ตลาดหุ้นขึ้น แต่ทำไมหุ้นเราไม่ขึ้น ?


ลงทุนแนวเทคนิคอล

โดย stock2morrow
9 มีนาคม 2564    |    4,729 Views

การปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วของหุ้นไทยจากช่วง COVID-19 ที่ระดับ 1000 จุด มาอยู่ที่ระดับ 1550 จุด ประมาณ 550 จุดภายใน 7-8 เดือนนั้นเกิดขึ้นเร็วมาก นักลงทุนบางคนกลัวเลยคัตลอสไปหมด ในขณะเดียวกันนักลงทุนบางคนใช้จังหวะนี้ในการเข้าเก็บหุ้นชั้นดีเข้าพอร์ต

หรือแม้แต่ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา SET Index วิ่งอยู่บริเวณ 1480 จุด แต่สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยวิ่งขึ้นมาอย่างแรงถึง 50 จุด นำโดยกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และธนาคาร
... ประเด็นคือการขึ้นครั้งนี้ของตลาดหุ้นไทยเลือกที่จะขึ้นเป็น "รายตัว" ถ้าเราซื้อหุ้นตัวที่ไม่ขึ้น เราควรจะทำอย่างไรดี

เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า สาเหตุที่ตลาดหุ้นขึ้น แต่หุ้นในพอร์ตเราไม่ขึ้น จะมาจาก 2 เหตุผลหลักคือ

1. เราเลือกซื้อหุ้นที่ "อ่อนแอ" กว่าตลาด
หมายความว่า หุ้นไทยขึ้น แต่หุ้นที่เราเลือกซื้อ "ขึ้นน้อย" กว่าตลาดหุ้นไทยนั้นเอง เช่นหุ้นไทยขึ้น 5% แต่หุ้นที่เราซื้อขึ้นแค่ 1-2% เราก็เรียกว่าอ่อนแอกว่าตลาด เวลาตลาดเกิดการพักตัว หุ้นทีอ่อ่นแอจะลงแรงกว่าตลาด

เราอาจจะต้องปรับเปลี่ยนแผนใหม่ คือ เลือกหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาด ถ้าหุ้นไทยขึ้น 5% หุ้นที่เราเลือกต้องขึ้นมากกว่า 5% แบบนี้ถึงจะเรียกว่า "แข็งแกร่ง" กว่าตลาด ถ้าตลาดพักตัว หุ้นที่แข็งแกร่งจะลงน้อยกว่าตลาด

ถ้าเราเลือกหุ้นในกลุ่มนี้ เราพอจะแน่ใจได้ว่าถ้าหุ้นขึ้นต่อ โอกาสที่เราจะได้กำไรจากการขึ้นมีค่อนข้างสูง แต่ทั้งนี้เราก็ต้องดูปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น ช่วง 2-3 วันมานี้ หุ้นตัวที่แข็งแกร่งกว่าวอลุ่มลดลงไหม หรือการขึ้นของราคาติดแนวต้านบ้างหรือไม่ เราจำเป็นจะต้องมีแผนการอย่างรอบคอบ


2. เราเลือกหุ้นผิดสถานการณ์
หมายความว่าช่วงที่กองทุนต่างชาติเข้า จะเข้ามาซื้อหุ้นใหญ่ แต่ในพอร์ตเรากลับถือหุ้นขนาดกลาง-เล็กที่ไม่ขึ้นเลย
... ในทางตรงกันข้าม ช่วงที่ FundFlow ไม่เข้า ต่างชาติเทขาย เรากลับซื้อหุ้นใหญ่ ในขณะที่รายย่อยในประเทศจะเลือกเล่นหุ้นกลาง-เล็ก มากกว่า  แบบนี้เราเรียกว่าเลือกหุ้นผิดสถานการณ์


ถ้าทราบสาเหตุแล้ว พอจะมีทางแก้ได้บ้างไหม
ถึงแม้จะไม่สามารถแก้ได้ 100% แต่พอจะมีคำแนะนำแบบนี้ครับ

1. ดูวอลุ่มเทรด และการซื้อขายของต่างชาติ
ถ้าช่วงไหนวอลุ่มเทรดเยอะๆ แตะระดับแสนล้าน และสิ้นวันการซื้อขายต่างชาติซื้อติดต่อกันมาสักพักแล้ว ซึ่งเราสามารถหาอ่านข้อมูลจากบทวิเคราะห์ของโบรคเกอร์ได้ในแต่ละวัน แบบนี้ก็พอจะคาดเดาได้ว่านักลงทุนต้องเปลี่ยนมาเล่นหุ้นขนาดใหญ่ เช่นหุ้นใน SET100 หรือหุ้นใน SET50

ถ้าช่วงไหนวอลุ่มเทรดเงียบๆ ตลาดซึมๆ ต่างชาติยังเทขาย นักลงทุนก็ต้องปรับเปลี่ยนมาเล่นหุ้นขนาดกลาง-เล็ก หลีกเลี่ยงหุ้นขนาดใหญ่


2. ใช้กราฟจับจังหวะซื้อขายประกอบ
ในการดูกราฟ เราสามารถใช้อินดิเคเตอร์ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยในการซื้อขาย หรือดูลักษณะการขึ้นของราคาหุ้นว่าขึ้นดีกว่า SET Index หรือไม่ เพื่อคัดกรองหุ้นตัวไหนแข็งแกร่งกว่าตลาด หรืออ่อนแอกว่าตลาด

ถ้าหุ้นตัวไหนยืนเหนือเส้น Moving Average นั้นแสดงว่า Bullish
ถ้าหุ้นตัวไหนยืนใต้เส้น Moving Average นั้นแสดงว่า Bearish


3. เพื่อความสบายใจ เราอาจจะต้องเลิกเปรียบเทียบซะบ้าง
บางครั้งการพยายามวิ่งไล่ล่าผลตอบแทนมากเกินไป ทำให้การลงทุนหรือเก็งกำไรไม่มีความสุข ดังนั้นถ้าเราคิดว่าวิธีการเลือกหุ้นของเราดีอยู่แล้ว การอยู่เฉยๆ หรือ"รอ" อาจจะเป็่นทางเลือกที่ดีกว่า

การเปรียบเทียบหลายๆครั้งทำให้เสียกำลังใจ และทำให้เราต้อง "ทำอะไรซักอย่าง" อยู่ตลอดเวลา เช่น ขายหุ้นที่เราถืออยู่ ไปซื้อหุ้นที่ขึ้นไปแล้ว ปรากฏว่าวันต่อมาหุ้นที่เราขายดันขึ้น หุ้นตัวที่เราซื้อไม่นานราคากลับลงเพราะเป็นช่วงเวลาของการปรับฐาน
... ดังนั้่นแล้ว เลิกเปรียบเทียบ อยู่เฉยๆ หุ้นของเราอาจจะ Underperform แต่สักวันอาจจะกลับมา Outperform ในช่วงที่ SET Index ปรับฐานก็เป็นไปได้

หรือถ้าจะให้มองยาวๆ ถ้าหุ้นของเราดีจริงๆ สักวันก็ต้องขึ้น ...


ให้คิดไว้เสมอว่า หุ้นมีรอบของมัน เพียงแต่หุ้นที่ยังไม่วิ่งอาจจะยังไม่ถึงรอบ แต่ถ้ารอบมันมาเมื่อไรก็ขอหนักๆละกัน ...

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด

อ่านกราฟหุ้นให้เข้าใจ ไม่เสียเปรียบรายใหญ่

stock2morrow

ลงทุนแนวเทคนิคอล

29 เมษายน 2564
2,593 Views

Hindsight Bias อคติ "รู้งี้" กับเทคนิคอล

stock2morrow

ลงทุนแนวเทคนิคอล

21 เมษายน 2564
1,513 Views

Climax Top! ระวังหุ้นที่ทำ New High

stock2morrow

ลงทุนแนวเทคนิคอล

16 เมษายน 2564
1,684 Views