3 เรื่องน่าคิดก่อนเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ?


แนวคิดด้านการลงทุน

โดย ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์
10 ตุลาคม 2561    |    736,778 Views

แม้ว่าทุกวันนี้คนไทยจะยังต้องพึ่งพาเงินสดในชีวิตประจำวัน แต่เทรนด์การมาของโมบายเพเมนต์และการใช้ e-wallet บ่งบอกว่าเรากำลังจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างช้าๆ ในบางกระเปาะของสังคมแล้ว

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ (PIER) ได้ตีพิมพ์งานวิจัยชิ้นใหม่เกี่ยวกับเส้นทางสู่สังคมไร้เงินสด (https://www.pier.or.th/wp-content/uploads/2018/09/symposium2018_paper2_payment_system.pdf) ซึ่งพบหลายๆ สถิติที่น่าสนใจ เช่น คนไทยใช้ e-Payment บ่อยขึ้นมากกว่าแต่ก่อน จาก 14 ครั้งต่อคนต่อปี ในปี 2550 เป็น 63 ครั้งต่อคนต่อปีในปี 2560   และการเติบโตของโมบายเพเมนต์ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาก็สูงขึ้นราว 60% 

ซึ่งงานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นถึงต้นทุนอันมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นการขนส่ง การบริหารจัดการ ฯลฯ  รวมแล้วไม่ต่ำไปกว่า 5 หมื่นล้านบาทต่อปี  ซึ่งยังไม่รวมถึงต้นทุนของประชาชน เช่น การเสียเวลาเดินหา ATM หรือเวลาที่ต้องนั่งนับเงิน (รวมกันทั้งประเทศ 365วันก็คงไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว)

นั่นคือมุมต้นทุน บทความนี้จะเสนอมุมอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

สิ่งที่น่าสนใจ 3 อย่างก่อนที่สังคมเราจะมุ่งไปสู่สังคมไร้เงินสดสำหรับผมคือ การเปลี่ยนแปลงช่องทางในการใช้จ่ายจากเงินสดไปเป็น electronic payment มากขึ้นนั้น มีผลอย่างไรต่อ

1) พฤติกรรมการใช้จ่ายของพวกเรา

2) การดำเนินนโยบายการเงิน และ

3) ความรู้เรื่องทางการเงิน

เราจะสุรุ่ยสุร่ายมากขึ้นหรือไม่?

ในมุมหนึ่ง ช่องทางในการใช้จ่าย (ถ้าค่าบริการเท่ากัน) ไม่ควรมีผลต่อความคิดและการตัดสินใจทางการเงินของผู้บริโภคนัก  เงิน 100 บาทใน SCB Easy  เงิน 100 บาทใน True Money Wallet กับ เงินสด 100 บาท ก็คือเงินมูลค่า 100 บาท

ทว่าทฤษฎีและการทดลองเกี่ยวกับพฤติกรรมมนุษย์กลับพบว่าการตัดสินใจทางการเงินของพวกเราถูกกระทบด้วยปัจจัยเหล่านี้ (https://www.econstor.eu/handle/10419/162908)

ยกตัวอย่างเช่น นักวิจัยพบว่าคนเราอาจตกอยู่ในภาวะจนชั่วคราวขึ้น เมื่อใช้เงินสด เนื่องจากปริมาณเงินสดที่เราถือจะถูกจำกัดด้วยเนื้อที่ในกระเป๋าสตางค์ ต่างกับเงินในรูปแบบ non-cash ที่เป็นแบบดิจิทัล ไม่มีวันเต็ม  ฉะนั้นการมี budget จำกัดแบบนี้อาจทำให้ผู้บริโภคคิดมากก่อนใช้จ่าย ทั้งๆ ที่ตนอาจร่ำรวยมาก

อีกหนึ่งมุมมองที่น่าสนใจคือนักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมตั้งคำถามว่าการจับจ่ายด้วยเงินสดอาจทำให้คนเราขี้เหนียวขึ้นหรือไม่ เนื่องจากทุกครั้งที่ใช้จ่าย จะต้องนับเงินตลอด เป็นการตอกย้ำของการสูญเสียทรัพย์สินแบบที่นักวิจัยเรียกกันว่า pain of paying (https://www.behavioraleconomics.com/resources/mini-encyclopedia-of-be/pain-of-paying/)  แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับการใช้จ่ายด้วยมือถือหรือเว็ปไซต์ที่รวดเร็วเหลือเชื่อ และเผลอๆ บางทีอาจมี rewards เล็กๆ ให้สมองเรารู้สึก satisfied โดยไม่รู้ตัว เช่นการลาก swipe หน้าจอ สีสันที่เร่งขึ้นมาเมื่อทำธุรกรรมเสร็จ เป็นต้น

การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยติดลบ อาจมีผลมากขึ้น

มีเศรษฐกรที่ Fed แห่ง St. Louis มองว่าถ้าความเร็วในการหมุนเวียนของเงิน (money velocity) คงที่อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ จะต้องระหว่างปี 2008-2013 จะขึ้นไปถึง 30% เลยทีเดียว แต่มันกลับอยู่ที่ 2%  (https://www.stlouisfed.org/on-the-economy/2014/september/what-does-money-velocity-tell-us-about-low-inflation-in-the-us)

เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะว่าเกิด “ภาวะเงินอืด” ขึ้น นั่นก็คือภาวะที่เงินไม่ค่อยไหลไปไหน มีการตุน การดองเงินสดไว้ ทำให้ไม่ว่าธนาคารกลางจะพยายามอัดฉีดเท่าไร ก็ไม่สามารถทำให้เงินเหล่านี้ไหลออกมาสู่สินทรัพย์อื่นๆ หรือส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจได้มากพอ

หากวันหนึ่งมีเงินในสถานะเงินสดน้อยลง นโยบายดอกเบี้ยติดลบอาจช่วยกระตุ้นให้เงินที่อาจจะถูกดองในสภาพเงินสดนี้ไหลออกไปข้างนอก เพราะไม่ต้องการถูกผลกระทบ ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับธนาคารกลางซึ่งนับวันจะมีกระสุนน้อยลงทุกที

คนไทยจะมีความรู้เรื่องทางการเงินมากขึ้นไหม

แม้ว่าการใช้จ่ายในสังคมไร้เงินสดจะดูเหมือนว่าจะทำให้เราใช้จ่ายได้สะดวกมาก (หรือมากเกินไป) ผมมองว่ามันเป็นการเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงคนและให้โอกาสเขาเพิ่มความรู้เรื่องทางการเงินมากขึ้นได้เหมือนกัน

ปัจจุบันธนบัตรที่เราใช้กันไม่ได้มีฟังก์ชั่นเพื่อการสื่อสารกับผู้ใช้  ผิดกับ mobile application หรือ e-wallet ที่สามารถเป็นได้ทั้งช่องทางในการชำระเงินและช่องทางในการให้ความรู้เกี่ยวกับการออมและการลงทุน

ลองจินตนาการสิครับว่า mobile application ที่ใช้จ่ายเงินทั้งหลายอาจจะมีหน้าที่เป็น content เพื่อสอนหลักการง่ายๆ เกี่ยวกับดอกเบี้ยทบต้น การออม เงินเฟ้อ หรือการกระจายความเสี่ยง จะเป็นบทความยาวๆ หรือจะเป็นแค่คำขวัญสั้นๆ  ทำ AB Testing ไปเรื่อยๆ ก็จะทราบมากขึ้นว่า รูปแบบการทำ content แบบไหนที่ทำให้คนเรามีความรู้เรื่องทางการเงินและมีความรับผืดชอบทางการเงินมากขึ้น  สังคมเราก็จะมีระดับความรู้เรื่องทางการเงินมากขึ้นเสียที

------------------------------

stock2morrow นำบทความของ ดร. ณภัทร ซึ่งเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับด้านเศรษฐศาสตร์ เรื่องสังคมไร้เงินสดเป็นเทรนด์ที่กำลังจะเกิดในอีกไม่นาน เพื่อนๆนักลงทุนเตรียมศึกษาข้อมูลกันไว้ก่อนเลย

  Shared

ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

ผู้เขียนเป็นเจ้าของเว็บไซต์ settakid.com ที่วิเคราะห์ประเด็นเปลี่ยนโลกผ่านมุมมองเศรษฐศาสตร์แบบเข้าใจง่ายๆ  คุณ ณภัทร จบปริญญาตรีและโทจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลและจอนส์ ฮอปกินส์ เคยมีประสบการณ์ทำวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ดและธนาคารโลก และสำเร็จการศึกษาปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ประยุกต์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมินนิโซต้า เป็นนักเขียนรับเชิญของ stock2morrow และเป็นคอลัมนิสต์ประจำสำนักข่าวออนไลน์ไทยพับลิก้า


ดูบทความทั้งหมด

ยิงให้แม่น ปล่อยกระสุนให้เป็น ในการลงทุน

stock2morrow

แนวคิดด้านการลงทุน

18 มิถุนายน 2562
244 Views

เส้นชัยไม่มีขา เราต้องวิ่งไปหามันเอง

stock2morrow

แนวคิดด้านการลงทุน

17 มิถุนายน 2562
316 Views

“ความรวย” ปะทะ "อิสรภาพทางการเงิน"

ภัทรพล ศิลปาจารย์

แนวคิดด้านการลงทุน

13 มิถุนายน 2562
2,154 Views
สอบถามข้อมูล