Book Value ตัวเลขที่กำลังถูกลืม


ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

โดย stock2morrow
1 พฤษภาคม 2564    |    1,333 Views

ดูเหมือนว่า "มูลค่าทางบัญชี" หรือ Book Value จะเป็นตัวเลขทางการเงินที่โดนนักลงทุน "ลืม" ไปมากที่สุด ยิ่งการลงทุนของโลกเปลี่ยนไปเป็นธุรกิจสายเทคโนโลยี ธุรกิจที่มีการเติบโตเร็วสูง มีน้อยคนนักที่จะสนใจ Book Value เพราะมันไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับราคาหุ้นเลย

... แล้วแบบนี้ เราควรจะยังสนใจ Book Value อยู่อีกไหม ?

บทความจาก TheStreet.com บอกไว้ว่าจากการศึกษาสถิติจากหุ้นดาวโจนส์ย้อนหลัง 50 ปี พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่าง "ราคาหุ้น" และ Book Value แทบจะไม่มีความสัมพันธ์กันเลย
... หุ้นตัวไหนที่เล่นกันต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี มันเป็นเรื่องยากมากที่จะกลับมาเล่นให้ราคาหุ้นมากกว่ามูลค่าทางบัญชี
... ในขณะที่หุ้นที่แพงกว่ามูลค่าทางบัญชี ก็จะแพงอยู่อย่างนั้น

Book Value เป็นตัวบอกที่ดีตัวหนึ่งว่าธุรกิจประสบปัญหาหรือไม่
สังเกตดูได้ว่าหุ้นตัวไหนมีธุรกิจที่ประสบปัญหา หรือไม่เติบโต กลายมาเป็นธูรกิจอิ่มตัว นักลงทุนจะไม่ให้คุณค่ากับมันมาก
ถ้าหุ้นตัวไหนเติบโตดี นักลงทุนก็จะให้มูลค่าค่อนข้างมาก หุ้นจึงมีราคาแพงกว่ามูลค่าทางบัญชีอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในปัจจุบันเราสามารถสังเกตจากหุ้นเทคโนโลยีหลายตัว เช่น

>> Alibaba มีค่า P/BV ที่ 5 เท่า และเคยสูงถึง 14 เท่า
>> Tencent มีค่า P/BV ที่ 7 เท่า และเคยสูงถึง 19 เท่า
>> Amazon มีค่า P/BV ที่ 17 เท่า และเคยสูงถึง 28 เท่า
>> Tesla มีค่า P/BV ที่ 31 เท่า และเคยสูงถึง 67 เท่า

นี้ก็เป็นตัวอย่างหุ้นเทคโนโลยีที่เล่นกันเกินกว่า Book Value ค่อนข้างมาก
ถ้าเราเปรียบว่า Book Value คือ การวัดความถูกแพง ... หุ้นเหล่านี้ก็แพงแล้วก็สามารถแพงได้อีก


ครั้งหนึ่งวอเร็น บัฟเฟตต์ เคยถูกผู้ถือหุ้นเบิร์กไซด์ฮาธาเวย์ถามว่า
"คุณคิดอย่างไรกับคำว่า Book Value"
บัฟเฟตต์นิ่งเงียบสักครู่ และตอบว่า ...
"Book Value ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะต้องนำมาพิจารณา สิ่งที่สำคัญกว่าคือการบริหารเงินลงทุนที่มีอยู่ สร้างผลตอบแทนสูงๆจากเงินที่ลงทุนไป"

นี้เป็นการแสดงให้เห็นว่า วอเร็น บัฟเฟตต์ ให้ความสำคัญกับอัตราการเติบโต (Growth) มากกว่า Book Value
 
บัฟเฟตต์ ยังเน้นย้ำอีกด้วยว่า Book Value ไม่เท่ากับ Intrinsic Value (มูลค่าที่แท้จริง)  และในกรณีที่บริษัทเป็นไปได้ด้วยดี บริษัทจะมีมูลค่าสูงกว่า Book Value มาก


มาดูมุมมองการประเมินมูลค่าหุ้นแบบอนุรักษ์นิยมกันบ้างครับ
ในหนังสือ Intelligent Investor ของเบนจามิน เกรเฮม เขียนไว้ว่าหุ้นโดยทั่วไปจะซื้อขายที่ราคาหุ้นประมาณ 3 เท่าของ Book Value (P/BV = 3) แต่หุ้นที่น่าสนใจลงทุนควรมี P/BV ประมาณ 1.2 เท่า ต่ำกว่านั้นจะยิ่งดี

ในหนังสือยังฝากขอย้ำเตือนด้วยว่า ถึงแม้ " Book Value" จะมีจุดอ่อนอยู่มาก แต่มันก็ถือว่าเป็นตัววัดที่มีประสิทธิภาพตัวหนึ่ง บริษัทต้องจ่ายเงินไปเท่าไรเพื่อให้ได้สินทรัพย์นั้นๆมา
ถ้านักลงทุนซื้อหุ้นได้ในราคาต่ำกว่าที่บริษัทลงทุนไป จะนับเป็นการลงทุนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

ยิ่งหุ้นที่ซื้อขาย P/BV สูงๆ แสดงว่าบริษัทสามารถทำผลตอบแทนจากเงินลงทุนได้สูง นักลงทุนจึงให้มูลค่าสูงมาก แต่ก็ต้องระวังว่าผลตอบแทนที่สูงนั้นเองจะเป็นการดึงคู่แข่งให้เข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรม มีสงครามราคา มีการตลาดที่รุนแรง ผลตอบแทนที่เคยทำได้สูง ก็อาจจะลดลงได้ในอนาคต


ถึงแม้ว่า  Book Value จะเป็นการประเมินมูลค่าแบบเก่า แต่เราก็ไม่ควรมองข้ามเพราะอย่างน้อยก็เป็นการบอกว่าเรา "ยอมจ่ายแพง" มากแค่ไหนเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของบริษัท
การลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดีมาก เราไม่ควรซื้ออะไรที่ราคาพรีเมี่ยมมากเกินไป ครับ ...

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด

KEX กำลังเจอกับการแข่งขันที่รุนแรง

stock2morrow

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

8 พฤษภาคม 2564
1,675 Views

เล่าเรื่องหุ้น DITTO กับธุรกิจจัดระเบียบงานเอกสาร

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

7 พฤษภาคม 2564
589 Views

SCC กำไรโตระเบิด 114%

Stock Vitamins - วิตามินหุ้น

ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

5 พฤษภาคม 2564
1,838 Views