กลยุทธ์...ลงทุนในตลาดหุ้นซบเซา


แนวคิดด้านการลงทุน

โดย อธิป กีรติพิชญ์
18 กุมภาพันธ์. 2563    |    7,647 Views
ช่วงต้นปี 2563 นี้ SET Index อยู่ที่ประมาณ 1500 ต้นๆ จัดว่าตลาดไม่ดีเท่าไหร่ออกแนวค่อยๆซึมลง เป็นช่วงเวลาที่นักลงทุนรายย่อยค่อนข้างกลัวตลาด แม้เราไม่รู้ว่าตลาดหุ้นจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่เราสามารถจับสัญญาณปัจจุบันได้ว่า ขณะนี้เราไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้นฟองสบู่ที่ราคาหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในระดับแพงเกินไป หรือการซื้อขายเป็นไปในลักษณะเก็งกำไรมากจนเกินไป 
 
ปัจจุบัน ตลาดหุ้นไทยอาจจะดูค่อนข้างซบเซา นักลงทุนสถาบันที่เคยเป็นผู้ซื้อสุทธิหนักๆมาหลายปี ก็มีทีท่าที่ลดปริมาณการซื้อหุ้นลง (อาจจะเกี่ยวกับการยกเลิก LTF ก็เป็นได้) หากเราเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ตลาดหุ้นที่เป็นลักษณะออกข้าง(sideway) หรือ ออกข้างซึมลง (sideway down) เป็นช่วงเวลานาน อาจจะช่วยลดความเสี่ยง หรือสร้างโอกาสในการลงทุนใหม่ๆได้ นักลงทุนแต่ละคนอาจมีกลยุทธ์ที่ต่างกัน ดังนี้
 
1. ล้างพอร์ต ขายหุ้นออกทั้งหมด ถือเงินสด 100%
กลยุทธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนมีความกลัว ตื่นตระหนก และสูญเสียความมั่นใจกับตลาดหุ้นอย่างมาก หมายความว่า หากรู้สึกว่ามีสัญญาณเชิงลบก็จะขายหุ้นที่อยู่ในพอร์ตทั้งหมดทันที 
 
ข้อดี คือ ไม่สูญเสียเงินต้น แต่ ข้อเสีย คือ ตอนที่ตัดสินใจกลับเข้ามาในตลาด อาจจะต้องรอสัญญาณขาขึ้นที่ชัดเจน ทำให้พลาดโอกาสเก็บหุ้นราคาถูก และด้วยความหวาดกลัวและตื่นตระหนกเกินไป ก็อาจจะทำให้จังหวะตัดสินใจลงทุนผิด คร่อมจังหวะไปหมด พลาดของถูก เก็บของแพง 
 
2. ขายหุ้นบางส่วน เก็บหุ้นที่เหลือไปต่อ 
ขายหุ้นบางตัวเพื่อเปลี่ยนเป็นเงินสด โดยขายหุ้นมีราคาเกินมูลค่าที่แท้จริง (Overvalue) ออกไป เพราะหากตลาดปรับลดลงหรือซึมซบเซา หุ้นราคาแพงมีโอกาสปรับลดลงค่อนข้างแรง เพราะนักลงทุนจำนวนหนึ่งต้องการขายหุ้นแพงเพื่อจะ take profit ข้อดี คือนักลงทุนจะมีเงินสดจำนวนหนึ่ง ที่พร้อมเข้าซื้อหุ้นดีในราคาถูก เป็นการปรับพอร์ตการลงทุนให้มีหุ้น Undervalue เข้าในพอร์ต แต่ข้อเสีย คือ การเปลี่ยนตัวหุ้นนี้ อาจจะเป็นการขายหมู(ขายแล้วหุ้นไปต่อ) มาซื้อหุ้นแย่กว่า (ซื้อหุ้นที่ถูกแล้ว ยังมีถูกกว่า) ทำให้พอร์ตแย่ลงไปอีก 
 
3. กลยุทธ์บริหารความเสี่ยง
ในช่วงตลาดหุ้นผันผวนหรือมีแนวโน้มเป็นขาลง (หรือแม้แต่หุ้นรายตัว) เราอาจจะปรับพอร์ตลงทุนด้วยกลยุทธ์บริหารความเสี่ยง โดยการเฮดจ์ (Hedge) เช่น SET50 Futures หรือ ตราสารอนุพันธ์ที่ทำกำไรในขาลง ซึ่งหากตลาดเป็นขาลงจริง หุ้นในพอร์ตหลัก(ที่เรากะจะถือยาวๆ)ก็จะปรับตัวลดลง ในขณะที่ตัว Hedge ป้องกันความเสี่ยงของเราจะมีกำไร ทั้งนี้ วิธีการบริหารความเสี่ยงด้วยสินค้าทางการเงินอย่าง Futures หรือ Derivative Warrant เป็นการลงทุนขั้นสูง ต้องใช้ประสบการณ์และการตัดสินใจที่แม่นยำและมั่นคงมาก ควรเป็นนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในตลาดมากพอควรแล้วเท่านั้น 
 
4. กลยุทธ์สวนกระแส
กลยุทธ์การลงทุนแบบชาวสวน ในยามที่ตลาดหุ้น หรือหุ้นบางกลุ่มปรับตัวลดลงมากๆ มีแต่ข่าวร้ายกดดันอย่างหนัก เช่น ข่าวโคโรน่าไวรัส ที่ทำลายหุ้นท่องเที่ยว หรือ ข่าวเศรษฐกิจซบเซาทั่วโลก ที่ทำร้ายหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี เป็นต้น ทำให้ราคาหุ้นปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง การซื้อหุ้นในช่วงที่ราคาตกต่ำ มีแต่ความกลัวจะทำให้ได้เก็บหุ้นในราคาถูก ข้อดี คือ หากวัฏจักรกลับมาจากตกต่ำ เป็นเติบโต ก็จะทำให้ผลตอบแทนรวมในพอร์ตปรับตัวขึ้นอย่างมาก แต่ข้อเสีย คือ การที่นักลงทุนมือใหม่ อาจจะทุ่มลงทุนกับหุ้นบางตัวที่ราคาตกต่ำแบบไม่เผื่อทางถอย หรือทยอยเข้าซื้ออย่างระมัดระวังเพื่อต้นทุนที่หลากหลาย หากหุ้นตัวนั้นปรับลงต่อไปเรื่อยๆ จะอันตรายมาก 

อธิป กีรติพิชญ์

เจ้าของหนังสือ Best Seller “ติวหุ้น รวยด้วยวีไอ” และยังเป็นวิทยากรคอร์ส “ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐานแบบ Value/Growth Investor” ด้วยประสบการณ์ในตลาดทุนกว่า 17 ปี และประสบการณ์ในการเป็นติวเตอร์ บวกกับความเป็นคนอารมณ์ขัน  ทำให้คุณนิ้วโป้งสามารถถ่ายทอดเรื่องยาก อย่างการลงทุน ให้เข้าใจได้ง่าย และยังใช้ภาษา ลีลาที่มีเอกลักษณ์น่าสนใจอย่างยิ่ง จึงทำให้ได้รับเชิญไปบรรยายในงานต่างๆ มากมาย

 

คอร์สสัมมนา :  ติวหุ้น รวยด้วย VI


ดูบทความทั้งหมด

SET ขึ้นแรง จังหวะนี้ต้องลุยหรือต้องรอ

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

แนวคิดด้านการลงทุน

26 พฤศจิกายน 2563
196 Views

6 สัญญาณ "หายนะ" ของหุ้น

stock2morrow

แนวคิดด้านการลงทุน

26 พฤศจิกายน 2563
125 Views

รอบนี้ไม่ทัน ก็รอรอบหน้า...ตลาดหุ้นอยู่กับเราเสมอ

อธิป กีรติพิชญ์

แนวคิดด้านการลงทุน

24 พฤศจิกายน 2563
880 Views