วางแผนการเงิน - กินหวานแต่ไม่อดเปรี้ยว: อุปสรรคในการวางแผนการเงินและชีวิต

ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

 

คนไทยประมาณ 70 ถึง 80% ออมเงินไม่พอสำหรับวัยเกษียณ (http://www.thansettakij.com/content/55029)   ผลสำรวจของเมนูไลฟ์ในหมู่นักลงทุนในกรุงเทพฯ ผู้ซึ่งน่าจะครุ่นคิดถึงการวางแผนการเงินมากกว่าประชากรทั่วไปก็ยังพบว่ากว่าครึ่งคิดว่าตนมีเงินออมไม่พอสำหรับวัยเกษียณ  ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็พบว่าในขณะที่คนไทยออมน้อยลงนั้น การบริโภคมีแต่จะโตขึ้น  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริโภคประเภทอาหารการกิน เสื้อผ้า  ส่วนการบริโภคในด้านการศึกษากลับหดตัวลง

 

ที่เป็นเช่นนี้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าอัตราดอกเบี้ยตกต่ำมานาน  ตลาดหุ้นก็นิ่งๆ มาหลายปี แรงจูงใจในการตัดใจไม่บริโภควันนี้แล้วเอาไปออมหรือลงทุนจึงมีไม่มากนัก  แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกส่วนมันเป็นเพราะความผิดพลาดในการตัดสินใจของคนเราเองด้วย

 

สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเราตัดสินใจวางแผนการเงินและชีวิตได้ไม่ดีพอ คือการที่เราให้ความสำคัญกับปัจจุบันมากเกินไปจนเกิดการผลัดวันประกันพรุ่ง (ไปเรื่อยๆ)  แทนที่เราจะใจเย็นยอมเก็บออมวันนี้เพื่ออนาคตที่ดีกว่ามากๆ ในวันข้างหน้า เรากลับมักเลือกดื่มด่ำกับความสุขเล็กๆ วันนี้แทน (ซึ่งทำให้เราอดได้ผลตอบแทนขนาดใหญ่กว่าในอนาคต)  และหากเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ท้ายสุดแล้วในระยะยาวเราจะหันกลับมามองอดีตแล้วพบว่าเราตัดสินใจผิดพลาดแบบเล็กๆ น้อยๆ มาโดยตลอด

 

บทความนี้จะอธิบายถึงความลำเอียงทางเวลาอย่างหนึ่งที่มีส่วนทำให้เราตัดสินใจได้ไม่ดีนักและแนะนำ 3 วิธีต่อกรกับมันเพื่อชีวิตที่ดีกว่าครับ

 

รู้จักกับความลำเอียงทางเวลา

การทดลองนับครั้งไม่ถ้วนพบว่า หากถามว่าคนเราว่าอยากได้เงิน 1000 บาทวันนี้ หรือ 1200 บาทวันพรุ่งนี้ คนส่วนมากจะเลือกตัวเลือกแรก (1000 บาทวันนี้)   แต่ถ้าถามอีกทีว่าคุณอยากได้เงิน 1000 บาทในอีก 1 ปีข้างหน้า หรือ 1200 ในอีก 1 ปีกับอีก 1 วันข้างหน้า คนส่วนมากกลับเลือกตัวเลือกที่สอง (1200 บาท ในอีก 1 ปี 1 วันข้างหน้า) 

 

สังเกตไหมครับว่าแม้ว่าระยะเวลาที่เว้นให้รอระหว่างตัวเลือกที่หนึ่งกับตัวเลือกที่สองมันเท่ากันในสองคำถาม (ให้รอ 1 วัน) คนส่วนมากจะเลือกทางเลือกที่มีผลตอบแทนเล็ก (1000 บาท) เวลามันใกล้ปัจจุบัน  แต่จะใจเย็นยอมรอรับผลตอบแทนใหญ่ (1200 บาท) เมื่อมันอยู่ห่างไกลออกไปในอนาคต 

 

คนเรามักลำเอียง ชอบความสุขเล็กๆ ใกล้ๆ มากกว่าความสุขใหญ่ๆ ไกลๆ

 

ความลำเอียงทางเวลานี้นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมเรียกมันว่า hyperbolic discounting  ซึ่งเป็นหนึ่งในความลำเอียงที่มีส่วนทำให้พวกเราตัดสินใจได้ไม่ค่อยดีนัก ไม่ว่าจะเป็นการติดหนี้บัตรเครดิต ดองงานไว้ทำอาทิตย์หน้า  อู้ไม่ยอมออกกำลังกาย กินฟาสต์ฟู้ดเวลาเหนื่อยๆ  เลื่อนวันที่จะเริ่มทำไดเอทใหม่ออกไป รวมไปถึงเวลาเราไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายหรือไม่สามารถสร้างนิสัยออมเงินของตัวเองได้เวลาเงินเดือนเพิ่งออก ทั้งๆ ที่รู้ๆ อยู่ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร 

จะอยู่กับ hyperbolic discounting ยังไง?

 

หากคุณเป็นคนที่ตกเป็นเหยื่อ hyperbolic discounting อยู่เป็นประจำ ก็ขอให้ทราบไว้ว่าไม่ต้องเป็นห่วงนัก เพราะมันเป็นธรรมชาติ  สมองมนุษย์วิวัฒนาการมาให้เราชอบฉวยเอาความสบายในปัจจุบันแบบชัวร์ๆ แทนที่จะรออดเปรี้ยววันนี้ ไว้เพื่อกินหวานวันข้างหน้า

 

แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเราควรจะต้องยอมจำนนต่อพฤติกรรมนี้ตลอดไป ยังพอมีวิธีที่จะทำให้เรากลับมาตัดสินใจให้ดีขึ้นในระยะยาวได้

 

วิธีแรกคือพยายามเอาตัวเองออกจากการตัดสินใจประเภทนี้  พูดง่ายๆ ก็คือหากสู้ไม่ได้ก็ไม่ต้องสู้กับความลำเอียงนี้เลยเสียดีกว่า  เนื่องจากเรารู้อยู่ว่าหากเราต้องเผชิญกับตัวเลือกจำพวก “วันนี้หรือวันพรุ่งนี้”อยู่เป็นประจำ สมองเราจะลำเอียงไปเลือกการดื่มด่ำวันนี้หรือเลื่อนความเหนื่อยยากออกไปไกลๆ เสมอ 

 

คำแนะนำของผู้เขียนก็คือเราสามารถหลีกเลี่ยงไม่ให้เราต้องตกที่นั่งลำบากนี้ตั้งแต่แรก  ยกตัวอย่างเช่น ทุกวันนี้มีทางเลือกมากมายให้เราสามารถตัดเงินส่วนหนึ่งออกจากเงินเดือนเพื่อเอาไปเป็นเงินออมวัยเกษียณแบบอัตโนมัติได้  แม้ว่าจะต้องกรอกเอกสารเพิ่มนิดหน่อยในวันแรก แต่มันคุ้มค่าในระยะยาวมากเนื่องจากคุณจะไม่ต้องเผชิญคำถามว่า “จะออมเงินที่เพิ่งออกมาหรือจะเอาไปซื้อของดี” อีกเลย   

 

วิธีที่สองคือพยายามทำความคุ้นเคยกับตัวคุณในอนาคตให้มากขึ้น  ไม่ว่าจะเป็นการตั้งใจคิดถึงอนาคตให้มากๆ เพื่อให้อนาคตดูห่างไกลน้อยกว่าที่มันเป็น หรือจะเป็นการจินตนาการรูปลักษณ์ของตัวเองในอนาคต   มีงานวิจัยชื่อดังที่พบว่าแค่นักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยเห็นภาพที่ถูกตัดแต่งให้พวกเขาดูแก่ลง (ก็คือให้มองภาพตัวเขาในอนาคตนั่นแหละ) พวกเขาเลือกที่จะโยกเงินไปออมเพื่อวัยเกษียณมากกว่ากลุ่มนักศึกษาที่ไม่ได้เห็นภาพในอนาคตเกินสองเท่า (https://hbr.org/2013/06/you-make-better-decisions-if-you-see-your-senior-self)  สงสัยถึงเวลาที่คุณจะกลับไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นทำหน้าให้แก่อีกทีแล้วล่ะครับ

 

วิธีที่สามคือพยายามสังเกตและไม่ตกเป็นเหยื่อยุทธศาสตร์การตลาดที่ใช้ประโยชน์จากความลำเอียงทางเวลาของคุณ  โมเดลธุรกิจของบัตรเครดิต หรือ โปรโมชั่นขายสินค้าที่เน้นว่า “ยังไม่ต้องจ่ายเงินวันนี้” เข้าข่ายยุทธศาสตร์การตลาดที่มนุษย์เดินดินอย่างเราสามารถเข้าไปติดกับได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากเรามักโหยหาความสุขโดยจ่ายน้อยวันนี้ ส่วนความทุกข์ (ที่ต้องจ่ายเงินในที่สุด) เราชอบผลัดไปในอนาคต  ดังนั้นเราควรตั้งสติและคิดให้ดีว่าที่จริงเราต้องการสินค้านั้นในวันนี้จริงๆ หรือไม่

 

คนเรามักจินตนาการตัวตนในอนาคตในรูปแบบที่ดีงามที่สุด  หุ่นดี ร่างกายแข็งแรง กินผักผลไม้ มีแผนการเงินดีที่ออกดอกออกผลมาเป็นเวลานาน  เรียกได้ว่าเป็น “คนที่เราหวังจะเป็น”  

 

แต่ต้องไม่ลืมว่าเราในวันนี้กับเราในวันข้างหน้าก็คือคนคนเดียวกัน  หากไม่ตั้งใจต่อกรกับความลำเอียงทางเวลาตั้งแต่เนิ่นๆ  ตัวตนอันดีงามที่เราเคยวาดฝันไว้อาจเป็นได้แค่จินตนาการครับ

 

ติดตามบทวิเคราะห์จากมุมมองเศรษฐศาสตร์ที่เข้าใจง่ายได้ที่ www.settakid.com

บทความจากทีม content ของ stock2morrow โดยคุณ ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์


คุณชอบบทความนี้ใช่ไหมแอด
LINE : @stock2morrow
เพิ่มเพื่อน
หรือ กรอก E-mailเพื่อรับบทความ
ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

ผู้เขียนเป็นเจ้าของเว็บไซต์ settakid.com ที่วิเคราะห์ประเด็นเปลี่ยนโลกผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์แบบเข้าใจง่ายๆ  คุณ ณภัทรจบปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลและจอนส์ ฮอปกินส์ เคยมีประสบการณ์ทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดและธนาคารโลก ขณะนี้กำลังทำปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมินนิโซต้า เป็นนักเขียนรับเชิญของ stock2morrow และเป็นคอลัมนิสต์ประจำสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า