เทคนิคพิชิตความผันผวน


ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

โดย รุ่งโรจน์ แก้วกาญจนา
9 สิงหาคม 2561    |    774,547 Views

ตลาดหุ้นวิ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 1852 จุด ในเดือนกุมภาพันธ์ 2018 พร้อมความดีใจและนักลงทุนหลายๆคนทยอยซื้อหุ้นด้วยความหวังมากมาย หลังจากนั้นสถานการณ์ก็พลิกกลับข้าง ดัชนีหุ้นไทยไหลลงอย่างต่อเนื่อง ภายใน 4 เดือน ไปแตะที่ 1584 จุด ในเดือนมิถุนายน พร้อมความตกใจมากมายของนักลงทุน หลังจากนั้นประมาณ 1 เดือนให้หลัง ตลาดหุ้นดีดกลับ หนึ่งร้อยกว่าจุด ไปปิดที่ 1,701 ณ วันที่ 26 กรกฎาคม พร้อมกับเครื่องหมายคำถามของนักลงทุนว่าเกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้น

จริงๆ ตลาดหุ้นก็ผันผวนเป็นเรื่องปกติอย่างนี้อยู่แล้วแต่คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ เราจะลงทุนอย่างไรให้ได้ผลตอบแทนที่ดี

หลายคนพยายามศึกษาเทคนิคต่างๆมากมายเพื่อจะทำให้ตัวเองไม่ต้องถือหุ้นในวันที่หุ้นตก แต่ในความเป็นจริงมันเป็นเรื่องยากมากและไม่เคยมีใครพยากรณ์การขึ้นลงของตลาดหุ้นได้ถูกตลอดเวลา

แต่เชื่อหรือไม่ว่ามีเทคนิคการลงทุนที่สามารถจัดการกับความผันผวนได้อย่างดีและไม่ว่าใครก็สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ เทคนิคที่ว่าคือ “การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย” หรือ ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Dollar Cost Average” (DCA)

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าเราจะใช้เทคนิค DCA นี้กับหุ้นตัวไหนก็ได้ เพราะเทคนิค DCA นี้ใช้เพื่อจัดการกับการซื้อผิดจังหวะเวลาแต่หุ้นที่เราเลือกต้องมีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว เทคนิค DCA ถึงจะเป็นประโยชน์ (ถ้าเลือกหุ้นผิดตัว DCA ยังไงเงินก็ไม่โตนะครับ)

ดังนั้นผมเลยเลือกกองทุนระดับ 5 ดาวมา 1 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนที่จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 1994 ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง ซึ่งผมทำแบบจำลองที่ใช้ข้อมูลจริงๆของกองทุนนี้ โดยถ้าเราเริ่มต้นลงทุนในกองทุนนี้ทุกสิ้นเดือน เดือนละ 5,000 บาท โดยทุกสิ้นปีเพิ่มเงินลงทุนปีล่ะ 5%ตามสมมติฐานที่ว่าเงินเดือนขึ้นก็เก็บเงินได้เพิ่มขึ้น

เชื่อหรือไม่ว่าแค่ลงทุนไปเรื่อยแบบนี้ตามเทคนิค DCA ปัจจุบันเราจะมีเงินลงทุนประมาณ 14 ล้านบาท จากเงินที่เราใส่เข้าไปทั้งหมดประมาณ 2ล้านกว่าบาท เทียบแล้วเท่ากับเงินลงทุนเติบโตขึ้น 420% และผ่านวิกฤตเศรษฐกิจใหญ่ๆอย่างเช่น วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ปี 1997 และ วิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ของสหรัฐอเมริกา ปี 2008 ได้อย่างสบายๆ

ดูจากข้อมูลแล้วดูเหมือนง่ายๆใช่ไหมครับแต่จริงๆแล้วถ้าคนที่ใช้เทคนิคนี้ใจไม่แข็งพอ ในปี 2008 ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ที่อเมริกามูลค่าเงินในพอร์ตการลงทุนจะลดจาก 3 ล้านบาทเหลือเพียง 2ล้านบาท แล้วถ้าคุณไม่ใจแข็งพอที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องคุณก็จะไม่มีทางเห็นเงินเติบโตเป็นมูลค่า 14 ล้านบาทได้

ท้ายที่สุดอยากทิ้งท้ายไว้ว่าเทคนิคนี้ใช้ได้จริงแต่จะต้องประกอบด้วยปัจจัย2อย่าง

1)ต้องมีวินัยลงทุนอย่างต่อเนื่องในทุกสภาวะตลาด

2) ต้องลงทุนในกองทุนที่เก่งและสม่ำเสมอที่สามารถเติบโตได้ในระยะยาว

ขอให้โชคดีในการลงทุนนะครับ

  Shared

รุ่งโรจน์ แก้วกาญจนา

อดีตผู้บริหารจากบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน
Executive Director and Co-Founder บริษัท Union Wealth 
Key Person ในการพัฒนาระบบ Nomura iFUND ที่รวมกองทุนจากทุก บลจ. ไว้ใน Platform เดียว
ผู้เชี่ยวชาญด้านกองทุนและการเงิน


ดูบทความทั้งหมด

เทคนิคจุดเข้าจุดออก "การบริหารจัดการหน้าตักเงิน"

stock2morrow

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

23 เมษายน 2562
41 Views

Keep Calm And Carry On "ใจเย็นไว้และเดินหน้าต่อ" ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

22 เมษายน 2562
443 Views