ข่าวเศรษฐกิจวันหยุด

Tue 19 Feb, 2019 08:42 / 2 years ago

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้เศรษฐกิจไทยไตรมาส4ปี2561เติบโต3.7%

 

  ภาพเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 ขยายตัวร้อยละ 3.7 YoY ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า จากแรงฉุดจากภาคต่างประเทศลดลง ในขณะที่การใช้จ่ายในประเทศยังโตต่อเนื่อง โดยปัจจัยสงครามการค้ายังมีผลให้การส่งออกในช่วงไตรมาสที่ 4 ยังขยายตัวได้ในระดับต่ำต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 3 ซึ่งในหลายเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียก็ได้รับผลกระทบเรื่องสงครามการค้าเช่นกัน ในขณะที่ภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาสที่ 4 ทำให้แรงฉุดจากภาคต่างประเทศในไตรมาสที่ 4 ลดทอนลง

 

 

 

        เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 2562 คาดว่า จะขยายตัวต่ำกว่าประมาณการทั้งปี 2562 ที่ร้อยละ 4.0 ซึ่งนอกจากผลของฐานที่สูงในช่วงครึ่งแรกของปี 2561แล้ว ยังเผชิญมีความไม่แน่นอนทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ปัจจัยภายนอกประเทศยังมีความไม่ชัดเจนหลายประการทั้งประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ยังจะเป็นประเด็นค้างคา สถานการณ์ Brexit ที่ยังมีความเสี่ยงที่อังกฤษจะออกจาก EU แบบไม่มีข้อตกลง ในขณะที่เศรษฐกิจจีนและสหภาพยุโรปมีสัญญาณการชะลอตัวลงมากกว่าที่ประเมินไว้ ในขณะที่ ปัจจัยในประเทศคงจะอยู่ที่การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ โดยผลต่อเศรษฐกิจทางหนึ่งจะมีการกระจายเม็ดเงินหมุนเวียนจากกิจกรรมการเลือกตั้ง แต่อีกทางหนึ่งนักลงทุนคงรอดูสถานการณ์หลังการเลือกตั้งเพื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากผ่านพ้นไปอย่างเรียบร้อย ปัจจัยดังกล่าวน่าจะสร้างผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ไว้ที่ร้อยละ 4.0 โดยมีกรอบประมาณการที่ร้อยละ 3.5-4.2

 

  • เศรษฐกิจไทยไตรมาสที่ 4 ปี 2561 ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้ามาอยู่ที่ร้อยละ 3.7 จากผลของแรงฉุดภาคต่างประเทศที่ลดทอนลง ในขณะที่การใช้จ่ายในประเทศยังคงเป็นแรงหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย โดยการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 4 ทำให้แรงฉุดภาคต่างประเทศต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการภาครัฐในเรื่องการลดหย่อนค่าธรรมเนียม Visa On Arrivals ที่เริ่มใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2561 มีช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของสถานการณ์ท่องเที่ยวที่หดตัวลงไปมากในไตรมาสที่ 3 ให้กลับมาฟื้นตัวได้ในไตรมาสที่ 4 โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีน ในขณะที่ประเด็นสงครามการค้ายังส่งผลกระทบต่อการส่งออกให้ชะลอตัวลง เห็นได้จากหลายๆ ประเทศในภูมิภาคเอเชียที่พึ่งพิงการส่งออกก็ได้รับผลกระทบผ่านการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี 2561 เช่นกัน อย่างไรก็ตาม การใช้จ่ายครัวเรือนกลับมีกระจายตัวมากขึ้น โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐที่ประคองกำลังซื้อของประชาชนในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งสะท้อนผ่านการใช้จ่ายครัวเรือนในหมวดสินค้าที่ไม่คงทนขยายให้ตัวดีขึ้น โดยการบริโภคภาคเอกชนในไตรมาสที่ 4 ปี 2561 ขยายตัวได้ถึงร้อยละ 5.3 (YoY) สูงสุดในรอบ 23 ไตรมาส

 

  • ภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังปีของ 2561 ที่มีการพึ่งพิงการเติบโตจากการใช้จ่ายในประเทศมากขึ้นจะยังเป็นภาพต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยฐานที่สูงในครึ่งปีแรก 2561 ประกอบกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 2562 น่าจะขยายตัวได้ต่ำกว่าประมาณการทั้งปี 2562 ที่ร้อยละ 4.0

 

>> สถานการณ์เศรษฐกิจต่างประเทศยังมีความไม่แน่นอนสูงในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 โดยประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนที่ในวันที่ 1 มีนาคม 2562 จะครบกำหนดการเลื่อนเวลาในการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ จากจีนที่ร้อยละ 25 ในรายการสินค้าที่มีวงเงิน 2 แสนล้านดอลลาร์ฯ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ประเด็นดังกล่าวจะยังจะเป็นประเด็นค้างคา และยังมีผลกระทบต่อการค้าโลกและการส่งออกของไทยในปี 2562 นี้ให้ชะลอตัวลง แม้ว่าจะมีสัญญาณบวกต่อความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับจีน แต่ยังมองว่า ภายใต้สถานการณ์ที่ดีที่สุดนั้น สหรัฐฯ อาจจะไม่ขึ้นอัตราภาษีเป็นร้อยละ 25 ในทันทีที่ครบกำหนดในวันที่ 1 มีนาคม 2562 โดยอาจจะมีการยืดระยะเวลาการเจรจาออกไปอีก แต่จะไม่ยกเลิกการขึ้นภาษีที่ได้ทำมาก่อนหน้านั้นแล้ว ในขณะที่ สถานการณ์ Brexit ยังคงมีความเสี่ยงที่อังกฤษจะออกจาก EU แบบไม่มีข้อตกลง ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะยังคงสร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินของโลกในระยะข้างหน้า

 

 >> ในขณะที่ ปัจจัยในประเทศคงจะอยู่ที่ประเด็นการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคมนี้ โดยผลต่อเศรษฐกิจทางหนึ่งจะมีการกระจายเม็ดเงินหมุนเวียนจากกิจกรรมการเลือกตั้ง แต่อีกทางหนึ่งนักลงทุนคงรอดูสถานการณ์หลังการเลือกตั้งเพื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น หากเหตุการณ์การเลือกตั้งผ่านไปด้วยความราบรื่น และมีการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่มีเสถียรภาพเข้ามาบริหารประเทศได้ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2562 เป็นต้นไป จะสร้างความเชื่อมั่นและส่งผลดีต่อการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเบิกจ่ายเงินงบประมาณและการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ 2563 ที่จะมีความต่อเนื่อง อีกทั้งเป็นที่คาดการณ์ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งผลักดันนโยบายเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจเติบโตดีขึ้น อันน่าจะเป็นภาพเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงประมาณการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ไว้ที่ร้อยละ 4.0 โดยมีกรอบประมาณการที่ร้อยละ 3.5-4.2

 

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมุลจาก....


9 comments
Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 08:44 / 2 years ago
S2M Silver Member

Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 08:45 / 2 years ago
S2M Silver Member

Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 08:49 / 2 years ago
S2M Silver Member

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562

ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 18 ก.พ. 2562

-- ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (18 ก.พ.) และดัชนี Stoxx Europe ยังคงปรับตัวอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังเกี่ยวกับการบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในเร็วๆ นี้ ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังคงเจรจากันต่อไปที่กรุงวอชิงตันในสัปดาห์นี้

 

ดัชนี Stoxx Europe บวก 0.23% ปิดที่ 369.78 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,168.54 จุด เพิ่มขึ้น 15.36 จุดหรือ +0.30% ขณะที่ ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,299.20 จุด ลดลง 0.60  จุดหรือ -0.01% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,219.47 จุด ลดลง 17.21 จุดหรือ -0.24%

 

--ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 ก.พ.)  เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลกับความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีนในสัปดาห์นี้  และปริมาณการซื้อขายในตลาดลดลง ขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการเนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

 

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,219.47 จุด ลดลง 17.21 จุดหรือ -0.24%

-- ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 18 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

-- ตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 18 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

-- ตลาดน้ำมันนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 18 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

-- ตลาดเงินนิวยอร์กปิดทำการวันจันทร์ที่ 18 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,299.20 จุด ลดลง 0.60  จุด, -0.01%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,168.54 จุด เพิ่มขึ้น 15.36 จุด, +0.30%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,219.47 จุด ลดลง 17.21 จุด, -0.24%

ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 35,498.44 จุด ลดลง 310.51 จุด, -0.87%

ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,265.97 จุด เพิ่มขึ้น 26.23 จุด, +0.81%

ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,692.74 จุด เพิ่มขึ้น 3.91 จุด, +0.23%

ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่  6,497.82 จุด เพิ่มขึ้น 108.73 จุด, +1.70%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 28,347.01 จุด เพิ่มขึ้น 446.17 จุด, +1.60%

ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 7,971.33 จุด เพิ่มขึ้น 62.44 จุด, +0.79%

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 2,754.36 จุด เพิ่มขึ้น 71.97 จุด, +2.68%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 2,210.89 จุด เพิ่มขึ้น 14.80 จุด, +0.67%

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 10,145.28 จุด เพิ่มขึ้น 80.50 จุด, +0.80%

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่  21,281.85 จุด เพิ่มขึ้น 381.22 จุด, +1.82%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,089.80 จุด เพิ่มขึ้น 23.70 จุด, +0.39%

ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่  6,170.70 จุด เพิ่มขึ้น 22.10 จุด, +0.36%

 

 

Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 08:51 / 2 years ago
S2M Silver Member

กลุ่มซีพีได้ไปต่อรถไฟ 3 สนามบินหลังเจรจาประเด็นยากจบชั้นอนุกก.รอส่งบอร์ดคัดเลือกฯ 22 ก.พ.

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- จันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 

นางพฤฒิพร เนติโพธิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ในฐานคณะอนุกรรมการเจรจาการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) กล่าวภายหลังเจรจากับตัวแทนกลุ่มบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด นานกว่า 6 ชม.ว่า การเจรจาข้อเสนอการร่วมลงทุน (Request for Proposal (RFP)) กลุ่มที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องยากได้จบแล้วในวันนี้หลังจากไดัเจรจามา 3 ครั้งแล้ว จากนี้จะนำข้อสรุปทั้งหมดนำเสนอต่อคณะกรรมการคัดเลือกฯ ในวันที่ 22 ก.พ.นี้ช่วงบ่าย

 

"ในส่วนที่เป็นเรื่องยากและเจรจากันได้ ได้ข้อสรุปในส่วนชุดที่2 เรื่องการเจรจายากวันนี้จบลงแล้ว จะนำการเจรจาทั้ง 3 ครั้งสู่คณะกรรมการคัดเลือกในศุกร์นี้"นางพฤฒิพร กล่าว

นางพฤฒิพร กล่าวว่า คณะอนุกรรมการได้เจรจาแล้วพิจารณาเห็นว่าบางข้อไม่สามารถรับพิจารณาได้ ได้แก่ การทำส่วนต่อขยาย การปรับย้ายสถานี แต่บางข้อเสนอรับไว้พิจารณาได้ แต่จะต้องมีการแก้ไข ซึ่งจะต้องไม่ขัดกับ RFP ซึ่งมีพอสมควรไม่มากนัก

 

"คณะชุดนี้พอรับพิจารณาได้ แต่ต้องบรรลุทั้งสองฝ่าย ข้อสรุปนี้น่าจะได้ทิศทาง เรารับมาอาจปรับเปลี่ยนถ้อยคำ ทุกอย่างต้องไม่กระทบ RFP  ซึ่งถ้าอยู่นอก RFP เขาก็ขอสงวนสิทธิ์ เขาขอไปปรึกษาหุ้นส่วน เขามีหุ้นส่วนหลายกลุ่มเพราะโครงการนี้ทุนสูง"นางพฤฒิพร กล่าว

 

ทั้งนี้ นางพฤฒิพร กล่าวว่า  การพิจารณากลุ่มที่เป็นเรื่องยากจะเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกศุกร์ที่ 22 ก.พ.นี้นี้ หากได้ผลอย่างไรก็จะแจ้งกลับไปยังกลุ่มซีพี โดยระบุว่าเรื่องที่ยากจบแล้วเรื่องที่จะเจรจาที่เหลือก็ง่ายแล้ว

 

Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 08:57 / 2 years ago
S2M Silver Member

จับตาFAAปลดล็อกบินตรงอเมริกา

หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ -- อังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 00:00:51 น.

ไทยโพสต์ * การบินพลเรือน แจงผลการตรวจจาก FAA สหรัฐ พบ 26 ข้อบกพร่อง "จุฬา" สั่ง เร่งแก้ไขหวังยกระดับขึ้นเป็น Category 1

นายจุฬา สุขมานพ ผู้ อำนวยการสำนักงานการบิน พลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11-15 ก.พ.62 สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (FAA) เข้ามาดำเนินการตรวจ สอบทางเทคนิคเกี่ยวกับมาตร ฐานการบินของประเทศไทย ในชื่อ International Aviation Safety Assessment (IASA) Technical Review ณ สำนัก งานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เพื่อสอบทานระบบการกำกับดูแลการบินพลเรือนของประเทศไทยโดย CAAT ว่าได้ตามมาตรฐานและวิธีปฏิบัติขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO SARP) ซึ่งพบ 26 ข้อเป็นข้อบกพร่องที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขอยู่แล้ว

 

"ซึ่งหลังจากภายใน 60  วัน FAA จะส่งรายละเอียดผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ ผ่านสถานทูตสหรัฐอเมริกามาให้ CAAT จากนั้น CAAT จะต้อง แก้ไขข้อบกพร่องทั้งหมดให้เรียบร้อย และเมื่อมีความพร้อม สามารถส่งหนังสือไปถึง FAA อีกครั้ง เพื่อขอรับการตรวจอย่างเป็นทางการ" นายจุฬากล่าว

อย่างไรก็ตาม หากประ เทศไทยสอบผ่านการตรวจสอบ จะสามารถยกระดับมาตรฐานจาก Category 2 กลับเป็นมา Category1 คือประเทศที่มีระบบ การกำกับดูแลความปลอดภัยการบินพลเรือนได้ตามมาตรฐานของ FAA โดยจะมีผลให้สายการบินของไทยจะได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติการบินเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาได้ รวมทั้งการบินเข้าประเทศที่อ้างอิงผลการตรวจของ FAA เช่น เกาหลีใต้ จะสามารถทำการบินได้อย่างเสรี ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศของไทยขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง.

 

Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 09:05 / 2 years ago
S2M Silver Member

เอสซีจีทุ่มเงินลงทุน6หมื่นล้าน เน้นลุยธุรกิจต่างประเทศสร้างรายได้

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562

 

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี เปิดเผยว่า ในปี 2562 นี้ทางกลุ่มมีนโยบายการใช้เงินลงทุนจำนวน 60,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 46,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นสัดส่วน 70% เป็นการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทางกลุ่มจะมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศอยู่ที่ 3 ต่อ 1 ในการลงทุนทั้งหมดของทางกลุ่ม ผ่าน 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กลุ่ม ปิโตรเคมี หรือ เคมีภัณฑ์ ซึ่งมีการลงทุนโรงงาน ในประเทศเวียดนามในช่วงที่ผ่านมา กลุ่มแพ็กเกจจิ้ง มีการลงทุน ทางตอนใต้ของเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย รวมถึงมาเลเซีย กลุ่มซีเมนต์ มีการเข้าไปลงทุนในเมียนมา สปป.ลาว และ อินโดนีเซีย กลุ่มวัสดุก่อสร้าง ซีเมนต์ รีเทล เข้าไปลงทุนในเวียดนาม กัมพูชา

 

โดยในปีนี้เอสซีจี ยังคงเน้น 2 กลยุทธ์หลัก คือ กลยุทธ์ที่ 1 การสร้างเสถียรภาพทางการเงิน เพื่อรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรของเอสซีจี ในปีที่ผ่านมาโต 9% ซึ่งถือว่า แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับผลประกอบการของอุตสาหกรรมในภาพรวม

 

กลยุทธ์ที่สอง คือการบริหารจัดการการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว โดยเน้นการพัฒนานวัตกรรมโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เช่น การให้บริการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำสำหรับผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ การขับเคลื่อนแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียนด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์ รวมกับลูกค้า การให้บริการสำรวจความเสียหาย โครงสร้างอาคารด้วยอุปกรณ์ทางวิศวกรรมที่แม่นยำ เป็นต้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต ของคนในสังคมและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ อย่างยั่งยืน

 

อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวจะเดินหน้าขยายโอกาสส่งออกนวัตกรรมสินค้าและบริการตามทิศทางตลาดโลกเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนที่จะช่วยสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้ในอนาคตทั้งตลาดอาเซียนที่ขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงตลาดใหม่ที่มีศักยภาพและเติบโตรวดเร็วเช่น การส่งออกสินค้าเคมีภัณฑ์ไปยังตลาดจีน และการรุกธุรกิจค้าปลีกและโลจิสติกส์ในภูมิภาคต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายรายได้จากต่างประเทศปีนี้ จะมีสัดส่วนอยู่ที่ 60%

 

 

 

Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 09:16 / 2 years ago
S2M Silver Member

หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562

บมจ.ไทยออยล์...วิเคราะห์แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในรอบสัปดาห์นี้ (18-22 ก.พ.)โดยระบุว่า...ราคาน้ำมันยังคงปรับขึ้นต่อเนื่อง...ทั้งนี้มีประเด็นที่ต้องจับตาคือ...ผลการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปก หลังประกาศร่วมมือกันปรับลดกำลังการผลิตลงราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับ ในเดือนต.ค. 2561 เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันดิบโลก โดยในเดือนก.พ. 2562 ผู้ผลิตน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับลดลงกำลังการผลิตมากขึ้น...การเจรจาเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน ที่สหรัฐ จะมีการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนมูลค่ากว่า 2 แสนล้าน เหรียญสหรัฐ ราวร้อยละ 25 ในเดือนมี.ค. 2562 โดยล่าสุดในการประชุมเจรจาการค้าวันที่ 14-15 ก.พ. ที่ผ่านมา ระหว่างนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน กับนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้า สหรัฐ ในกรุงปักกิ่ง ส่งสัญญาณเชิงบวก.สำนักงานพลังงานสากล (IEA) เผยว่าตลาดน้ำมันดิบมีแนวโน้มอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาดในปี'62 แม้ว่ากลุ่มโอเปกจะปรับลดกำลังการผลิต และสหรัฐจะประกาศคว่ำบาตรอิหร่าน และเวเนซุเอลา เนื่องจาก IEA คาดการณ์ว่ากำลังการผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปกจะปรับเพิ่มขึ้นราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยการผลิตจากสหรัฐ ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันโลกคาดว่าจะเติบโตที่ราว 1.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน...คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล.ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 61-66 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล.

 

ตามแผนพัฒนากำลังไฟฟ้าระยะยาว 20 ปี (ปี 2561-2580) หรือพีดีพี 2018 . การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)....ได้รับมอบหมายสร้างโรงไฟฟ้าหลัก 8 โรง 5,400 เมกะวัตต์....สร้างโรงไฟฟ้าโซลาร์ลอยน้ำ ลงทุนระบบสายส่งรองรับพลังงานทดแทน เป็นศูนย์กลางซื้อขายอาเซียน รวมทั้งระบบกักเก็บพลังงาน การพัฒนาโรงไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่น รองรับพลังงานหมุนเวียน....ทำให้ กฟผ.จะมีวงเงินลงทุน 10 ปีแรก รวม 6 แสนล้านบาท....ส่วนเงินกู้ลงทุนจะมาจากในประเทศทั้งหมด....แต่จะเป็นรูปแบบไหน คงจะพิจารณาให้เหมาะสมกับรูปแบบในช่วงนั้นๆ...และจะใช้เงินลงทุนหลักในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้...โอว์อย่างนี้ กฟผ.ก็เนื้อหอมสุด...แบงก์พาณิชย์คงจ้องกันตาเป็นมัน...เพราะปล่อยกู้ให้ กฟผ.ความเสี่ยงแทบจะไม่มีเลย....

กระทรวงพลังงาน...ประชุมร่วมกับผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงและผู้ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน เพื่อเร่งรัดมาตรการลดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน หรือ PM2.5  ...ได้ข้อสรุปร่วมกันว่าผู้ประกอบการโรงกลั่นทั้ง 6 รายพร้อมผลิตน้ำมันดีเซลคุณภาพยุโรประดับที่ 5 หรือยูโร 5 ได้ทั้งหมดภายในปี 2566 จากเดิมเริ่มผลิตปี 2567-2568....ซึ่งจะทำให้ช่วยลดปริมาณฝุ่นดีขึ้น เพราะมาตรฐานยูโร 5 ปลดปล่อยกำมะถัน ได้ต่ำลงเหลือ 10 PPM จากยูโร 4 อยู่ที่ 50 PPM .. ปัจจุบันมีเพียงกำลังการผลิตบางส่วนของบริษัท พีทีทีโกบอลเคมิคอล (จีซี) และ บางส่วนของบริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ผลิตยูโร 5 ได้....โดยคิดเป็นอัตราประมาณ 440-500 ล้านลิตรต่อเดือน...จากความต้องการใช้ดีเซลของประเทศที่ประมาณ 1,800-2,000 ล้านลิตรต่อเดือน....ดังนั้นในช่วงนี้ ผู้ประกอบการทุกรายจะกลับไปสรุปภายในระยะเวลา 1 เดือน เพื่อร่วมกันหาแนวทางที่จะปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลจากมาตรฐานยูโร 4 ให้มีคุณภาพดีขึ้นหรือเป็นยูโร 4 พลัส ซึ่งจะลดค่ากำมะถันลงเหลือ 30 PPM ..ซึ่งจะช่วยรักษาคุณภาพอากาศให้ดียิ่งขึ้น.

การประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน...ได้เห็นชอบในหลักการอนุมัติเงินกองทุนฯ ให้กับโครงการด้านอนุรักษ์พลังงานที่เสนอเข้ามารวม 400 โครงการ วงเงิน 6,800 ล้านบาท และโครงการพัฒนาโรงไฟฟ้าขยะชุมชนที่ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยอีก 2,500 ล้านบาท โดยกระทรวงพลังงานจะเข้าไปช่วยเรื่องวงจรเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า เช่น เชื้อเพลิงแข็งจากขยะมูลฝอยชุมชน หรืออาร์ดีเอฟ ก๊าซชีวภาพ ขณะที่กระทรวงมหาดไทยจะดูเรื่องวงจรการ คัดแยกขยะจากชุมชน โดยแนวทางทำงานจะชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์จากนี้ เพื่อเริ่มทำงานระหว่าง 2 กระทรวง วันที่ 1 เม.ย. นี้...

 

Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 09:19 / 2 years ago
S2M Silver Member

ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเชื่อสหรัฐไม่เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อรถยุโรป

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- อังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562

 

นายฌอง-คล็อด ยุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารของสหภาพยุโรป (EU) กล่าวว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้สัญญากับเขาว่า สหรัฐจะไม่เรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมต่อรถยนต์ที่นำเข้าจากยุโรปในขณะนี้

 

"ท่านประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัญญากับผมว่าจะยังไม่มีการเก็บภาษีรถยนต์ในเวลานี้ ซึ่งผมมองว่าสิ่งนี้ถือเป็นคำมั่นสัญญาที่คุณสามารถเชื่อถือได้" นายยุงเกอร์กล่าว

ทางด้านนางมาร์การิติส ชินาส โฆษกของ EU กล่าวว่า EU จะตอบโต้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว หากสหรัฐระบุว่ารถยนต์ของยุโรปเป็นภัยต่อความมั่นคง และควรถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า

 

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเตรียมออกรายงานวิเคราะห์ว่า การนำเข้ารถยนต์จาก EU ถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐ จนทำให้ควรมีการเรียกเก็บภาษีนำเข้าหรือไม่ หลังจากนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะใช้เวลา 90 วันในการพิจารณาประกาศเรียกเก็บภาษีดังกล่าว

 

ที่ผ่านมา สหรัฐและ EU ได้พยายามหาทางออกต่อประเด็นดังกล่าว แต่การเจรจาก็มีความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย

 

Sunnyday 2 years ago on Tue 19 Feb, 2019 09:42 / 2 years ago
S2M Silver Member

 

ที่มา..