เทคนิคดูความถูก-แพงหุ้นด้วย P/E band


ลงทุนแนวเทคนิคอล

โดย stock2morrow
13 พฤษภาคม 2565    |    1,186 Views

P/E band มาจาก 2 คำ คือ
P/E หรือ Price/Earning หรือค่า P/E Ratio ที่นักลงทุนสาย VI ชอบใช้ดูความถูกแพงของหุ้น เมื่อเทียบกับกำไร
ส่วน band หมายถึง กรอบของราคา

ดังนั้นจุดประสงค์หลักของการใช้ P/E band คือค่า P/E ของหุ้นเป็นอย่างไรในอดีตที่ผ่านมา ถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับอดีต
นอกจากดูความถูกแพงได้แล้ว ยังใช้เป็นจุดตัดสินใจในการเข้าซื้อได้อีกด้วย ภายใต้แนวคิดที่ว่า ค่า P/E มักจะวิ่งเข้าหาค่าเฉลี่ยของตัวมันเอง


ลองมาดูตัวอย่างจริงกันครับ ...
ตัวอย่าง คือ หุ้น MAKRO ซึ่งในอดีตมีค่า P/E เฉลี่ยอยู่ที่ 33 เท่า ก่อนเกิดโควิด และอยู่ในสถานการณ์ปกติ


ปัจจุบันหุ้น MAKRO เทรดกันที่ค่า P/E 28 เท่า  แสดงว่าราคาหุ้นตอนนี้ถูกกว่าค่าเฉลี่ย และถูกกว่าค่าเฉลี่ยช่วงก่อนเกิดวิกฤตโควิด

 

 

แต่ทั้งนี้การหยิบ P/E band มาใช้โดดๆอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้ เพราะสิ่งที่นักลงทุนต้องประเมินมีอยู่ 2 ประเด็นหลัก คือ


1. บริษัทจะต้องมีกำไรไม่หวือหวา
ถ้าบริษัทมีกำไรที่หวือหวา เติบโต 30-40% ต่อปี พอปีถัดไปกลับกลายเป็นขาดทุนอาจจะทำให้ค่า P/E ผิดเพี้ยนไปได้
หุ้นที่มีกำไรหวือหวา ไม่สามารถใช้ค่า P/E ในการประเมินความถูกแพงของหุ้นได้ และทำให้ข้อจำกัดของ P/E band ไม่สามารถใช้ได้ด้วยเช่นเดียวกัน

 

2. บริษัทมีปัจจัยบวกขับเคลื่อนราคาหุ้นหรือไม่ในอนาคต
หลายๆครั้งเราจะเห็นว่าหุ้นถูกๆ P/E ต่ำยังไงก็อยู่อย่างนั่น เป็นเพราะว่าหุ้นไม่ได้มีปัจจัยบวกในอนาคต


ตัวอย่างเช่นหุ้น MAKRO ที่มีค่า P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเมื่อดูจาก P/E band


แต่ถ้าบริษัทไม่ได้มีปัจจัยบวกขับเคลื่อนผลประกอบการให้โตต่อไปได้ นักลงทุนก็จะไม่สนใจและไม่ได้เข้ามาซื้อ
ส่งผลให้ราคาหุ้นอยู่ในโซนถูกของ P/E band ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีประเด็นเชิงบวกขึ้นมา

แต่สำหรับตอนนี้ อ้างอิงจากบทวิเคราะห์พบว่า การเข้าลงทุนในโลตัส การควบคุมต้นทุน การรีแบรนด์สินค้าและเน้นขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น จะทำให้ผลประกอบการของ Makro มีปัจจัยบวก

P/E band เป็นเครื่องมือที่ใช้งานง่าย แต่นักลงทุนก็ต้องเข้าใจข้อจำกัดในการใช้ด้วยเหมือนกันครับ

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด