การซื้อหุ้นคืน กับสิ่งที่ต้องระมัดระวัง


แนวคิดด้านการลงทุน

โดย วัฒนา ชื่นจิตรวงษา
22 พฤศจิกายน 2562    |    1,101 Views

ช่วงนี้มีหลายบริษัทที่อยู่ระหว่างการ "ซื้อหุ้นคืน" ตามมติที่ออกมาก่อนหน้า

 

หลายคนเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง ว่า การซื้อหุ้นคืนจะต้องซื้อให้ครบตามจำนวนหรือมูลค่าที่ระบุเอาไว้

 

ความเชื่อนั้นเป็นสิ่งที่ "ผิด" โดยสิ้นเชิง และอย่าตกเป็นเหยื่อของคนที่ให้ข่าวลักษณะนี้ออกมา นั่นเพราะ

 

1. การซื้อหุ้นคืน จะมีการระบุมูลค่าสูงสุด และจำนวนสูงสุดที่บริษัทจะซื้อคืนไว้ตั้งแต่ต้น

แต่ไม่ได้หมายความ บริษัทจะต้องซื้อคืนเป็นจำนวนเท่านั้นหรือมูลค่าเท่านั้น

เช่นระบุไว้ไม่เกิน 300 ล้านหุ้น อาจซื้อแค่ 1 ล้านก็เป็นได้

หรือระบุไว้ว่าซื้อเป็นมูลค่าไม่เกิน 5 พันล้านบาท อาจซื้อแค่ไม่กี่สิบล้านบาทก็ได้

ไม่มีกฎข้อบังคับใดที่ระบุไว้ว่าบริษัทจะต้องซื้อหุ้นคืนให้ครบตามจำนวนที่แจ้งไว้นะครับ

ดังนั้น เราไม่สามารถบอกได้ว่า เหลือเวลาซื้อคืนอีกกี่เดือน ดังนั้นบริษัทจะต้องเร่งซื้อ และมูลค่าที่เหลือกับจำนวนหุ้นที่เหลือหารกันออกมาเป็นราคาที่บริษัทจะซื้อคืน

 

**** อย่าคำนวณแบบนั้นเป็นอันขาด เพราะบริษัทไม่มีความจำเป็นต้องซื้อคืนทั้งจำนวน *****

 

2. การซื้อหุ้นคืนของบริษัทส่วนใหญ่มักจะทำเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลงมามาก แต่มักให้เหตุผลว่า ราคาหุ้นปรับตัวลงมากว่าที่ควรจะเป็น

ทั้งที่ในความเป็นจริง ราคาหุ้นที่ปรับลงมาอาจจะสมเหตุสมผลกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้วก็เป็นได้

การซื้อหุ้นคืนโดยมากมักหวังผลทางจิตวิทยา เพื่อชะลอการปรับลดลงของราคาหุ้น ไม่ว่าจะเป็น BEAUTY BANPU PTTGC แต่เอาเข้าจริงบริษัทก็ซื้อคืนในปริมาณที่่น้อยมากๆ

ก่อนหน้านี้ที่เห็นชัดเจนก็จะมีเพียง JAS เท่านั้นที่มีการซื้อหุ้นคืนโดยหวังผลเพื่อลดจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัทลง เพื่อหวังให้ปันผลต่อหุ้นสูงขึ้น ส่งผลบวกต่อผู้ถือหุ้นใหญ่โดยตรง

ดังนั้น ในการเก็งกำไรเรื่องการซื้อหุ้นคืน นักลงทุนจำเป็นต้องอ่านใจของบริษัทให้ดี ว่า มีมตินี้ออกมาเพื่อหวังผลเช่นไร แต่บอกได้เลยว่า ส่วนใหญ่ซื้อคืนเพราะพยุงราคาหุ้นเท่านั้น ซึ่งหากหวังผลเช่นนี้ จำเอาไว้เลยว่า เขาซื้อแค่เท่าที่่จำเป็นเท่านั้น

 

3. การคำนวณราคาต้นทุนของบริษัทในการซื้อหุ้นคืนนั้น จะทำให้เรารได้เปรียบบริษัทหรือไม่ เช่นถ้าบริษัทซื้อคืนที่ราคาเฉลี่ยแพงกว่าราคาหุ้นในกระดาน หากเราซื้อหุ้นในกระดานในเวลานี้จะทำให้เรามีโอกาสกำไรหรือเปล่า??

คำตอบคือ บอกไม่ได้

 

นั่นเพราะหุ้นที่บริษัทซื้อคืนกลับไปนั้น บริษัทมีทางเลือกได้ 2 ทางก็คือ นำหุ้นนั้นขายคืนมาในกระดาน หรือ ถ้าไม่ทำเช่นนั้นก็ลดทุนจดทะเบียนลง และตัดหุ้นที่ซื้อคืนเหล่านั้นทิ้งไปเลยก็ได้

การคำนวณต้นทุนของบริษัทที่ซื้อคืนไป จึงไม่ช่วยอะไรเราได้เลย เพราะมันบอกไม่ได้ในเวลานี้ว่า บริษัทจะจัดการอย่างไรกับหุ้นที่ซื้อคืนไป

ยิ่งถ้าบริษัทซื้อคืนไปในจำนวนที่ไม่ได้มากมายนัก โอกาสที่จะลดทุนและตัดหุ้นที่ซื้อคืนทิ้งไปเลยก็มีความเป็นไปได้สูง เพราะบริษัทไม่ได้หวังผลตอนขายคืนเท่ากับหวังผลที่ได้รับตอนออกข่าวนี้อยู่แล้ว

 

ที่สำคัญ บริษัทที่ดี เขาจะเอากำไรจากการประกอบธุรกิจ ไม่ใช่มาเอากำไรจากการซื้อหุ้นบริษัทตัวเองคืนที่ราคาถูก แล้วหวังมาขายคืนที่ราคาแพงขึ้นในอนาคต

 

**** ที่จำเป็นต้องออกมาโพสเรื่องนี้ เนื่องจากผมได้ยินกระแสที่ผิดๆเกี่ยวกับการเก็งกำไรในเรื่องการซื้อคืนหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในระยะนี้ โดยมีการคำนวณกันเสร็จสรรพว่า วงเงินซื้อเหลืออีกเท่า จำนวนหุ้นเหลืออีกเท่าไหร่ ดังนั้นบริษัทจะต้องซื้อคืนในราคาเท่าไหร่ และจะทำให้ราคาหุ้นในกระดานวิ่งขึ้นไปเท่าไหร่

 

ขอให้จำไว้ว่า มติซื้อหุ้นคืน ไม่ใช่ข้อผูกมัด จะไม่ซื้อสักหุ้นก็ไม่มีใครว่า

เราไม่สามารถเก็งกำไรราคาหุ้นด้วยวิธีการคำนวณจำนวนหุ้นที่เหลือที่ยังไม่ซื้อคืน กับมูลค่าที่เหลือ แล้วมาคำนวณเป็นราคาหุ้นที่ต้องซื้อคืนในระยะเวลาที่เหลือได้ *****

  Shared

วัฒนา ชื่นจิตรวงษา

เจ้าของเพจ Wattana Stock Page นักลงทุนต้นแบบในการเจาะลึกข้อมูลอย่างจริงจัง ก่อนจะเข้าไปลงทุนในบริษัทหนึ่งๆ 

FB: Wattana Stock Page


ดูบทความทั้งหมด

Digital twin: โลกธุรกิจเมื่อทุกอย่างถูก clone ได้

ดร. ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์

แนวคิดด้านการลงทุน

10 ธันวาคม 2562
14 Views

อย่าปล่อยให้พอร์ตขาดทุนจนเกินตัว

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

แนวคิดด้านการลงทุน

9 ธันวาคม 2562
80 Views

ทศวรรษที่ (อาจ) หายไป : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

แนวคิดด้านการลงทุน

9 ธันวาคม 2562
82 Views