Future of Money (ตอนที่ 4): ชีวิตในยุค e-wallet ?


ข่าวสารการลงทุน

โดย ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์
19 กุมภาพันธ์. 2561    |    870,515 Views

Future of Money (ตอนที่ 4): ชีวิตในยุค e-wallet

 

ในยุคนี้ดูเหมือนคนเราจะมี “กระเป๋าสตางค์” จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ  ไม่ว่าจะเป็น ทรูมันนี่ วอลเล็ท, Rabbit Line Pay, mPay, WePay, WeChat Pay, PayPal, AirPay, QPay, AliPay, SamsungPay, ApplePay, Android Pay ฯลฯ เรียกได้ว่ามีวอลเล็ทที่ออกมาแข่งขันกัน (และที่ยังไม่ออกมา) จำนวนนับไม่ถ้วน

แต่ถ้าถามจริงๆ ผู้บริโภคอย่างเราๆ ต้องการแค่ไม่กี่วอลเล็ทที่ทำได้ทุกอย่างเท่านั้น!

 

เราไม่ต้องการวอลเล็ทที่มีเงินตกค้างเล็กน้อยเจ็ดแปดวอลเล็ท (ยังไม่รวมบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตที่ต้องคอยบริหาร...)  ที่ทำหน้าที่แยกกัน ประมาณว่าอันนี้จ่ายค่าน้ำได้ แต่จ่ายค่าทางด่วนไม่สะดวก  ส่วนอันนี้เอาไว้ตัดบัตรเครดิตเท่านั้น

 

ที่น่าสนใจคือความต้องการของผู้บริโภคดังกล่าวจะต้องมาพบกับความพยายามของทุกค่ายที่ต้องการให้ลูกค้าใช้งานวอลเล็ทของตนและความต้องการของร้านค้าที่ต้องการวอลเล็ทที่ใช้ง่ายและค่าบริการต่ำ

 

บทความนี้จะไปลองแง้มดู 3 ฟังก์ชั่นล้ำยุคในโลกอนาคตของ e-wallet ว่ามันจะมากระทบชีวิตพวกเรายังไงได้บ้างครับ

 

ติดตามอ่านตอนแรกที่ : https://www.stock2morrow.com/article-detail.php?id=1363

ตอนที่สองที่ : https://www.stock2morrow.com/article-detail.php?id=1369

และตอนที่สามที่ : https://www.stock2morrow.com/article-detail.php?id=1388

 

เมื่อวอลเล็ทของคุณจ่ายดอกเบี้ย (และให้คุณแช็ทด้วย)

 

หากดูจากประสบการณ์ของยักษ์ใหญ่วอลเล็ทในหลายๆ ประเทศแล้ว จะพบว่า วอลเล็ทที่จะประสบความสำเร็จในระยะยาวคือวอลเล็ทที่สามารถเชื่อมเข้ากับแพลตฟอร์มการใช้จ่ายขนาดใหญ่ และเข้ากับ loyalty program ใหญ่ๆ ได้

 

แต่มันจะไม่หยุดที่แค่การอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายหรือการ enhance ประสบการณ์ช๊อบปิ้งเท่านั้น มันมีความเป็นได้ว่า วอลเล็ทที่ประสบความสำเร็จจริงๆ จะกลายเป็นธนาคารและช่องทางในการสื่อสารด้วย

 

ตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดในความคิดผู้เขียนก็คือ PayTM วอลเล็ทยักษ์ใหญ่ในอินเดียที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ในการใช้จ่าย  ขณะนี้ PayTM เป็นวอลเล็ทที่มีผู้สมัครใช้งานกว่า 230 ล้านคนและมีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 8 พันล้านดอลลาร์  แต่เดิม PayTM เป็นเพียงวอลเล็ท แต่เดี่ยวนี้ขยายบริการไปสู่การเป็นธนาคารดิจิทัล ให้บริการบัญชีออมทรัพย์และบัญชี current account สำหรับธุรกิจ และกำลังพยายามผลักดันฟีเจอร์แชทชื่อ PayTM Inbox ให้ผู้ใช้งานคุยกันด้วย

ในขณะที่วอลเล็ทส่วนมากไม่ช่วยให้เงินคุณเติบโตเลย PayTM Payments Bank จะจ่ายให้ 4 เปอร์เซ็นต์ (สูสีกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในอินเดีย) หากคุณไปเปิดบัญชีออมทรัพย์กับเขา  ซึ่งเงินก้อนนี้เปรียบเสมือนว่ามันเป็นเงินในวอลเล็ทเลย customer journey ก็ง่ายเหมือนเดิม เพียงแค่เงินลูกค้าได้ดอกเบี้ยด้วย  

นอกจากจะเป็นการเพิ่มความน่าดึงดูดในการเอาเงินไปทิ้งไว้กับ PayTM เมื่อเทียบกับวอลเล็ทอื่นๆ ที่เงินเราถูกเงินเฟ้อกัดกินไปทุกวันแล้ว ยังเป็นการช่วยชาติโดย PayTM ไปในตัวด้วย เนื่องจากอินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินมากติดอันดับต้นๆ ของโลก

 

เท่ากับว่าสุดยอดแอปพลิเคชั่นการเงินในอนาคตคงจะต้องเป็นทั้ง gateway ของการช้อปปิ้ง เป็นทั้งธนาคาร และเป็นทั้งตัวกลางในการสื่อสารบนโลกโซเชียลพร้อมๆ กัน

 

เมื่อทุกบัตรสมาชิกอยู่ใน e-wallet เดียว

 

อีกหนึ่งอย่างที่ผู้บริโภคไม่ต้องการคือการมีบัตรสมาชิก บัตรสะสมคะแนน 108 บัตรในกระเป๋าสตางค์ ไม่ว่าจะเป็นบัตรสมาชิก loyalty program ของร้านค้า หรือบัตรสะสมแต้มชานมไข่มุกแบรนด์ข้างล่างออฟฟิต แบรนด์แถวข้างๆ บ้าน และแบรนด์ที่สถานี MRT  

 

ดังนั้น ก้าวถัดไปของการเป็นวอลเล็ทที่ตอบ painpoint ของลูกค้าได้คือการช่วยรวบรวม และ digitize loyalty program ทั้งหลายในระบบเศรษฐกิจเข้าไปไว้ในที่เดียวกัน เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่ต้องพกบัตรสมาชิกหรือแม้กระทั่งเอ่ยเบอร์โทรศัพท์ทุกครั้งที่ต้องการสะสมหรือใช้คะแนน

 

แม้ว่าไอเดียนี้จะดูยุ่งยาก แต่ขณะนี้เริ่มมีฟินเทคที่เข้ามาเจาะตลาดนี้บ้างแล้ว เช่น Stocard และ Key Ring ที่ขอเพียงให้ผู้ใช้งานแสกนหรือพิมพ์รายละเอียดบัตรสมาชิกร้านค้าเข้าไป แล้วหลังจากนั้นก็สามารถใช้มันได้เลยโดยไม่ต้องพกบัตรสมาชิกเหล่านั้นอีกต่อไป

 

ไม่ต้องลำบากใจเวลาแบ่งจ่ายบิลกับเพื่อนอีกต่อไป

 

ครั้งถัดไปที่คุณไปเมืองจีน ให้ลองสังเกตดูว่าคนสมัยนี้เขาแบ่งจ่ายค่าอาหารกันอย่างไร  

ในประเทศจีน แอปพลิเคชันวอลเล็ทยอดฮิตอย่าง Alipay กับ WeChat นั้นมีฟีเจอร์การแบ่งจ่ายบิลที่ทำให้วัฒนธรรมการแบ่งจ่ายเวลาไปทานอาหารกับเพื่อนเปลี่ยนไปตามฟีเจอร์ของวอลเล็ทอย่างเห็นได้ชัด

 

แทนที่เราจะลำบากใจว่ามื้อนี้ใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ ใครควรจะเสนอว่าจะจ่ายเท่าไหร่ คนไหนมีแต่แบงก์ใหญ่ คนไหนเอาเงินสดมาไม่พอ จะให้ร้านรูดบัตรเครดิตสิบใบก็ยังไงอยู่  การมีฟีเจอร์แบ่งจ่ายแบบง่ายๆ ทันสมัยนั้นจึงทำให้การนัดทานข้าวมื้อนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นขึ้น

 

เพียงแค่ทำการพิมพ์ยอดบิล เสร็จแล้วระบบจะส่งบิลเล็กๆ ไปเรียกเก็บกับเพื่อนที่มาร่วมโต๊ะอาหารให้ในห้องแชทที่เราคุม ซึ่งเราสามารถเช็คได้เรื่อยๆ ว่าใครยังไม่ได้จ่ายคืน  คนที่ลืมเอาเงินมาก็ไม่มีข้ออ้าง คนที่จ่ายไปก่อนก็สบายใจ กลายเป็นว่าทุกคนแฮปปี้แบบแฟร์ๆ

 

ในตอนหน้า เราจะมาดูกันว่าเราจะประหยัดได้อย่างชาญฉลาดขึ้นอย่างไรบ้าง ในโลกแห่งการเงินในอนาคตครับ

ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

ผู้เขียนเป็นเจ้าของเว็บไซต์ settakid.com ที่วิเคราะห์ประเด็นเปลี่ยนโลกผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์แบบเข้าใจง่ายๆ  คุณ ณภัทร จบปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลและจอนส์ ฮอปกินส์ เคยมีประสบการณ์ทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดและธนาคารโลก และสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมินนิโซต้า เป็นนักเขียนรับเชิญของ stock2morrow และเป็นคอลัมนิสต์ประจำสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า


ดูบทความทั้งหมด

CPANEL เจ้าของเทคโนโลยีที่จะมา Disrupt ธุรกิจก่อสร้าง

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

23 กันยายน 2564
2,699 Views

SCB กำลังจะเป็นมากกว่าธนาคารในชื่อ SCBX

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

23 กันยายน 2564
656 Views

หุ้นยักษ์ใหญ่ของจีนลงแรงมากแค่ไหน

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

22 กันยายน 2564
734 Views