อวสานของ Trader / โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร


แนวคิดด้านการลงทุน

โดย stock2morrow
11 มิถุนายน 2561    |    803,741 Views

Trader หรือนัก “ซื้อ-ขาย” หลักทรัพย์หรือเครื่องมือทางการเงินอื่นในตลาดนั้น  พูดในทางวิชาการแล้วก็ไม่ใช่ “นักลงทุน”  แม้ว่าทั้งสองกลุ่มอาจจะเข้ามาซื้อขายหลักทรัพย์ เช่น  หุ้น  ในตลาดเดียวกัน  การแบ่งแยกว่าใครเป็นเทรดเดอร์และใครเป็นนักลงทุนนั้น  บางทีก็ไม่สามารถแยกแยะได้อย่างเด็ดขาด  เพราะคน ๆ  เดียวกันอาจจะทำทั้งสองอย่าง  คือในบางครั้งบางเวลาก็เป็นเทรดเดอร์แต่ในบางเวลาก็เป็น Investor หรือนักลงทุน  
ในอีกด้านหนึ่ง หลักทรัพย์และวิธีการซื้อขายหรือลงทุนแต่ละอย่างนั้นก็มีคุณสมบัติแตกต่างกัน  หลักทรัพย์บางอย่างนั้นการเข้าไปซื้อขายก็สามารถบอกได้ชัดเจนว่าคนที่เข้าไปทำคือ Trader แน่นอน เช่นการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ  แต่ในหลักทรัพย์บางอย่างเช่น หุ้นนั้น  บางทีก็เป็นการลงทุนแต่บางครั้งก็เป็นการเทรดขึ้นอยู่กับความตั้งใจและวิธีการของคนซื้อขาย   ลองมาดูกันว่าลักษณะแบบไหนเป็นการแสดงให้เห็นว่ามันเป็นการเทรดและคนที่ทำมากก็น่าจะเป็นเทรดเดอร์ไม่ใช่นักลงทุน

เริ่มตั้งแต่เรื่องของความตั้งใจของคนที่ซื้อ  ถ้าเขาคิดว่าเขาซื้อหลักทรัพย์มาเพื่อที่จะขายในระยะเวลาอันสั้นเพื่อหวังผลกำไรจากส่วนต่างของราคา  ลักษณะนี้ก็ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเทรดเดอร์  ยิ่งสั้นเท่าไร  เช่น  ต้องการถือแค่ไม่เกิน 2-3 สัปดาห์หรือบางทีเป็นวัน  แบบนี้ก็ชัดเจนว่าเขาน่าจะเป็นเทรดเดอร์  ถ้ายาวออกมาเป็น 2-3 เดือนขึ้นไป  บางทีก็อาจจะถือว่าเป็นนักลงทุนระยะสั้น  แต่ถ้าคิดว่าจะถือเป็นปีหรือหลายปี  แบบนี้ก็มักจะชัดเจนว่าเป็นการลงทุน

หลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินที่โดยปกติมีราคาผันผวนรุนแรงในระยะสั้น  อาจจะด้วยคุณลักษณะของตัวมันเองห รืออาจจะเป็นเพราะมันถูกออกแบบมาในลักษณะที่ความผันผวนถูกขยายให้มากขึ้นเป็นหลาย ๆ  เท่าผ่านการ Leverage หรือการกู้เงินเพิ่มมาก ๆ  ก็มักเป็นเรื่องของการเทรด  ตัวอย่างตราสารเหล่านี้ก็เช่น  การซื้อขาย Future,  Option,  Forex,  Derivative Warrant (DW) ของหุ้นต่าง ๆ  รวมถึงการทำ Block Trade ซื้อขายหุ้นบางตัวจำนวนมากด้วยการกู้เงินมหาศาล   ทั้งหมดนั้นมักจะมีความผันผวนของราคาสูงมาก  บางทีเป็น 10 เท่าของการผันผวนของหลักทรัพย์หรือตราสารการเงินที่เป็นตัวหลัก  ดังนั้น  คนที่เข้าไปเล่นหรือซื้อขายเครื่องมือทางการเงินเหล่านั้นก็มักจะเป็นเทรดเดอร์แน่นอน

การซื้อขายสิ่งที่ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้หรือกำไรด้วยตัวมันเอง  เช่น  ทอง  น้ำมัน และโภคภัณฑ์ต่าง ๆ  ซึ่งรวมถึงสินค้าเกษตร เช่น ถั่วเหลือง  ยางพารา  ข้าวโพด  ก็มีแนวโน้มว่าเป็นเรื่องของเทรดเดอร์ที่ต้องการทำกำไรจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าเหล่านั้นในตลาด  เพราะสิ่งเหล่านั้นเราไม่สามารถประเมินผลตอบแทนระยะยาวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการถือสินค้าเหล่านั้นได้  พูดง่าย ๆ  เราไม่สามารถประเมินหา  “มูลค่าพื้นฐานที่เหมาะสม” ของมันได้  ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ซื้อผู้ขายซึ่งคาดการณ์ได้ยาก 
นอกจากนั้น  ลักษณะของการซื้อขายสินค้าเหล่านั้นยังมักจะมีการใช้ Leverage สูงมาก  พูดง่าย ๆ  เช่น  การซื้อขายทองนั้น  ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเรื่องของการซื้อ Future ของทองซึ่งเป็นตราสารที่ใช้เงิน “มัดจำ”  อาจจะเพียง 10%  ส่วนที่เหลืออีก 90% นั้นเป็นการกู้  ซึ่งทำให้ราคาของ Future นั้นแกว่งขึ้นลงอาจจะเป็น 10 เท่าของราคาทองจริง ๆ   ดังนั้น  คนที่ซื้อขายเครื่องมือทางการเงินเหล่านี้ก็เป็นเทรดเดอร์แน่นอน

การซื้อขายอะไรก็ตามที่ผลรวมเป็น  “Zero-Sum Game”  หรือก็คือการซื้อขายที่มีคนได้ก็จะมีคนเสียเท่า ๆ  กัน  ในขณะเดียวกันทั้งคนที่ได้และคนที่เสียก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการซื้อขายแต่ละครั้ง  ผลก็คือ  โดยเฉลี่ยแล้วคนที่เข้าไปซื้อขายจะขาดทุนเท่ากับค่าธรรมเนียมที่เสียไป ซึ่งโดยปกติก็ค่อนข้างมากเพราะคนที่เข้าไปเล่นมักจะซื้อ ๆ  ขาย ๆ  บ่อยมากเช่น  เกือบทุกวัน  ผลก็คือ  คนที่เข้าไปเล่นในระยะยาวแล้วส่วนมากมักจะขาดทุน  คนที่ “เก่งมาก”  หรือว่าที่จริงอาจจะต้องบอกว่า  “โชคดีมาก”  ก็อาจจะยังได้กำไรบ้าง  แต่คนที่โชคไม่ดีนั้นร้อยละ 90 ขึ้นไปอาจจะขาดทุนหนัก  ตัวอย่างของ Zero-Sum Game ก็เช่นการเล่นพนันในกาสิโนและการเทรด Forex หรือการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ  เป็นต้น

จากการสังเกตการเทรดดิ้งในตลาดหลักทรัพย์และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดการเงินอื่น ๆ นั้น  ผมเองยังไม่เคยพบคนที่รวยจากการเทรดจริง ๆ  จะมีอยู่บ้างก็คือคนที่เทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่เน้นการซื้อขายหุ้นเป็นหลัก  ช่วงที่ผ่านมาซักประมาณ 10 ปีที่เป็น  “ยุคทองของหุ้นไทย”  นั้น  ผมคิดว่าคนที่รวยจากการเทรดโดยเฉพาะจากการใช้ Leverage สูง ๆ  นั้นน่าจะมีอยู่พอสมควร  อย่างไรก็ตาม  ผมก็ไม่แน่ใจว่าผลตอบแทนสูง ๆ  ที่ได้นั้นมาจากการเทรดเพียงอย่างเดียวหรือมีการ  “ปั่นหุ้น”  หรือใช้กลอุบายที่ได้เปรียบ เช่น การใช้ข้อมูลภายในผสมผสานหรือไม่  แต่ในส่วนของการเทรดในกรณีที่ไม่สามารถทำราคาตราสารการเงินได้ เช่น  การเทรดค่าเงินหรือ Forex นั้น  ผมไม่เห็นคนที่รวยหรือทำเงินเป็นกอบเป็นกำได้จริง ๆ   คนที่พอจะได้เงินบ้างนั้นดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่บอกว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญหรือเป็น  “เซียน”  หรือในตอนหลังก็เรียกว่าเป็น  “โค้ช”  ที่เปิดคอร์สสอนการเทรดที่มีการคิดค่าเรียนสูงลิ่ว บางทีเป็นแสน ๆบาทต่อคอร์ส

คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยถูกดึงดูดให้เข้ามาเรียนหรืออบรมเกี่ยวกับการเทรดตราสารการเงินที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าที่เหมาะสมได้  ราคาของตราสารที่ผันผวนเปลี่ยนไปแบบ “เดาสุ่ม” นั้นแปลว่าบางช่วงบางตอนราคาก็อาจจะขึ้นได้แรงหรือตกได้แรงเนื่องจากคุณสมบัติของการ Leverage หรือการกู้เงินมหาศาลมาเทรด  สิ่งนี้ทำให้ในบางช่วงคนเล่นบางคนก็กำไรมากในเวลาอันสั้นซึ่งก็สามารถดึงดูดให้คนอื่นอยากเข้ามาเล่น  เพราะนี่เป็นจิตวิทยาสำคัญโดยเฉพาะสำหรับคนหนุ่มสาวสมัยปัจจุบันที่ต้องการ “รวยเร็ว” แต่ไม่ต้องการทำงานหนัก 

ในด้านตรงกันข้าม  ในบางช่วงและบางคนก็อาจจะขาดทุนหนัก  แต่ข้อมูลนี้มักจะปรากฏให้เห็นน้อยกว่ามากเพราะคนที่แพ้หรือ “เจ๊ง” นั้นมักจะเก็บไว้กับตัวไม่อยากพูด  ผลก็คือ  ความนิยมในการเทรดโดยเฉพาะในหมู่นักลงทุนหน้าใหม่ ๆ  จึงสูง  เหนือสิ่งอื่นใดก็คือ  การเทรดเหล่านี้ไม่ต้องใช้เงินมากแต่คุณ  “อาจจะรวยได้”  ดูตัวอย่างของ “อาจารย์” ที่โชว์ผลงาน  “ทำเงินจากหมื่นเป็นล้านบาทดูได้”  นี่คือคำโฆษณาที่ใช้ชักชวนให้คนมาเรียนและเทรดตราสารการเงินที่มีสภาพคล่องและความผันผวนของราคาสูงมาก

แต่ทั้งหมดนั้นดูเหมือนว่าจะเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเมื่อความคึกคักในเรื่องของการลงทุนและการเทรดโดยรวมค่อย ๆ  ลดลงอานิสงค์จากการที่นักเทรดจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ  ไม่สามารถทำผลตอบแทนได้และอาจจะขาดทุนอย่างหนัก  คนที่เคยทำกำไรได้สุดยอดเป็น  “เซียน”  หลายคนนั้น  เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าและด้วยกฎของค่าเฉลี่ยของตัวเลขขนาดใหญ่หรือ Law of Large Numbers ซึ่งบอกว่าถ้าคุณทำมากขึ้นเรื่อย  ในที่สุดโชคก็จะหายไปเหลือแต่ความเป็นจริงทางสถิติและทฤษฎีที่ว่าการเทรดโดยที่คุณไม่สามารถประเมินมูลค่าพื้นฐานได้นั้นโอกาสชนะต่ำมาก เพราะคุณต้องเสียค่าธรรมเนียมการซื้อขายตลอดเวลา  และนี่นำมาสู่ข้อสรุปของผมว่า  ความนิยมในเรื่องของการเทรดหุ้นและโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเทรดตราสารการเงินที่มีความเสี่ยงหรือความผันผวนสูงเช่น Forex ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว  ถ้าจะพูดก็คือมันเป็น “อวสานของเทรดเดอร์”  แล้ว

บทความ โดยดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร 

  Shared

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow


ดูบทความทั้งหมด

ยิงให้แม่น ปล่อยกระสุนให้เป็น ในการลงทุน

stock2morrow

แนวคิดด้านการลงทุน

18 มิถุนายน 2562
248 Views

เส้นชัยไม่มีขา เราต้องวิ่งไปหามันเอง

stock2morrow

แนวคิดด้านการลงทุน

17 มิถุนายน 2562
319 Views

“ความรวย” ปะทะ "อิสรภาพทางการเงิน"

ภัทรพล ศิลปาจารย์

แนวคิดด้านการลงทุน

13 มิถุนายน 2562
2,162 Views
สอบถามข้อมูล