สัมภาษณ์พิเศษ คุณวิชัย ทองแตง กับภารกิจพาเยาวชนไทยติดปีกสู่โลก Blockchain และเผยเหตุผลที่เลือก Bitkub


ข่าวสารการลงทุน

โดย stock2morrow
20 มกราคม 2565    |    2,048 Views

คุณวิชัย ทองแตง ถือเป็นหนึ่งในนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของประเทศไทย นับว่าเป็นไอดอลอีกหนึ่งคนของวงการตลาดหุ้นบ้านเรา

 

ด้วยประสบการณ์อันโชกโชน ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์มาแล้วเกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจ รวมไปถึงบรรดาบริษัทสตาร์ทอัพนั้น คุณวิชัยเผชิญหน้ากับความสำเร็จในการลงทุนมาหมดแล้ว จนทำให้เขาอยู่ในรายชื่อลำดับที่ 19 จากการจัดอับดับอภิมหาเศรษฐีไทย ประจำปี 2564 ของนิตยสาร Forbes Thailand

 

ล่าสุด คุณวิชัย ได้สร้างความฮือฮาให้แก่วงการธุรกิจครั้งใหม่ ด้วยการจัดตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า Bitkub World Tech ซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัทกลุ่มทองแตง กับ บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ Bitkub ของท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” 

 

โดย Bitkub World Tech เป็นบริษัทที่บุกเบิกไปทางด้านการศึกษาในเรื่องเทคโนโลยี Blockchain ซึ่งคุณวิชัย และคุณท็อป มีเป้าหมายร่วมกันที่จะพาเยาวขนไทยได้เข้าถึงหลักสูตร Blockchain อย่างเต็มรูปแบบ จนสามารถนำไปสู่การสร้างอาชีพในอนาคต

 

อ่านมาถึงตรงน้ี น่าจะทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไม  คุณวิชัย ทองแตง ถึงมาก่อตั้งบริษัทที่เน้นไปที่การศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยี Blockchain และทำไมต้องเลือก Bitkub ของท็อป จิรายุส มาร่วมมือกันผลิต Blockchain Engineer ให้แก่ประเทศไทย

 

มาร่วมกันแกะรอยวิสัยทัศน์ของคุณวิชัยไปพร้อมๆกันครับ

 

โปรเจคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?

: จริงๆ เราเริ่มคุยกันมาหลายเดือนแล้ว จุดเริ่มมาจากการนำ Token มาใช้ในการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2021 ผู้เข้าประกวดหลายคนชื่นชอบที่ได้จะมีส่วนร่วมกับการผลักดันการใช้เทคโนโลยี จนได้กระแสการตอบรับที่ดีมาก ทุกฝ่ายต่างแฮปปี้ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของปรากฎการณ์ครั้งนี้ เลยมาคุยกันว่า จะทำอะไรกันต่อดี

 

และมันบังเอิญที่เรื่องนี้มันตรงกับ 1 ใน Passion 3 ข้อของคุณวิชัยด้วย คือ เรื่องการศึกษา ก็เลยลองคุยกับท็อปดู เพราะว่ามีความเห็นตรงกันเรื่อง Digital Transformation ที่อยากให้ประเทศไทยก้าวไปให้ถึงจุดนั้น

 

ทีมงานของท็อปเองก็เป็นกลุ่มคนที่มีอายุเพียงแค่ 30 กว่า แต่มีความคิดที่ยิ่งใหญ่มาก ซึ่งไปสะกิดความคิดของคุณวิชัย ดังนั้น คุณวิชัยจึงขออาสาร่วมเป็นฟันเฟืองเล็กๆตัวหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการ Transform ครั้งนี้ โดยไม่ได้หวังอะไรจากรัฐ แต่ถ้ารัฐให้ความร่วมมือก็จะยิ่งทำให้ประเทศไทย Transform ได้รวดเร็วขึ้น

 

และเมื่อเกิดขึ้นมาแล้ว ก็ให้มีคุณภาพ คนไทยต้องไม่ตกเป็นเหยื่อของเทคโนโลยี ต้องสร้างความเข้าใจที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ให้แก่คนที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี นี่จึงเป็นหัวใจสำคัญของการตั้งบริษัท Bitkub World Tech ขึ้นมา

 

ฟังดูแล้วเริ่มมีความหวังขึ้นมาสำหรับประเทศไทย แต่หลังจากนี้ก้าวถัดไปจะเป็นอย่างไร?

: ให้จับตาดูเด็กๆกลุ่มนี้ต่อไป ซึ่งคุณวิชัยเองก็อยากเชื้อเชิญบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านเทคโนโลยี เพื่อที่ร่วมภารกิจนี้ไปด้วยกัน ยิ่งเราขยายแนวทางน้ีไปได้กว้างมากที่สุด การ Tranform ก็จะเกิดขึ้นได้เร็ว ซึ่งผมได้ปักหมุดแห่งแรกไว้ที่ภาคอีสาน เพราะเป็นภาคที่มีประชากรเยอะที่สุด โดยจะเริ่มที่จังหวัดอุดรธานีเป็นที่แรก

 

ในหลักสูตร เราจะสอนอะไรพวกเขา?

: ใช้ชื่อหลักสูตร Digital Transformation ซึ่งจะเน้นเนื้อหาที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Blockchain , AI และจะแบ่งเป็น 2 หลักสูตร คือ ระยะสั้น และระยะยาว 

 

ซึ่งระยะสั้นจะคล้ายๆคอร์สเทรนนิ่งไปก่อน ก็จะแยกเป็นเทรนนิ่งคนทั่วไปที่มีความใฝ่รู้ในเรื่องเทคโนโลยี และอีกประเภทคือพวกเทรนเนอร์ที่สามารถนำความรู้ไปเผยแพร่ให้แก่คนอื่นต่อ ตอนนี้มีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญเรื่องการวางหลักสูตรการเรียนการสอนแบบระยะยาวเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

หลักสูตรระยะยาวจะถูกบรรจุในสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ด้วยหรือไม่ หรือว่าเป็นแค่คอร์ส ?

: คือการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร จะมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ต้องไม่ไปเปลี่ยนแปลงหลักสูตร เรามีหน้าที่แค่เสริมเนื้อหา หรือทำให้เนื้อหามีความกระชับมากยิ่งขึ้น โดยจะเริ่มหลักสูตรในอาชีวะก่อน เพราะทุกคณะของโรงเรียนอาชีวะจะมีวิชาคอมพิวเตอร์ เราก็จะเข้าไปเสริมได้ง่ายขึ้น

 

ช่วงนี้จะทำอะไรต้องรีบทำ และต้องทำให้เร็ว เพราะประเทศเรากำลังจะกลับมาเติบโตใหม่ อย่าพึ่งสิ้นหวัง ขอให้พวกเราร่วมมือกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน

 

ถ้าย้อนกลับมามองในมุมธุรกิจ คุณวิชัยคาดหวังอะไรจากโปรเจคนี้ ?

: ผมจะไม่เข้าไปยุ่งในส่วนของคริปโตฯเลย โดยส่วนตัวเป็นคนไม่เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยี ถึงผมจะเข้าไปลงทุนในตลาดทุน แต่ก็ไม่เคยลงทุนในตลาดคริปโตฯ

 

ถ้ามองในมุมธุรกิจ ก็คาดหวังที่จะเห็นองค์กรต่างๆสร้างระบบ Blockchain ขึ้นมาก่อน พยายามสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เร็ว ตอนนี้มีพันธมิตรเข้ามาขอร่วมขับเคลื่อนเป็นจำนวนมาก โดยที่ไม่หวังรายได้ และพร้อมช่วยเหลือเต็มที่ สร้างความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยีให้คนไทย

 

แสดงว่าในมุมธุรกิจ คุณวิชัยไม่ได้มองรายได้หรือการเติบโตเป็นลำดับแรก ?

: ขอยืมคำพูดของท็อป จิรายุสแล้วกัน ท็อปบอกว่า โมเดลธุรกิจนี้เป็น Purpose Beyond Profit  มันเป็นเหมือน Passion มากกว่าเรื่องเงิน ถ้าเอาเรื่องเงินนำ แสดงว่าเราผิดแล้ว เราต้องเดินหน้าในสิ่งที่เป็น Passion ของเราก่อน เดี๋ยวโอกาสจะตามมาเอง โอกาสมีมากมาย ถ้าเราหาเป็น

 

คุณวิชัยมีแผนที่จะมีสำนักงานใหญ่ หรือสาขาทั่วประเทศในการเข้าถึงการศึกษานี้ ?

: จุดมุ่งหมายของเรา คือ มีสถาบันอยู่ทั่วประเทศ เพราะเราต้อง Transform ไปพร้อมกันทั่วประเทศ ที่ผ่านมาก็มีไปบรรยายให้คนที่สนใจฟัง ไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งทำแบบนี้มา 5 ปีแล้ว ผมไม่ได้มีแผนว่าจะตั้งสำนักงาน ก็ให้ Bitkub เป็นสำนักงานใหญ่ และบางส่วนก็อยุ่ในกลุ่มธุรกิจในเครือทองแตง อาจจะต้องไปบรรยายตามมหาวิทยาลัย ตามวิทยาลัยอาชีวะบ้าง ตามสถานศึกษาอื่นๆบ้าง

 

ส่วน สพฐ. นั้นยอมรับว่าเรายังลงไปไม่ถึง แต่จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ในอนาคตอาจจะขอพบผู้ใหญ่เพิ่อขอความร่วมมือกันให้เด็กได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกัน

 

เราจะทำยังไงให้การเรียนรู้เรื่อง Digital Asset ของคนไทยให้ก้าวทันตามชาวต่างชาติ ?

: ผมคงไม่แคร์กับความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีของชาวต่างชาติ แต่ผมจะใช้ Soft power ของคนไทย พวกประเพณี วัฒนธรรมเป็นตัวสอดแทรก เราต้องการให้สังคมไทยอยู่กันอย่างยั่งยืน โดยให้คุณธรรมเป็นตัวนำ

 

ก่อนที่คนจะมาเรียนหลักสูตร ผมจะให้ปรัขญา 3 ข้อ คือ

 

1. เราจะไม่ใช้เทคโนโลยีในการโกง หรือหลอกลวงคนอื่น

2. เราจะเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ดี และมีคุณธรรม

3. เราจะแบ่งปันความรู้และโอกาสให้แก่คนที่ด้อยกว่า

 

ซึ่งคุณธรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นความงดงามของประเทศไทย เราอาจจะมีข้อแตกต่างกับชาวต่างชาติตรงที่เราจะเอาคุณธรรมเข้ามาสอดแทรกในระบบ ถ้าเราไม่เริ่มต้นวันนี้ และเราจะเริ่มต้นเมื่อไหร่

 

อยากทราบความคิดเห็นของคุณวิชัยที่มีต่อ Digital Asset มีมุมมองอย่างไร ?

: ยอมรับตรงๆว่า ตอนแรกก็คิดว่าเป็นแค่แฟชั่น แต่เมื่อดูจากบริบทของโลกที่มันเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว การมาของ Meteverse ยิ่งตอกย้ำว่าสินทรัพย์โลกดิจิทัลมันเกิดขึ้นมาแล้วจริงๆ แต่ด้วยความที่เราไม่เชี่ยวชาญเทคโนโลยี ในฐานะที่เราเป็นนักลงทุน ก็มีความเป็นไปได้ที่จะสัมผัสสินทรัพย์ใหม่ๆบ้าง

 

ต่อให้เราไม่ลงทุน แต่คนใกล้ตัวอย่างลูกชายก็มีการศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ Digital Asset เราก็คงไปห้ามเขาลงทุนไม่ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่า Digital Asset มาเร็ว และมาแรงมาก 

 

เราปฎิเสธการเปลี่ยนแปลงของโลกที่มันพัฒนาอยู่ตลอดเวลาไม่ได้ จนผมเชื่อว่ามันพัฒนาเรื่องนี้จนเป็นเรื่องที่ใหญ่มากสำหรับโลกทั้งใบ เมื่อปฎิเสธมันไม่ได้ ก็ต้องอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เราก็ต้องสร้าง Soft Skill สร้าง Soft Power เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้อย่างถูกต้อง

 

เวลาลงทุนในหุ้น หรือบริษัทในสตาร์ทอัพ คุณวิชัยดูอะไรก่อนเป็นลำดับแรก ?

: ตั้งแต่ผมอายุ 70 พอประกาศว่าไม่ทำงานประจำแล้ว ก็มีบริษัทสตาร์ทอัพเข้ามาคุยเยอะมาก  และผมก็เป็นคนโอบอุ้มหลายๆบริษัท เพราะเราเข้าใจ และอยากเห็นเด็กไทยมีการพัฒนาการด้านบริหารธุรกิจ ช่วยสร้างอนาคตให้แก่เด็กรุ่นใหม่

 

กลับไปคำถามที่ถามว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการเลือก เนื่องจากสตาร์ทอัพที่เข้ามาหานั้นมีจำนวนเยอะมาก เพราะฉะนั้นก็ต้องเลือกกลุ่มที่มีความพร้อมก่อน เนื่องจากเป็นเรื่องของเวลา เลยเน้นเลือกบริษัทที่ยืนอยู่ได้ด้วย 2G คือ

 

G - Growth สามารถสร้างรายได้ และสร้างการเติบโตได้

G - Gain สามารถสร้างกำไรได้ กำไรน้อยไม่เป็นไร แต่ขอให้มีกำไรอย่างต่อเนื่อง

 

ที่ผ่านมาก็เลือกบริษัทที่ยืนได้ด้วยลำแข้งตัวเองเป็นหลัก แต่ที่เหลือก็ไม่ได้หมายความว่าจะปฎิเสธทั้งหมด ยังมีสตาร์ทอัพที่น่าสนใจอีกมากมาย เพียงแต่ว่ายังไม่มีเวลาที่จะทุ่มเทไปกับพวกเขามากพอ แต่ถ้าถามว่าปิดประตูไปหรือยัง ก็ยังไม่ได้ปิดแต่อย่างใด

 

สุดท้าย อยากจะฝากอะไรถึงแฟนๆ stock2morrow ที่เป็นนักลงทุนในหุ้น และคริปโตฯ

: เอาฝั่งหุ้นก่อนแล้วกันนะ คือคนส่วนใหญ่มักจะตระหนักเรื่องความผันผวนของเศรษฐกิจที่เป็นผลกระทบอย่างร้ายแรง อันเริ่มมาจากโรคระบาดที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน มันทำให้เกิดการแพนิคไปทั่วโลก

 

อยากให้นักลงทุนมีสติกับความเปลี่ยนแปลงนั้น ผมมีความเชื่อว่าอีกไม่นานเรื่องโรคระบาดน่าจะจบ เพราะฉะนั้น เราต้องมีสติ พร้อมที่จะเผชิญปัญหา และก็เริ่มคิดถึงอนาคตใหม่ๆ เอาเป็นว่าขอให้มีความหวังร่วมกัน ถ้าอยากเห็นประเทศนี้เติบโตต่อไป

 

ตลาดทุน ผมถือว่าเป็นการตอบโจทย์ของคุณรุ่นใหม่ที่อยากลงทุน ผมมองว่าตลาดทุนยังไม่มีสัญญาณที่จะเสื่อมถอย หรือสั่นคลอน และยังเชื่อว่าตลาดทุนนั้นยังเป็นแหล่งสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็ให้ความสำคัญกับตลาดหุ้นไทยอย่างมาก 

 

การลงทุนในตลาดทุนที่มั่นคงก็มีความเสี่ยงน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะประมาท ขอให้เรียนรู้กันอย่างมีสติ อ่านบทวิเคราะห์กันเยอะๆ ทำให้เรามีมุมมองที่หลากหลาย

 

ส่วนเรื่องคริปโตฯ ยอมรับว่าเราไม่ค่อยเก่ง ไม่เคยเข้าไปลงทุน แต่อยากจะเตือนนักลงทุนในคริปโตฯว่าอย่าเล่นตามกระแส วันนี้คริปโตฯถือว่าเป็นของใหม่ในประเทศ เราก็ต้องมองประเทศเพื่อนบ้าน มองประเทศยักษ์ใหญ่ ดูเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่เราต้องติดตาม 

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด