หุ้น Deep Value จะค้นหาได้อย่างไร


แนวคิดด้านการลงทุน

โดย ภาววิทย์  กลิ่นประทุม
29 กันยายน 2563    |    3,249 Views

ทุกครั้งที่ตลาดจบรอบ หรือเกิดวิกฤต ...ทั้งหุ้นใหญ่และหุ้นเล็กจะราคาลงแรง จนบางครั้ง มันลงจนต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานมากๆ ...ทำให้คนที่ชอบความเสี่ยงต่ำสามารถหาหุ้นแบบนี้ไม่ยาก
ใช่!! หุ้น Deep Value อาจจะไม่ได้โตแบบบ้าคลั่ง แต่มันก็จะขึ้นมากพอจนทำให้เรารวยได้เลยทีเดียว  

อย่างตลาดหุ้นไทย เวลานี้ เราจะเห็นหุ้น Deep Value ค่อนข้างเยอะ ...ยังไงมาดูกัน


1. หุ้น Deep Value คือ หุ้นที่ราคาลงมาใกล้ๆ Book หรือ ต่ำกว่า Book
..ตัว Book Value คือ ต้นทุนของเจ้าของ ...การที่หุ้นสามารถลงมาใกล้ๆ หรือ ต่ำกว่า Book ได้นั้น แปลว่า ตลาดต้องมีวิกฤต ...ซึ่งโควิดทำให้หาหุ้นแบบนี้ในตลาดหุ้นไทยได้เยอะพอสมควรเลยทีเดียว


2. ธุรกิจต้องสามารถ ผ่านวิกฤต ไม่เจ๊ง
...อันนี้หลักๆ ดูที่หนี้ และ โอกาสในการเติบโตหลังจากนี้ ...ตัวที่หนี้เยอะ อาจจะเหนื่อยกว่าหุ้นที่หนี้น้อย ...แต่ที่สำคัญกว่า คือ ต้องวิเคราะห์ให้ขาดว่า หลังจากนี้ สินค้าที่บริษัทนั้นๆ ทำ ต้องค่อยๆ ขายและทำกำไรดีขึ้นเรื่อยๆ


3. เจ้าของและรายใหญ่ ต้องเก็บหุ้นเพิ่ม
...ดูแบบเบื้องต้น ก็คือ ราคาเริ่มหยุดลง ออกข้าง และ Volume ไม่เยอะ ...เพราะเราไม่ควรรับหุ้นที่ลงแรงพร้อม Volume เยอะ ...จุดนั้นแปลว่า แรงขายยังหนัก ก็อย่าเพิ่งรับมีด


4. ธุรกิจลดต้นทุน กระชับงบ
...แน่นอน เวลาเกิดวิกฤตก็มักเป็นข้ออ้างที่ดีที่ธุรกิจจะสามารถลดต้นทุน เช่น ให้คนออก , ปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ...ใครทำได้ดีกว่า ก็มีโอกาสรอดสูงกว่า ...พอวิกฤตผ่านไป การลดต้นทุนและกระชับงบ จะทำให้กำไรโตก้าวกระโดดได้


5. ใช้วิกฤต เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจ
...ถ้าจะซื้อคู่แข่ง ขยายธุรกิจ ก็ควรทำในเวลาที่ทุกอย่างยังดูเลวร้าย เพราะ ข้อแรก มันโชว์ว่า จริงๆ ธุรกิจนี้แข็งแกร่ง และ สอง ในวิกฤตสามารถซื้อของได้ราคาถูก


6. ธุรกิจมี Business Model ที่ดี
...อันนี้ดูแบบคร่าวๆ จากอัตราการทำกำไรสุทธิ ...ถ้า Net Profit Margin สูงขึ้น หรือ สูงกว่าคู่แข่ง ก็แปลว่า เรามี Business Model ที่ดีกว่า เช่น บริษัทที่ขยายด้วยออนไลน์ ย่อมขยายง่ายกว่าบริษัทที่ขยายด้วยการเปิดสาขาในเวลานี้

 
7. ธุรกิจต้องปรับตัวได้เร็ว
...สมัยก่อนธุรกิจใหญ่ ที่ผลิตเยอะ ต้นทุนจะต่ำกว่า แล้วไปขายราคาถูก ตัดราคาคู่แข่ง ...แต่กลยุทธ์แบบ Mass มันได้ตายไปแล้ว ...ทุกวันนี้ ของแพง แต่ดี มีตลาดชัด กลับดีกว่า ...ไม่ต้องใหญ่ แต่จับลูกค้าชัดเจน เป็นผู้นำในตลาดตัวเอง แจ๋วกว่าครับ ...ยิ่งถ้าเป็นเจ้าของแบรนด์เองยิ่งดี เพราะ เจ้าของแบรนด์คือคนที่เข้าใจลูกค้ามากสุดและกำไรดีสุดในห่วงโซ่ธุรกิจ


8. เป็นธุรกิจที่เข้ากับกระแสคนรุ่นใหม่
...ทุกวันนี้ตลาดที่โตเร็ว และ มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็น ตลาดคนรุ่นใหม่ ...เพราะ เป็นตลาดที่คนกล้าใช้เงินมากที่สุด ...ธุรกิจที่ดีต้องวิเคราะห์ให้ขาดว่า พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปคืออะไร ? ...แต่ที่แน่ๆ เขาจะไม่ใช้ชีวิตแบบคนรุ่นก่อนแน่ๆ


บางทีตรงข้ามไปเลย ...นี่แหละ คือ จุดที่ชี้ขาด วิสัยทัศน์เจ้าของธุรกิจครับ

ภาววิทย์  กลิ่นประทุม

เจ้าของหนังสือ Best Seller ซีรี่ย์ “แกะรอยหยักสมอง 1-3”  , “ฟรีดอมเทรดเดอร์” และ “คลีนิคหุ้นมือใหม่” พร้อมเป็นไอดอลผู้จุดประกายเรื่อง "หุ้น" ให้แก่นักลงทุนรุ่นใหม่ และเป็นวิทยากรคอร์ส “ปูพื้นฐานสู่การลงทุนเบื้องต้น” โดยมีผู้ติดตามจำนวนมาก  และได้รับเชิญไปบรรยายในหน่วยงานต่างๆ มากมายทั้งภาครัฐและเอกชน  รวมทั้งได้รับเชิญสัมภาษณ์ออกสื่อต่างๆมากมาย ทั้งโทรทัศน์  วิทยุ และสิ่งพิมพ์

 

คอร์สสัมมนา :  มือใหม่เข้าใจหุ้น By ภาววิทย์


ดูบทความทั้งหมด

Growth & Multiple กลไกที่ขับเคลื่อนหุ้นหลายเด้ง ในตลาดหุ้น

ภาววิทย์  กลิ่นประทุม

แนวคิดด้านการลงทุน

30 ตุลาคม 2563
409 Views

คิดต่างเพื่อเติบโตในโลกการลงทุน

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

แนวคิดด้านการลงทุน

28 ตุลาคม 2563
1,950 Views

ลงทุนมาราธอนแบบ วอเร็น บัฟเฟตต์ : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

แนวคิดด้านการลงทุน

26 ตุลาคม 2563
1,329 Views