ตี๋โบ๊โผล่หัวคุย

Sun 17 Nov, 2019 06:30 / 3 weeks ago

ตั้งแต่ฉันเข้าเป็นสมาชิกเวบหุ้นนี้ ฉันก็ได้ประโยช ฉันนำขอมูลที่มีประโยชมาเสนอ

ฉันหวังว่าทดแทนคุณของท่านต่างๆในเวบได้ สมาชิกและขาจรคงได้ประโยชบ้าง

ฉันว่าจะไม่ทำขัดเคืองใจให้ใคร หากรู้เท่าไม่ถึง ฉันขออภัย

เคยมีเศรษฐีที่ไปซื้อบ้านแถวเชียงใหม่ แล้วถูกสังหารตาย ทั้งที่ตัวเองมีใจกุศล ฆาตกรก็มักคุ้นกันไว้ใจกัน

นักลงทุนก็เช่นกัน เมื่อรักหุ้นไหนก็มักจะคบกะหุ้นนั้น อาจปิดหูปิดตาตัวเอง ลืมมองรอบๆตัว

ฉันแค่นึกฉันไม่กล้าเอ่ยเต็มปากว่านั่นมันเป็นการงมงาย

ทำกุศล ลงทุนมันควรทำควรลงแค่ไหน อย่างไรเรียกไม่งกไม่โลภ

เมื่อฉันแก่ลง หรือแก่ขึ้น ก็คือแก่มากขึ้นครับ พบว่าตลาดหุ้นมันมีวิธีการของมันมากมาย

มันทำให้ธรรมชาติของราคาหุ้นเปลี่ยนโฉม มันมีการยืมการชอต การตะลุมบอลด้วยบลอค

บางตัว หลายพันล้าน มันไม่มีในอดูต 

มันมีอนุพันเข้ามาทำหน้าที่แทนตัวใหญ่ๆ นักลงทุนก็ลงตัวพวกนี้ได้ 

บรรดาหุ้นตัวเล็กก็เลยเหงา แหนทองคำหายากชิบผาย

อย่างไรก็ตามผู้ถือหุ้นทั้งหลายเขาก็หวังว่าหุ้นของเขาจะมีส่วนต่างที่ดีขึ้น

พวกเราถือนิดหน่อยหุ้นไม่ขึ้นอย่าเสือกบ่น # ต้นๆในตารางเขาสิต้องทำใจ

แต่ฉันไม่เห็นเขาออกหน้ามาซื้อหุ้นตอนมันร่วงวินาศ อย่างJAS MACO STEC true

ถ้าผู้บริหารไม่แสดงอาการอยากได้หุ้นตอนนี้เราคงได้แค่เด้ง นี่คือเหตุผลของฉัน

ฉันไม่ชมกราฟแล้วขี้เยี่ยวแตกแบบมาร์บางท่านที่ฉันรัก

อย่างไรก็ตาม ฉันเข้าเมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่วตาตาม อย่างคุณวาสนาหรือพังเพยเอ่ยไว้

ไม่ว่าผอ.หรือหมา ฉันไหว้ได้ทันทีขอให้เอ่ยมา

แต่ถ้ามีบลอกเทรด ช่วยยกเลิกตัว C หรือ cash balanc อื่นๆซะ บลอกเทรดมันหายนะกว่าครับ

ไอ้ตัวล่างแหละไอ้บลอค ไอ้ตัวเล็กน่าจะรอด ของฉัน0.04บ.ก็อยู่ได้ครับ

การตัดสินใจนำเงินของผู้ประกันตนมาใช้เป็นวิธีหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ถ้าเอามาใช้แล้วซบเซาอนาคตของผู้ประกันตนสิจะมืด

เงินที่จะเยียวยาตนเองยามแก่มันหายไปแล้ว

พวกได้ดีคือคนขายของต่างๆ ห้างใหญ่ๆยืดอายุได้หน่อยนึง

จากนั้นจะหวังอะไร มันก็แย่

Image result for สุเทพเทือกสุบรรณ

พวกมึงวางแผนยึดอำนาจมาได้จากการช่วยของไอ้เมือก ลองปรึกษามันดูสิ 

Image result for ทักษิณ ชินวัตร

คนนี้ก็ได้ ถ้าอายก็แอบปรึกษา เพราะพรรคประชารัฐคล้ายจะไม่มีผลงานที่โก้ๆ 

แล้ว GDP ก็ไม่น่าจะดี ปรึกษาเขาหรือใครก็ได้ ถ้ามันไม่ดีก็โยนผิดให้เขาดังเก่า

แต่ถ้าปล่อยมือการบริหารประเทศให้คนอื่นเขาทำ จะสง่ากว่า 

ร่อแร่ยังงี้พวกพรรคเล็กมันจะขอค่าเหนื่อยกันวุ่นเชียวนะ

ยิ่งนานวันชาวบ้านยิ่งรอการแจกตัง

ยิ่งนานวันคดียาบ้ายิ่งหนังข้อ มันฆ่าหมดพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายาย

ยิ่งนานวันยิ่งสนใจการออกหวยมากขึ้น

โรงงานใหญ่ๆบ้านฉันกำลังทะยอยปิด

พวกตกงานคงสบายนั่งกินนอนกิน หรือจะมีบางท่านแวะปล้นร้านทอง

ผู้คนที่สนใจการพนันรูปแบบต่างๆ และการเข้าร่วมวงแชร์ประหลาด รู้ว่าโดนหลอกก็ยอม

ใครมันจะมาบอกเราว่าลงทุน 1000 ได้1ล้าน ทำไมมันไม่ลงเอง

วงล้มแล้วหางานให้ตำรวจได้อีกโข

รัฐมนตรีเศรษฐกิจทั้งหลาย ผลงานมันออกมายังงี้

 

โปรดอย่าลืมชาวนากับสิ่งที่ใช้ทำมาหากินในอดูต ใครกินข้าวแล้วลืมขอให้เป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร

ฉันไม่ลืม ใครไม่ลืมขอให้อายุมั่นขวัญยืนหมื่นๆปี มีความสุขตลอดไป

ตลาดมันมีหุ้นที่รายได้ตก หรือขาดทุน แยะกว่าพวกกำไรดีชัดเจน อารมมันเลยเสีย

นายกองมันยันไว้ ต่างชาติไหนไม่รู้มันก็ยันไว้ สบโอกาสมันขาย

ใครมีอะไรเวลามันเล่นตัวไหนลากไปทะยอยขายนะ อย่าเสือกทะยอยซื้อ

ท่องไว้ เสียดายดีกว่าเสียใจ อะไรก็ฉันว่าไปไม่ไกล อาจมีแท่งแดงสูงสง่ามาให้ชมอีก

ฉันไม่ได้แช่ง คำว่าต่ำสุดแล้วสูงสุดแล้วไม่มี มันคาดเดาแค่สั้นๆ

นกสีแดง ขนนก สวย ดอกไม้

 

Image result for เดินทางปลอดภัย ภาพGIF


15 comments
Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 06:34 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

กม.ไม่อนุญาตประกันสังคมปล่อยกู้ แต่อาจนำเงินให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อทางอ้อม

 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(แฟ้มภาพ)
 
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(แฟ้มภาพ)

 

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ มอบหมาย สปส.ศึกษาแนวทางใช้เงินกองทุนประกันสังคมให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเงื่อนไขกฎหมาย เบื้องต้นไม่สามารถปล่อยกู้โดยตรงได้ เพราะผิดสัตถุประสงค์และไม่ใช่สถาบันการเงิน แต่อาจนำเงินไปฝากสถาบันการเงินและปล่อยสินเชื่อตามเงื่อนไขที่กำหนด

วันนี้(15 พ.ย.) ศาตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำถึงการใช้ประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม โดยมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ หากติดขัดในเรื่องข้อกฎหมายก็ให้พิจารณาตามที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตนและประชาชน ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่า พ.ร.บ.กองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2533 ไม่ได้ให้อำนาจสำนักงานประกันสังคม (สปส.) นำเงินประกันสังคมไปปล่อยสินเชื่อได้โดยตรง เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนที่มีความมุ่งหมายเพื่อจ่ายประโยชน์ทดแทนให้แก่ผู้ประกันตน และ สปส.ไม่ใช่สถาบันทางการเงินตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงไม่อาจจะพิจารณาสินเชื่อได้ตามอำนาจหน้าที่

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกองทุนประกันสังคมอาจพิจารณานำเงินกองทุนไปจัดทำ “โครงการลงทุนทางสังคม” ได้ โดยนำเงินฝากกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการไปปล่อยสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด หรือที่เรียกว่าเป็นการให้สินเชื่อทางสังคมโดยอ้อม แต่ทุกอย่างต้องทำด้วยความรอบคอบตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและระเบียบ รวมถึงกรอบงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการลักษณะดังกล่าวจะใช้ในกรณีจำเป็นเท่านั้น เพราะมีข้อจำกัด เช่น ปัจจัยเสี่ยงด้านศักยภาพการชำระคืนสินเชื่อของผู้ประกันตน เป็นต้น
Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 06:41 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

ไม่มีประเทศใดที่เกิดมามีอำนาจเหนือกว่า และไม่มีรูปแบบใดที่ลิขิตให้มีผู้ใดเหนือกว่า สีจิ้นผิงกล่าวเสริมว่าในยุคโลกาภิวัตน์เช่นนี้ ไม่ควรเลยที่จะมีผู้ใดมาต่อสู้กับผู้อื่น แต่ทุกฝ่ายควรช่วยเหลือกันเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์สำหรับทุกคน

Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 06:43 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

แค่คิดก็โชว์บนจอ! จีนพัฒนา 'ระบบเชื่อมสมองกับคอมพิวเตอร์' พิมพ์ตัวอักษรได้แม้อยู่ในความคิด
.
เทคโนโลยีอันล้ำสมัยฝีมือจีน ซึ่งเป็น "ระบบต่อประสานระหว่างคอมพิวเตอร์และสมอง" (ฺBrain-computer interface - BCI)
.
ระบบดังกล่าวต้องอาศัยหมวกแบบพิเศษซึ่งทำหน้าที่รับสัญญาณการตรวจคลื่นสมอง (Electroencephalogram: EEG) จากนั้นสัญญาณดังกล่าวจะถูกส่งต่อไปยังคอมพิวเตอร์
.
ระบบ BCI ความเร็วสูงนี้ สามารถประมวลผลอักขระได้ถึง 108 ตัว นับเป็นชุดคำสั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เคยออกแบบมา ซึ่งครอบคลุมทุกปุ่มบนแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์

Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 06:50 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 06:51 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 06:52 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 07:48 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, รถยนต์ และสถานที่กลางแจ้ง

ระวังมันดึงฝาหลัง

pan 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 10:02 / 3 weeks ago
S2M Silver Member

urboon Sun 17 Nov, 2019 07:48 / 1 hour ago
S2M Platinum Member

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, รถยนต์ และสถานที่กลางแจ้ง

ระวังมันดึงฝาหลัง

>> masda bt-50 4*4 มันแกร่งแท้ กระบะท้ายยังไม่เรี่ยพื้น

............

on Sun 17 Nov, 2019 06:50 / 2 hours ago
S2M Platinum Member

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

 
 
>> ไม่กล้าผอม กลัวผอม .. หลายปีนี้ นน.หายไป 14กก.แล้ว
อาศัยโปรตีนจากอาหารทางการแพทย์ และ เวย์โปรตีน
ไข่ เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีราคาถูก ไข่แดงอุดมสารอาหารอื่นหลายชนิด .. หมอมันสั่งให้กินไข่วันละ6-8ฟอง ใหม่ๆพอไหว เดี๋ยวนี้อยากอ้วกแตก! ลดไข่ลงเหลือวันละ2-3 ไม่สนไม่เชื่อหมอแล้วจ้า/
pan 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 10:44 / 3 weeks ago
S2M Silver Member

 

ขอเสริมเรื่องไขมัน :

ได้คุยกับพวกผู้หญิงจำนวนมาก เขากลัวไขมันจากปลา กลัวอ้วน!

ได้บอก เกือบไม่มีผลทำให้อ้วน ทว่ามีโอเมก้าและต้านอนุมูลอิสระเยอะ

ไม่จำเป็นพึ่ง แซลมอน ราคาแพง .. ปลาอื่นๆหลายชนิดมีไขมันชั้นดี อร่อยราคาถูก เช่น ปลาทู แม้แต่ส่วนของพุงปลาสวายที่เป็นไขมันดี(แต่คุณเธอหลงกลัวผิดๆ)

pan 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 11:41 / 3 weeks ago แก้ไขล่าสุด: Sun 17 Nov, 2019 11:49 / 3 weeks ago
S2M Silver Member

 

บรรดาหุ้นตัวเล็กก็เลยเหงา แหนทองคำหายากชิบผาย

 

>> เป็ด ๆๆ ๆ ๆ

เป็ดย่างช่างอร่อย   ห่านพะโล้อร่อยซู้ดด

 

............

 

Turboon Sun 17 Nov, 2019 06:34 / 4 hours ago
S2M Platinum Member

กม.ไม่อนุญาตประกันสังคมปล่อยกู้ แต่อาจนำเงินให้แบงก์ปล่อยสินเชื่อทางอ้อม

 

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(แฟ้มภาพ)
 
นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี(แฟ้มภาพ)

 

โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ มอบหมาย สปส.ศึกษาแนวทางใช้เงินกองทุนประกันสังคมให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเงื่อนไขกฎหมาย เบื้องต้นไม่สามารถปล่อยกู้โดยตรงได้ เพราะผิดสัตถุประสงค์และไม่ใช่สถาบันการเงิน แต่อาจนำเงินไปฝากสถาบันการเงินและปล่อยสินเชื่อตามเงื่อนไขที่กำหนด

วันนี้(15 พ.ย.) ศาตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้เน้นย้ำถึงการใช้ประโยชน์จากกองทุนประกันสังคม โดยมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาแนวทางความเป็นไปได้ หากติดขัดในเรื่องข้อกฎหมายก็ให้พิจารณาตามที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตนและประชาชน ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานว่า พ.ร.บ.กองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2533 ไม่ได้ให้อำนาจสำนักงานประกันสังคม (สปส.) นำเงินประกันสังคมไปปล่อยสินเชื่อได้โดยตรง เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนที่มีความมุ่งหมายเพื่อจ่ายประโยชน์ทดแทนให้แก่ผู้ประกันตน และ สปส.ไม่ใช่สถาบันทางการเงินตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงไม่อาจจะพิจารณาสินเชื่อได้ตามอำนาจหน้าที่

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกองทุนประกันสังคมอาจพิจารณานำเงินกองทุนไปจัดทำ “โครงการลงทุนทางสังคม” ได้ โดยนำเงินฝากกับสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการไปปล่อยสินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่สถาบันการเงินกำหนด หรือที่เรียกว่าเป็นการให้สินเชื่อทางสังคมโดยอ้อม แต่ทุกอย่างต้องทำด้วยความรอบคอบตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและระเบียบ รวมถึงกรอบงบประมาณที่มีอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาโครงการลักษณะดังกล่าวจะใช้ในกรณีจำเป็นเท่านั้น เพราะมีข้อจำกัด เช่น ปัจจัยเสี่ยงด้านศักยภาพการชำระคืนสินเชื่อของผู้ประกันตน เป็นต้น
 
>> เงินประกันตน  มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันดูแลผู้ประกันตนยามแก่เฒ่า 
การลงทุนเพื่อต่อยอดมีหลายนัยๆหลัก ต้องลงทุนที่เสี่ยงตํ่ามาก-มากที่สุด  ผลตอบแทนดี ไม่ใช่เป้าหมายหลัก 
  ถ้า ลงทุนสะเปะสะปะ เช่นปล่อยกู้ให้ไปลงทุนทำธุรกิจ โดยเฉพาะมือใหม่ อ่อนหัด ประวัติค้าขายไม่สำเร็จ/สำเร็จน้อย > จะเสี่ยงมาก ไม่ได้ดอก และเงินต้นก็ไม่ได้คืน!
  NPLsจะสูงปรี๊ดด .. ไม่ได้มโนหรือบลัฟใดใด เห็นได้ชัดจากผลงานปล่อยกู้ให้ SMEsของแบงค์ที่รู้กันทั่วเขี้ยวลากดิน ยังโดนNPL/NPAไม่เป็นท่า
 
ความคิดสุดพิเรนทร์ > น่าจะไปถอนเอาเงินกลับไว้กับตัว ปลอดภัยกว่าหลายเท่า!!
 
ผู้ปกครองแผ่นดิน ใยไม่คิดไล่เก็บภาษีซิกแซกทั้งถูกกดหมาย-เลี่ยงกดหมาย จะได้เพิ่มอีกเป็นหมื่นล้าน!   
หรือ? รัฐบาลนี้(ไม่ใช่ ปท.นี้) กระเป๋าแฟบบ ทำตกหล่นรายทางให้เก๋าเจี๊ยะมากเหลือเกิน หน้ามืดหันมาเอาเงินคนชราไปหากิน อุดรอยรั่ว เสริมเศรษฐกิจเพิ่มความเสี่ยง?
 
 
 
ผู้ใหญ่ลี (ปี2504) ศักดิ์ศรี ศรีอักษร นำกลับมาร้องใหม่ .. 2562 ย้อนรอย 2504 ?
 
  
Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 20:22 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

10 ความเสี่ยงทุบเศรษฐกิจเดี้ยง

 
 
Sun 17 Nov, 2019 10:32 / 9 hours ago
662 views  
 

สภาเศรษฐกิจโลกชี้ 10 ความเสี่ยงทุบเศรษฐกิจเดี้ยง หนี้สาธารณะโลกพุ่ง 225%

 

สภาเศรษฐกิจโลกประเมิน 10 ความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจระดับภูมิภาคปี’19 ห่วงหนี้สาธารณะโลกพุ่ง 225% ขณะที่ไทยเผชิญ 5 เรื่องเสี่ยง แนะเร่งนโยบายการค้าโปรแอคทีฟ

ผู้สื่อข่าว ”ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า ศึกษารายงานเรื่อง “ความเสี่ยงระดับภูมิภาคในการประกอบธุรกิจ (Regional Risk of Doing Business 2019) ที่จัดทำโดยสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) เกี่ยวกับข้อมูลการจัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจของภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก

 

จากรายงานการศึกษาดังกล่าวพบว่า เศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบางอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาสที่ 2
ปี 2562 ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด 7 อันดับแรกของโลก ได้แก่ สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น เยอรมัน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และอินเดีย ซึ่งมีสัดส่วนการผลิตรวมคิดเป็นร้อยละ 60 ของการผลิตโลกมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 รวมทั้งหนี้สาธารณะโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ร้อยละ 225 ของ GDP โลก ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอของภาคการเงินสาธารณะในทุกภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลเกี่ยวเนื่องต่อความเสี่ยงในด้านอื่น อาทิ การจ้างงาน การจัดสวัสดิการของภาครัฐแก่ประชาชน และราคาพลังงาน เป็นต้น

ในปี 2562 คาดการณ์ว่าโลกจะมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับการพัฒนาในระดับภูมิภาคและระดับโลกในวงกว้าง ความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภัยคุกคามที่มีความหลากหลาย และความเสี่ยงต่างๆ จะทำให้แต่ละภูมิภาคมีความจำเป็นต้องร่วมมือกันเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส ซึ่งการแก้ปัญหาด้วยความร่วมมือกันในระดับภูมิภาคจะสามารถดำเนินการในมุมมองที่แตกต่างและเติมเต็มการแก้ปัญหาที่เดิมไม่สามารถแก้ไขได้

นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวว่า สภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) ได้จัดอันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจทั่วโลกปี 2562 นี้ 10 อันดับแรก ได้แก่ 1) วิกฤติทางการเงิน 2) การโจมตีทางไซเบอร์ 3) ภาวะการว่างงาน 4) วิกฤตราคาพลังงาน 5) ความล้มเหลวของรัฐบาล 6) ความวุ่นวายทางสังคม 7) การโจรกรรมข้อมูล 8) ความขัดแย้งระหว่างรัฐ 9) การขาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ 10) เศรษฐกิจฟองสบู่

สำหรับความเสี่ยงในการทำธุรกิจสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกนั้น แบ่งได้เป็น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านเทคโนโลยี ด้านภูมิรัฐศาสตร์ และด้านเศรษฐกิจ โดยสรุป 10 อันดับความเสี่ยงในการทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ได้แก่ 1) ภัยธรรมชาติ 2) การโจมตีทางไซเบอร์ 3) ความขัดแย้งระหว่างรัฐ 4) วิกฤตการณ์ทางการเงิน 5) เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่รุนแรง 6) เศรษฐกิจฟองสบู่ 7) การโจรกรรมข้อมูล 8) วิกฤตราคาพลังงาน 9) ภาวการณ์ว่างงาน 10) ความล้มเหลวของรัฐบาล

Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 20:26 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

สื่อเผยกลุ่มผู้ประท้วงชาวฮ่องกงสลายตัวออกจากมหาวิทยาลัย CUHK แล้วในวันนี้

 

ฝรั่งเศส,เยอรมนี,รัสเซีย,ยูเครนเตรียมประชุม 4 ฝ่ายแก้วิกฤตยูเครนตะวันออก

 

ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดบวก 95 เซนต์ ขานรับข่าวสหรัฐ-จีนใกล้บรรลุข้อตกลงการค้า,โอเปกเล็งลดการผลิต

Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 20:29 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

 ต้นแปะก๊วยพันปี เหลืองทองอร่ามกลางวัดเจ้าแม่กวนอิม

 

 

 

ซินหัว, ซีอาน— ชมภาพความงดงามเกินบรรยายของต้นแปะก๊วย อายุกว่า 1,000 ปี ที่แปรเปลี่ยนสีสันเป็นสีเหลืองทองอร่ามตา ร่วงโรยห่มคลุมพื้นล่างดังพรมผืนใหญ่ ดึงดูดทัพนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเยี่ยมชมยามฤดูหนาวมาเยือน

ต้นแปะก๊วยเก่าแก่นี้ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นอยู่กลางลานวัดกู่กวนอินฉาน (古观音禅寺) หรือวัดเจ้าแม่กวนอิมโบราณแห่งเขาจงหนาน หมู่บ้านลั่วฮั่นต้ง เขตฉางอาน นครซีอาน เมืองเอกของมณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน
Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 20:33 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member

ปลดล็อคขนส่งพรมแดนไทย-เมียนมา ...
คาดยอดการค้าชายแดนกลับมาเร่งตัวในปี 2563

by: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

การเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 และการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างไทย-เมียนมา (IICBTA) เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา นอกจากจะช่วยให้การขนส่งสินค้าประหยัดเวลาและต้นทุนแล้ว ยังนับเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ไทยเป็นตัวกลางเชื่อมโยงฐานการผลิตของทั้ง 3 ประเทศ (เมียนมา-ไทย-สปป.ลาว) เข้าด้วยกันได้อย่างไร้พรมแดน ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ความสะดวกดังกล่าวทำให้การส่งออกผ่านด่านแม่สอด จ.ตาก ทยอยกระเตื้องขึ้น หนุนการส่งออกชายแดนไทย-เมียนมาในภาพรวมปี 2563 ขยับขึ้นมาแตะ 1.05 ถึง 1.1 แสนล้านบาท ขยายตัวที่ร้อยละ 3.0-8.0

สำหรับโอกาสของสินค้าไทยจากอานิสงส์ข้างต้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัจจุบันสถานะการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดเมียนมาค่อนข้างดี โดยสินค้าไทยที่ครองตลาดอย่างโดดเด่น ทั้งในแง่ของการขยายตลาดส่งออกหรือการเปลี่ยนไปเป็นการลงทุนที่เมียนมาแทนการนำเข้าจากไทยก็ตามยังคงเป็นสินค้าเดิมในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน มอเตอร์ไซค์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรายการ ขณะที่ก็ยังมีโอกาสในการส่งสินค้าอื่นไปตอบโจทย์ความต้องการของเมียนมาอาจจะต้องเผชิญการแข่งขันอยู่บ้าง อาทิ ยารักษาโรค อาหารทารก และอาหารแปรรูปต่างๆ ขณะที่สินค้าขั้นกลางของไทยน่าจะเป็นดาวรุ่งใหม่ที่น่าจับตาและยังทิ้งห่างคู่แข่งอย่างจีน ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ เม็ดพลาสติก (เอธิลีน) กระดาษ ส่วนประกอบยานยนต์ ยางล้อ ขวดแก้ว และถุงพลาสติก เป็นต้น

พัฒนาการระหว่างพรมแดนไทยกับเมียนมาในปีนี้มีความน่าสนใจอย่างมาก ทั้งการเปิดสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 ที่บริเวณด่านแม่สอด จ.ตาก เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ช่วยบรรเทาความคับคั่งของการขนส่งที่สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 1 พร้อมทั้งมีแผนขยายเวลาเปิด-ปิดด่านให้เอื้อต่อการขนส่ง และการเริ่มใช้ความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารระหว่างไทย-เมียนมา (Initial Implementation of Cross-Border Transport Facilitation Agreement: IICBTA) และบทเพิ่มเติม (Addendum) ที่เมียนมาขอเริ่มใช้กับไทยเป็นประเทศแรกเริ่มวันที่ 22 ตุลาคม 2562 บริเวณจุดเชื่อมต่อเมียวดี-ด่านแม่สอด จ.ตาก มีผลให้รถขนส่งที่ได้รับอนุญาตสามารถข้ามประเทศไปได้ลึกขึ้น มีเวลาอยู่ในแต่ละประเทศนานถึง 30 วัน กล่าวคือ รถบรรทุกเมียนมาสามารถขนสินค้าข้ามมายังด่านแม่สอดไปยังปลายทางได้ 2 ที่ คือ ท่าเรือแหลมฉบัง จ.กรุงเทพฯ และชายแดน จ.มุกดาหารของไทย ในทางกลับกันรถบรรทุกไทยสามารถขนสินค้าจากด่านแม่สอดไปถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษติลาวา (Thilawa Special Economic Zone: SEZ) กรุงย่างกุ้ง (จากเดิมไปได้แค่เมืองเมียวดี) สิ่งเหล่านี้ช่วยย่นระยะเวลาและลดต้นทุนค่าขนส่งให้แก่ธุรกิจไทย ทำให้การส่งออกผ่านชายแดนของไทยคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม

ในปัจจุบันสินค้าไทยได้รับการตอบรับที่ดีจากชาวเมียนมาอยู่แล้ว โดยไทยเป็นแหล่งนำเข้าลำดับที่ 3 (รองจากจีนและสิงคโปร์) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 13 ของการนำเข้าทั้งหมดของเมียนมา ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีสินค้าไทยหลายกลุ่มขยายตลาดในเมียนมาได้อย่างน่าจับตา ประกอบกับความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของไทยที่มีพรมแดนติดเมียนมาทำให้การส่งออกของไทยกว่าร้อยละ 70 ใช้ช่องทางชายแดนระหว่างกันเป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ส่งผ่านไปทุกช่องทาง ทั้งด่านระนอง จ.ระนอง ด่านแม่สาย จ.เชียงราย ขณะที่ด่านแม่สอด จ.ตาก ที่เป็นด่านการค้าที่สำคัญที่สุดยังมีความพิเศษตรงที่สามารถขนสินค้าเชื่อมโยงไปยังใจกลางพื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของเมียนมา จึงมีความต้องการสินค้าขั้นกลางเพื่อตอบโจทย์การผลิตอย่างน่าสนใจแต่ผู้ประกอบการอาจต้องแข่งขันด้านราคากับสินค้าจีนและอินโดนีเซีย ขณะที่สินค้าสิงคโปร์เป็นคนละกลุ่มกัน ดังนี้

สินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทยค่อนข้างโดดเด่นครองส่วนแบ่งการนำเข้าของเมียนมาได้ถึง 1 ใน 3 ของการนำเข้าสินค้าอาหารของเมียนมาในปี 2561 โดยสินค้าที่มีศักยภาพสูงที่จะยังทำตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะที่สินค้าที่มีความต้องการสูงและเป็นโอกาสของไทยหากเร่งทำตลาด ได้แก่ เต้าหู้/นมถั่วเหลือง/ครีมเทียม อาหารเด็ก ขนมปัง/พาสต้า ชา/กาแฟปรุงสำเร็จ อาหารปรุงแต่งทำจากธัญพืช ทั้งนี้ สินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มของไทยส่งไปเมียนมาลดลงมาระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากนักลงทุนไทยในกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และอาหารแปรรูป ที่เคยส่งสินค้าไปเมียนมา ได้เข้าไปขยายการผลิตในเมียนมาแทน และสถานการณ์แบบนี้จะยังคงอยู่ต่อไปตามแรงดึงดูดของการผ่อนคลายกฎระเบียบภายในประเทศจนเมียนมาได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสะดวกในการประกอบธุรกิจดีขึ้นเรื่อยๆ โดยธนาคารโลก (World Bank) จัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจปี 2563 (Ease of Doing Business 2020) ให้เมียนมามาอยู่ในอันดับที่ 165 จากอันดับที่ 171 ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ในระยะข้างหน้าแม้ตลาดอาหารและเครื่องดื่มในเมียนมาจะแข่งขันสูงขึ้น แต่ก็เชื่อว่าสินค้าไทยจะยังรักษาตลาดไว้ได้อย่างแข็งแกร่งด้วยจุดแข็งด้านพฤติกรรมการบริโภคที่คล้ายคลึงกัน

สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าสำเร็จรูปที่ใช้ในชีวิตประจำวันของไทยมีคุณภาพ สามารถมัดใจชาวเมียนมาได้มากขึ้น โดยเมียนมานำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าตัว คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17.7 ของการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมดของเมียนมา ในปี 2561 (จากเดิมร้อยละ 9.4 ในปี 2553) โดยเฉพาะกลุ่มที่ไทยมีส่วนแบ่งตลาดสูงและมาแรง ได้แก่ มอเตอร์ไซด์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก สบู่ ยาสระผม เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์โกนหนวด/ระงับกลิ่นกาย และผ้าอนามัย/ผ้าอ้อม เป็นต้น นอกจากนี้ สินค้าที่ไทยมีโอกาสพอจะแข่งขันได้ตามความต้องการนำเข้าเมียนมาที่อยู่ในระดับสูง อาทิ ยารักษาโรคที่ไทยมีส่วนแบ่งการนำเข้าในเมียนมาร้อยละ 10.2 (อินเดียมีสัดส่วนถึงร้อยละ 42) รถยนต์นั่ง รถโดยสาร สำหรับสินค้าอื่นๆ จีนครองตลาดในเมียนมาอยู่ซึ่งสินค้าไทยก็ไม่ได้ลงไปแข่งขันด้านราคาด้วย ได้แก่ รถกระบะ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ คอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก เฟอร์นิเจอร์ โทรศัพท์ เครื่องทำน้ำร้อน กล่องใส่ของ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้บนโต๊ะอาหาร เสื้อผ้าและรองเท้า เป็นต้น

สินค้าในกลุ่มสนับสนุนภาคการผลิต (Supporting Industry) เป็นสินค้ากลุ่มที่มีโอกาสขยายตลาดได้มากขึ้นอีก แต่ก็ต้องแย่งชิงพื้นที่ตลาดกับสินค้าจีนที่ครองตลาดอยู่ราวครึ่งหนึ่ง ซึ่งการขยายกำลังการผลิตและการลงทุนในเมียนส่วนใหญ่ยังเป็นลักษณะการประกอบเป็นสินค้าขั้นสุดท้าย และนำเข้าสินค้าขั้นกลางส่วนใหญ่จากจีน ซึ่งต้องยอมรับว่าสินค้าไทยยากจะแข่งขัน อาทิ เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก (โพรพิลีน) เหล็กและผลิตภัณฑ์ ขณะที่สินค้าไทยประเภทใหม่หลายรายการก็สามารถเข้าแทรกทำตลาดได้มากขึ้น อาทิ วัสดุก่อสร้าง บรรจุภัณฑ์ เม็ดพลาสติก (เอธิลีน) กระดาษ ส่วนประกอบยานยนต์ ยางล้อ ขวดแก้ว ถุงพลาสติก ซิเมนต์ เส้นใยสิ่งทอ และผ้าผืน เป็นต้น เพื่อสนับสนุนนักลงทุนรายใหม่ทั้งนักลงทุนไทย และญี่ปุ่นที่เข้าไปขยายการผลิตในเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ของเมียนมา ประกอบกับไทยมีแต้มต่อมากกว่าจีนในด้านเส้นทางขนส่งของไทยที่ใกล้แหล่งผลิตของเมียนมามากกว่าและไทยมีห่วงโซ่การผลิตที่แนบแน่นกับนักลงทุนญี่ปุ่นเป็นทุนเดิม

โดยสรุป ในช่วงที่ผ่านมาการลงทุนที่เข้าไปในประเทศเมียนมาทำให้ความต้องการสินค้าจากไทยผ่านชายแดนไทย-เมียนหดตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2560 โดยตลอดเวลา 9 เดือนแรกปี 2562 มีมูลค่าส่งออกราว 6.8 หมื่นล้านบาท ยังคงหดตัวที่ร้อยละ 3.9 (YoY) และคาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าใกล้เคียง 1.02 แสนล้านบาท หดตัวที่ราวร้อยละ 3.0 ในปี 2562 ขณะที่การอำนวยความสะดวกระหว่างชายแดนไทยกับเมียนมาบริเวณด่านแม่สอด จ.ตาก ดังกล่าวช่วยย่นระยะเวลาและลดต้นทุนค่าขนส่งให้แก่ธุรกิจไทย ขับเคลื่อนการส่งออกผ่านชายแดนของไทยในระยะข้างหน้าคล่องตัวขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าขั้นกลางรายการใหม่ของไทยจะกลายเป็นสินค้าดาวรุ่งเร่งในอนาคตตามการขยายตัวของการผลิตในเมียนมา ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ด้วยอานิสงส์ข้างต้นมีผลขับเคลื่อนการส่งออกของไทยผ่านด่านแม่สอด จ.ตาก จะขยับสูงขึ้นเป็นมูลค่าใกล้เคียง 8 หมื่นล้านบาท ในปี 2563 ขยายตัวเร่งขึ้นราวร้อยละ 14 อันจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการส่งออกชายแดนไทย-เมียนมาในภาพรวมปี 2563 ขยับขึ้นมาแตะ 1.05 ถึง 1.1 แสนล้านบาท ขยายตัวที่ร้อยละ 3.0-8.0 หลังจากนั้นในปี 2564 การส่งออกผ่านด่านแม่สอด จ.ตาก น่าจะแตะ 1 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ การปลดล็อคข้อจำกัดในการขนส่งระหว่างไทยกับเมียนมายังทำให้ไทยขยับไปเป็นประเทศผู้เชื่อมต่อการผลิตของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS (Greater Mekong Sub-region) ได้เกือบครบ โดยรถขนส่งไทยสามารถทะลุไปยังทะเลอันดามันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง รถขนส่งของไทยสามารถเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ถึง 8 แห่ง ประกอบด้วย เขตเศรษฐกิจพิเศษติลาวา ในเมียนมา และเขตเศรษฐกิจพิเศษอีก 7 แห่ง ตลอดแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor: EWEC) คือ เขตเศรษฐกิจพิเศษเมียวดี เขตเศรษฐกิจพิเศษพะอัน และเขตเศรษฐกิจพิเศษเมาะละแหม่งในเมียนมา เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด และเขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหารในไทย เขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน และเขตเศรษฐกิจพิเศษแดนสะหวัน ใน สปป.ลาว ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ถ้ารถขนส่งของไทยสามาถรผ่านไปถึงเขตเศรษฐกิจดานัง เขตเศรษฐกิจพิเศษกวางจิ (กวางตรี) เขตเศรษฐกิจพิเศษลาวบาวในเวียดนามได้สำเร็จ จะยิ่งทำให้ห่วงโซ่การผลิตของภูมิภาคนี้ครบสมบูรณ์มากยิ่งกว่าเดิม ไทยมีโอกาสดึงดูดการลงทุนต่างชาติได้มากขึ้นจากการเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าจากฝั่งทะเลอันดามันไปถึงมหาสมุทรแปซิฟิคได้รวดเร็วเพียง 3 วัน

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
 
 
Turbo 3 weeks ago on Sun 17 Nov, 2019 20:44 / 3 weeks ago แก้ไขล่าสุด: Sun 17 Nov, 2019 20:44 / 3 weeks ago
S2M Platinum Member