"MARVEL" - ใครจะเป็น “ฮีโร่ของฮีโร่” ?


ข่าวสารการลงทุน

โดย stock2morrow
13 กุมภาพันธ์. 2561    |    413,499 Views

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง และเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจว่า หุ้นเทิร์นอราวด์ (turnaround) จะ “ฟื้น” ได้ ต้องมีผู้บริหารที่หลักแหลมและเด็ดขาดดุจดัง “ซุปเปอร์ฮีโร่”

หากพูดถึง Marvel หลายๆคนอาจจะนึกถึงภาพยนตร์ชื่อดังเกี่ยวกับซุปเปอร์ฮีโร่ผู้กอบกู้โลก ไม่ว่าจะเป็น The Avergers, Ironman, Captain America, Spiderman หรือล่าสุด Black Panther แต่รู้ไหมว่า ฮีโร่พวกนี้เกือบจะไม่ได้ออกมากอบกู้โลกซะแล้ว! หากไม่มีบุรุษที่ชื่อว่า "ปีเตอร์ คูนีโอ" ผู้เข้ามากอบกู้ Turnaround การเงินของ Marvel ที่สถานะเกือบจะล้มละลาย!

 


 

 

ในช่วงก่อนปี 2542 ที่ นาย ปีเตอร์ คูนีโอ จะเข้ามารับตำแหน่ง CEO นั้น ฐานะทางการเงินของ Marvel ย่ำแย่มาก เพราะมีหนี้สินจากการออกหุ้นกู้มากถึง 250 ล้านเหรียญสหรัฐ และหุ้นบุริมสิทธิ์อีก 11 ล้านเหรียญ แถมมีเงินสดก็มีเพียงแค่ 3 ล้านเหรียญเท่านั้น!

 

โดยสาเหตุหลักที่บริษัทประสบปัญหาหนี้สินมากมาย เป็นเพราะความไม่แน่นอนของรายได้นั้นเอง! ธุรกิจผลิต content ประเภทภาพยนตร์เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง เพราะต้องใช้เม็ดเงินในการลงทุนสร้างหนังแต่ละเรื่องมูลค่าสูงมาก และที่แย่ไปกว่านั้น ภายในรอบปีหนึ่งอาจผลิตได้เพียงแค่ 1-2 เรื่องเท่านั้นเพราะเป็นงานที่ละเอียดอ่อนพิถีพิถันมาก  หากหนังได้รับความนิยมก็อาจพอทำกำไรได้ แต่หากหนังที่ผลิตออกมาไม่ได้รับความนิยมตามเป้าที่ตั้งไว้ โอกาสขาดทุนจะสูงมากและแทบไม่มีโอกาสได้แก้ตัวจนกว่าหนังเรื่องใหม่จะสร้างเสร็จ ถึงจะมาลุ้นกันอีกที

 

 

ดังนั้นในช่วงนั้น บริษัทผลิต content ภาพยนตร์หลายบริษัทที่อยู่ในธุรกิจประเภทเดียวกัน จำเป็นต้องดิ้นรนหารายได้เสริมอย่างอื่น เช่น การผลิตของเล่น ของที่ระลึก ซึ่งในยุคนั้นเป็นลักษณะของการผลิตสินค้าเอง ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง และที่สำคัญผู้ก่อตั้งบริษัทภาพยนตร์เหล่านี้ส่วนใหญ่ เป็น “ศิลปิน” ที่มีความคิดสร้างสรรค์ผลงานดีๆ แต่ไม่ใช่ “นักการเงิน” ที่บริหารรายรับรายจ่ายแบบมืออาชีพ 

เมื่อ Marvel ขาดทุนเรื้อรังจากการขยายธุรกิจไปยัง  non-core business ที่ตัวเองไม่มีความชำนาญ ราคาหุ้นก็ร่วงเหลือเพียงแค่ 0.94 เหรียญ วัฒนธรรมองค์กรณ์ก็เริ่มตึงเครียด คนเก่งๆลาออกไปทำที่อื่น ทำให้ผลงานที่ออกมายิ่งไม่ได้คุณภาพเข้าไปอีก บริษัทจึงล้มละลายในที่สุด!

 

... แล้วก็ถึงเวลาที่ “ฮีโร่ของฮีโร่” ต้องเข้ามากอบกู้!

 

เมื่อนาย ปีเตอร์ คูนีโอ เข้ามาบริหาร เขาเร่งแก้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก่อนซึ่งก็คือ “หนี้”   โดยการขายลิขสิทธิ์ให้สื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ รายการทีวี หรือ สินค้าอื่นๆ เช่น เสื้อผ้า เครื่องเขียน แทนการผลิตสินค้าเอง และนำเงินมาจ่ายคืนหนี้ ทำให้ภาระดอกเบี้ยลดลงอย่างมาก

 

นอกจากนี้ การขายสิขสิทธิ์ ยังเป็นการช่วยขยายแบรนด์ของ Marvel ให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดย ปีเตอร์ คูนีโอ เน้นๆโฟกัสไปที่ตัวละครยอดนิยมที่เป็นที่รู้จักกันดี เช่น สไปเดอร์แมน ฮัลค์  และกัปตันอเมริกา ซึ่งการขายสิขสิทธิ์ ยังช่วยให้บริษัทประหยัดต้นทุนและลดความเสี่ยงในการผลิต content และสินค้าเองอีกด้วย

 

หลังจากนั้นสองปี Marvel ก็ได้ขายลิขสิทธิ์ตัวซุปเปอร์ฮีโร่เพิ่ม ให้กับธุรกิจของเล่นและธุรกิจเกมส์ จากเดิมที่เคยผลิตเองทั้งหมด  เมื่อฐานะทางการเงินของบริษัทเริ่มฟื้นตัวขึ้น ปีเตอร์ คูนีโอ จึงนำเงินสดไปซื้อคืนหุ้นกู้จากเจ้าหนี้อีกด้วย ทำให้ท้ายที่สุดบริษัทไม่มีหนี้สินเงินกู้คงเหลืออยู่เลย และได้เปลี่ยนโมเดลการทำธุรกิจ จากการ ”ผลิต” เป็นการ “ขายลิขสิทธิ์”  ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนในธุรกิจมากมายเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไป

 

 

ด้วยฝีมือการ turnaround ของ นาย ปีเตอร์ คูนีโอ ราคาหุ้นของ Marvel เพิ่มขึ้น 50 เด้ง!! จาก 0.96 เหรียญในปี 2542 เป็น $50 เหรียญในปี 2552 และด้วยศักยภาพของ Marvel ทำให้ Disney ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการของ Marvel ไปในราคา 4.3 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 160,000 ล้านบาท เมื่อเทียบเป็นเงินปัจจุบัน)

จากภาพยนตร์ของ Marvel ประมาณ 17 เรื่องที่สร้างมานั้น คิดเป็นรายได้มูลค่ากว่า 4.37 แสนล้านบาท จากเดิมที่บริษัทเกือบจะล้มละลายไปแล้ว กลับพลิกฟื้นขึ้นมาได้อย่างกับ Turnaround Stock  

ล่าสุด ดีลธุรกิจครั้งใหม่ กับทาง Disney ที่รวมกับ 21st Century Fox ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์การ์ตูน X-MEM หากมีการมารวมพลังกันแล้วยิ่งเพิ่มความทวีคูณของฮีโร่แห่ง Marvel 

 

สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากกรณีศึกษา (case study) นี้ก็คือ การจะลงทุนซื้อหุ้น turnaround สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การดูงบการเงิน  แต่ต้องดูผู้บริหารใหม่ ว่ามีวิสัยทัศน์และความกล้าหาญที่จะเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจ และมีแนวโน้มว่าทำได้จริงหรือไม่?

Marvel ไม่ได้เปลี่ยน "ธุรกิจ” แต่เปลี่ยน “โมเดลธุรกิจ”  ผู้บริหารยังคงโฟกัสที่ธุรกิจเดิมที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญ เพียงแต่เปลี่ยน “วิธีการ” และ “แก้จุดบกพร่อง” 

ซึ่งอาจจะแตกต่างกับกรณีหุ้น turnaround ของไทยบางตัว ที่ทำธุรกิจอะไรอยู่เดิมก็ไม่รู้ แต่อยู่ดีๆหันมาทำธรกิจใหม่ที่อิงกับกระแสโลก ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนเลย  แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ แต่เรียกว่า “เปลี่ยนธุรกิจ” ไปเลย

 

… ไม่รู้ว่าแบบนี้ซุปเปอร์ฮีโร่จะช่วย turnaround ได้หรือเปล่า ?

------------------------------

ก่อนที่จะชวนหวานใจไปดูหนัง Black Panther ของค่าย MARVEL กันต่อ stock2morrow ขอชวนเพื่อนๆ มาแอดไลน์กันหน่อย ไว้รับข้อมูลดีๆ กันได้ก่อนใครแอดมาเลยที่ >>> https://line.me/R/ti/p/%40stock2morrow <<<

 

(ขอบคุณข้อมูล: Forbe.com, eConsultancy.com, Disney 10-K filing, Wikipedia)

  Shared

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่ LINE@stock2morrow, FB:stock2morrow และ www.stock2morrow.com 


ดูบทความทั้งหมด

== มอง OSP ผ่านเลนส์นักการตลาด ==

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

ข่าวสารการลงทุน

17 ตุลาคม 2561
25,208 Views

5 ปัจจัยต้องติดตาม ส่งผลต่อตลาดหุ้นไทย

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

3 ตุลาคม 2561
23,096 Views