Medical Tourism คือ S-curved รอบใหม่ของกลุ่มโรงพยาบาล


ข่าวสารการลงทุน

โดย stock2morrow
5 กรกฎาคม 2561    |    11,282 Views

เหมือนฟอร์มจะตกลงไปมากสำหรับหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่เคยคึกคักมาก่อนหน้านี้สร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนเป็นจำนวนมาก ถ้าถามนักวิเคราะห์ว่าหุ้นตัวไหนควรจะมีไว้ในพอร์ตลงทุนระยะยาวมากที่สุด แน่นอนว่าคำตอบคงจะหนีไม่พ้นหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลอย่างแน่แท้

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา สัญญาณของกลุ่มโรงพยาบาลไม่ดีเท่าไรนัก มีการปรับฐาน มีการลงทุนมหาศาลที่จะกดดันผลประกอบการไปอีก 2-3 ปีข้างหน้า ทำให้หุ้นโรงพยาบาลกลางมาเป็น "Top Worst" หุ้นที่ทำให้นักลงทุนขาดทุนกันมากที่สุด เหตุผลที่เป็นอย่างนั้นเพราะตลาดกำลังมองหา "การเติบโตรอบใหม่" ของกลุ่มโรงพยาบาลนั้นเอง และสิ่งที่ตลาดคาดหวังจะเห็นมากที่สุด คือ ธีมของ Medical Tourism

Medical Tourism คือการท่องเที่ยวสุขภาพ ผู้ป่วยชาวต่างชาติเดินทางเข้ามารักษาตัวในโรงพยาบาลของประเทศไทย พร้อมกับการท่องเที่ยวไปในตัว นอกจากนี้อุตสาหกรรมยังขยายไปถึงการดูแลสุขภาพ ศัลยกรรมความงาม ที่เรียกว่า Wellness Center อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นตลาดที่กว้างมาก

สถาบัน Allied Market Research ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการทำวิจัย วิเคราะห์เศรษฐกิจของโลก บอกไว้ว่า อุตสาหกรรม Medical Tourism จะเติบโตไปอีก 8 ปีข้างหน้า (2017 -2023) เฉลี่ยปีละ 15% เลยทีเดียวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (รวมประเทศไทยด้วย) คาดกันว่าตลาดนี้จะมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านล้านบาท ซึ่งผู้ครองส่วนแบ่งตลาดรายใหญ่ คือไทย อินเดีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย

ในประเทศไทยถือว่ามีความพร้อมมาก ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอยู่ในระดับที่ไม่สูงนักเมื่อเทียบกับคู่แข่ง รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐให้ไทยเป็น Medical Hub ของเอเชีย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ไว้ว่ากลุ่มโรงพยาบาลมีการเติบโตที่ลดลงเนื่องมาจากการแข่งขันที่สูงขึ้นและเศรษฐกิจที่โตช้ากว่าที่คาดการไว้ การเน้นไปที่ผู้สูงอายุเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะทำให้อุตสาหกรรมโรงพยาบาลเติบโตได้อีก ถึงแม้ไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแต่คนเหล่านี้มีรายได้ไม่สูงนัก

กลุ่มที่ผลักดันธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน คือ "คนไข้ต่างชาติ" ในปี 2561 ศูนย์วิจัยคาดว่าจะมีชาวต่างชาติเข้ามารักษาตัวในประเทศไทยมากถึง 3.42 ล้านคน โดยเฉพาะชาวเอเชียนำโดยญี่ปุ่น เมียนมาและจีน จะเข้ามามีบทบาทแทนที่ชาวตะวันออกกลางที่ลดลง

ชาวจีนเป็นปัจจัยสำคัญและทำให้กลุ่มเติบโตได้ โดยแนวโน้มคนจีนจะเดินทางเข้ามาประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ทำให้ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนสามารถขยายตลาด Medical Tourism โดยเฉพาะการให้บริการในเรื่องของความงาม (Beauty)

ในปี 2561 รายได้ของลูกค้าคนไทยน่าจะลดลงและเติบโตได้ประมาณ 7% ต่อปี เนื่องมาจากรายได้ยังไม่สูงนักเมื่อเทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของค่าบริการในโรงพยาบาลเอกชน ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม คนไทยยังต้องการความสะดวกสบายและมีประกันสุขภาพ ทำให้ตัวเลือกโรงพยาบาลเอกชนระดับกลางสามารถเติบโตได้มากกว่า 7%

== สรุป ==
นักลงทุนคาดหวังกับการเติบโตกับธีม "สังคมผู้สูงวัย" ไปเยอะมากกับกลุ่มโรงพยาบาล แต่ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง กลุ่มโรงพยาบาลเอกชนจำเป็นจะต้องหาการเติบโตใหม่ๆ และ Medical Tourism คือคำตอบ กลุ่มลูกค้าหลัก 3 คน ได้แก่ญี่ปุ่น เมียนมา และจีน คือปัจจัยหลัก โดยเฉพาะชาวจีนที่มีแนวโน้มเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น และสามารถทดแทนลูกค้าชาวตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มลดลง อย่างไรก็ดี ลูกค้าชาวไทยเองจะทำให้กลุ่มโรงพยาบาลเอกชนโตเฉลี่ยปีละ 7% เนื่องมาจากความต้องการการรับบริการที่รวดเร็ว และมีประกันสุขภาพ"บ้าง"บางส่วน แต่ก็ยังไม่ใช่ปัจจัยหลัก

อ้างอิงสรุปจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย, ฐานเศรษฐกิจ และบทวิเคราะห์ของ allied market research

เขียนโดย SiTh LoRd PaCk

  Shared

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่ LINE@stock2morrow, FB:stock2morrow และ www.stock2morrow.com 


ดูบทความทั้งหมด

FIFA ทำเงินจากฟุตบอลได้อย่างไร ?

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

13 กรกฎาคม 2561
6,802 Views

“TOP 5 นักฟุตบอล” ที่มีรายได้สูงสุด ณ ปี 2018 ?

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

13 กรกฎาคม 2561
7,858 Views

"Mr. Bean" นักแสดงตลกพันล้าน

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

10 กรกฎาคม 2561
3,969 Views