ลงทุนให้ถูกวิธี มองกระจกบานไหนดี


แนวคิดด้านการลงทุน

โดย Stock Vitamins - วิตามินหุ้น
26 พฤศจิกายน 2562    |    1,420 Views

Warren Buffett กล่าวไว้ว่า “ในโลกของธุรกิจ กระจกมองหลังชัดกว่ากระจกหน้ารถเสมอ”

พี่โจ ลูกอีสาน บอกว่า “การลงทุนเหมือนการขับรถ ให้มองกระจกหน้า 80-90% คือการดูอนาคต แต่แน่นอนว่าต้องดูกระจกหลังด้วย”

 

ดร.นิเวศน์ เองก็เคยพูดไว้ว่า เราต้อง “มองไปข้างหน้า” มิฉะนั้นรถจะชนท้ายคันอื่นหรือตกถนน การคาดการณ์อนาคตจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่โอกาสที่จะคาดการณ์ถูกต้องกับผิดนั้นก็เป็นได้บ่อยพอ ๆ กัน

 

คำถามคือ เราควรมองกระจกบานไหนดีกันแน่ ?

ผมคิดว่า เราควรมองกระจกทุกบาน ทำให้เหมือนเวลาขับรถ แต่เราต้องเข้าใจว่าบานไหนควรมองเมื่อไหร่ มีประโยชน์อย่างไร และมองนานแค่ไหนถึงจะดี

 

กระจกมองหลัง เอาไว้มองอดีต มองสถานที่ที่ขับผ่านมา มองคู่แข่ง หรือลูกค้าที่ประสบพบเจอ มองผลงานในอดีตว่าบริษัททำอะไรดี ตรงไหนแย่ เพื่อให้เราได้เห็นภาพข้อมูลที่เกิดขึ้น แต่แน่นอนว่า เราจะมองแช่แบบนั้นตลอดไม่ได้ เพราะจะทำให้เราไม่มองทาง หรือไม่เห็นรถที่สวนมา ซึ่งอาจเป็นลูกค้าที่รอเราอยู่ หรือคู่แข่งที่กำลังมา ก็ทำให้เกิดการชนกันขึ้นมาได้

 

กระจกมองหน้า คือ การมองไปยังอนาคต เป็นกระจกบานใหญ่ที่ทำให้เราเห็นทางข้างหน้าแบบกว้าง ๆ แต่มันก็มีข้อจำกัดคือ อาจจะมองได้ไม่ไกลนัก หรืออาจจะเห็นเป็นภูเขาเป็นท้องฟ้าอยู่ไกล ๆ ดูสวยดี แต่ไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจน เปรียบเหมือนการที่เราคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัท เราพอรู้ตำแหน่งที่ตั้งว่าเป็นอย่างไร งบจะออกมาแนวโน้มดีแค่ไหน กลยุทธ์ของบริษัทชัดเจนหรือไม่ ซึ่งเราอาจจะเห็นไม่ชัดนัก แต่อย่างน้อยเราต้องมองให้ออกว่าเราขับรถไปให้ถูกทิศ และไม่หลงทาง

 

กระจกมองข้าง เอาไว้ดูรถคันข้าง ๆ หรือมอเตอร์ไซค์ เพื่อที่ว่าเวลาเราเลี้ยวซ้ายขวา หรือเปลี่ยนเลนจะได้ไม่เฉี่ยวชน ก็เหมือนกับการที่เราดูคู่แข่ง ปัจจัยแวดล้อม ความเสี่ยงไม่ว่าจะเล็กหรือจะใหญ่ คือดูให้ครอบคลุมรอบด้านก่อนที่จะลงทุนกับบริษัทไหน

 

กล้องในรถ หรือเซ็นเซอร์รอบคัน ถ้ามีก็จะดี เพราะบางทีเป็นมุมอับเรามองไม่เห็น เราก็จะเห็นทั่วรถและมีเสียงเตือนก่อนจะชน ก็คือ การที่เรารู้ว่าบริษัทที่เราสนใจมีจุดตายอยู่ที่ตรงไหน เราก็ควรมองเพื่อไม่ให้พลาดท่าเสียที

 

ทำประกันภัย เพราะเราไม่รู้ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ บางครั้งเราประมาทขับรถชนคนอื่น บางครั้งเราโชคร้ายถูกชน การทำประกันในการลงทุนก็คือ การที่เราประเมินราคาหุ้นแล้วซื้อหุ้นที่ราคาเหมาะสม ราคาที่มีแต้มต่อ หรือถ้าได้ซื้อตอนลดราคายิ่งดีเข้าไปใหญ่

 

ตรวจเช็คสภาพรถให้ดีอยู่เสมอ เพราะขับไปนาน ๆ รถย่อมเสื่อมสภาพ มีของเสียหายต้องซ่อมแซม การลงทุนก็เช่นกัน เราต้องคอยหมั่นตรวจสอบงบบริษัทอยู่เสมอ ไปใช้บริการ ไป Company Visit เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าดี พร้อมใช้งาน ลูกค้าแน่นตลอดเวลา

 

สุดท้าย สิ่งที่สำคัญที่ต้องฝากเตือนไว้คือ “อย่าขับรถหลงทางจนน้ำมันหมดถัง” เหมือนกับลงทุนผิดบริษัท ลงทุนในบริษัทที่ไม่ดีไม่เติบโต จนขาดทุนหมดตัว ไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นใหม่ ต้องระวังไว้ให้ดี ถ้ารู้ตัวแล้วรีบกลับรถเดินหน้าให้ถูกทิศ หรือถ้าไม่แน่ใจจอดรถข้างทาง เปิด google map ดูก่อนก็ยังได้ครับ

  Shared

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น


ดูบทความทั้งหมด

มองหุ้นไทย ช่วงปลายปี เอายังไงต่อดี

อธิป กีรติพิชญ์ (นิ้วโป้ง)

แนวคิดด้านการลงทุน

11 ธันวาคม 2562
160 Views

อย่าปล่อยให้พอร์ตขาดทุนจนเกินตัว

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

แนวคิดด้านการลงทุน

9 ธันวาคม 2562
1,510 Views

ทศวรรษที่ (อาจ) หายไป : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

แนวคิดด้านการลงทุน

9 ธันวาคม 2562
794 Views