10 นักลงทุนเน้นคุณค่าของโลก ที่คนไทย(ควร) รู้จัก !! ตอนที่ 2

stock2morrow

 

>> ติดตาม 5 อันดับแรก ได้ที่ 10 นักลงทุนเน้นคุณค่าของโลก ที่คนไทย(ควร) รู้จัก !! ตอนที่ 1 <<

 


- Peter Lynch -
ที่มาภาพ : masterinvestor.co.uk

อันดับที่ 6 : Peter Lynch


ในแวดวงการลงทุน มีนักลงทุนชาวไทยคนไหนบ้างไม่รู้จักปีเตอร์ ลินซ์ แสดงว่าเขาคนนั้นยังไม่เข้าใจถึงแก่นการลงทุนเน้นคุณค่ามากเพียงพอ

 

สำหรับนักลงทุนที่อยากจะศึกษาการลงทุนเน้นคุณค่า มักจะเริ่มจากหนังสือแปลขายดีอันดับ 1 ตลอดกาลนั้นคือ "เหนือกว่าวอลสตรีท" One Up On Wall Street ที่เปลี่ยนชีวิตการลงทุนมานักต่อนักแล้ว นอกจากนั้นด้วยลีลาการเขียนที่เข้าใจง่าย การเปรียบเทียบของหุ้นในเชิงลึกที่ใช้ภาษาพูด ทำให้คนอ่านจำนวนมากเข้าใจและติดใจจนต้องหาซื้อหนังสืออีก 2 เล่ม มาอ่านต่อ 


ในประเทศไทย มีหนังสือแปลของปีเตอร์ ลินซ์ 3 เล่ม และผู้เขียนก็แนะนำให้นักลงทุนต้องหามาอ่านให้ได้ นั้นคือ 


"Learn to Earn - เรียนให้รวย แปลโดย นรา สุภัคโรจน์" 


"One Up On Wall Street - เหนือกว่าวอลสตรีท แปลโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร"

 
และ "Beating the Street - ลงทุนอย่าง...ปีเตอร์ ลินช์ แปลโดย พรชัย รัตนนนทชัยสุข"


ลินซ์ จบการศึกษาด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยบอสตันในปี 1965 หลังจากนั้นเขาก็เรียนต่อการบริหารธุรกิจ MBA ในปี 1968 และเริ่มทำงานให้กับบริษัทการลงทุน Fidelity Investments สายนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ด้วยผลงานที่เข้าตาและวิเคราะห์หุ้นที่ไม่ค่อยจะมีคนสนใจนัก เขาก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บริหารกองทุนแมกเจลแลน เขาเริ่มต้นบริหารในปี 1977 และเกษียณตัวเองในปี 1990 ระหว่างที่เขาบริหารกองทุนนั้นทำให้เงินเพียงแค่ 20 ล้านเหรียญเติบโตขึ้นมาเป็น 1 หมื่น 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ

 

ยิ่งกว่านั้นเขาสามารถสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนี S&P 500 11 ปี จากทั้งหมด 13 ปี นั้นหมายความว่าเขาสร้างผลตอบแทนมากถึง 29% ตลอดระยะเวลา 13 ปี ขึ้นแท่นผู้จัดการกองทุนในตำนานตลอดกาลของอเมริกาและของโลกอีกด้วย เขามีชื่อเสียงในด้านการลงทุนในหุ้นเติบโต นอกจากการลงทุนแล้วเขายังเป็นนักเขียนหนังสือทางการลงทุนที่ขึ้นแท่ง Best Seller 


ปัจจุบัน ปีเตอร์ ลินซ์ ใช้ชีวิตสงบสุขอยู่กับครอบครัวในเมืองบอสตัน รับบริหารเงินให้กับองค์กรการกุศลโดยไม่คิดค่าบริหาร เดินสายบรรยายให้กับนักลงทุนรุ่นใหม่ นี้คือชีวิตในอุดมคติของคนทั่วโลกจริงๆ นั้นคือ ร่ำรวย มีความสุข และ อยู่อย่างสงบ

 


- Joel Greenblatt -
ที่มาภาพ : santangelsreview.com

อันดับที่ 7 : Joel Greenblatt


โจเอล กรีนแบร์ท จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเพนซิวาเนียในปี 19979 และเรียนต่อบริหารธุรกิจในปี 1980 หลังจากนั้นในปี 1985 เขาก็ทำงานเป็นผู้ช่วยเฮดจ์ฟันด์ ในบริษัทจัดการเงินลงทุน Gotham Capital ที่มีเม็ดเงินขนาด 7 ล้านเหรียญสหรัฐ


กรีนแบร์ท มีชื่อเสียงในฐานะเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่าทาง"ฝั่งซื้อ" (ซึ่งเขาเรียกตัวเองแบบนั้น เพราะเขาถนัดในการซื้อ แต่เขาไม่ค่อยถนัดในการขายสักเท่าไร เพราะเขาคิดว่าหุ้นที่เราซื้อถูกตัวถูกเวลา ไม่มีความจำเป็นจะต้องขาย - ผู้แปล) อย่างไรก็ตาม เขาก็มีหลักการบริหารเงินลงทุนนั้นคือ ซื้อในหุ้นที่มีมูลค่าถูกในบริษัทที่ดี มีปันผลให้กับผู้ถือหุ้น เขาลงทุนแบบเฉพาะเจาะจง (Focus) และมีหุ้นไม่กี่ตัวอยู่ในพอร์ต


ปัจจุบัน เขายังเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่า นักเขียน และอาจารย์พิเศษทางด้านการลงทุนให้กับมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

 

 


- Walter Schloss -
ที่มาภาพ : acquirersmultiple.com

อันดับที่ 8 : Walter and Edwin Schloss


วอลเธอร์ ชล็อต เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักลงทุนเน้นคุณค่าที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เพราะเขาคือลูกศิษย์สายตรงที่เรียนกับอาจารย์เบนจามิน เกรเฮม ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและได้ทำงานใน Graham-Newman กับอาจารย์ของเขาอยู่หลายปี เขาเริ่มต้นตั้งหุ้นส่วนจำกัด (limited partnership) ในปี 1955 พร้อมกับลูกชายของเขา เอ็ดวิน ชล็อต


ปรัชญาการลงทุนของเขา มีอยู่ 2 คำ คือ "ถูกและดี" ถูก นั้นหมายถึงซื้อหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่า และดีหมายถึงบริษัทที่ดี ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับนักลงทุนคนอื่นๆ วอลเธอร์ ชล็อต ถือว่าเป็นบุคคลที่ยังคงต้นแบบของอาจารย์เบนจามิน เกรเฮม ได้อย่างยาวนาน ในขณะที่นักลงทุนคนอื่นๆ มีการพัฒนาแนวทางการลงทุนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การหาหุ้นเติบโต การหาหุ้นพลิกฟื้น 


ตลอดการลงทุน 50 ปี ของวอลเธอร์ ชล็อต สร้างผลตอบแทนได้ประมาณ 15.3% ต่อปี ถือว่าเป็นผลตอบแทนทบต้นที่สูงมาก

 


- Ed Lampert -
ที่มาภาพ : businessinsider.com

อันดับที่ 9 : Ed Lampert


เอ็ด แรมเพิร์ต หรือเอ็ดดี้ แรมเพิร์ต จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเยลในปี 1984 เราเริ่มต้นทำงานให้กับ Goldman Sachs เป็นนักวิเคราะห์หลักทรัพย์รายตัว หลังจากทำงานได้ 4 ปี เขาออกมาตั้งบริษัท ESL Investments ด้วยเงินลงทุนประมาณ 28 ล้านเหรียญสหรัฐ
แรมเพิรต์ มีเอกลักษณ์การลงทุนที่เรียกกันว่า "เน้นคุณค่าแบบเข้มข้น" (Concentrated Value) หมายถึง เขาเจาะลึกในบริษัทที่เขาสนใจแบบจริงๆจังๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มค้าปลีก เขาบอกว่ามีความชำนาญในกลุ่มค้าปลีกเป็นอย่างมาก เขารู้ยอดขายและกำไรของบริษัทย้อนหลังเป็น 10 ปี ความเคลื่อนไหวของบริษัท ราคาหุ้น การลงทุน P/E และ P/BV ของหุ้นย้อนหลังอยู่ในหัวสมองของเขาหมด สิ่งนี้เองที่เขาเรียกว่า เน้นคุณค่าแบบเข้มข้น


เขาเป็นนักลงทุนประเภท ซื้อและถือ หุ้นตัวหนึ่งเขาใช้เวลาหลายปีในการถือมันไว้ มีตั้งแต่ 3 ปี จนถึง 15 ปี ตั้งแต่เขาก่อตั้งกองทุน ESL Investments เขาสร้างผลตอบแทนประมาณ 29% ต่อปีโดยเฉลี่ย

 

 


- Todd Combs -
ที่มาภาพ : linkedin.com

อันดับที่ 10 : Todd Combs


ธ๊อด คอมป์ จบจากมหาวิทยาลัยฟรอริด้า และเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในปี 2002 ต่อมาในปี 2005 เขาเริ่มต้นสายอาชีพทางการเงินกับ Castle Point Capital และสร้างผลตอบแทน 5 ปี ตั้งแต่ 2005-2010 ได้ประมาณ 34% ต่อปี 


ในปี 2010 วอเร็น บัฟเฟตต์ได้ชักชวนคอมป์ ให้มาทำงานกับเบิร์กไซด์ ฮาธาเวย์ และตั้งเป้าไว้ว่า คนๆนี้จะมาเป็นผู้บริหารจัดการด้านการลงทุนให้กับเบิร์กไซด์ ฮาธาเวย์

 

>> ติดตาม 5 อันดับแรก ได้ที่ 10 นักลงทุนเน้นคุณค่าของโลก ที่คนไทย(ควร) รู้จัก !! ตอนที่ 1 <<

 

--------------------------------
เขียนและเรียบเรียงโดย SiTh LoRd PaCk
ที่มา www.moneyweb.co.za
---------------------------------

 

 


คุณชอบบทความนี้ใช่ไหมแอด
LINE : @stock2morrow
เพิ่มเพื่อน
หรือ กรอก E-mailเพื่อรับบทความ
stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่ LINE@stock2morrow, FB:stock2morrow และ www.stock2morrow.com