“วิธีเลือกหุ้นลงทุนมือใหม่” ช่วงประกาศผลประกอบการ


มือใหม่เริ่มลงทุน

โดย stock2morrow
13 มีนาคม 2561    |    206,237 Views

วิธีเลือกหุ้นลงทุนในช่วงการประกาศผลประกอบการ

               เข้าสู่ช่วงเดือนไตรมาสแรกของการลงทุนในปี 2018 หลายๆ คนคงมีคำถามว่าปีนี้จะลงทุนอะไรดี หุ้นกลุ่มไหนจะมา แต่อย่างไรก็ตามอยากขอพาทุกคน back to basic ก่อน คือ การเลือกหุ้นที่จะลงทุน ซึ่งวิธีการเลือกหุ้นที่ได้รับความนิยมมากแบบหนึ่งคือ การเลือกหุ้นจากผลประกอบการ

 

ใน 1 ปีจะมีการประกาศผลการดำเนินงานออกมา 4 ครั้ง โดยเป็นผลประกอบการรายไตรมาสและผลประกอบการตลอดทั้งปี 

 

ผลประกอบการไตรมาส 1 จะเริ่มประกาศตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม

ผลประกอบการไตรมาส 2 จะเริ่มประกาศตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม

ผลประกอบการไตรมาส 3 จะเริ่มประกาศตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนพฤศจิกายน

ผลประกอบการไตรมาส 4 รวมถึงผลประกอบการรายปี จะเริ่มประกาศตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์

 

 

                งบการเงินหรือผลประกอบการเป็นสิ่งแสดงผลการดำเนินงาน บอกถึงฐานะทางการเงินของบริษัท เสมือนหนึ่งนักเรียนที่ต้องมีสมุดพก โดยทั่วไปตามทฤษฎีคนเรามักจะซื้อหุ้นดี ดังนั้นเมื่อสิ้นรอบบัญชี บริษัทก็จะรายงานผลประกอบการในรอบนั้นๆให้กับนักลงทุนทราบ ส่วนราคาหุ้นจะได้รับผลกระทบอย่างไรไม่สามารถบอกได้ขึ้นอยู่กับความคาดหวังที่นักลงทุนต้องการ

 

               จากการที่ลงทุนเป็นเรื่องของการซื้ออนาคตของกิจการนักลงทุนไม่ได้สนใจในเรื่องของมูลค่าในปัจจุบันมากนัก แต่หากซื้อแล้วอนาคตราคาหุ้นขึ้น ย่อมพอใจมากกว่า ดังนั้นการที่บริษัทสร้างข่าวลือ หรือข่าวจริงปะปนกันไป เพื่อทำให้ราคาหุ้นเคลื่อนไหนมากขึ้น นักเก็งกำไรจะเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนนี้ตามที่นักวิเคราะห์หลายๆคนได้เข้ามาคาดการณ์ผลประกอบการและราคาเป้าหมาย ซึ่งการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่นั้นมาจาก การไป company visit กับบริษัท หลายต่อหลายครั้งที่มีการดึงราคาขึ้นไปก่อนที่งบการเงินจะออกเมื่องบออกราคาจึงซื้อขายกันอยู่ที่บริเวณเดิม

แต่หากงบการเงินออกมาแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้จะทำให้ราคาตกกลับลงมาซึ่งบางครั้งมากกว่าที่ราคาได้วิ่งขึ้นไปด้วยซ้ำ จากการสังเกตุพบว่า การคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ กับผลประกอบการที่ประกาศออกมามักมีความคาดเคลื่อนกันอยู่ประมาณ 20%

 

 

               นักลงทุนสามารถคาดการณ์ผลประกอบการเองได้ แล้วค่อยนำไปเปรียบเทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ได้ โดยให้พิจารณาไตรมาสที่มีข้อมูลอยู่กับไตรมาสก่อนหน้านั้น และ เทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อไปก่อนหน้า จะพอคาดการณ์ผลประกอบการในไตรมาสนี้ได้แม่นยำมากขึ้น แต่หากบริษัทมีกำไรพิเศษ เช่น จากการขายสินทรัพย์อย่างใดอย่างหนึ่งของกิจการจึงค่อยนำมารวมเพิ่มเข้าไป

 

               เมื่อหุ้นที่นักลงทุนถือไว้ทำระดับราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากมีการคาดการณืว่าผลประกอบการจะดีขึ้นมาก นักลงทุนสามารถลดความเสี่ยงโดยการตัดสินใจขายหุ้นนั้นออกไปก่อน เพราะหากผลการดำเนินงานเป็นไปตามคาดการณ์จริง ราคาก็คงไม่ขึ้นไปสูงกว่านั้นมากนัก แต่หากราคาไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ราคาหุ้นจะลดลงได้มากกว่าตอนที่ขึ้นไปได้มาก และหากงบการเงินของบริษัทใดที่ดีขึ้นมากแต่เราไม่ได้ถือหุ้นตัวนั้นไว้ เข้าเข้าไปดูรายละเอียดว่าหุ้นตัวนั้นขึ้นเพราะอะไรและมีแนวโน้มอย่างไรในอนาคต

หากงบการเงินดีขึ้นเนื่องจากการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รายได้มากขึ้น กำไรมากขึ้น แต่หากผลประกอบการดีขึ้นจากกำไรพิเศษ  กำไรที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หรือ กำไรที่เกิดจากโชค เช่น กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรจากการขายสินทรัพย์ กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ จะไม่นำมาพิจารณาเลือกหุ้นตัวนั้นเข้ามาในพอร์ต

ยกตัวอย่าง จุดสังเกตงบการเงิน หุ้นกลุ่มสื่อสาร เป็นธุรกิจที่ใช้งบลงทุนสูงมาก (Capex: Capital Expenditure) ในช่วงระหว่างการลงทุนหรือขยายโครงข่ายแต่ละปี Capex จะแปลงร่างเป็นค่าเสื่อมราคา ทยอยตัดเป็นต้นทุนบริการ ซึ่งจะลดทอนกำไรสุทธิลงทุกปี ๆ ในระหว่างนั้นกำไรสุทธิจะโดนค่าเสื่อมสะสมกดดัน ทยอยตัดค่าเสื่อมจนหมด แล้วหลังจากนั้นบริษัทจะเข้าสู่ช่วงเก๋บเกี่ยว (Harvest) เนื่องจากต้นทุนลดลง แล้วกำไรเพิ่มขึ้น ราคาหุ้นมีโอกาสเติบโตได้อีก 

 

 

 

- Vira & Freedom Vi-

  Shared

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่ LINE@stock2morrow, FB:stock2morrow และ www.stock2morrow.com 


ดูบทความทั้งหมด

"คู่มือเริ่มต้นลงทุนหุ้น" ? โดย Piyaphan make billion

ปิยพันธ์ วงศ์ยะรา

มือใหม่เริ่มลงทุน

25 พฤษภาคม 2561
150,924 Views

"หุ้นแตกพาร์" แตกแล้วดีอย่างไร ?

stock2morrow

มือใหม่เริ่มลงทุน

16 พฤษภาคม 2561
196,517 Views