ประเมินมูลค่าหุ้นแบบง่ายๆ มือใหม่ก็ทำได้


มือใหม่เริ่มลงทุน

โดย stock2morrow
14 มกราคม 2564    |    2,048 Views

วอเร็น บัฟเฟตต์ เคยกล่าวไว้ ...
"ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย มูลค่าคือสิ่งที่คุณจะได้รับ"

แสดงให้เห็นว่าก่อนการลงทุนทุกครั้ง เราจำเป็นจะต้องเข้าใจก่อนว่าหุ้นที่เราจะซื้อ มีความเหมาะสมถูก-แพงมากแค่ไหน
ประเด็นสำคัญ คือ การประเมินมูลค่าหุ้นนั้นไม่มีสูตรการคำนวนเหมือนคณิตศาสตร์ หรือวิทยาศาสตร์ แต่มันเป็นเรื่องของ "ศิลปะ" และการจินตนาการซะมากกว่า

แล้วแบบนี้ มันพอจะมีวิธีประเมินมูลค่าหุ้นแบบง่ายๆ ที่แม้แต่มือใหม่ก็ทำได้บ้างไหม ?
คำตอบ คือ มีครับ
... เราลองคิดแบบนี้


1. เราจะยอมจ่ายเงินซื้อบริษัทที่มีอัตราการเติบโตแบบนี้ไหม และถ้าการเติบโตลดลง มันควรจะปันผลให้เราเท่าไรในระยะยาว

เรื่องของการเติบโต (Growth) เหมือนดาบสองคม กล่าวคือ มันทำให้มูลค่าของบริษัทสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีใครสักคนยอมจ่ายในราคาที่แพงขึ้นเพื่อให้ได้มันมา
แต่ข้อเสีย คือ การเติบโตที่ดี จะเป็นการเชิญชวนคู่แข่งให้เข้ามาแข่งขัน และจบลงด้วย "สงครามราคา" เมื่อมีการสู้กันด้วยราคาแล้ว การเติบโตก็ย่อมลดลง ทำให้มูลค่าที่เกิดจากความคาดหวังลดลงไปด้วย ส่งผลให้ราคาหุ้นลดลง นักลงทุนที่คาดหวังสูงๆก็จะเจ็บตัว
... แต่สิ่งที่จะ "ค้ำยัน" ราคาหุ้นไม่ให้ไหลลงรวดเร็วไปได้ ก็คือปันผล
เพราะปันผลที่สมเหตุสมผล จะทำให้นักลงทุนคิดว่า ถ้าถือไว้เฉยๆอย่างน้อยก็ยังได้ปันผลระหว่างทางที่ถือ


2. ถ้าบริษัทที่เหมือนกัน 2 บริษัท เราควรจะซื้อบริษัทที่มีปันผลมากกว่า
เพราะสุดท้ายแล้วถ้าบริษัทมีอัตราปันผลที่สูงขึ้น ก็จะมีคนมายอมซื้อที่ราคาสูงขึ้นไปด้วย


3. ถ้าบริษัทที่มีหนี้สินน้อย นักลงทุนจะให้มูลค่าสูงกว่าบริษัททีมีหนี้สินมาก
คำว่าหนี้สิน ในมุมนักลงทุนจะหมายถึงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ D/E ratio หาได้จากงบดุลที่แสดงในแต่ละไตรมาสบริษัท
หรือเราสามารถหาได้แบบหยาบๆจากการเอา หนี้สิน มาหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งอัตราส่วนที่ยอมรับได้คือ อยู่ในระดับ 1 เท่า ไม่ให้เกิน 2 เท่า .
... ถ้าไม่อย่างนั้นจะมีความเสี่ยงเรื่องของการเพิ่มทุนตามมาด้วย และถ้ามีเรื่องของการเพิ่มทุนมาเกี่ยวข้องก็มักจะไม่ถูกใจนักลงทุนสักเท่าไร

ดังนั้นแล้ว เราควรจะยอมจ่ายเงินสูงขึ้นสำหรับบริษัทที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า ถ้าปัจจัยอื่นเหมือนกัน


4. อัตราดอกเบี้ยของประเทศที่ต่ำ นั้นหมายถึงมูลค่าหุ้นที่จ่ายปันผล มักจะสูงขึ้น
>>> ถ้าเมื่อไรธนาคารกลาง ลดดอกเบี้ย หุ้นมักจะขึ้น เพราะคนที่ฝากเงินจะได้ดอกเบี้ยน้อยลง เลยเอาไปซื้อหุ้นดีกว่า
>>> ถ้าเมื่อไรธนาคารกลาง เพิ่มดอกเบี้ย หุ้นมักจะลง เพราะคนที่ฝากเงินคิดว่าถือกินดอกเบี้ย จะได้ผลตอบแทนมากขึ้น ซึ่งแทบจะไม่มีความเสี่ยง เลยขายหุ้น(ที่มีความเสี่ยงสูงกว่า) ไปฝากเงินไว้เฉยๆดีกว่า

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีดอกเบี้่ยตกต่ำมายาวนาน (บางประเทศดอกเบี้ยติดลบ) ดังนั้นมูลค่าของหุ้นโดยรวม จะสูงขึ้นเมื่อระยะเวลาผ่านไป
และถ้าเราคิดว่า ดอกเบี้ยไม่น่าจะกลับมาสูงได้อีก ตลาดหุ้นก็จะยังเป็นแหล่งที่สร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต ครับ

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด

6 ข้อ ควรเข้าใจ ว่าทำไมต้องลงทุนในเวลานี้

ภาววิทย์  กลิ่นประทุม

มือใหม่เริ่มลงทุน

27 มกราคม 2564
328 Views

แด่มือใหม่ที่คิดจะเป็นเจ้าของสินทรัพย์ลงทุนตัวแรก

อธิป กีรติพิชญ์

มือใหม่เริ่มลงทุน

26 มกราคม 2564
474 Views

วิเคราะห์ภาพ OR จะเข้าตลาดหุ้นทำไม

อธิป กีรติพิชญ์

มือใหม่เริ่มลงทุน

25 มกราคม 2564
2,089 Views