ทำไมนักลงทุนไม่ควรกังวล COVID มากเกินไป


ข่าวสารการลงทุน

โดย stock2morrow
30 พฤศจิกายน 2564    |    1,305 Views

ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ "Omicron" ดูเหมือนจะทำให้สถานการณ์การลงทุนเกิด "สะดุด" ขึ้นอีกครั้งหลังจากทาง องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศว่าเป็นไวรัส COVID-19 กลายพันธุ์ที่รุนแรง ดื้อภูมิคุ้มกัน ติดเชื้อซ้ำ และทำให้แพร่ระบาดเร็ว เป็นสายพันธุ์ที่ทั่วโลกกำลังเฝ้าระมัดระวังเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามบริษัทผลิตวัคซีนชั้นนำของดลก เช่น Moderna, Pfizer-BioNTech, AstraZeneca, และ J&J กำลังอยู่ในช่วงตรวจสอบประสิทธิผลของวัคซีนที่มีต่อไวรัสชนิดนี้ซึ่งจะต้องใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์

ประเด็นคือ นักลงทุนควรจะกังวลกับประเด็นนี้มากน้อยแค่ไหน ... ?
แน่นอนว่าวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นที่ชัดเจนกันแล้วว่านักลงทุนให้น้ำหนัก "มาก" ต่อประเด็นไวรัส Omicron โดย
- ตลาดหุ้นทั่วโลกลงประมาณ -2.2%
- ราคาน้ำมันดิบ ร่วงกว่า -12%
- สินค้าโภคภัณฑ์ประเภทโลหะ ร่วงกว่า 3.5%
- ตราสารหนี้สหรัฐอายุ 10 ปี อ่อนตัว 6 bps รวม 3 วัน ร่วงไปกว่า 1.47% ถือว่าค่อนข้างมากในสินทรัพย์ประเภทนี้
- ตลาดหุ้นไทย -2.3% โดยต่างชาติเทขายหุ้นหนักถึง 6.1 พันล้านบาท

ฝ่ายวิจัยหยวนต้า วิเคราะห์ว่า แนวโน้มของตลาดหุ้นไทยจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
1. กรณีแรก ไม่ Full Lockdown
รัฐบาลอาจจะสั่งห้ามการเดินทาง แต่ยังไม่  Full Lockdown ถ้าเป็นแบบนี้ SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,590 - 1,600 จุด

2. กรณีที่สอง หลายประเทศ Full Lockdown ประเทศไทยกลับไป Full Lockdown อีก
SET Index มีโอกาสแกว่งตัวลงได้ราวๆ -7% โดยมีแนวรับแถวๆ 1,550 จุด

อย่างไรก็ตามด้วยความที่อัตราการฉีดวัคซีนในประเทศเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และอัตราการเสียชีวิตยังต่ำ คาดว่าจะเกิดกรณีแรกมากกว่ากรณีที่สอง

สิ่งที่นักลงทุนต้องติดตามมีอยู่ 3 ประเด็นด้วยกันคือ
1. ประสิทธิภาพของวัคซีน อยู่ในระดับไหน
2. สถานการณ์กลับมาระบาด อาจจะกดดันราคาพลังงานและอัตราเงินเฟ้อ
3. การกลับมาระบาด อาจจะทำให้ FED อาจจะเลื่อน QE Tapering และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง

ฝ่ายวิจัยหยวนต้า มองว่า ตลาดหุ้นไทยอาจจะปรับฐานเข้าสู่แนวรับ 1590 จุด เป็นโอกาสในการทยอยสะสมมากกว่า

โดยสรุปแล้ว ในแง่ของการลงทุนแล้วเราอาจจะไม่ต้องไปกังวลกับประเด็นการระบาดของไวรัส Omicron มากเกินไป เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบันเรามีอาวุธทางการแพทย์ที่ดีขึ้น มีวัคซีนแต่อาจจะยังไม่ทราบประสิทธิภาพ รวมถึงนโยบายทางการเงินทีอาจจะ "ชะลอ" ในเรื่องของการลด QE และ การขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้เป็นบวกกต่อสินทรัพย์เสี่ยงได้นั่นเอง

-------------------------------
ขอบคุณแหล่งข้อมุล

https://portal.settrade.com/brokerpage/IPO/Research/upload/2000000426188/Theme%20Strategy_Omicron_291121.pdf

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]stock2morrow


ดูบทความทั้งหมด