หุ้นพื้นฐานดี ราคาลงเยอะ ซื้อดีมั้ย


ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

โดย Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
17 สิงหาคม 2562    |    4,789 Views

ช่วงนี้มีหุ้นใหญ่พื้นฐานดีหลายตัวที่นักลงทุนชื่นชอบและรอคอยว่า ถ้าวันไหนราคาลงมาเยอะ ๆ อยากจะซื้อเก็บเข้าพอร์ต แล้วรอราคากลับไปขึ้นไปสูง ๆ อีกครั้ง ก็จะได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ยกตัวอย่างเช่น
.
CENTEL ราคาวันนี้ 32.25 บาท เทียบกับ 52W High 47.25 บาท ลดลง 32% P/E 20.5 เท่า
.
BH ราคาวันนี้ 148.50 บาท เทียบกับ 52W High 199 บาท ลดลง 25% P/E 27.7 เท่า
.
BBL ราคาวันนี้ 172.50 บาท เทียบกับ 52W High 218 บาท ลดลง 20% P/E 9.3 เท่า
.
SCC ราคาวันนี้ 414 บาท เทียบกับ 52W High 490 บาท ลดลง 16% P/E 12.8 เท่า
.
ตอนนี้ราคาลงมาแล้วตามที่ขอ แต่คำถามคือ เราควรซื้อมั้ย ?
.
วันนี้ผมจะยกตัวอย่าง BH เป็นกรณีศึกษาให้อ่านกันก่อนนะครับ
.
====================
.
BH หรือ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เป็นหุ้นที่หลายคนชอบ เพราะมองว่าเป็นหุ้นพื้นฐานดี หมอเก่ง บริการดี ดูพรีเมียม กิจการน่าจะดี อยากเป็นเจ้าของ ผมไปดูงบการเงินจาก Jitta Factsheet นะครับ เพราะว่าอยากเห็นภาพยาว ๆ 10 ปีย้อนหลังว่าเป็นอย่างไร ก็จะพบว่าพื้นฐานแข็งแกร่งมาก คือ
.
• สภาพคล่องสูง (Current Ratio) 4.30 เท่า เป็นเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นเกือบ 8,500 ล้านบาท เรียกได้ว่าพร้อมลงทุนได้ทันที ถ้าย้อนกลับไปดูปี 2010 CR อยู่แค่ 1.08 เท่า
• หนี้สินต่อทุนต่ำ 0.32 เท่า ไม่มีเงินกู้ระยะสั้น คือ ล้มยาก และเมื่อ 10 ปีที่แล้ว D/E = 0.51 เท่า เรียกได้ว่า ต่ำมาตลอดอยู่แล้ว
.
• อัตรากำไรขั้นต้น 44-45% ไม่แปลกเพราะค่ารักษาอยู่ในเกรดพรีเมี่ยม อัตรากำไรสุทธิก็ 20-22% สูงตามกันมาเช่นกัน เมื่อปี 2010 อยู่ที่ 41.1% คือ สูงอยู่แล้ว และค่อย ๆ เพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ
• กระแสเงินสดจากการทำงาน 4,000 - 5,000 ล้านบาท เรียกได้ว่าไม่น่ามีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง เมื่อ 10 ปีก่อนมี CFO อยู่แค่ 1,648 ล้านบาท ตอนนี้เพิ่มมากขึ้นถึง 3 เท่าเลยทีเดียว
..
เรียกได้ว่า เป็นหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งมาก แต่คำถามที่เราต้องพิจารณาก่อนที่จะซื้อหุ้นโรงพยาบาล คือ หุ้นกลุ่มนี้จะโตได้จากอะไรบ้าง เช่น
.
1. คนไข้จำนวนเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะในหรือต่างประเทศ อาจจะมาจากเปิดแผนกใหม่ หรือสร้างตึกใหม่
2. คนไข้มาบ่อยขึ้น มีโรคภัยไข้เจ็บมากขึ้น ฝนตกบ่อยขึ้น
3. ขึ้นราคาค่ารักษา ค่ายา ค่าห้องพัก
4. ซื้อกิจการโรงพยาบาลอื่น
..
==============
.
แล้วเราเห็น BH มีกลยุทธ์ในการเติบโตแบบไหนบ้าง ?
..
ในแต่ละปีมีคนไข้มา BH มากกว่า 1.1 ล้านคน เป็นต่างชาติ 65% ที่เห็นเยอะ ๆ ก็คือ ประเทศทางตะวันออกกลาง ซึ่งช่วงหลังๆ ก็มากันไม่เยอะมากเหมือนก่อน อาจจะมีการขึ้นค่ารักษาบ้าง มีการเน้นระบบ IT ในการบริหารจัดการ แต่ BH ไม่มีการเปิดตึกใหม่ ไม่มีการควบรวมกิจการ (อาจจะมีการลงทุนที่พม่าและมองโกเลีย แต่ไม่เยอะมาก) หลัก ๆ มีตึกเดียวที่สุขุมวิท ทำให้การเติบโตค่อนข้างจำกัด
.
** มาดูที่ผลลัพธ์ในงบกำไรขาดทุนกัน **
.
เริ่มที่รายได้ (ถ้าเอา mouse ไปแปะไว้ที่ตัวเลขรายได้ของ Jitta จะโชว์ growth ให้เราเห็นเลย ไม่ต้องคำนวณเอง) เราจะพบได้ว่า BH โตค่อนข้างดีมาตลอด แต่ช่วง 3 ปี หลังเริ่มไม่โตแบบนี้
..
ปี 2016 รายได้รวม 18,103 ล้านบาท (+1.2%)
ปี 2017 รายได้รวม 18,272 ล้านบาท (+0.9%)
ปี 2018 รายได้รวม 18,541 ล้านบาท (+1.5%)
.
Q1’19 รายได้รวม 4,733 ล้านบาท (+0.8%)
Q2’19 รายได้รวม 4,348 ล้านบาท (+0.9%)

เรียกได้ว่า แทบไม่เติบโตเลย แต่ข้อดีคือ BH สามารถจัดการบริหารต้นทุนได้ดี โดย 3 ปีที่ผ่านมา ต้นทุนขายลดลง 2-3% โดยเฉลี่ย ทำให้กำไรขั้นต้นยังสวยอยู่ แต่รอบล่าสุด Q2’19 ต้นทุนเพิ่มมา 3.8% (หักค่าใช้จ่าย one time เรื่องสำรองพนักงานเกษียณไปแล้ว) ทำให้กำไรขั้นต้นเริ่มโตลดลงแบบเห็นได้ชัด
..
SG&A ในอดีตอยู่ที่ระดับ 16-17% ต่อรายได้มาตลอด แต่เริ่มเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นมากกว่า 18% ตั้งแต่ Q3’18 เป็นต้นมา และล่าสุด Q2’19 อยู่ที่ 18.7% แม้ว่าจะตัดสำรองพนักงานออกไปแล้ว ตัวเลขที่เพิ่มขึ้น BH แจ้งว่ามาจาก ค่าการตลาด ค่าปรับเงินเดือนเพิ่ม ค่าบำรุง software ค่าที่ปรึกษา และการเร่งตัดค่าเสื่อม Campus Master Plan และการปรับปรุงอาคาร บี.ไอ.ทาวเวอร์
..
จากรายได้ที่ไม่ค่อยโต ค่าใช้จ่ายที่ไม่ค่อยเพิ่ม ทำให้กำไรสุทธิ เติบโตลดลงเรื่อย ๆ แบบนี้
.
ปี 2016 กำไรสุทธิ 3,626 ล้านบาท (+5.5%)
ปี 2017 กำไรสุทธิ 3,944 ล้านบาท (+8.7%)
ปี 2018 กำไรสุทธิ 4,152 ล้านบาท (+5.3%)
.
Q1’19 กำไรสุทธิ 1,081 ล้านบาท (+0.2%)
Q2’19 กำไรสุทธิ 725 ล้านบาท (-25.4%)
ถ้าบวกกลับรายการ one time สำรองพนักงานเกษียณ กำไรสุทธิ 842 ล้านบาท ก็ยังติดลบ 13.3%

========================
.
** อนาคตของ BH จะเป็นอย่างไร **
.
1. รายได้ดูไม่เติบโต และยังไม่เห็นแนวโน้มว่าจะโตอย่างไร ยกเว้นว่าจะเอาเงินสดที่มีจำนวนมากไปลงทุนต่อยอดมากขึ้น หรือเน้นรูปแบบการรักษาแบบอื่น ๆ เท่าที่เห็นก็อาจจะมีเรื่องของ Wellness หรือ การใช้ Online Application ต้องติดตามผลต่อไป หรืออาจจะต้องปรับค่ารักษาเพิ่มขึ้น
.
2. ต้นทุนและค่าใช้จ่ายดูเริ่มจะลดไม่อยู่ แต่ช่วงหลัง ๆ มีการเอาระบบ IT เข้ามาใช้เยอะ ต้องดูว่าจะทำให้ต้นทุนลดลงหรือเปล่า รวมถึงการเร่งตัดค่าเสื่อมอาคารต่าง ๆ น่าจะกระทบระยะสั้น ถ้าตัดหมดเร็ว ภาระก็จะหายไป
.
3. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องระวังว่า หุ้นที่รายได้โตน้อย (บางบริษัทโตลดลง) ลดค่าใช้จ่ายได้ทำให้กำไรยังเติบโตอยู่ แต่วันนึง ค่าใช้จ่ายลดไม่ลงแล้ว กำไรก็จะต้องหดตัวลงในที่สุด
..
โดยสรุปแล้ว BH คือ หุ้นพื้นฐานดี สภาพคล่องสูง เงินสดเยอะ หนี้สินน้อย อัตราการทำกำไรดี ติดอยู่อย่างเดียว คือ แล้วจะโตอย่างไร เพราะถ้ากำไรไม่โต ราคาก็อาจจะไม่กลับขึ้นไปในเร็ววัน แม้ว่าจะลงมามากแล้วก็ตาม
..
#นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
อย่าติดกับดักหุ้นพื้นฐานดี ที่ยังไม่เห็นสตอรี่การเติบโตที่ชัดเจน เพราะราคามันอาจจะถูกได้มากกว่าที่เราคิด

  Shared

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น


ดูบทความทั้งหมด

นักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา หุ้นโรงแรมต้องจับตา

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

13 กันยายน 2562
1,643 Views

หุ้นโรงพยาบาลขนาดเล็กตัวไหน น่าสนใจที่สุด ?

stock2morrow

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

10 กันยายน 2562
5,689 Views

หุ้นธนาคาร ที่มีค่า PE ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม

stock2morrow

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

10 กันยายน 2562
2,865 Views
สอบถามข้อมูล