ธุรกิจ Education Technology ของจีน ปรับตัวอย่างไรหลังการคุมเข้มของจีน


ข่าวสารการลงทุน

โดย stock2morrow
22 มิถุนายน 2565    |    322 Views

อาจจะเรียกว่า "ล่มสลาย" ไปเลยก็ได้ว่าสำหรับธุรกิจติวเตอร์จีน เรียนพิเศษออนไลน์ หรือที่เรียกว่า Education Technology ที่เติบโตเร็วมากในประเทศจีน
แต่อยู่ดีๆก็ถูกรัฐบาลจีน "สั่ง" ให้เป็นองค์กรไม่แสงหาผลกำไร อย่างที่เคยเป็นข่าวเมื่อปีที่แล้ว ...

 

เมื่อวานนี้ ราคาหุ้น Tencent ปรับตัวขึ้นทีเดียว 3% โดยบริษัทออกมาชี้แจงว่าได้ลดสัดส่วนการถือหุ้น Koolearn Technology ผู้ให้บริการสอนพิเศษออนไลน์จากเดิมถือ 9% ลดเหลือเพียง 1.6% เท่านั้น
ซึ่งเป็นสัญญาณให้เห็นว่าอุตสาหกรรม Education Technology ไปต่อยากแล้วในประเทศจีน ท่ามกลางการควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐบาล

การที่ราคาหุ้นบวกกลับขึ้นมา ก็เป็นสัญญาณเชิงบวกต่อนักลงทุนด้วยวว่าการตัดสินใจออกจากธุรกิจ Education Technology ของ Tencent เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะก่อนหน้านี้ราคาหุ้นถูกกดดันมาโดยตลอดจากประเด็นเรื่องของการควบคุมอย่างเข้มงวดของรัฐบาล

ก่อนหน้านี้ ByteDance เจ้าของแอป TikTok ชื่อดังได้พยายามรุกธุรกิจ "edtech business" หรือการศึกษาออนไลน์สำหรับผู้ใหญ่ ด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะถูกรัฐบาลจีนควบคุม ทำให้บริษัทต้องให้พนักงานออกและลดความสำคัญของแผนกนี้ลง


ประเด็นที่น่าสนใจ คือ หลังจากนั้นละ ?
ธุรกิจ Education Technology  ปรับตัวกันอย่างไร

ถ้าวัดจากมูลค่าตลาด (Market Cap.) ของกลุ่มอุตสาหกรรม พบว่ามี 3 บริษัทใหญ่ คือ
1. New Oriental Education มีมูลค่าตลาด 4.55 พันล้านเหรียญสหรัฐ
2. Koolearn Technology มีมูลค่าตลาด 298 ล้านเหรียญสหรัฐ
2. Tianli Education มีมูลค่าตลาด 95 ล้านเหรียญสหรัฐ
.
ซึ่งมูลค่าตลาดต่างปรับตัวลงมามากกว่า 30-40% ก่อนหน้านั้นแล้ว จากรายได้ที่ลดลงมากกว่า 55% และกำไรเข้าขั้น "ติดลบ"

สำนักข่าว Reuters รายงานว่าบริษัท New Oriental Education ซึ่งเป็นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมได้เปลี่ยนตัวเองจากติวเตอร์ออนไลน์ มาเป็น "ขายของออนไลน์แบบสตีมสด" (live-streaming) ควบคู่ไปกับการสอนโดยไม่แสวงหาผลกำไร

 

ตัวอย่างเช่น อาจารย์สอนภาษาอังกฤษชื่อว่า Dong Yuhui
เขาเคยเป็นครูสอนที่สถาบัน New Oriental Education มาก่อนแต่หลังจากการคุมเข้มอย่างหนักของรัฐบาลจีน เขาก็ได้หันไปปลูกผัก และเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายหนังสือเรียนภาษาอังกฤษ
เขากลับมาอีกครั้งผ่านแพลตฟอร์มของ New Oriental Education และ Douyin โดยบอกว่าจะสอนภาษาอังกฤษให้ฟรี
... ปรากฏว่ามีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก มีคนดูมากกว่า 17 ล้านคน

 

ระหว่างที่เขาสอนภาษาอังกฤษไป เขาก็ขายของระหว่างคั่นรายการไปด้วย
เช่น เขาสอนคำว่า "steak" (สเต็ก) และ "seasoning" (เครื่องปรุงรส) โดยสอนว่าจะใช้อย่างไร และควรวางไว้ในตำแหน่งไหนของประโยคภาษาอังกฤษ

เมื่อพูดจบ เขาก็พูดว่า ...
"เมื่อรู้คำศัพท์แล้ว อย่าลืมอุดหนุนผักของอาจารย์ด้วยนะนักเรียนที่น่ารัก
และถ้าใครสนใจแบบเรียน ก็สามารถสั่งซื้อหนังสือของอาจารย์ได้เลยนะ... "
ปรากฏว่าวันนั้นเขาทำเงินไปได้ราวๆ 1 ล้านเหรินหมินปี้จากการสตีมสด
ซึ่งทำเงินได้มากกว่าการที่เขาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษทั้งเดือนซะอีก
 
นายไมเคิล หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ New Oriental ได้โพสผ่านทาง WeChat  ว่า
นี้คือก้าวใหม่ของบริษัท (Third revolution of business)
... ซึ่งสื่อคาดเดาว่า เขาอาจจะไปดีลกับห้างค้าปลีกรายใหญ่ๆเพื่อนำของมาขายระหว่างไลฟ์สดระหว่างการสอนไปด้วย ก็เป็นได้


ก็ถือว่าเป็นการปรับตัวครั้งใหม่ที่น่าสนใจจากธุรกิจ Education Technology ที่โดนคุมเข้มจากรัฐบาลจีน
มาเป็นธุรกิจ "ขายของออนไลน์แบบสตีมสด" ที่ทำเงินได้ดีมากกว่าเดิม ....

----------------------------------
Reference

การเงินธนาคาร

technode.com

Marketwatch.com

South China Morning Post

aastocks.com

reuters.com/

stock2morrow

ศูนย์รวมความรู้เรื่องหุ้น ศูนย์รวมนักลงทุนรายย่อย ที่อยากรู้วิธีการลงทุนในหุ้นอย่างถูกต้องและได้กำไรอย่างยั่งยืน ติดตามเราได้ที่

www.stock2morrow.com 

FB: stock2morrow 

[email protected]


ดูบทความทั้งหมด