ตอบกลับกระทู้
สรุปผลการค้นหา 1 ถึง 3 จากทั้งหมด 3

กระทู้: สรุปภาวะตลาด

  1. #1
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว มะเหมี่ยว
    สมัครเมื่อ
    28 Oct 2009
    โพส
    11,300
    10
    รับคำขอบคุณ 381 ครั้ง




    มาตรฐาน สรุปภาวะตลาด

    บล.ธนชาต : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/01/53

    “รีบาวด์ชั่วคราว ไม่เกิน 718 จุด” ตามบรรยากาศการลงทุนในต่างประเทศ โดย
    แรงซื้อกลับรอบนี้อาจจะหมุนมาเก็งกำไรในแบงก์ใหญ่ที่พื้นฐานดีแต่ราคายังไม่ไป
    ไหนไกลอย่าง KTB (ต้าน 10.40) และอสังหาฯใหญ่อย่าง AP (ต้าน 5.20) ที่ราคาหุ้น
    ร่วงมา 9 วันติดรวม 14% (vs. SETPROP ลบแค่ 5%) เพราะเข้าใจผิดว่ามาตรฐาน
    บัญชีใหม่ (รับรู้รายได้เมื่อโอน) จะกระทบกำไรให้ทรุดฮวบ

    ประเด็นสำคัญวันนี้ SCC: 4Q09 Results Preview
    ถอดรหัส Short Sales พิษมาบตาพุดทำให้ราคาหุ้นครอบครัว PTT เสี่ยงที่จะ
    ลงต่อ จากตาราง Short Sales หน้า 15 พบว่าวานนี้มีแรงขายชอร์ตหุ้นครอบครัว
    PTT ออกมาอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 5 วันทำการที่ผ่านมา (ดูตารางข้างล่าง
    ประกอบ) นั่นหมายความว่ามีโอกาสที่ราคาหุ้นเหล่านั้นจะปรับตัวลงได้อีก 5-10%
    ก่อนจะมีแรงซื้อกลับ (short covering) Short Sales Turnover (THB m) % Short
    Sales Volume vs. Main Board 25-Jan-10 5-Day Avg 25-Jan-10 5-Day Avg
    PTT 110 38 5.43 2.59 PTTCH 26 11 3.57 1.80 PTTAR 35 6 3.74 0.54
    SCC ประกาศงบพรุ่งนี้ คาดกำไรทั้งปี 2009 โตกว่า 50% แต่อาจไม่เร้าใจพอ
    เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่รออยู่ข้างหน้า โดยเราคาด SCC จะมีกำไรสุทธิ 7 พันลบ.
    ใน 4Q09 (ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน แต่พลิกจากขาดทุน 3.5 พันลบ.ใน 4Q08 เพราะ
    ในไตรมาสดังกล่าวราคาน้ำมันและปิโตรเคมีปรับตัวลงแรงทำให้เกิด inventory loss
    ดูตารางบนสุดขวามือ) ส่วนทั้งปี 2009 คาดมีกำไรสุทธิ 2.6 หมื่นลบ. (เพิ่มขึ้น 55%
    เพราะฐานต่ำ และธุรกิจปิโตรเคมีฟื้น) สำหรับปันผลครึ่งหลังงวด 2H09 คาดจ่ายอีก
    8.63 บาท Yield 4% (รวมทั้งปี 12.13 บาท) แต่ปี 2010 นี้คาดกำไรจะอ่อนลง 6%
    เพราะความล่าช้าในโครงการมาบตาพุดและมาร์จิ้นในธุรกิจปิโตรเคมีที่แคบลง แม้ใน
    เชิงปัจจัยพื้นฐานเราจะชอบ SCC แต่ในเชิงกลยุทธ์ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้
    แนะนำ “ขายทำกำไร” ต้าน 228 บาท รับ 204 บาท (vs. ปิด 216 บาท)
    ดอกเบี้ยยังต้องเตี้ยติดดินต่อไป โดยธนาคารกลางของญี่ปุ่น (BOJ) จะมีการ
    ประชุมกันในวันนี้ (26) ส่วนธนาคารกลางของสหรัฐ (FOMC) จะประชุมในวันรุ่งขึ้น
    (27) ซึ่งคาดว่าทั้งคู่จะคงดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.10% และ 0-0.25% ตาม
    ลำดับ

    สรุปภาพตลาดวานนี้
    หน้าแตกที่วานนี้คิดว่า SET จะลงแรง แต่ปิดตลาดลบแค่ 4 จุด @ 710.39 จุด
    แม้ว่าระหว่างวันจะลงไป Low @ 702.87 จุดก็ตาม เพราะมีแรงซื้อกลับในหุ้นแบงก์
    ใหญ่ (SCB & KBANK ที่ก่อนหน้านี้ถูกขายชอร์ตออกมาอย่างต่อเนื่อง) รวมถึงหุ้น
    ตระกูลซีพี (CPF & CPALL ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ TNS เพิ่งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2010
    เป็น 14 บาท และ 30 บาท ตามลำดับและถือว่าปลอดการเมืองเพราะเป็นหุ้นปัจจัย
    สี่) ตรงข้ามหุ้นที่โดนกระหน่ำขาย คือครอบครัวปตท. (โดยเฉพาะ PTTCH -2%) และ
    SCC (-4%) หลังศาลฯยกคำร้อง 30 โครงการที่มาบตาพุดที่ยื่นอุทธรณ์ไป ทั้งนี้แม้
    วานนี้ฝรั่งจะกลับลำมาซื้อสุทธิแต่ก็แค่ 200 ลบ. (vs. สัปดาห์ที่แล้วขายสุทธิเฉลี่ยวัน
    ละ 1 พันลบ.) ส่วนกองทุนในประเทศยังขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 อีก 1.8 พันลบ.
    DJ เมื่อวานก็แค่รีบาวด์ 24 จุด หลังจาก 3 วันก่อนลงไป 552 จุด เพราะหวัง
    ว่า “เบอร์นันเก้” จะได้นั่งเป็นธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) สมัยที่ 2 (ทราบผลสัปดาห์
    หน้า)


    เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล


    บล.ไอร่า : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/01/53

    ทิศทางตลาดวันนี้ Sideway
    (-) สหรัฐประกาศยอดขายบ้านต่ำเป็นประวัติการณ์
    (+) คาด Bernanke จะดำรองตำแหน่งประธานเฟดอีกครั้ง
    หุ้นแนะนำ- TICON- Q4 โดดเด่น ปันผล6%

    ปัจจัยสำคัญวันนี้
    (0) ตลาดหุ้นต่างประเทศ DJIA +23, NASDAQ +5, SP +5, FTSE -42,
    CAC -38, และ DAX -63 นักลงทุนคาด Bernanke จะได้เป็นประธานฯเฟดสมัยที่2
    และมีประกาศยอดขายบ้านมือสองลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังตลาดปิด Apple
    ประกาศ Q4 สูงกว่าคาดทั้งรายได้และกำไร จาก iPhone & Macintosh Computers
    ล่าสุดน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาด NYMEX -US$1.5 อยู่ที่ US$74.54/barrel
    (+) เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศมียอดสุทธิ +198ล้านบาท ยอดสะสม
    ตั้งแต่ต้นปี -4,001ล้านบาท และต่างประเทศมียอดสุทธิล่วงหน้า -54ล้านบาท มียอด
    สะสมใน มค53 -576ล้านบาท

    กลยุทธ์การลงทุนวันนี้
    ทิศทางตลาดวันนี้: Sideway ทดสอบแนวรับสำคัญที่ 700จุด ในระยะกลาง
    ตลาดถูกกดดันจากนโยบายที่เข้มงวดจากสหรัฐและจีน รวมทังความไม่แน่นอนทาง
    การเมืองภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นนักลงทุนอยู่ระหว่างรอประกาศ
    Q4 ในกลุ่มที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน
    หุ้นที่คาดว่าจะประกาศ Q4 ดี เช่น (1) STEC โดดเด่นสุดด้วย Gross Profit
    Margin ที่คาดสูงถึง 7.5% (2) MAJOR ฟื้นตัวตามรายได้จากภาพยนตร์ใหญ่หลาย
    เรื่อง ใน Q4/52 (3) TASCO ฟื้นตัวต่อเนื่องใน Q4 เป็นไตรมาสที่ 2 จากยอดขายที่
    แข็งแกร่ง (4) MINT ฟื้นตัวในช่วง Peak season ใน Q4/52 (5)TICON ขายกองทุน
    TLOGIS ใน Q4/52 มีปันผล (6) SF ขายโครงการเขาใหญ่ใน Q4/52 (7) CK มีกำไร
    จากการขาย TTW ในQ4/52
    หุ้นกลุ่มที่ถูก Short-Sale 25 มค ได้แก่ TDEX, ESSO, PTT

    เรียบเรียง โดย สุกัญญา ลาสุธรรม



    บล.ฟินันเซีย ไซรัส : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/01/53

    คาดแค่รีบาวด์ระยะสั้น จากนั้นยังมีสิทธิไหลลงต่อ ดังนั้นขึ้นขาย
    แม้ว่าเมื่อวานนี้ตลาดหุ้นไทยจะมีแรงซื้อเข้ามาช่วงบ่าย ทำให้ SET เกือบที่จะพลิกกลับ
    มาปิดเป็นบวกได้ แต่คาดว่าเป็นเพียงแรงซื้อเก็งกำไรระยะสั้นหลังจากตลาดปรับตัวลงมาค่อนข้าง
    แรงในช่วงสัปดาห์ก่อน อย่างไรก็ตาม FSS คาดว่าจะเป็นการดีดขึ้นช่วงสั้นๆ ก่อนที่จะมีการปรับ
    ตัวไหลลงต่อ เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐในช่วงหลังหลายตัวยังดูไม่ดีนัก และคาดว่า
    ความกังวลต่อมาตรการคุมเข้ม ศก. ของทั้งจีนและสหรัฐจะยังเป็นแรงกดดันความมั่นใจของนัก
    ลงทุนอยู่ต่อไป ส่วนในบ้านเราเองความร้อนแรงของประเด็นการเมืองที่ค่อยๆ เข้มข้นขึ้นไม่ว่าจะ
    เป็นความขัดแย้งเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในช่วงก่อน
    การตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทในปลายเดือน ก.พ. จะยังเป็นแรงกดดันต่อ SET อยู่
    เราจึงยังแนะนำให้ขายทำกำไรโดยเฉพาะเมื่อตลาดขยับขึ้น แล้วยังไม่แนะนำให้รีบเข้าซื้อเพราะ
    เชื่อว่า SET มีโอกาสหลุดต่ำกว่า 700 จุด โดยแนะนำให้ถอยไปตั้งรับมาอยู่ที่ 680 - 690 จุด
    แทน ดังนั้น ช่วงนี้แนะนำให้ถือเงินสดเพิ่มขึ้น หรือเลือกลงทุนเฉพาะหุ้นที่จ่ายปันผลสูงเช่น
    BCP, AIT, TRT, SPALI, GFPT, TMT, TVO, HANA, KSL

    ประเด็นสำคัญวันนี้
    ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดบวกเพียงเล็กน้อย Dow Jones ลดช่วงบวกลงโดยปิดบวก
    เพียง 23 จุดเพราะยอดขายบ้านมือสองลดลง 16.7% ในเดือน ธ.ค. ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะ
    ลดลง 10% ความกังวลของตลาดหุ้นวอลล์สตรีทยังอยู่ที่หลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่
    Bernanke จะได้รับการรับรองให้ดำรงตำแหน่งต่อไปเป็นวาระที่ 2 หรือไม่ (หมดวาระ 31 ม.ค.
    นี้) การโหวตครั้งนี้ต้องได้เสียงจากวุฒิสมาชิกอย่างน้อย 60 คนใน 100 คน แต่สัปดาห์ก่อน
    พรรค Democrat กลับเสียที่นั่งวุฒิสมาชิก 1 ตำแหน่งให้พรรค Republican ในการเลือกตั้ง
    ซ่อมที่ Massachusettes แต่หากวุฒิสมาชิกไม่รับรอง Bernanke ก็ยังสามารถดำรงตำแหน่ง
    กรรมการของ Fed ได้ ซึ่งคณะกรรมการของ Fed ก็อาจเลือก Bernanke ให้เป็นประธาน
    Fed ต่อไปได้ ถึงแม้ Bernanke จะได้ดำรงตำแหน่งต่อไป ความยากคือการโหวตกฎหมาย
    ต่างๆ ของรัฐบาลอาจทำได้ยากขึ้น
    กลุ่มนิคม: BOI อนุมัติ 8 โครงการ มูลค่ารวม 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งรวมถึงโครงการ
    ผลิตไฟฟ้าของ ROJNA และโครงการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ของ Eco car ของ Nissan และตั้ง
    เป้าหมายยอดขอส่งเสริมการลงทุนปีนี้ไว้ที่ 5 แสนล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 7.23 ล้านบาท ซึ่ง
    เป็นระดับที่สะท้อนความเป็นที่จริงที่ว่าคดีมาบตาพุดส่งผลกระทบในทางลบต่อการลงทุน อย่างไร
    ก็ตาม แนวโน้มผลประกอบการของหุ้นในกลุ่มนิคมฯ ฟื้นตัวทุกบริษัทในปีนี้ เรายังคงแนะนำ
    ROJNA (เป้าหมาย 15 บาท) TICON (เป้าหมายของ SAA Consensus 11.56 บาท – คาด
    กำไร 4Q09 โดดเด่นเพราะมีกำไรจากการขาย TLOGIS ~350 ล้านบาท) HEMRAJ (เป้า
    หมายของ SAA Consensus 1.10 บาท) AMATA (เป้าหมายของ SAA Consensus 9.58
    บาท)
    การเมืองเข้มข้น วานนี้ พรรคร่วมรัฐบาล 5 พรรค (ชาติไทยพัฒนา ภูมิใจไทย เพื่อแผ่น
    ดิน รวมใจไทยชาติพัฒนา และกิจสังคม) เห็นพ้องยืนยันจะยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ใน
    มาตรา 190 เกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้ง ในสัปดาห์หน้าโดยไม่รอพรรคประชาธิปัตย์ ในขณะที่
    กลุ่มพันธมิตรฯ ระบุว่าหากพรรคร่วมรัฐบาลยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ กลุ่มพันธมิตรฯ ระเรียก
    ประชุมแกนนำเพื่อกำหนดจุดยืนทันที
    BANPU: ราคาหุ้นปรับลงมาถึงเป้าหมายของเราที่ 550 บาทแล้ว (วานนี้ปิดที่ 548
    บาท ลบ 26 บาท) นับเป็นการปรับลงมาอย่างเร็ว 15% ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ เทียบกับ
    SET Index ที่ลดลง 3.9% และ SET Energy ที่ลดลง 6.9% ณ ราคาปัจจุบัน Upside เปิด
    กว้างขึ้นเป็น 10% จากราคาเป้าหมายของเราที่ 612 บาท (ยังไม่รวมโครงการหงสาอีก 30
    บาท) เราจึงสามารถเพิ่มคำแนะนำจากเดิม “ถือ” เป็น “ซื้อ” ได้โดยแนะนำให้ซื้อลงทุนไม่เกิน
    550 บาท อย่างไรก็ตาม ในทางเทคนิค ที่ราคาปัจจุบันเป็นแนวรับพอดีและมีโอกาสรีบาวนด์ขึ้น
    ไปที่ 580 – 590 บาทได้ แต่เป็นแนวรับที่ไม่แข็งแรงนัก แนวรับที่แข็งแรงและน่าซื้ออยู่ที่
    520 – 530 บาท ซึ่งคิดเป็น PE 8.9 เท่า เป็นระดับที่ต่ำกว่าภูมิภาคและเป็นระดับที่รองรับความ
    เสี่ยงได้ดี
    IVL: IPO = 10.20 บาท/หุ้น (อัตราการแลกเปลี่ยนหุ้น IRP 1 หุ้น ต่อ 1.415 หุ้น
    IVL) IVL ทำธุรกิจโพลิเอสเตอร์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตบรรจุภัณฑ์และสิ่งทอ มีโรงานอยู่ใน
    13 ประเทศ ครอบคลุม 3 ทวีป อุตสาหกรรมมีอัตราการเติบโตสูง บวกกับ IVL ขยายธุรกิจอย่าง
    รวดเร็วจากทั้งลงทุนก่อสร้างใหม่เองและเข้าซื้อกิจการคู่แข่ง IVL จะมี Market Cap ราว 4.47
    หมื่นลบ. ใหญ่กว่า IRP 3 เท่า และจะอยู่ใน SET 50 แนวโน้มกำไรปี 10-11 เติบโต 31%และ
    14% ตามลำดับ ราคาเหมาะสมตามปัจจัยพื้นฐาน 13-16 บาท/หุ้น คาดเข้าซื้อขายใน SET วัน
    ที่ 5 ก.พ. 2553

    Technical View : “ตลาดยังแกว่งในกรอบ 700-720 จุดโดยประมาณ โดยลุ้นต้น
    สัปดาห์นี้มีช่วงปิดวันเป็นบวกต่อได้ แต่ขยับขึ้นมาคือจังหวะทำกำไร เพื่อรอรับใหม่เมื่อดัชนีปรับ
    ตัวลงอีกครั้ง...”
    แนวรับ : 705-700*** , 690-680
    แนวต้าน : 718-720* , 723-725** , 730***

    Technical Picks:
    QH (Bt 2.38 เป้าเทคนิค 2.50-2.52 cut loss ถ้าหลุด 2.36)
    LANNA(Bt 15.20 เป้าเทคนิค 16 cut loss ถ้าหลุด 14.80)
    TTW (Bt 4.42 เป้าเทคนิค 4.50-4.54 cut loss ถ้าหลุด 4.38)



    เรียบเรียง โดย ประน้อม บุญร่วม

  2. #2
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว มะเหมี่ยว
    สมัครเมื่อ
    28 Oct 2009
    โพส
    11,300
    10
    รับคำขอบคุณ 381 ครั้ง

    มาตรฐาน

    บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/01/53

    แนวโน้มตลาดวันนี้
    เราคาดว่าภาพรวมการซื้อขายตลาดหุ้นไทยวันนี้จะเป็นไปอย่างระมัดระวัง
    โดยนักลงทุนทั่วโลกยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการที่จีนใช้นโยบายการเงินที่
    เข้มงวดขึ้นเพื่อชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ หลังจากที่ GDP ไตรมาส 4/52
    เติบโตสูงถึง 10.7% ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีแนวโน้มแกว่งตัวผันผวน เนื่องจาก
    นักลงทุนคาดการณ์ว่า การชะลอเศรษฐกิจของจีนอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการ
    ฟื้นตัวเศรษฐกิจโลก ในส่วนของเศรษฐกิจไทยในเชิงพื้นฐาน เรามองว่าจะไม่ค่อย
    เปลี่ยนแปลงมากนักไม่ว่า GDP จีน จะโต 8%, 9% หรือ 10% และจากความผันผวน
    ของตลาดหุ้นไทยและทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น นักลงทุนควรหาจังหวะขายทำ
    กำไร ในขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น และหาจังหวะเข้าสะสมหุ้นเมื่อตลาดอ่อนตัว
    ลง โดยหุ้นที่เราคาดว่าจะประกาศผลประกอบการโดดเด่นในไตรมาส 4/52 และราคา
    ปรับตัวลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจได้แก่ SSI AP และ TCAP
    นักลงทุนรายบุคคลในประเทศยังคงรอซื้อหุ้นเมื่ออ่อนตัวในช่วงบ่าย: เราพบว่า
    นักลงทุนรายบุคคลในประเทศที่เข้าทยอยสะสมหุ้นเมื่ออ่อนตัวในช่วงบ่ายได้ช่วยให้
    ดัชนีหุ้นไทยดีดกลับจากจุดต่ำสุดของวันมาปิดลบจากวันก่อนเพียง 3.71 จุด ที่ระดับ
    710.39 จุด โดยนักลงทุนรายบุคคลในประเทศซื้อสุทธิ 1,756 ล้านบาท ขณะที่นักลง
    ทุนสถาบันในประเทศขายสุทธิสูงถึง 1,756 ล้านบาท นอกจากนี้เราพบว่านักลงทุน
    ต่างประเทศ และพอร์ทโบรกเกอร์มีสถานะซื้อสุทธิ 198 ล้านบาท และ 238 ล้านบาท
    ตามลำดับ ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนควรทราบคือเราเชื่อว่าเมื่อใดก็ตามที่ปัจจัยลบ
    จากตลาดหุ้นต่างประเทศเริ่มเข้ามากดดันตลาดน้อยลง ขณะที่นักลงทุนเริ่มกลับมาให้
    ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจ และบริษัทจดทะเบียนในประเทศ เราเชื่อ
    ว่านักลงทุนสถาบันในประเทศจะกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้ง
    ขอรอดูสถานการณ์อีกสักวัน เพราะตลาดยังมีความไม่แน่นอนสูงในตอนนี้:
    ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในคืนที่ผ่านมา แต่เราเชื่อว่านักลงทุนสหรัฐฯ ยังคงเฝ้า
    จับตา 1) การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของจีนที่เข้มงวดขึ้นเพื่อชะลอความร้อนแรง
    ทางเศรษฐกิจ และ 2) การแต่งตั้งนาย Ben Bernanke ให้ดำรงตำแหน่งประธาน
    ธนาคารกลางสหรัฐฯ อีกสมัยของสภาครองเกส นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบกดดันตลาด
    หุ้นสหรัฐฯ ทั้งตัวเลขยอดขายบ้านเก่า และตัวเลขอัตราการว่างงานที่ยังอยู่ในภาวะ
    อ่อนแอ และเราเชื่อว่าความกังวลเหล่านี้จะกินเวลานานมากทีเดียว โดยเมื่อคืน
    ที่ผ่านมาดัชนี Dow Jones ปรับตัวขึ้น 23.88 จุด หรือ 0.23% ขณะที่ดัชนี S&P500
    และ Nasdaq ปรับตัวขึ้น 0.46% และ 0.25% ตามลำดับ
    ค่าเงิน US dollar อ่อนตัวลงต่อ ขณะที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เริ่มฟื้นตัว: เมื่อคืน
    ที่ผ่านมาค่าเงิน US dollar เทียบยูโร, ปอนด์ และเยน อ่อนตัวลง เนื่องจากนักลงทุน
    เริ่มโยกย้ายเม็ดเงินบางส่วนกลับเข้าลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ ส่งผลให้ราคาสินค้า
    โภคภัณฑ์ส่วนใหญ่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าอ่อนตัวลงเล็กน้อย
    0.17 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 75.09 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาทองคำล่วง
    หน้าปรับตัวขึ้น 6.70 เหรียญสหรัฐฯ เป็น 1,096.40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อออนซ์


    เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล

    บล.กรุงศรีอยุธยา : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/01/53

    Market Recap and Trend: คาดหวังการ Rebound ระยะสั้นๆ
    การปรับลดลงของตลาดหุ้นต่างประเทศ ประกอบกับความกังวลทางการเมืองในประเทศ
    ที่คาดว่าจะร้อนแรงมากขึ้นก่อนคำตัดสินกรณียึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้ รวม
    ไปถึงการยกคำร้องของศาลฯกรณี 30 โครงการมาบตาพุด ส่งผลให้มีแรงขายเข้ามาอย่างต่อ
    เนื่องตลอดทั้งวันปิดตลาด SET ปรับลดลง 0.52% ที่ 710.39 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย
    หนาแน่น 18,240 ล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นสุทธิ 198 ล้านบาท แม้เราคาด
    ว่า SET จะสามารถ Rebound ได้บ้าง หลังจากปรับลดลงมากว่า 5% ตั้งแต่วันที่ 14 ม.ค.
    ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเรามองว่าการ Rebound จะค่อนข้างจำกัดที่บริเวณ 715-730 จุด
    เท่านั้น ทั้งนี้ตลาดหุ้น Dow Jones ปรับสูงขึ้นเล็กน้อย 0.23% เมื่อคืนที่ผ่านมาจากการ
    คาดการณ์ว่าเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ จะได้รับการลงมติให้ดำรงตำแหน่ง
    เป็นสมัยที่ 2 ขณะที่ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นเล็กน้อย 0.97% ปิดตลาดที่ US$75.26/บาร์เรล

    Investment Strategy: การ Rebound ถือว่าเป็นจังหวะในการขายหุ้น
    เรามองว่าการ Rebound ของ SET เป็นเพียงจังหวะในการลดสัดส่วนหุ้นในพอร์ตของ
    นักลงทุนที่ยังไม่ได้ขายหุ้นไปก่อนหน้า หรือเพียงแค่ Trading เท่านั้น เนื่องจากเรามองว่า SET
    มีโอกาสพักฐานในระยะสัปดาห์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1. ความกังวลต่อปัญหาการเมืองที่
    ร้อนแรงมากขึ้นก่อนคำตัดสินยึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ วันที่ 26 ก.พ.นี้ 2. ยังขาดความ
    คืบหน้ากรณีระงับการลงทุนในเขตพื้นที่มาบตาพุด 3. นโยบายลดความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ
    ของจีน และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในภูมิภาคเอเชียที่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้ ส่งผลให้
    นักลงทุนเริ่มชะลอการลงทุน และ 4. ปฎิเสธไม่ได้ว่า SET ปรับสูงขึ้นมาแล้วกว่า 70% ในปี
    ก่อน ซึ่งทำให้ Valuation ในปัจจุบันถึงจะ “ไม่แพง” แต่ก็ “ไม่ถูก” เช่นกัน...ทั้งนี้เราแนะนำ
    นักลงทุน ถือหุ้นในสัดส่วน 60% ของพอร์ตต่อเนื่องเพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการพักฐานไปก่อน
    สำหรับกลุ่มหุ้นแนะนำยังเน้นกลุ่มหุ้นปันผลอย่าง KK, DCC, TICON, BCP, ADVANC, TNH,
    NOBLE, และ HEMRAJ รวมไปถึงหุ้นโรงกลั่น (PTTAR, IRPC) ที่ได้รับผลดีจากค่าการกลั่น
    ที่เพิ่มขึ้น

    Top Picks
    PTT PTTEP BANPU TOP PTTAR BBL KBANK SCB KTB TISCO DCC
    SCC LH QH AP PS SPALI KSL TUF CPALL AOT STANLY SAT TTA MINT

    Futures Strategy :
    ปิดสถานะ Short ไปก่อนแล้วรอเปิดสถานะใหม่ที่บริเวณ 505-508 จุด

    AUTO :
    นำ PS ออกจากกลุ่มหุ้น Top Picks

    ตลาดต่างประเทศ และประเด็นสำคัญที่เกิดขึ้นในตลาดโลก
    • ตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้น ดัชนีเฉลี่ยดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 0.23% เช่นเดียวกับ
    S&P500 ปิดเพิ่มขึ้น 0.46% โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่านายเบน เบอร์นันเก้
    ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะได้รับการลงมติจากวุฒิสภาสหรัฐให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัย
    ที่ 2 นั้น ได้ช่วยคลายความวิตกของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ตลาดปรับตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย หลัง
    ข้อมูลจากสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติบ่งชี้ว่า ยอดขายบ้านมือสองลดลงสู่ระดับต่ำสุด
    เป็นประวัติการณ์ 16.7% สู่ระดับ 5.45 ในเดือนธ.ค.
    • ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปิดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบเดือน มี.ค.
    ปิดเพิ่มขึ้น 0.72 ดอลลาร์ หรือ 0.97% มาที่ 75.26 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยได้รับแรงหนุน
    จากสัญญาณบ่งชี้ว่า นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชนะการโหวตใน
    วุฒิสภาสหรัฐสำหรับการดำรงตำแหน่งประธานเฟดต่อเป็นสมัยที่สอง ขณะที่ตลาดได้รับแรงกดดัน
    ในช่วงเช้าเนื่องจากสำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติ (NWS) ของสหรัฐคาดการณ์ว่า อุปสงค์ใน
    น้ำมัน heating oil ของสหรัฐอาจอยู่ต่ำกว่าปกติราว 2 % ในสัปดาห์นี้ เนื่องจากอากาศอบอุ่นขึ้น
    ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ
    • ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับเยน ดอลลาร์ได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่า
    นายเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่ง
    ต่อไปเป็นสมัยที่ 2 ขณะที่แรงกดดันต่อเยน มาจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น
    (บีโอเจ) อาจจะประกาศมาตรการเพื่อผ่อนคลายนโยบายการเงินรวมถึงการซื้อพันธบัตรรัฐบาล
    สหรัฐเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ ส่วนด้านอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในการขายตราสารหนี้อายุ 5 ปีของกรีซ
    ได้ลดความวิตกเกี่ยวกับปัญหาด้านการคลังในยูโรโซน ซึ่งเป็นแรงหนุนเล็กน้อยต่อยูโรเมื่อเทียบ
    กับ ดอลลาร์
    • ดัชนีค่าระวางเรือเทกองปิดเพิ่มขึ้น 19 จุดมาที่ 3223 จุด รายงานภาคการผลิตที่ดี
    ขึ้นโดยเฉพาะสหรัฐสร้างความเชื่อมั่นในการสต๊อกวัตถุดิบของผู้ผลิตทั่วโลกช่วยผลักดัน
    ค่าระวางเรือให้มีทิศทางขาขึ้นในช่วงนี้


    เรียบเรียง โดย ปุณณภา นาเมืองรักษ์

    บล.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/01/53

    กระแสข่าวต่างประเทศ
    ดัชนี Dow Jones ปรับเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย โดยบวกไป 23.88 จุด (+0.23%) ปิด
    ที่ 10,196.86 จุด กลุ่มพลังงาน +0.67% กลุ่มการเงิน +0.66%(+)
    ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ส่งมอบ มี.ค.ปรับเพิ่มขึ้น $0.72/บาร์เรล ปิด $75.26/
    บาร์เรล(+)
    ราคาทองคำ COMEX เพิ่มขึ้น $6 ปิดที่ $1,095.70/ออนซ์ (+/-)
    ดัชนีค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้น 19 จุด ปิด 3,223 จุด(+/-)
    ค่าการกลั่นสิงค์โปร์ปิดที่ $5.03/bbl ลดลงจาก $5.69/bbl ในวันก่อนหน้า(+/-)
    สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐฯรายงานยอดขายบ้านมือสอง
    เดือน ธ.ค.ปรับลดลงแรง -16.7% จากเดือนก่อนหน้า สู่ 5.45 ล้านยูนิตและต่ำกว่าที่
    ตลาดคาดไว้ที่ 5.90 ล้านยูนิต(+/-)
    ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ โดยวันอังคารมีรายงาน
    ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ม.ค. วันพุธ รายงานผลการประชุมเฟด และ ยอดขาย
    บ้านใหม่เดือนธ.ค. วันพฤหัสบดีรายงานตัวเลขยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือน ธ.ค. ขณะ
    ที่วันศุกร์รายงาน GDP ไตรมาส 4/52 (+/-)

    ในประเทศ
    SET Index ปรับลดลงต่อ โดยลบไป -3.71 จุด (-0.52%) ปิด 710.39 จุด โดยหุ้น
    กลุ่มพลังงาน -1.23%กลุ่มธนาคาร +0.69% นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 198 ลบ.(-)
    กระทรวงอุตสาหกรรม จะสรุปคำสั่งที่ศาลปกครองกลางยกคำร้อง 30 โครงการที่
    มาบตาพุด ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ ขณะที่ทาง PTT ระบุว่าอยู่ระหว่างหารือ
    กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยอาจยื่นอุทธรณ์ต่อไปในขั้นศาลปกครองสูงสุด(+/-)
    ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ประเมินว่า กนง.จะปรับขึ้น
    ดอกเบี้ยนโยบายเพียงครั้งเดียวในปีนี้ และคาดจะปรับขึ้น 0.25% ในช่วงไตรมาสที่ 3
    ของปี(+)
    การเมือง ยังต้องจับตาการชุมนุมย่อยหลายจุดช่วงปลายเดือน ม.ค.ของกลุ่มเสื้อ
    แดง ขณะที่การชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯ แกนนำระบุจะมีขึ้นหลังวันตรุษจีน (14 ก.พ.)
    และก่อนการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นลบ.ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในวันที่ 26
    ก.พ.(-)
    ความน่าสนใจลงทุนระยะสั้น : ปานกลาง
    ภาพเทคนิค : SET Index ในระยะสั้นมีแนวโน้มดีดตัวหลังสัญญาณ RSI และ
    Slow Stochastic เข้าเขต oversold ในกราพวัน โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 720 และ 730 จุด
    ตามลำดับ อย่างไรก็ตามแนวโน้มในระยะกลางยังเป็นขาลง แนะนำรอขายหาก
    รีบาวด์ แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 703 จุด
    กลยุทธ์การลงทุน : เรายังให้ระมัดระวังในการลงทุน โดยคงน้ำหนักการลงทุน
    ในหุ้นที่ระดับต่ำ 20- 30% เน้นเล่นสั้นๆ Trading ลุ้นรีบาวน์เท่านั้น โดย SET มีแนวรับ
    ระยะสั้นที่ 710 และถัดไปที่ 703 จุด คนที่จำเป็นต้องถือหุ้นให้เลือกตัวที่งบดี ปันผล
    สูง โดยค่อยๆทยอยรับ และเพิ่มน้ำหนักใกล้วันออกงบ หุ้นใหญ่แนะนำ PTTAR
    PTTEP CPN PS KTB หุ้นเล็ก TRUE MAJOR TCAP PF SSI SIRI




    เรียบเรียง โดย อรนุช ภัทรกุล

  3. #3
    S2M Platinum Member รูปส่วนตัว มะกรูด
    สมัครเมื่อ
    17 Sep 2009
    โพส
    1,515
    0
    รับคำขอบคุณ 0 ครั้ง

    มาตรฐาน

    AP (ต้าน 5.20) ที่ราคาหุ้น
    ร่วงมา 9 วันติดรวม 14% (vs. SETPROP ลบแค่ 5%) เพราะเข้าใจผิดว่ามาตรฐาน
    บัญชีใหม่ (รับรู้รายได้เมื่อโอน) จะกระทบกำไรให้ทรุดฮวบ

    นั่นสิ ทำให้งงไปด้วยว่าจริงๆแล้วมันน่าจะดีกว่านะ เพราะรับรู้ตามอัตราส่วนงานที่ทำเสร็จจะทำให้รับรู้รายได้เร็วขึ้น ดีกว่าไปรอจนกว่าจะเสร็จสมบูรณ์


ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ เปิด
สมาชิก สัมมนาหุ้น บริการของเรา รายการทีวี ติดต่อเรา ติดต่อทีมงาน
วิธีการสมัครสมาชิก
สมัครสมาชิก
รายชื่อสมาชิก
จองคอร์สสัมมนา
ตรวจสอบรายชื่อ
แจ้งการชำระเงิน
S2M Café
สั่งซื้อหนังสือ
กล่องสนทนา
E-Newletter
StockRadars
ดูข้อมูลหุ้นไทยรายวัน
ดูกราฟหุ้นไทยรายตัว
ค้นหาข่าวหุ้นรายตัว
แกะรอยหุ้น
เม่าปีกเหล็ก
แกะรอยหยักสมอง
GEN-I
โฆษณา
ร่วมงานกับเรา
การเดินทาง
เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7. และเวลาในขณะนี้คือ 14:22.
ขับเคลื่อนระบบโดย vBulletin™ รุ่น 4.0.6 | ภาษาไทยโดย iCafeZone.Net
Copyright © 2014 vBulletin Solutions, Inc. All rights reserved.
หุ้น โดย S2M Team ติดต่อ admin@stock2morrow.com