หุ้นจีนยังเหมาะแก่การลงทุนระยะยาว


ข่าวสารการลงทุน

โดย stock2morrow
2 สิงหาคม 2564    |    831 Views

​บลจ.กสิกรไทย คาดตลาดหุ้นจีนร่วงลงในระยะสั้น และยังคงเชื่อว่าจะปรับตัวขึ้นมาได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเผย ‘กองทุนหุ้นจีน’ ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัททุกกองทุน ไม่มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงเรียนกวดวิชา แนะนำผู้ลงทุนถือต่อเพื่อรอโอกาสเติบโต และมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการทยอยเข้าลงทุนเพิ่มเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนในอนาคต


นายนาวิน อินทรสมบัติ Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุนต่างประเทศ) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า จากมาตรการของรัฐบาลจีนที่เข้มงวดในการกำกับดูแลภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีการผูกขาดเพื่อสร้างความเป็นธรรมในตลาด ซึ่งที่ผ่านมาได้ควบคุมกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีทำให้ตลาดหุ้นจีนผันผวนไปช่วงเวลาหนึ่ง และล่าสุดได้เข้ามาควบคุมกลุ่มโรงเรียนกวดวิชา (After-school Tutoring - AST) โดยเปลี่ยนให้เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ส่งผลให้ตลาดหุ้นจีน A-shares และ H-shares ปรับตัวลงแรง อย่างไรก็ตาม เมื่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของจีน (CSRC) ได้ออกมาชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจและเรียกความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนกลับมา ทำให้ตลาดหุ้น A-shares และ H-shares ปรับขึ้น 1.5% และ 3.8% ตามลำดับ (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 64)


นายนาวินกล่าวต่อไปว่า สำหรับกองทุนหุ้นจีนภายใต้การบริหารจัดการของบลจ.กสิกรไทยทุกกองทุน ไม่มีการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงเรียนกวดวิชาทั้ง TAL Education และ New Oriental Education แต่จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อกองทุนหุ้นจีน โดยเฉพาะกองทุน K-CHINA, K-CHINA-SSF และ KCHINARMF จากการปรับตัวลงของตลาด อันเนื่องมาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็น Alibaba, Tencent และ Meituan ได้รับผลกระทบจาก Sentiment ของตลาดทั้งในรอบที่ผ่านมาและรอบล่าสุด อย่างไรก็ดี ผู้จัดการกองทุนหลัก K-CHINA, K-CHINA-SSF และ KCHINARMF ยังคงเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจเหล่านี้ ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเข้าสู่ยุคดิจิตัล และสอดรับกับรูปแบบการใช้ชีวิต (Lifestyle) ของคนรุ่นใหม่ในจีนที่เปลี่ยนไป


"บลจ.กสิกรไทย ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นจีนจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจและการบริโภค ที่จะสร้างโอกาสในการเติบโตให้กับหลายกลุ่มอุตสาหกรรมในระยะยาว อาทิ กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ตามยุทธศาสตร์ Made in China 2025 ที่จะเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศให้ได้ถึง 70% ภายในปีค.ศ. 2025 กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ภายในปี 2060 และกลุ่มสุขภาพ ที่รัฐบาลจีนต้องการให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่เหมาะสม รวมถึงสนับสนุนการลงทุนและวิจัยเพื่อพัฒนายาและนวัตกรรมทางการแพทย์ใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนยังต้องติดตามการดำเนินนโยบายที่เข้มงวดของภาครัฐต่อการควบคุมการผูกขาดในธุรกิจอื่นๆ รวมถึงการระบาดหรือกลายพันธุ์ของโควิด-19 ที่อาจทำให้เกิดการล็อกดาวน์บางส่วนได้" นายนาวินกล่าว


นายนาวินกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ลงทุนที่มีกองทุนหุ้นจีนอยู่ในพอร์ตและยังต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นจีน แนะนำให้เข้าลงทุนเพิ่มได้ แต่หากพอร์ตมีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นจีนที่มากพออยู่แล้ว แนะนำให้ถือต่อไปเพื่อรอโอกาสตลาดปรับขึ้น นอกจากนี้ สำหรับผู้ลงทุนที่ยังไม่เคยมีกองทุนหุ้นจีนอยู่ในพอร์ต จังหวะนี้ถือเป็นโอกาสทยอยเข้าลงทุนเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด

CPANEL เจ้าของเทคโนโลยีที่จะมา Disrupt ธุรกิจก่อสร้าง

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

23 กันยายน 2564
2,804 Views

SCB กำลังจะเป็นมากกว่าธนาคารในชื่อ SCBX

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

23 กันยายน 2564
662 Views

หุ้นยักษ์ใหญ่ของจีนลงแรงมากแค่ไหน

stock2morrow

ข่าวสารการลงทุน

22 กันยายน 2564
735 Views