ลงทุนเพื่อการลดหย่อนภาษี


วางแผนการเงิน

โดย stock2morrow
10 พฤศจิกายน 2564    |    744 Views

ใกล้จะสิ้นปี 2564 แล้ว เหลืออีก 2 เดือนเท่านั้นก็จะขึ้นปีใหม่
หน้าที่ของคนไทยอย่างหนึ่งที่ต้องจัดการ คือ "จ่ายภาษี"

การจ่ายภาษีเป็นเรื่องแน่นอน ทุกคนต้องจ่ายภาษีให้กับภาครัฐ แต่เรื่องของการวางแผนภาษีและการหาวิธี "ลดหย่อน" เป็นเรื่องที่ต้องวางแผน
รู้หรือไม่ว่า คนทั่วไปสามารถลงทุนไปด้วย และลดหย่อนภาษีไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวข้องกับ 2 ผลิตภัณฑ์ คือ กองทุนและการทำประกันชีวิต

กองทุนที่ว่าเป็นกองทุนรวมที่เราสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ
1. กองทุนรวมเพื่อการออม SSF หรือ Super Savings Fund
เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออมในระยะยาวของบุคคลทั่วไป เพื่อใช้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท ที่สำคัญคือเราจะต้องถือครองกองทุนนี้เป็นระยะเวลา 10 ปีปฏิทิน ** ห้ามขาย

สำหรับผู้ที่ลงทุนตั้งแต่ปี 2563-2567 หลังจากนั้นจะถูกประเมินและทบทวนอีกครั้งโดยกระทรวงการคลัง ส่วนเงื่อนไขการลงทุน ปีไหนซื้อปีนั้นได้ลดหย่อน และไม่จำเป็นต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่อลงทุนครบ 10 ปี ปฏิทิน  


2. กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF หรือ Retirement Mutual Fund
ถ้าเราคิดว่า SSF เป็นการถือครองที่ยาวนานแล้ว RMF เราจะต้องถือครองที่ยาวนานกว่าขึ้นอยู่กับช่วงอายุของการซื้อกองทุนนี้ โดยเราสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และถือครองไม่ต่ำกว่า 5 ปีเต็ม

จริงๆแล้วกองทุน RMF เป็นกองทุนเพื่อส่งเสริมการออม สำหรับเป็นเงินออมที่รองรับชีวิตหลังเกษียณ โดยได้มีการปรับหลักเกณฑ์ใหม่ มีผลตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป ให้สามารถซื้อกองทุน RMF เพื่อใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ทั้งปี แต่ไม่เกิน 500,000 บาท  โดยไม่มีการกำหนดขั้นต่ำในการลงทุน ให้เป็นไปตามที่แต่ละกองทุนกำหนด แต่เงื่อนไขการลงทุนต่อเนื่องทุกปี และเว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน


ดูเหมือนว่าการเลือกซื้อกองทุนรวมจะเป็นวิธีที่ยาก บางคนไม่สามารถรับความเสี่ยงในการลงทุนจึงเลือกที่จะไปทำประกันชีวิตมากกว่า โดยหลักๆแล้วประกันชีวิต จะมี 2 ประเภทหลักๆ ที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี คือ
3. ประกันชีวิตทั่วไป
แบบประกันชีวิตที่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีประจำปีได้นั้นต้องเป็นแบบประกันที่มีระยะเวลาคุ้มครองชีวิตตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป เราสามารถนำเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท โดยนับรวมเบี้ยประกันภัยในส่วนสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพ (ถ้ามี) ได้สูงสุด 25,000 บาท (เริ่มตั้งแต่ปีภาษี 2563)

4. ประกันชีวิตแบบบำนาญ
ประกันชีวิตแบบนี้มอบความคุ้มครองชีวิตและมอบเงินคืนเป็นงวดๆ หลังจากที่เราเกษียณไปแล้ว เราสามารถนำเบี้ยประกันภัยที่ชำระมาลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15% ของรายได้ทั้งปี แต่ต้องไม่เกิน 200,000 บาท

อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อประกันโดยหลักแล้วคือ เพื่อการคุ้มครองชีวิต นี้เป็นปัยจัยแรกในการเลือกซื้อประกันชีวิต ไม่ควรเลือกซื้อเพราะคิดว่าจะได้ลดหย่อนภาษีอย่างเดียว เรื่องของภาษีเป็นเรื่องของผลพลอยได้มากกว่า
และที่สำคัญ ในการจ่ายเบี้ยประกันเมื่อครบกำหนดชำระ ต้องไม่เป็นภาระกระทบกับค่าใช้จ่ายของเรามากจนเกินไปครับ

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด

SSF หรือ RMF เลือกที่ใช่สำหรับเรา

มงคล ลุสัมฤทธิ์

วางแผนการเงิน

29 พฤศจิกายน 2564
341 Views

Money Literacy "ความฉลาดทางการเงิน"

stock2morrow

วางแผนการเงิน

24 พฤศจิกายน 2564
1,293 Views

เมื่อไหร่ควรเริ่มวางแผนการเกษียณอายุ

มงคล ลุสัมฤทธิ์

วางแผนการเงิน

15 พฤศจิกายน 2564
1,068 Views