ปี 2565 อาจจะไม่ใช่ปีที่ดีของ STA


ลงทุนแนวปัจจัยพื้นฐาน

โดย stock2morrow
21 มกราคม 2565    |    5,055 Views

 

หลังปีทองของธุรกิจ "ยาง-ถุงมือยาง" ผ่านพ้นไป ราคาหุ้น STA กับ STGT ก็กอดคอร่วงสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนอย่างมาก

 

>>> STA เคยมีราคาที่สูงถึงเกือบๆ 50 บาท ปัจจุบันเหลือเพียง 29 บาทเท่านั้น
>>> STGT จากที่เคยเล่นกันราคา 47 บาท ปัจจุบันเหลือเพียง 29 บาท เช่นเดียวกับหุ้นแม่อย่าง STA

 

ประเด็นคือธุรกิจยางพาราอย่าง STA ในปี 2565 หมดเสน่ห์แล้วหรือยัง ?


คำถามนี้ตอบได้ยาก


เพราะราคาหุ้นลงมามากแล้วจากจุดสูงสุด (และมีแนวโน้มที่จะลงได้ต่อ)

 

แต่ถ้ามถามว่า "ซื้อได้ไหม" อยากจะเล่าสู่กันฟังข้อสรุปจากบทวิเคราะห์แบบนี้ครับ


บทวิเคราะห์เอเชียพลัส วิเคราะห์ถึง 2 ประเด็นหลักด้วยกัน คือ


1. ธุรกิจหลัก (ยางพาราต้นน้ำ - ปลายน้ำ) มีแนวโน้มลดลง

ธุรกิจหลักของ STA ประกอบไปด้วย 2 ส่วน คือ ธุรกิจยางพารา (60% ของรายได้) และถุงมือยาง (40% ของรายได้)

 

ซึ่งธุรกิจยางพารามีแนวโน้ม "ทรงตัว" เติบโตจากปริมาณขายเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ในปีเดียวกัน แต่ด้วยปริมาณขายเพิ่มขึ้นกลับไม่ได้ส่งผลให้ "อัตรากำไร" เพิ่มขึ้นไปด้วย เพราะไตรมาส 3 ที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูง พอมาเทียบกับไตรมาส 4 จึงไม่ได้โดดเด่นมากนัก

 

ธุรกิจถุงมือยาง มีแนวโน้ม "อ่อนตัวลง" เพราะราคาขายถุงมือยางลดลงราวๆ 25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ในปีเดียวกัน แต่ปริมาณขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราวๆ 3% เท่านั้น


... ซึ่งราคาขายที่ลดลงมีน้ำหนักที่มากกว่าปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย

 


2. ธุรกิจถุงมือยางผ่าน STGT อ่อนตัวลงมากกว่าที่เคยคาดการณ์เอาไว้

ดูเเหมือนว่าปัญหาของ STA จะอยู่ที่ธุรกิจถุงมืยาง เพราะรายได้จะสัดส่วนน้อยกว่าก็จริง แต่การทำกำไรของถุงมือยาง "มากกว่า" ธุรกิจยางพาราแบบดั้งเดิม ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นช่วงโควิด ราคา STA และ STGT พุ่งได้อย่างรุนแรง

 

เมื่อ STGT เกิดปัญหาจากหลายสาเหตุ ได้แก่
- ราคาขายลดลง
- ต้นทุนเพิ่มขึ้น
- ค่าขนส่งสูงขึ้น ตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน ปัญหาทางด้านขนส่ง

 

ย่อมส่งผลต่อ STA อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ฝ่ายวิจัยของเอเชียพลัส วิเคราะห์ว่าผลประกอบการทั้งปี 2564 จะเติบโตสูงถึง 72% เมื่อเทียบกับปี 2563


แต่พอสิ้นปี 2565 ผลประกอบการจะลดลงถึง 60% สาเหตุหลักจากธุรกิจถุงมือยางอ่อนตัวลง ราคาขายลดลง กำลังการผลิตทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จะกดดันผลประกอบการของ STA ตลอดปี 2565

 

"ไม่ใช่ปีที่ดีของ STA" ก็อาจจะไม่ผิดอะไรเลย ....

 

ฝ่ายวิจัยมองว่า ราคาเหมาะสม Fair Value ของ STA เท่ากับ 33 บาท (จากเดิมให้ไว้ 41 บาท) แนะนำนักลงทุนไปซื้อ NER ที่ธุรกิจยางพารายังโตต่อเนื่องแทน

-----------------------------

บทวิเคราะห์หลักทรัพย์เอเชียพลัส

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด