ข่าวสารการลงทุน - " ริช สปอร์ต :หุ้น RSP น้องใหม่ในตลาด SET"

stock2morrow

บล. ฟินันเซีย ไซรัส ที่ปรึกษา เผยนักลงทุนสถาบันแสดงความสนใจในการจองซื้อเกินกว่าจำนวนที่จัดสรรถึง 16 เท่า 


IPO 5.80 บาท คิดเป็น P/E 17.08 เท่า (คำนวณจากผลการดำเนินงานรอบ 4 ไตรมาสย้อนหลัง ตั้งแต่ 1 ก.ค. 59 - 30 มิ.ย. 60) 


P/E เฉลี่ยของบจ. ที่ประกอบธุรกิจคล้ายกัน » หมวดพาณิชย์ (30.19) 
FSS เผยยอดจองซื้อของนักลงทุนสถาบันเกินกว่าจำนวนที่จัดสรรถึงกว่า 15 เท่า

สัดส่วนการเสนอขายหลักทรัพย์ 


1. ประชาชน » 195,000,000 หุ้น (25.32%) โดยแบ่งเป็น 


1.1. บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ » 123,000,000 หุ้น 
1.2. นักลงทุนสถาบัน » 60,000,000 หุ้น 
1.3. ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ และบริษัทย่อย » 12,000,000 หุ้น 
2. กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อย » 5,000,000 หุ้น (0.65%)

วัตถุประสงค์การใช้เงิน 


1. ลงทุนในการขยายสาขาใหม่และปรับปรุงสาขาเดิม » 80.50 ลบ. (ภายในปี 2562) 
2. เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานและรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต » 1,037.95 ลบ. (ภายในปี 2562)

Filing ฉบับเต็ม bit.ly/2z8lZ0O

พาพิชญ์ วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ริช สปอร์ต จำกัด (มหาชน) หรือ RSP

คุณพาพิชญ์ วงศ์ไพฑูรย์ปิยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า สินค้าของบริษัทอยู่ในเทรนด์และตลาดมีการเติบโตขึ้นทุกปี อุตสาหกรรมโดยรวมของ Sport wear สูงถึง 4.6 หมื่นล้านบาท ผู้ผลิตรองเท้าทั่วโลกมีการปรับราคาขึ้นทุกปี 10-15% และแบรนด์ Converse ก็เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี

 

โดยเฉพาะรองเท้าเป็นที่นิยมของวัยรุ่น เด็กมหาวิทยาลัย วัยเริ่มทำงาน ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ในราคาที่เหมาะสม ขั้นตํ่าอยู่ที่ 1,600 บาท กระเป๋า ราคาไม่แพง 400-500 บาท ส่วนเป้ ประมาณ 900 บาท

สำหรับเงินไอพีโอ บริษัทจะใช้ในการลงทุนเรื่องเพิ่มช่องทางการจัดจําหน่าย ต่อไปจะไม่ลงทุนขนาดใหญ่ในเรื่องเครื่องจักรและโรงงานอีกแล้ว หลังจากปี 2554 เริ่มมีการนำเข้าสินค้ามาจาก จีน อินโดนีเซียและเวียดนาม

 

ซึ่งได้รับอัตราผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับการผลิตเอง คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 50-53% และอัตรากำไรสุทธิ 20% และสินค้ามีความหลากหลายให้ลูกค้าเลือกซื้อ โดยใช้พนักงานไปเรื่องจัดจำหน่าย เพิ่มยอดขาย เพื่อให้ผลงานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

“เรามีเป้าหมายในการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อให้ชื่อเสียงได้รับการยอมรับในวงกว้างยิ่งขึ้นและยังช่วยให้การหาแบรนด์ใหม่ได้ง่ายภายใต้เงื่อนไขที่ดีขึ้นด้วย หลังจากได้สิทธิ Converse และ Pony ซึ่ง Pony เพิ่งเริ่มเมื่อเดือนกันยายน 2560 มีสัญญา 5 ปี เพื่อผลิตและจัดจำหน่ายในประเทศไทย, กัมพูชา และสปป.ลาว” นางสาวพาพิชญ์กล่าว

ด้านผลการดำเนินงานในช่วง 3 ปี (2557-2559) บริษัทมีรายได้และกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี และมีอัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่เพียงแค่ 0.2 เท่า ปัจจุบันมีร้านค้าปลีกจำนวน 41 แห่ง และเคาน์เตอร์จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า 114 แห่ง ปกติจะมีการเปิดสาขาใหม่ปีละ 5-8 สาขา ค่าตกแต่งสาขาละ 2-3 ล้านบาท และใช้เวลาเพียง 1 ปีเศษก็มีรายได้คุ้มทุนแล้ว นอกจากนี้ยังมีการขายส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าที่เป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้า รองเท้า และอุปกรณ์กีฬา

 

RSP เป็นตัวแทนผลิตและจำหน่ายสินค้าเครื่องแต่งกายแนวกีฬา นำโดยตราสินค้าชั้นนำ Converse  มียอดขายและกำไรปี 2557-59 เติบโตเฉลี่ยปีละ 29.4% และ 98.3% ระดมทุน IPO ในครั้งนี้ เพื่อขยายฐานธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เริ่มจาก Pony ซึ่งเป็นตราสินค้าจากสหรัฐฯ และคาดจะมีเพิ่มอีกในอนาคต

 

จุดแข็งของ RSP อยู่ที่สินค้า Converse ถือเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน มีส่วนแบ่งตลาดในไทยเป็นลำดับ 3 และมี Net margin สูงราว 19-20% โดดเด่นสุดในกลุ่มผู้ค้าปลีกเครื่องแต่งกายแนวกีฬา ที่มีอัตราส่วนราว 4-11%  ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการมีโรงงานผลิตสินค้าฯ เองด้วย โดยมีแผนใช้เงิน IPO ลงทุนขยายสาขาของร้านค้าปลีก คาดหนุนรายได้เติบโตเฉลี่ยปีละ 16.9% และหนุนกำไรปี 2560-62 เติบโตเฉลี่ยต่อปีใกล้เคียงกันที่ 18.2% ต่อปี

 

ฝ่ายวิจัยยึดค่าค่าเฉลี่ย PER’61 ผู้ประกอบการ 2 กลุ่ม ในการประเมินมูลค่าพื้นฐาน คือ 1) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้ากีฬาชั้นนำของโลก และ 2) ผู้ค้าปลีกที่เป็นตัวแทนจำหน่าย (สินค้าอื่น) ในไทย บวกกับค่าพรีเมี่ยม เนื่องจากกำไรปี 2561 คาดเติบโต 21.6% มากกว่ากลุ่มที่เติบโต 15.0% จึงใช้ PER’61 ที่ 22 เท่า ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 8.1 บาท ส่วนความเสี่ยงธุรกิจอยู่ที่การพึ่งตราสินค้า Converse เป็นหลัก

 

 

แหล่งที่มา : Aspen Thai, บล. ฟินันเซีย ไซรัส, บล. เอเชีย พลัส, ฐานเศรษฐกิจ


คุณชอบบทความนี้ใช่ไหมแอด
LINE : @stock2morrow
เพิ่มเพื่อน
หรือ กรอก E-mailเพื่อรับบทความ
stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่ LINE@stock2morrow, FB:stock2morrow และ www.stock2morrow.com