เจาะโมเดลธุรกิจ DDD โตบนความต่างครีมเมือกหอยทาก


ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

โดย stock2morrow
2 เมษายน 2561    |    672,184 Views

หุ้น DDD โตบนความต่างครีมเมือกหอยทาก กับ ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล และดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ในรายการ Business Model สรุปสาระสำคัญมาให้อ่านกัน

ลักษณะธุรกิจ
ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลและบำรุงผิวภายใต้เครื่องหมายการค้า "NAMU LIFE" โดยมีชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ว่า "SNAILWHITE" และธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้เครื่องหมายการค้าอื่น (OEM)

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เจาะโมเดลธุรกิจ stock2morrow

ส่วนที ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล วิเคราะห์ไว้ในรายการ

- DDD มีรายได้จากสินค้าบำรุงผิวหน้าอยู่ที่ 78% มี Market Shrae ประมาณ 3.7% สินค้าบำรุงผิวกายมีประมาณ 4.8% รายได้ของบริษัทมาจากในประเทศ 63% ขายต่างประเทศ 37%

- ฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และรายได้ส่วนใหญ่ก็มาจากการส่งออกไปประเทศจีน

- ตำแหน่งทางการตลาดอยู่ในกลุ่ม "พรีเมี่ยม"

- มูลค่าตลาดบำรุงผิวอยู่ที่ 3 หมื่นล้านในประเทศไทย และในประเทศจีนสูงถึง 1.1 ล้านล้านบาท ถือว่าใหญ่มาก

- ต้องยอมรับว่าจุดเด่นของบริษัท คือ มีฐานลูกค้าต่างประเทศเยอะ และเขาก็ผลิตเอง ไม่ได้เป็นการจ้างผลิตเหมือนบริษัทอื่นๆ

- บริษัทผลิตเอง ทำให้บริษัทมี Gross Margin 68% ถือว่าสูงมากๆ EBITDA margin เหลือ 27% ตัวที่หายไป คือค่าเสื่อมราคาที่สูงพอสมควร อาจจะเป็นเรื่องของโรงงาน เครื่องจักรในการผลิต รวมถึงค่าการตลาด ค่าวางสินค้าในช่องทางการขายอยู่ในระดับสูง

- บริษัทต้องเพิ่มยอดขายให้มากกว่านี้ เพิ่มยอดขายอย่างเดียวไม่พอ ต้องหาช่องทางการตลาดใหม่ๆมาเพิ่มด้วย

- ต้องยอมรับว่าสินค้าประเภทนี้ต้องมีการโปรโมตสินค้าตลอด ต้องทำการตลาด ต้องโฆษณา ตรงนี้ก็ถือเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท

- ราคาหุ้นตอบรับไปมากพอสมควร นักลงทุนคาดหวังการเติบโตสูงมาก

- บริษัทโตปีละ 35-40% ถือว่าอยู่ใน Growth Phase

- P/E หุ้นเกือบ 90 เท่า นักลงทุนให้มูลค่าการ Growth ไปพอสมควร

- Gross Margin 68% จะเป็นการดึงดูดคู่แข่งให้เข้ามาในอุตสาหกรรม ตรงนี้ต้องระวัง

- แต่ตลาด Skin Care ของประเทศจีนโตดีมาก ตรงนี้จะเป็นโอกาสของบริษัท

- สิ่งที่นักลงุทนคาดหวัง คือ การส่งออกไปประเทศจีน ไม่ว่าเขาจะเข้ามาซื้อหรือส่งออก อยากเห็นการเติบโตที่มากกว่านี้ อีกทั้งต้องการเห็นผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ๆ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ส่วนที ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร วิเคราะห์ไว้ในรายการ

- ผมมองว่าธุรกิจเครื่องสำอางค์ เป็นธุรกิจ "เชือดคอหอย" คือแข่งขันกันสูงมาก เข้าออกง่าย ลงทุนไม่ต้องมากก็สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ว สั่งผลิตแบรนด์ตัวเอง ทำแต่การตลาดอย่างเดียว

- มีบริษัทหนึ่งทำสื่อ อยู่ดีๆมาทำเครื่องสำอางค์ ไม่ต้องสร้างโรงงาน ทำแต่การตลาด ทำโฆษณาอย่างเดียว นี้เป็นตัวอย่างของธุรกิจที่เข้าออกง่าย

- ผมมองว่าการมีโรงงานไม่ใช่ข้อได้เปรียบ บางทีอาจจะเสียเปรียบด้วยซ้ำ

- ผมว่า DDD เป็นบริษัทเล็กๆ แต่นี้เป็นปรากฏการณ์ที่บริษัทเล็กๆแต่โตเร็วมาก เหมือนจรวดที่กำลังจะถูกปล่อย มีคนมามุงดูกันเยอะแยะ สิ่งที่ทุกคนกำลังมองอยู่ คือ มองบนดวงจันทร์ จรวดวิ่งไปถึงดวงจันทร์แล้วแต่ตัวจรวดจริงๆยังอยู่ที่ฐานปล่อยอยู่เลย ผมรู้สึกแบบนั้น คำถามสำคัญ คือ จรวดจะถูกปล่อยเมื่อไร และมันจะวิ่งไปถึงดวงจันทร์ได้จริงๆหรือเปล่า ตรงนี้ผมไม่แน่ใจ

- ถามว่าในโลกนี้มีบริษัทเครื่องสำอางค์ที่ประสบความสำเร็จไหม มันก็มีนะ เช่น เมลเบอร์รีน พอล คนใช้กันทั่วโลก มีมานานแล้วหลายสิบปี โอเคแบบนี้มันอยู่ตัว แต่สำหรับ DDD นี้เหมือนว่าบริษัทเป็นคนครีเอทโดยเอาเหมือกหอยทากมาทำ ที่จริงเอาเหมือกมาทำครีมนี้ผมพึ่งจะรู้นะว่าเอามาทาผิวได้ด้วย มันพึ่งเกิดได้ไม่กี่ปีเอง ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ว่าจะทนไหม อยู่ในตลาดได้หรือเปล่า

- เท่าที่ผมสังเกต เดินไปดูในร้านขาย มีครีมหอยทากเยอะมาก ไม่ใช่แค่ DDD อย่างเดียว

- บางทีคนจีนก็ไม่ได้จงรักภักดีต่อแบรนด์มากนะ ผมว่าสินค้าแบบนี้มันเป็นแฟชั่นมากกว่า เอาเหมือกหอยทากมาทาผิว มันอาจจะดูแปลกในสายตาของเขา แต่พอนานๆไปมันก็อาจจะดูธรรมดา ดูเชยไปแล้ว ต่อไปอาจจะมีคนคิดเอาทุเรียนมาทาผิว มันอาจจะฮิตเป็นแฟชั่นก็ได้ เหมือกหอยทากก็อาจจะไม่ได้รับความนิยม กลายเป็นแฟชั่นตกยุคไปอะไรแบบนั้น

- เหมือนสมัยก่อน คนไทยไปญี่ปุ่นซื้อขนมโตเกียวบานาน่ามาฝาก ตอนนี้ไม่มีแล้ว มันไม่ใช่ดีมานต์ที่แท้จริง มันเป็นแฟชั่น เหมือนชานมไข่มุก ใครๆก็เปิดร้านชานมไข่มุก เดียวนี้มีน้อยแล้ว หรือว่าเมื่อก่อนปรากฏการณ์เข้าคิวรอหลายชั่วโมงเพื่อซื้อโดนัทชื่อดัง

- บริษัท Growth แรงมากเพราะเขาเป็นผู้นำ บริษัทกำไรดีก็เป็นการเชิญชวนคู่แข่งให้เข้ามาในอุตสาหกรรม คู่แข่งมากขึ้น ความลำบากในธุรกิจก็มากขึ้นตาม Growth ก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว

- ผมว่าราคาหุ้นสูงเกิน และสินค้าก็อยู่ในกลุ่ม Nich Market เฉพาะกลุ่ม ถ้าสักวันหนึ่งคนจีนอาจจะไม่ซื้อ ตรงนี้อันตรายเลยนะ และทุกวันนี้เครื่องสำอางค์หอยทากมันก็มีเยอะมากในตลาด แพคเก้จจิ้งเหมือนกัน กล่องใส่เหมือนกัน วางขายใกล้ๆกัน

- ถ้าสักวันหนึ่งเราบอกว่า เมื่อก่อนเราเป็น Nich Market แต่เราจะเข้ามาเป็น Mass แล้วนะ เป็นจุดเปลี่ยนของบริษัทเลยนะ กำไรไม่เหมือนเดิม เติบโตไม่เหมือนเดิม

- เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าจะโตดีไหม การเข้าไปเจาะประเทศจีนจะดีแค่ไหน

- เราต้องแยกให้ออกว่าคนใช้สินค้านี้ติดแบรนด์ "NAMU LIFE" หรือติดเพราะมันเป็น "Snail White"

--------------------------------------------------

ขอบคุณแหล่งข้อมูล : รายการ Business Model DDD โตบนความต่างครีมเมือกหอยทาก

  Shared

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow


ดูบทความทั้งหมด

เจาะโมเดลธุรกิจ JKN ผู้นำสร้างมูลค่าเพิ่มคอนเท้นต์ ?

stock2morrow

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

11 ธันวาคม 2561
22,260 Views

อวสานของนักลงทุนรายย่อย / ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

stock2morrow

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

3 ธันวาคม 2561
43,837 Views

ส่องหุ้น AOT หุ้นในใจของนักลงทุน ?

stock2morrow

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

29 พฤศจิกายน 2561
55,242 Views