Inverted Yield Curve กับประเด็นที่ไม่เคยมีใครบอกคุณมาก่อน


ข่าวสารการลงทุน

โดย stock2morrow
15 สิงหาคม 2562    |    1,152 Views

"ความกังวลของ Inverted Yield Curve ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด "

ถือเป็นเรื่องร้อนแรงในหมู่นักลงทุนซะเหลือเกิน กับประเด้นเรื่องของ Inverted Yield Curve ส่งผลกดดันตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงหุ้นไทยที่กดดันจนหลุด 1600 จุดอย่างรวดเร็ว ประเด็นสำคัญคือ  Inverted Yield Curve คืออะไร ทำไมนักลงทุนทั่วโลกถึงกังวล แต่ในความเป็นจริงนั้น เรากลัวมากเกินไปหรือเปล่า ?

วันนี้จะเล่าให้ฟังครับ ... !

 

ในโลกของการลงทุน มีสิ่งทีเรียกว่า "พันธบัตรรัฐบาล" หมายถึง รัฐบาลเป็น "ผู้ขอกู้" ทำสัญญากู้ยืมเงินจากนักลงทุน โดยจะจ่ายเป็นผลตอบแทนให้เมื่อถึงเวลาที่กำหนด มีตั้งแต่ 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี หรือแม้กระทั่ง 10 ปี ก็มีด้วย ถ้ายิ่งระยะเวลายาว จะยิ่งได้ผลตอบแทนที่มากขึ้นชดเชยกับสภาพคล่องที่หายไปที่นักลงทุนไม่สามารถขอคืนเงินได้ เราเรียกกันว่า Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล

อย่างที่เราเข้าใจ เราซื้อพันธบัตรรัฐบาล 2 ปี อาจจะได้ผลตอบแทน 1.7% ต่อปี แต่ถ้าเราซื้อพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อาจจะได้ผลตอบแทน 2.5% ต่อปี เราเรียกว่าผลตอบแทนแบบปกติ

แต่มันเกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น เมื่อเราซื้อพันธบัตรรัฐบาล 2 ปี ได้ผลตอบแทน 1.7% ในขณะที่ซื้อพันธบัตรอายุ 10 ปี ได้ผลตอบแทน 1.5% ซึ่งน้อยกว่าพันธบัตรระยะสั้น เราเรียกเหตุการณ์ไม่ปกตินี้ว่า Inverted Yield Curve

 

ในทางวิชาการแล้ว Inverted Yield Curve คือ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นให้ผลตอบแทน "สูงกว่า" พันธบัตรระยะยาว

 

... แล้วสิ่งที่น่ากังวล คืออะไร ...
สาเหตุที่พันธบัตรระยะยาวให้ผลตอบแทนลดลง จนต่ำกว่าพันธบัตรระยะสั้น เนื่องจากมีนักลงทุนสถาบันใหญ่ๆแห่ไล่ซื้อพันธบัตรระยะยาวมากขึ้น เพราะผู้เชี่ยวชาญเหล่านั้นมองว่าเศรษฐกิจอเมริกากำลังจะเกิดสภาวะ "ถดถอย" หรือที่เรียกกันว่า Recession เศรษฐกิจอเมริกากำลังจะมีปัญหานั้นเอง คนเลยไล่ซื้อพันธบัตรระยะยาวเพื่อล๊อคผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอีก 10 ปีข้างหน้า

 

ผู้สื่อข่าวของช่อง CNBC ชี้ว่า ในอดีตที่ผ่านมาการเกิด Inverted Yield Curve ได้ทำให้เกิด Recession มา 3 รอบแล้ว และตลาดหุ้นก็ล่มสลายกันทั่วโลก นั้นคือวิกฤตปี 1990 ปี 2000 และวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2007 เหตุการณ์ครั้งนี้มันดูคล้ายกับปี 2007 มาก

 

นี้คือสิ่งที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังกังวลกัน คือ สภาวะเศรษฐกิจถดถอย นั้นเอง

 

... เราอาจจะกังวลกันมากเกินไป สุดท้ายแล้วมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ...
 

บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ ชี้ให้เห็นว่า 

จากสถิติปี 1978 - 2005 หลักจากที่เกิด Inverted Yield Curve ตลาดหุ้นอเมริกามักจะปรับตัวสูงขึ้น

เฉลี่ย 3 เดือนหลังจากเกิด Inverted Yield Curve ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.53% เฉลี่ย 6 เดือน เพิ่มขึ้น 4.87%
เฉลี่ย 1 ปี เพิ่มขึ้น 13.48% เฉลี่ย 2 ปี เพิ่มขึ้น 14.73% และ เฉลี่ย 3 ปี เพิ่มขึ้น 16.41%

นี้ก็เป็นตัวอย่างของการเกิด Inverted Yield Curve แต่หุ้นปรับตัวขึ้น อย่างไรก็ตามมันไม่แน่นอนเสมอไป บางครั้งก็ปรับตัวลง

อย่างเช่นปี 1998 ก็เกิดเหตุการณ์นี้ในระยะสั้น ทำให้ 3 เดือนแรกหุ้นตกลงไปถึง 0.9% แต่พอผ่านไปอีก 6 เดือน หุ้นก็สามารถบวกขึ้นมาได้และปรับตัวเพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดถึง 8.49%

ย้อนกลับไปอีกหน่อยในปี 1988 เกิด Inverted Yield Curve ขึ้นในเดือนธันวาคม แต่ตลาดก็ยังปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง จน 3 ปีให้หลัง S&P 500 บวกไป 36.54%

ปี 2005 เกิด Inverted Yield Curve ในเดือนธันวาคม
1 ปีต่อมาปรับตัวเพิ่มขึ้น  = 13.62%
2 ปี ปรับตัวเพิ่มขึ้น = 18.44%

3 ปี = ผลตอบแทนติดลบ 28.65% ซึ่งเป็นปีที่เกิด Financial Crisis พอดี ...

 

จากสถิติที่ผ่านมา "ไม่ได้" ยืนยันว่าการเกิด Inverted Yield Curve จะทำให้เกิดสภาวะถดถอยทุกครั้งไป ซึ่งในความเป็นจริงแล้วสิ่งที่ทำให้เกิด Inverted Yield Curve มีหลายปัจจัย เช่น การเก็งกำไรพันธบัตรของนักลงทุนรายใหญ่ การมีสภาพคล่องมากเกินไปของสถาบันการเงิน การคาดเดาว่า FED จะลดดอกเบี้ยอีกครั้ง

 

ซึ่งในปัจจุบันมีปัจจัยแวดล้อมมากมายที่ไม่เหมือนกับเมื่อ 20 ปี ก่อน เช่น ปัจจุบันดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำมาอย่างยาวนาน สถาบันการเงินมีสภาพคล่องสูง

 

ดังนั้นเราสรุปได้ว่าการเกิด Inverted Yield Curve ไม่ได้บ่งบอกว่าจะเกิด Recession หรือเศรษฐกิจถดถอยเสมอไป

 

------------------------------------------------
ขอบคุณแหล่งข้อมูล
http://knowledge.bualuang.co.th/knowledge-base/inverted-yield-curve/

https://www.bot.or.th/Thai/ResearchAndPublications/articles/Pages/Atricle_29Apr2019.aspx

https://www.hoonsmart.com/archives/69641

https://www.cnbc.com/2019/08/14/the-inverted-yield-curve-explained-and-what-it-means-for-your-money.html

https://www.washingtonpost.com/business/2019/08/14/recession-watch-what-is-an-inverted-yield-curve-why-does-it-matter/?noredirect=on

https://www.hoonsmart.com/archives/69641

https://www.facebook.com/scbsecurities.thailand/posts/2352031081585093?__tn__=K-R

  Shared

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

LINE@stock2morrow


ดูบทความทั้งหมด

เงินบาทแข็งค่า หุ้นกลุ่มไหนได้ กลุ่มไหนเสีย ?

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

17 กันยายน 2562
0 Views

น้ำมันพุ่งแรง ลงทุนอย่างไรดี ?

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

16 กันยายน 2562
1,418 Views
สอบถามข้อมูล