

    รูบินิมองประเด็นข้างต้นว่า ในที่สุดดอลลาร์จะพ้นจากระดับอ่อนค่ามากสุด เมื่อเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยส่งผลต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้น และถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งรวมถึงการรับภาระหนี้ภาครัฐ และความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจกดดันนักลงทุน ผละจากธุรกรรมการเทรดที่ทำอยู่ และวิ่งกรูกันหาทางออก

    "ความเสี่ยงอยู่ที่เรากำลังบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ของวิกฤติการเงินครั้งต่อไป ฟองสบู่สินทรัพย์ลูกใหม่นี้โดยภาพรวมแล้วมีแต่ความไม่แน่นอน ที่มาพร้อมกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานการเงินยิ่งอ่อนแอ ผมมองเห็นฟองสบู่ในตลาดหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายแห่ง และสกุลเงินชาติกำลังพัฒนาแข็งค่ามากเกินไป การปรับขึ้นของราคาน้ำมันไม่ได้มีเหตุผลจากโครงสร้างพื้นฐาน" รูบินิอธิบาย

    ดร.ดูมชี้ว่าภาวะฟองสบู่สินทรัพย์แตกอาจไม่เกิดขึ้นในช่วง 1-2 ปีนี้ ในเมื่อกำแพงสภาพคล่องพยุงและผลักราคาสินทรัพย์ให้สูงขึ้น และการเทรดของนักลงทุนได้กู้ยืมเงินจากกลุ่มประเทศคงดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่า ภาวะถดถอยของสหรัฐดูเหมือนจะจบลงแล้ว แม้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วจะไม่แข็งแกร่ง แต่เขามองดีมากขึ้นเรื่องแนวโน้มของการเติบโตของตลาดเกิดใหม่

    นอกจากคำเตือนของรูบินิแล้ว ยังมีข่าวจากสหรัฐ ที่น่าจะให้ผลดีเชิงบวกและเป็นการนำร่องให้ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ในการปฏิรูปภาคการเงินในประเทศ เมื่อสำนักข่าวเอเอฟพีรายงานอ้างข้อมูลจากคณะกรรมการบริการการเงินสภาล่างและกระทรวงคลัง ระบุว่าทางกระทรวงคลังและนักกฎหมายของสหรัฐ ได้ดำเนินการร่างเพื่อออกกฎหมายบังคับให้สถาบันการเงิน ที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จะต้องให้เงินเพื่อช่วยเหลือและอุ้มสถาบันการเงินที่ล้มหรือเกิดปัญหา

    โดยร่างกฎหมายข้างต้น นับเป็นแผนที่จะแก้ปัญหาขจัดความเสี่ยงของระบบในภาคการเงิน สกัดผลกระทบเกิดจากสถาบันการเงินที่ล้ม และยุติการนำเงินภาษีของประชาชนไปช่วยเหลือสถาบันการเงินใหญ่เกินกว่าจะล้ม

    "การเสนอร่างกฎหมายปรับปรุงเสถียรภาพการเงินนั้น เพื่อจัดระเบียบให้สถาบันการเงินที่ล้ม และยุติคำว่าใหญ่เกินกว่าจะล้ม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าไม่ใช่ประชาชนผู้เสียภาษี แต่เป็นอุตสาหกรรมการเงินและบรรดาผู้ถือหุ้นที่จะดูดซับความเสี่ยงและแบกรับต้นทุนความล้มเหลวที่เกิดขึ้น" กระทรวงคลังสหรัฐระบุในถ้อยแถลง

    ทั้งนี้ในร่างกฎหมายหนา 253 หน้า ระบุให้มีแหล่งทุนส่วนกลาง เพื่อจัดการความล้มเหลวหรือช่วยเหลือให้สถาบันการเงินฟื้นตัวได้ ด้วยค่าใช้จ่ายที่มาจากการประเมินของสถาบันการเงินต่างๆ ที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และภายใต้ร่างกฎหมายนี้จะกำหนดให้มีการประชุมระหว่างองค์กร เพื่อจับตาตรวจสอบเสถียรภาพระบบการเงิน และแก้ปัญหาภัยคุกคามใดอาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ร่างกฎหมายยังช่วยให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และหน่วยงานการเงินของรัฐบาลกลางมีอำนาจมากขึ้น ที่จะใช้กฎระเบียบเพื่อวัตถุประสงค์สร้างเสถียรภาพทางการเงิน และแก้ปัญหาซ่อนเร้นอยู่ได้อย่างรวดเร็ว




  13. #13
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.moneychannel.co.th/Menu6/...2/Default.aspx

    S&P มองเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง – แบงก์มั่นคง
    นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือแสตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส (S&P) ได้เข้าพบ เพื่อทบทวนและปรับมุมมองทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดย S&P มองว่า ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังคงมีความแข็งแกร่งและระบบธนาคารไทยมีความมั่งคงมากขึ้น แต่ยังคงเป็นห่วงปัจจัยการเมืองที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย ดังนั้น S&P จึงยังไม่ได้ปรับเครดิตเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยังบอกถึงนกรณีที่ศาลประเทศแคนาดาจะส่งตัวนายราเกซ สักเสนา อดีตที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ (BBC) ผู้ต้องหาคดีร่วมยักยอกทรัพย์ของธนาคารกว่า 2 พันล้านบาท กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ว่า รัฐบาลไทยจะดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่แล้ว ซึ่งคดีดังกล่าวถือเป็นบทเรียนสำคัญของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน แต่ตลอดช่วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมา แบงก์ชาติได้พัฒนาหลากหลายแนวทางในการกำกับดูแล เพื่อป้องกันไม่ให้สถาบันการเงินไทยเกิดปัญหาในลักษณะนี้อีก เห็นได้จากความมั่นคงของของระบบสถาบันการเงินในประเทศไทยในปัจจุบัน





  14. #14
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.moneychannel.co.th/Menu6/...6/Default.aspx

    "ปูนใหญ่" ชี้ปัญหามาบตาพุดกระทบรายได้ปีหน้า
    นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย บอกถึง กรณีที่ศาลปกครองกลางจังหวัดระยอง ได้สั่งระงับการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมนิคมมาบตาพุดจำนวน 76 โครงการ ว่า เครือซิเมนต์ไทย มีมูลค่าการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดประมาณ 1.06 แสนล้านบาท โดยจะต้องเลื่อนการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตเอทิลีน โรงโอเลฟินส์ 3 จาก 8 แสนตันต่อปี เป็น 9 แสนตันต่อปี มูลค่าลงทุนกว่า 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งอาจทำให้การเดินเครื่องต้องล่าช้าออกไปเป็นครึ่งหลังของปี 2553 จากกำหนดเดิมไตรมาส 2/53 และจะส่งผลให้การรับรู้รายได้ของบริษัทล่าช้าไปด้วย โดยบริษัทคาดว่าโครงการดังกล่าวจะสร้างรายได้ให้ปีละ 5 - 6 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้บริษัทกำลังรอความชัดเจนของศาลปกครองสูงสุด หลังได้ยื่นอุทธรณ์

    นายกานต์ยังเห็นด้วยกับการที่รัฐบาลออกกฎหมายลูกรองรับรัฐธรรมนูญมาตรา 67 เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้กับภาคเอกชน เพราะหากล่าช้าออกไปก็จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติ

    สำหรับแนวโน้มราคาปูนซิเมนต์และวัสดุก่อสร้างในไตรมาส 4/52 มีโอกาสทั้งปรับขึ้นและปรับลงตามกลไกตลาด เนื่องจากขณะนี้ต้นทุนราคาน้ำมันได้สูง แต่ความต้องการยังต่ำและมีการแข่งขันสูง แต่เชื่อว่าไตรมาส 4/52 ความต้องการใช้จะมากขึ้น

    สำหรับรายได้ของเครือปูนซิเมนต์ไทยประจำไตรมาส 3/52 มีกำไรสุทธิ 6.99 พันล้านบาท ส่วนรายได้ในปีนี้จะลดลงจากประมาณการเดิมที่ 20-25% เพราะช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจโลก แต่คาดว่ายอดขายในปีหน้าจะเป็นบวกได้ เพราะเศรษฐกิจจะค่อยๆฟื้นตัว และจะเริ่มเห็นผลจากโครงการไทยเข้มแข็งของภาครัฐ





  15. #15
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.bangkokbiznews.com/2009/1...ws_id=29726468

    ทริสเพิ่มเครดิตองค์กรซิโน-ไทย สู่ระดับ "BBB"


    บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ประกาศเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นระดับ "BBB" จากเดิม "BBB-" ด้วยแนวโน้ม "Stable" หรือ "คงที่" โดยอันดับเครดิตที่ปรับขึ้นสะท้อนถึงฐานะทางการเงินของบริษัทที่ดีขึ้นต่อเนื่อง และการที่ผู้บริหารมีความมุ่งมั่น ที่จะดำเนินการรับงานใหม่อย่างระมัดระวัง

    อันดับเครดิตยังพิจารณาถึงสถานะทางการตลาดของบริษัท ที่เป็นหนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ 3 รายของประเทศ ตลอดจนความเชี่ยวชาญในงานรับเหมาติดตั้งระบบวิศวกรรมสำหรับโรงไฟฟ้าและโรงงานปิโตรเคมี ผลงานที่ได้รับการยอมรับมานาน ทั้งจากภาครัฐและเอกชน และความพร้อมที่จะรับงานจากภาครัฐตามนโยบายการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ความแข็งแกร่งดังกล่าว ถูกลดทอนบางส่วนจากความเสี่ยงของการมีต้นทุนค่าก่อสร้างที่สูงกว่าประมาณการในโครงการที่มีระยะเวลาก่อสร้างนาน และมีลักษณะสัญญาต่อหน่วยแบบคงที่ ตลอดจนแรงกดดันต่อเนื่อง ที่มีต่ออัตรากำไรต่อหน่วยของงานก่อสร้าง จำนวนโครงการของงานก่อสร้าง ที่ยังไม่ส่งมอบที่มีน้อย และความเสี่ยงของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่มีความผันผวนและเป็นวัฏจักรขึ้นลง

    แนวโน้มอันดับเครดิต "Stable" หรือ "คงที่" สะท้อนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่า บริษัทซิโน-ไทยฯ จะรักษาสถานะของงบดุล และโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งต่อไปได้ ในช่วงที่ธุรกิจอยู่ในภาวะยากลำบาก อีกทั้งบริษัทจะดำรงนโยบายที่ระมัดระวังในการประมูลโครงการใหม่ๆ เพื่อรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

    ทริสเรทติ้งกล่าวว่า ผลประกอบการซิโน-ไทยฯ ปรับตัวดีขึ้นโดยลำดับจากที่มีผลขาดทุนอย่างหนักปี 2549 อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจาก -8.81% ในปี 2549 มาอยู่ที่ 5.29% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2552

    ทริสเรทติ้งเชื่อว่า อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทช่วงครึ่งปีหลัง ปรับตัวดีขึ้นเพราะโครงการก่อสร้างที่ไม่มีกำไรใกล้แล้วเสร็จ




  16. #16
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.bangkokbiznews.com/2009/1...ws_id=29726490

    "มีเดียส์"ซิลลิ่งรับทุนใหม่บุญดีเจริญ


    ราคาหุ้น "มีเดีย ออฟ มีเดียส์" พุ่ง 30% รับข่าว "โยธิน บุญดีเจริญ" ส่งสารขอซื้อกิจการ หวังใช้เป็นทางลัดนำ "เจริญกิจเอนจิเนียริ่ง" เข้าตลาดหุ้นทางอ้อม เพื่อเป็นช่องทางระดมทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ "มีเดียส์" แจงบอร์ดพร้อมพิจารณาข้อเสนอสิ้นเดือนต.ค. ขณะที่ "ชาลอต" แถลงวันนี้คาดเปิดแผนการควบกิจการ ด้านโบรกเกอร์เบรกรายย่อย รอความชัดเจนก่อนแห่เข้าเก็งกำไร


    นางสาวสุภาพรรณ วิสฤตาภา เลขานุการ บริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์กรณีข่าวกลุ่มบุญดีเจริญ จะซื้อกิจการบริษัท มีเดีย ออฟ มีเดียส์ นั้น ขณะนี้ฝ่ายบริหารอยู่ระหว่าง รวบรวมศึกษาข้อมูล เพื่อพิจารณาการตัดสินใจตามที่ปรากฏตามข่าว ซึ่งคาดว่าจะนำเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาภายในเดือนต.ค.2552

    หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 28 ต.ค.2552 รายงานว่า นายโยธิน บุญดีเจริญ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทเจริญกิจ เอนจิเนียริ่ง จำกัด และเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับนายกฤตย์ รัตนรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัทมีเดีย ออฟ มีเดียส์ จะเข้าซื้อกิจการบริษัทมีเดีย ออฟ มีเดียส์ โดยการซื้อหุ้นทั้งจำนวน หลังจากนั้นจะเปลี่ยนชื่อบริษัท และเปลี่ยนกลุ่มซื้อขายในตลาดหุ้น

    ทั้งนี้นายโยธิน มีเป้าหมายที่จะนำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม (backdoor listing) เนื่องจากโครงการอสังหาริมทรัพย์จะพัฒนาขึ้นมานั้น เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง การที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะมีช่องทางในการระดมทุนที่หลากหลายและมีต้นทุนการเงินที่ต่ำกว่าการที่เป็นบริษัทนอกตลาด

    สำหรับรูปแบบการซื้อกิจการนั้น ยังไม่ได้สรุป อยู่ระหว่างการพิจารณา แต่คาดว่า มีเดีย ออฟ มีเดียส์ จะเข้าไปซื้อสินทรัพย์ที่เป็นที่ดินเปล่าที่มีมูลค่าหลักพันล้านบาท จากนายโยธิน โดยที่ บริษัทมีเดีย ออฟ มีเดียส์ ไม่ต้องชำระราคาค่าซื้อสินทรัพย์ แต่จะใช้วิธีออกหุ้นเพิ่มทุนให้แทน ทำให้นายโยธิน เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในมีบริษัทมีเดีย ออฟ มีเดียส์ หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งศูนย์การค้าและคอนโดมิเนียม ขนาดโครงการหลักหมื่นล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ใจกลางเมือง

    ภายหลังจากปรากฏข่าวการซื้อกิจการ ทำให้การซื้อขายหุ้นมีเดีย ออฟ มีเดียส์ เป็นไปอย่างคึกคัก โดยเปิดตลาดที่ 5.40 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้า 0.40 บาทจากนั้น ก็มีแรงซื้อเข้ามาเพื่อเก็งกำไรอย่างต่อเนื่อง ดันราคาขึ้นไปสูงสุดที่ 6.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 30% ตั้งแต่การซื้อขายในครึ่งวันเช้า เปิดตลาดครึ่งวันบ่าย ราคาหุ้นมีเดีย ออฟ มีเดียส์ ขยับขึ้น-ลง อีกเล็กน้อย ตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ก่อนจะปิดตลาดที่ 6.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 30% มูลค่าการซื้อขาย 79.74 ล้านบาท

    รายงานข่าวระบุว่าในวันนี้ (29 ต.ค.) นางชาลอต โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทมีเดีย ออฟ มีเดียส์ จะเปิดแถลงข่าว ซึ่งคาดว่าจะเป็นการแถลงรายละเอียดของการซื้อกิจการ และวิธีการทั้งหมด รวมถึงอนาคตของบริษัทมีเดีย ออฟ มีเดียส์ ด้วย

    นายสุกิจ อุดมศิริกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สถาบันวิจัยนครหลวงไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของมีเดีย ออฟ มีเดียส์ ได้ เนื่องจากรายละเอียดของนักลงทุน กลุ่มใหม่ยังไม่เปิดเผย รวมถึงทิศทางการประกอบธุรกิจของนักลงทุนกลุ่มใหม่ด้วย

    นอกจากนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปว่า ภายหลังจากแบ็คดอร์แล้ว ธุรกิจสื่อบันเทิง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท จะยังมีการดำเนินต่อหรือไม่ หากไม่ทำต่อ แล้วจะทำอย่างไรต่อสินทรัพย์ที่มีอยู่ และหากดำเนินการต่อการนำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาดำเนินการควบคู่กันจะเสริมกันมากน้อยเพียงใด

    “เป็นเรื่องที่ประเมินได้ยาก อย่างแรก ต้องรู้ก่อนว่าธุรกิจสื่อบันเทิงจะยังมีอยู่มั้ย และอย่างที่ 2 คือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของกลุ่มทุนใหม่จะดีมากน้อยเพียงใด” นายสุกิจ กล่าว

    สำหรับราคาหุ้นที่ปรับสูงขึ้น มองเป็นเรื่องธรรมดาเพราะในช่วงที่มีข่าวเข้าซื้อกิจการ ซื้อหรือขายหุ้น บริษัทที่จะถูกซื้อจะมีนักลงทุนเข้ามาเล่นเก็งกำไรค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้น นักลงทุนต้องพิจารณาก่อนเข้าลงทุน เพราะกรณีนี้ ยังไม่มีความชัดเจน

    แหล่งข่าวจากวงการโบรกเกอร์ กล่าวว่า การที่กลุ่มนายโยธิน บุญดีเจริญ มีเป้าหมายที่จะนำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม โดยผ่านมีเดีย ออฟ มีเดียส์ นั้น แสดงความคิดเห็นได้ค่อนข้างลำบาก เพราะไม่มีความชัดเจนในแง่ของราคาที่จะแบ็คดอร์นอกตลาดว่าจะมีการตกลงกันที่จำนวนเท่าใด ซึ่งฝั่งของมีเดีย ออฟ มีเดียส์นั้น ผู้บริหารก็เพิ่งย้ายเข้ามาบริหารงานได้ประมาณ 2 ปีกว่าๆ แต่หากจะเปลี่ยนไปดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จริงตามข่าวที่ปรากฏ คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวของรายละเอียดต่อไป

    ทั้งนี้ ในช่วงที่ข้อมูลข่าวสารยังไม่ชัดเจน นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังในการลงทุน
    ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นของมีเดีย ออฟ มีเดียส์ ไม่ค่อยมีปริมาณการซื้อขาย อาจจะทำให้นักลงทุนที่เข้าไปซื้อหุ้นไม่สามารถจะขายออกมาได้หากต้องการ ซึ่งให้ติดตามการสร้างฐานของราคาหุ้นมีเดีย ออฟ มีเดียส์ จึงแนะนำหลีกเลี่ยง

    ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นบริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง วานนี้ ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า หลังจากมีกระแสข่าวลือว่า "กลุ่มเฉลิมทรัพยากร" ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกลุ่มใหญ่มีแผนจะขายหุ้นให้พันธมิตรกลุ่มใหม่ โดยวานนี้มีแรงเก็งกำไรในช่วงเช้า ดันให้ราคาขึ้นสูงถึง 4.42 บาท ก่อนจะมีแรงขายทำกำไรตลอดบ่าย และปิดการซื้อขายที่ 3.72 บาท ลดลงจากวันก่อนหน้า 0.12 บาท หรือ 3.12% มูลค่าการซื้อขาย 527.72 ล้านบาท

    นางสาววิไล ศิริพูลเกียรติกุล ผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ได้สอบถามข่าวเรื่องผู้ถือหุ้นใหญ่ขายหุ้นและพัฒนาการใดๆ ที่สำคัญของบริษัทนั้น โดยชี้แจงว่าขณะนี้บริษัทยังไม่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่แจ้งการขายหุ้นแต่ประการใด และไม่มีพัฒนาการทางธุรกิจที่เป็นนัยสำคัญในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญในเรื่องดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการแจ้งตลาดหลักทรัพย์ต่อไป




  17. #17
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    http://www.bangkokbiznews.com/2009/1...ws_id=29726471

    ข่าวห้องค้า :

    ซันไชน์ซื้อหุ้นเจนเนอรัล
    สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทเจนเนอรัล เอนจิเนียริ่ง โดยบริษัท ซันไชน์ อินเตอร์เนชันแนล บิสสิเนส จำกัด เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2552 จำนวน 2.9% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 20.18% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    พรสรรค์ซื้อวอร์แรนท์ซีไอกรุ๊ป
    สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งว่า ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์แปลงสภาพของบริษัทซี. ไอ. กรุ๊ป โดย น.ส.พรสรรค์ พรประภา เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2552 จำนวน 0.8% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 5.1% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    เชิดชูขายหุ้นไทยมิตซูวา
    สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งว่า ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัท ไทยมิตซูวา โดยนายเชิดชู โสภณพนิช เมื่อวันที่ 26 ต.ค.2552 จำนวน 0.041% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 4.999% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    สุมนตรีซื้อหุ้นพรีบิลท์
    สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งว่า ได้รับแบบรายงานการได้มาซึ่งหุ้นบริษัทพรีบิลท์ โดยนายสุมนตรี ธารานิติกุล เมื่อวันที่ 21 ต.ค.2552 จำนวน 0.16% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการได้มาคิดเป็น 5.0% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    ไทยเอ็นวีดีอาร์ขายมัลติแบกซ์
    สำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งว่า ได้รับแบบรายงานการจำหน่ายหุ้นบริษัทมัลติแบกซ์ โดยบริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2552 จำนวน 0.01% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ ทำให้จำนวนหลักทรัพย์ภายหลังการจำหน่ายคิดเป็น 5.0% ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของกิจการ

    อินเตอร์ลิ้งค์รับงาน
    บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น แจ้งว่า ตามที่บริษัทได้เข้าร่วมประมูลงาน จ้างเหมา ก่อสร้างสายเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 เควี ไปยังเกาะมุกด์ เกาะสุกร และเกาะลิบง จังหวัด ตรัง ของการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่างานรวมทั้งสิ้น 337.5 ล้านบาท บัดนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้แจ้งตกลงให้บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น เป็นผู้ชนะการประกวดราคา โดยคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาภายในเดือนพ.ย. 2552 และมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 540 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา
    รวมทั้งบริษัทได้เข้าร่วมประมูลงาน จ้างเหมารื้อถอนและติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง เส้นทาง สถานีไฟฟ้าป่าตอง - สถานีไฟฟ้าถลาง จังหวัดภูเก็ต ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่ารวมทั้งสิ้น 5.6 ล้านบาท ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งบริษัทได้ชนะการประกวดราคา โดยคาดจะเซ็นสัญญาภายในเดือนพ.ย.2552 และมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา

    โพลีเพล็กซ์ค้ำเงินกู้บริษัทย่อย
    บริษัท โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 27 ต.ค.2552 มีมติอนุมัติให้ออกหนังสือค้ำประกันบริษัทแก่ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย จำนวน 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการของ บริษัท โพลีเพล็กซ์ เทรดดิ้ง (เซินเจิ้น) จำกัด เป็นบริษัทย่อยทางอ้อม ถือหุ้น 100% โดยถือผ่านบริษัทโพลีเพล็กซ์ (สิงคโปร์) พีทีอี ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางตรงของ บมจ.โพลีเพล็กซ์ (ประเทศไทย) โดยถือหุ้น 100% นอกจากนี้อนุมัติสถานที่ตั้งของการลงทุนโครงการ Silicone Coating line ให้ลงทุนในประเทศไทย




  18. #18
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    การ์ตูน ชัย ราชวัตร 12/10/52





    การ์ตูนเซีย 12/10/52






  19. #19
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ปืนเชือดหงส์2-1ลิ่วรอบ5คาร์ลิ่งคัพ

    "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล เปิดรังเชือด "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ไปแบบสุดมัน 2-1
    ในเกมคาร์ลิ่ง คัพ รอบสี่ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา

    สิงห์ไม่ยั้ง!ถล่มโบลตันมันเท้า4-0

    "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี โชว์พลังแข้งสมราคาทีมเต็มแชมป์รายการนี้
    หลังเปิดรังขย่ม โบลตัน ไปแบบนิ่มๆ 4-0 ในศึกฟุตบอลคาร์ลิ่ง คัพ
    เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา



  20. #20
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    EX-GIRLFRIEND โดย นุ่น พชรมนต์ อินทะปา

    ความน่าค้นหาของเธอ นุ่น-พชรมนต์ อินทะปา ไม่ได้อยู่ที่จำนวนกิ๊กนับ 10 ราย
    แต่อยู่ที่หนุ่มๆ ในคอลเลกชั่นของเธอนั้นไม่ใช่ธรรมดา นอกจากจะรวยมีหน้ามีตา
    แล้วยังต้องมีคุณสมบัติแบบว่า หล่อ ล่ำ ปล้ำง่าย!!!





    ขอขอบคุณ ข้อมูลจากนิตยสาร FHM

  21. #21
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    FHM REAL GIRLS โดย ก้อย จุไรรัตน์ ภูทับ




    Elena Gheorghe
    เอเลน่า จอร์จี้ นักร้องสาวโรมาเนีย เธอโด่งดังขึ้นมาจากวงดนตรีสไตล์ละติน
    หลังจากแยกตัวออกมา เธอเริ่มก่อตั้งวงภายใต้ชื่อของตัวเอง ก่อนเริ่มการสัมภาษณ์
    เธอขอร้องเราไม่ให้ถามคำถามนอกลู่นอกทาง เพราะเธอจะไม่ตอบแน่นอน
    นั่นล่ะคือปัญหาใหญ่ เพราะอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของการสัมภาษณ์มันเป็นคำถามประเภท
    นั้นอยู่แล้ว เราจะพยายามแล้วกัน...






    ขอขอบคุณ ข้อมูลจากนิตยสาร FHM

  22. #22
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน



    ชื่อ:  S2M - 77.gif
ครั้ง: 1617
ขนาด:  2.2 กิโลไบต์


    กราฟค่าระวางเรือเทียบกับราคาน้ำมันโลก

  23. #23
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ภาวะตลาดน้ำมัน NYMEX:
    น้ำมันดิบปิดร่วง $2.09
    หลังสต็อกเบนซินสหรัฐพุ่งแรง


    สัญญาน้ำมันดิบตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 2 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐเปิดเผยว่าสต็อกน้ำมันเบนซินในรอบสัปดาห์ที่แล้วพุ่งขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้เกิดความกังวลว่าดีมานด์พลังงานในสหรัฐจะยังไม่ฟื้นตัวขึ้นในระยะใกล้นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังเทขายสัญญาน้ำมันดิบหลังจากสหรัฐเปิดเผยยอดขายบ้านใหม่ที่ร่วงลงเหนือความคาดหมาย



    สัญญาน้ำมันดิบตลาด NYMEX (New York Mercantile Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ร่วงลง 2.09 ดอลลาร์ หรือ 2.63% ปิดที่ 77.46 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 77.23-79.83 ดอลลาร์

    ขณะที่สัญญาน้ำมันฮีทติ้งออยล์ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 5.82 เซนต์ ปิดที่ 1.9969 ดอลลาร์/แกลลอน และสัญญาน้ำมันเบนซินส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 8.41 เซนต์ ปิดที่ 1.9864 ดอลลาร์/แกลลอน

    ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธ.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนร่วงลง 2.06 ดอลลาร์ หรือ 2.64% สู่ 75.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 75.67-78.10 ดอลลาร์

    นักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทอื่นๆ หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันเบนซินในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุด ณ วันที่ 23 ต.ค.เพิ่มขึ้น 1.7 ล้านบาร์เรล แตะที่ 208.6 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลง 800,000 บาร์เรล

    ส่วนสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 800,000 บาร์เรล แตะที่ 339.9 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะพุ่งขึ้น 1.8 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 2.1 ล้านบาร์เรล แตะที่ 167.8 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.1 ล้านบาร์เรล

    ฟิล ไฟน์ นักวิเคราะห์จาก PFGBest กล่าวกับเอพีว่า "สต็อกน้ำมันเบนซินที่พุ่งขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในภาวะเปราะบางกำลังฉุดดีมานด์พลังงานหดตัวลงด้วย ต่างกับรอบสัปดาห์ก่อนหน้านั้นที่สต็อกน้ำมันเบนซินร่วงลง 2.3 ล้านบาร์เรล แตะ 206.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 1.0 ล้านบาร์เรล ซึ่งหนุนสัญญาน้ำมันดิบทะยานขึ้นแข็งแกร่งในช่วงเวลาดังกล่าว"

    นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังถูกดดันหลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย.ดิ่งลง 3.6% แตะที่ 402,000 ยูนิต/ปี ซึ่งเป็นสถิติที่ร่วงลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6% แตะระดับ 440,000 ยูนิต/ปี

    นักลงทุนจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) หลังจากนายโฮเซ มาเรีย โบเทลโฮ เดอ วาสคอนเซลอส ประธานโอเปคออกมาส่งสัญญาว่าโอเปคอาจจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมวันที่ 22 ธ.ค.ที่ประเทศแองโกลา หลังราคาน้ำมันพุ่งเหนือระดับ 75 ดอลลาร์/บาร์เรล



    ชื่อ:  S2M - 78.gif
ครั้ง: 1594
ขนาด:  4.8 กิโลไบต์

  24. #24
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก:
    ดอลล์แข็ง ฉุดทองคำปิดร่วงอีก $4.90


    สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงอีกเมื่อคืนนี้ (28 ต.ค.) เนื่องจากสกุลเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นทำให้นักลงทุนลดความต้องการถือครองสัญญาทองคำ



    บลูมเบิร์กรายงานว่า สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 1,030.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 4.90 ดอลลาร์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,042.60-1,027.10 ดอลลาร์

    ขณะที่สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 16.24 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 30.00 เซนต์ และสัญญาโลหะทองแดงส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 6.85 เซนต์ ปิดที่ 2.9305 ดอลลาร์/ปอนด์

    ส่วนสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.ปิดที่ 1,306.90 ดอลลาร์/ออนซ์ ดิ่งลง 12.10 ดอลลาร์ และสัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนธ.ค.ปิดที่ 317.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 13.15 ดอลลาร์

    เลียวนาร์ด แคปแลน นักวิเคราะห์จากบริษัท Prospector Asset Management ในรัฐอิลลินอยส์กล่าวว่า ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ หลังจากยอดขายบ้านใหม่เดือนก.ย.ของสหรัฐดิ่งลง 3.6% แตะที่ 402,000 ยูนิต/ปี ซึ่งร่วงลงครั้งแรกในรอบ 5 เดือน และสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6% แตะระดับ 440,000 ยูนิต/ปี

    อย่างไรก็ตาม อารอน สมิธ กรรมการผู้จัดการบริษัท Superfund Financial Singapore Pte คาดการณ์ว่า ราคาทองคำในตลาดโลกอาจพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ในอีก 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากกลุ่มเฮดจ์ฟันด์เข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเหลี่ยงภาวะเงินเฟ้อและสกุลเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนแอ

    "เมื่อสกุลเงินดอลลาร์ตกต่ำ สินทรัพย์ทุกประเภทในรูปสกุลเงินดอลลาร์ก็ตกต่ำด้วย สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนแห่เข้าซื้อทองคำ นอกจากนี้ โลหะเงินจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจ เราคาดว่ากองทุนบำเน็จบำนาญจะเข้าถือครองทองคำเพิ่มขึ้นเนื่องจากสกุลเงินต่างๆอ่อนค่าลง" สมิธกล่าว

    คณะกรรมการกำกับดูแลการค้าสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดล่วงหน้าของสหรัฐ (CFTC) เปิดเผยว่า กลุ่มเฮดจ์ฟันด์และนักเก็งกำไรรายใหญ่ได้ลดการทำโพสิชั่นสัญญาทองคำลงราว 2% ณ วันที่ 20 ต.ค. หลังจากเข้าทำโพสิชั่นมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่กลุ่มผู้ประกอบการเหมืองแร่และกลุ่มผู้ผลิต เข้าทำโพสิชั่นมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว






  25. #25
    ซื้อเป็น ก็ขายเป็น รูปส่วนตัว looking
    สมัครเมื่อ
    29 Jun 2008
    โพส
    43,126
    28
    รับคำขอบคุณ 902 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ตลาดหลักเอเชียเช้าวันพฤหัสฯ...

    ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ ลบระนาวจากสภาพการอ่อนตัวของดาวโจนส์เมื่อคืน
    ตัวเลขยอดขายบ้านสร้างใหม่ในสหรัฐฯที่ลดลงฉุดหุ้นโลกวันนี้..


    Japan : Nikkei



    Korea : KOSPI



    Singapore : Straits Times



    Hong Kong : Hang Seng



    China : Shanghai


  26. #26
    S2M Gold Member รูปส่วนตัว baanphit
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    2,233
    2
    รับคำขอบคุณ 11 ครั้ง

    มาตรฐาน

    Thanks Krub

  27. #27
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว enjoylife
    สมัครเมื่อ
    09 Sep 2008
    โพส
    3,190
    0
    รับคำขอบคุณ 11 ครั้ง

    มาตรฐาน

    ขอบคุณค่ะคุณลุค

  28. #28
    S2M Gold Member รูปส่วนตัว papa
    สมัครเมื่อ
    24 Apr 2009
    โพส
    756
    0
    รับคำขอบคุณ 3 ครั้ง

    มาตรฐาน

    Thksss. ข่าวลบเพียบ
    • เพลงหน้ากากเสือ http://gotoknow.org/blog/judprakai/190532
    • ทหารที่กล้าหาญไม่ดุร้าย
    • นักสู้ทีฝีมือดีไม่โกรธง่าย
    • ผู้พิชิตที่ยิ่งใหญ่ไม่สู้ในเรื่องเล็ก
    • นักค้าหุ้นที่ประสพความสำเร็จไม่คิดเอาแต่กำไร

  29. #29
    S2M Sexy Member รูปส่วนตัว kokae
    สมัครเมื่อ
    08 Sep 2008
    โพส
    15,455
    840
    รับคำขอบคุณ 291 ครั้ง

    มาตรฐาน


  30. #30
    S2M Gold Member
    สมัครเมื่อ
    10 Sep 2008
    โพส
    2,201
    1
    รับคำขอบคุณ 2 ครั้ง

    มาตรฐาน

    thanks

  31. #31
ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 17:04.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com