ตี๋โบ๊โผล่หัวคุย

Mon 3 Feb, 2020 05:37 / 1 year ago
แก้ไขล่าสุด: Mon 3 Feb, 2020 09:51 / 1 year ago

 

วันก่อนดาวโจน -603.37 (-2.09%)

At close: January 31 4:59PM EST

เช้านี้ฉันพบว่าดาวโจนล่วงหน้าลบอีกเกือบ 600 .  ฉันงง 

Americas

NAME TIME (EST) FUTURE DATE LAST NET CHANGE OPEN HIGH LOW
-- 2020-03 28,196.00 -595.00 28,838.00 28,881.00 28,105.00
-- 2020-03 3,224.00 -65.75 3,292.00 3,297.50 3,212.75
-- 2020-03 8,997.75 -218.50 9,226.50 9,248.75 8,966.00
-- 2020-03 44,424.00 -779.00 45,300.00 45,300.00 44,345.00
-- 2020-03 17,300.00 -165.00 -- -- --
-- 2020-03 1,031.50 -12.00 1,043.30 1,044.00 1,028.00
-- 2020-02 113,931.00 -1,717.00 114,600.00 114,650.00 113,230.00
-- 2020-04 18,640.00 -310.00 18,640.00 18,640.00 18,640.00

 

ฉันพบว่าภูมิภาคอื่นก็ตามอย่าง

Europe, Middle East & Africa

NAME TIME (EST) FUTURE DATE LAST NET CHANGE OPEN HIGH LOW
-- 2020-03 3,639.00 -40.00 3,705.00 3,717.00 3,607.00
-- 2020-03 7,217.50 -98.50 7,370.00 7,378.00 7,164.00
-- 2020-03 12,994.00 -155.00 13,235.50 13,275.00 12,880.50
-- 2020-02 5,804.00 -66.00 5,899.00 5,907.50 5,761.50
-- 2020-02 2,278.75 -20.25 2,300.00 2,300.00 2,273.50
-- 2020-03 23,219.00 -543.00 23,885.00 23,885.00 23,110.00
-- 2020-02 587.85 -9.48 600.10 600.60 583.70
-- 2020-02 1,787.00 -0.25 1,796.00 1,806.25 1,777.00
-- 2020-03 10,550.00 -99.00 10,721.00 10,746.00 10,460.00
-- 2020-02 1,277.75 +2.25 1,285.00 1,286.25 1,277.25
-- 2020-03 3,067.50 -25.50 3,096.50 3,096.50 3,094.00
-- 2020-03 5,251.00 +6.00 5,245.00 5,250.00 5,245.00
-- 2020-02 9,377.30 -84.40 9,515.00 9,543.00 9,328.00
-- 2020-03 2,066.00 -22.00 2,092.00 2,093.00 2,056.00
-- 2020-03 309,075.00 -825.00 309,625.00 310,200.00 308,700.00
-- 2020-03 151,580.00 -570.00 152,040.00 152,420.00 151,400.00
-- 2020-02 144.23 -1.67 143.95 144.03 143.68
-- 2020-03 50,157.00 -561.00 50,865.00 50,873.00 50,082.00

Asia Pacific

NAME TIME (EST) FUTURE DATE LAST NET CHANGE OPEN HIGH LOW
-- 2020-03 6,835.00 -119.00 6,945.00 6,956.00 6,822.00
-- 2020-02 3,990.20 -150.40 4,093.00 4,106.00 3,961.80
-- 2020-02 12,767.50 -65.00 12,840.00 12,842.50 12,682.50
-- 2020-02 25,910.00 -323.00 26,222.00 26,231.00 25,880.00
-- 2020-02 10,119.00 -131.00 10,251.00 10,255.00 10,104.00
-- 2020-02 11,654.90 -339.40 11,948.90 12,020.20 11,625.05
-- 2020-02 39,782.85 -1,107.10 40,668.85 40,929.35 39,634.75
-- 2020-03 22,650.00 -480.00 23,130.00 23,150.00 22,650.00
-- 2020-03 1,645.50 -33.50 1,678.50 1,680.50 1,645.00
-- 2020-02 1,533.50 -14.00 1,551.50 1,557.50 1,531.00
-- 2020-02 3,156.00 -17.00 -- -- --
-- 2020-03 281.75 -3.40 284.55 285.30 281.35
-- 2020-02 11,244.00 -225.00 11,455.00 11,470.00 11,211.00
-- 2020-03 1,013.20 -5.70 1,023.00 1,024.50 1,012.40

คราวนี้ฉันเวียน

ฉันพบข่าวจริง+ปลอม มากมาย เจ้ากรมมันเอ่ยไปทั่ว โอกาสของปากหอยปากปู

ฉันคิดว่าถึงเวลาเอาจริงคงไม่เช่นนี้ 

 

มันบวก 170แล้ว

 

.ฝรั่งอุสากั๊กวัคซีนไวขาย..กดราคาสะหน่อย.อ้างว่าจะผลิตได้ภายใน1ปี....เจอพี่ไทยไปมิกผสม.แม่โขงกับหงส์ทอง....หงายท้องเลยบริษัทผลิตวัคซีน....อินเดียเขาถอดพันธุกรรม..
อินเดียงงแดกเลยมีเชื้อHIV.ด้วย. คาค้าวที่ไหน.จะเปงเอด์..นี้มันมีคนทำนะนายจ๋า....

 

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

ยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่นอนว่า ยาชุดนี้คือมาตรฐานในการรักษาเพราะเป็นโรคใหม่ จำเป็นต้องรอการวิจัยที่แน่ชัด

 

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

 

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

 

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

 


3 comments
Turbo 1 year ago on Mon 3 Feb, 2020 06:02 / 1 year ago
S2M Platinum Member

 

BLOOMBERG

Thailand Sees Good Result from Using Drug Mixture on Coronavirus

China’s $22 Billion Injection May Help Ease Global Market Rout

 

SETTRADE

ส่งออกรถยนต์ 63 อาจหดตัวไม่น้อยกว่า3%

ภัยแล้งปี2563ส่อวิกฤติ คาดเสียหายราว17,000-19,000ล้านบาท

 

 

 

 

Turbo 1 year ago on Mon 3 Feb, 2020 06:03 / 1 year ago
S2M Platinum Member

กระทรวงเกษตรจีนยืนยันหวัดนก H5N1 ระบาดในมณฑลหูหนาน

 

ข่าวต่างประเทศ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 14:53 น. —สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)

กระทรวงเกษตรและกิจการชนบทของจีนเปิดเผยว่า พบการแพร่ระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในเมืองเซาหยาง มณฑลหูหนาน ส่งผลให้ไก่ในเมืองล้มตายจากการติดเชื้อไวรัสไปราว 4,500 ตัว

ทั้งนี้ ทางการท้องถิ่นได้รีบดำเนินการกำจัดสัตว์ปีกในเมืองจำนวน 17,828 ตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง

Turbo 1 year ago on Mon 3 Feb, 2020 06:06 / 1 year ago
S2M Platinum Member

ปูพรมมาตรการทางการเงิน อุ้มลูกหนี้ฝ่าวิกฤติไวรัสโคโรนา

By วิไล อักขระสมชีพ

สถานการณ์ประเทศไทยในเวลานี้  ได้เห็นการบูรณาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ร่วมด้วยช่วยกันงัดทุกมาตรการออกมาช่วย เพื่อหวังให้ผ่านด่านฝุ่นตลบจากสารพัดปัจจัยลบรุมเร้ารอบด้าน

ตั้งแต่เปิดศักราชเดือนแรกของปีชวด ราวกับฝันร้ายเกิดขึ้นทั้งต่างประเทศและในประเทศ ไล่เรียงมาเป็นระลอกๆ จนตั้งตัวกันไม่ติดทั่วโลก เริ่มตั้งแต่ปัญหาตะวันออกกลาง กระทบต่อราคาน้ำมันโลก และหนักสุดคือ ปัญหาโรคระบาด “ปอดบวมอู่ฮั่น” จากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่ต้นตอมาจากประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ยังควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ และแพร่ระบาดไปแล้วกว่า 10 ประเทศ  

โดยเฉพาะจีนอ่วมหนักสุด เศรษฐกิจใหญ่ราวกับถูกชัตดาวน์ ลากเศรษฐกิจทั่วโลกป่วน และประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างหนัก เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเพิ่มเติมในไทย ที่ยังเกิดปัญหาภัยแล้งเร็วและคาดจะกินเวลายาวกว่าปกติทุกปี ปัญหาฝุ่น pm 2.5   รวมไปถึงรัฐบาลยังติดกึกอยู่กับเรื่อง พ.ร.บ. งบประมาณประจำปี 2563 ที่ยังไม่สามารถมีผลบังคับใช้ได้ ทำให้ไม่สามารถเบิกงบฯมาใช้จ่ายหมุนเวียนในเศรษฐกิจไทย  สารพัดปัจจัยลบฉุดรั้งกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะงักงัน

เครื่องยนต์หลักๆทางเศรษฐกิจโลกหมดสภาพกันเป็นแถว ที่เคยดีโดดเด้งอย่างภาคท่องเที่ยวทั่วโลกแห้งเหี่ยว รายได้ประเทศเสียหายหนัก ตามกันเป็นห่วงโซ่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพราะนักท่องเที่ยวจีน จัดว่าเป็นฐานใหญ่ของโลก ภาคบริโภคทั่วโลกซบเซา ทำใจกันได้ว่าไตรมาสแรกนี้ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลดลง จากที่ไอเอ็มเอฟได้คาดไว้ราว 3.3%

สำหรับเศรษฐกิจไทยเหนื่อยขึ้นไปอีก เพราะปีก่อนๆยังเคยมีรายได้จาก “ภาคท่องเที่ยว” เป็นตัวขับเคลื่อนทั้งระบบให้ขยายตัวได้ แต่ปัจจุบัน ธุรกิจภาคท่องเที่ยว ตกอยู่ในอาการ “ช็อค” อีกทั้งภาครัฐบาลก็ไม่มีเงินอัดฉีดมาตรการกระตุ้น ดังนั้น เตรียมรับมือกับปัญหาปากท้องหนี้สินคนจนคนรวยหนี้บัตรรูดกันได้เลย 

ส่วนภาคส่งออกไม่ต้องพูดถึง ปีนี้เดี้ยงต่อเนื่อง แรงกดจากที่ “จีน” ปิดประเทศ แม้ว่าค่าเงินบาทจะกลับมาอ่อนค่ามากขึ้น แต่สถานการณ์รอบด้านไม่เอื้อให้ทั่วโลกค้าขายได้ดีไปกว่าปีที่แล้วเท่าไหร่นัก ยิ่งด้านการนำเข้า คงไม่ต้องพูดถึงทั้งภาครัฐ ที่ยังไม่น่าจะเห็นการลงทุน ได้ในไตรมาสแรกนี้แน่นอน และภาคเอกชนขอประคองธุรกิจให้รอดก็พอ เรื่องการขยายธุรกิจไม่ต้องพูดถึงแล้ว

ภาวะฉุกเฉินที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทุกคนจำเป็นต้องรับมือมากที่สุด คือ “สภาพคล่องทางการเงิน” จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเวลานี้ อยู่ในภาวะน่าวิตกกังวลกันทุกฝ่าย

ดังนั้น จึงเห็นทั้งภาครัฐและหน่วยงานใหญ่ อย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาสั่งขอให้สถาบันการเงินทั้งหมด ช่วยเหลือเร่งด่วนในกลุ่มลูกหนี้ที่คับขันทั้งที่อยู่ในภาคธุรกิจต่างๆและประชาชน 

โดยขณะนี้ แบงก์ชาติ หรือ ธปท. ส่งหนังสือขอความร่วมมือให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ ธปท. และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ ดำเนินการพิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา เป็นการเร่งด่วน โดยหวังว่าจะช่วยคลายความวิตกกังวลให้กับผู้ประกอบการและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจมีความพร้อมที่จะเผชิญและรับมือกับสถานการณ์ได้เต็มศักยภาพที่มีอยู่

สำหรับมาตรการดูแลให้ความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ มีดังนี้

เรื่องแรก ด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม เพื่อหวังช่วยให้ดำเนินธุรกิจต่อไปได้เรื่องที่สอง ขอให้เจ้าหนี้ผ่อนคลายเงื่อนไขการชำระหนี้ และปรับโครงสร้างหนี้ การปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่า 10% ของยอดคงค้างและเรื่องที่สาม ขอให้เจ้าหนี้ผ่อนผัน “เพดานวงเงินชั่วคราว” ในกรณีฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 63

เมื่อแบงก์ชาติขอมา บรรดาเจ้าหนี้ต่างๆทยอยรับลูกกันบ้างแล้ว นำโดยแบงก์ไทยพาณิชย์ ประกาศช่วยลูกหนี้รายใหญ่และเอสเอ็มอีในกลุ่มโรงแรมทั่วประเทศ เพื่อผ่อนคลายผลกระทบระยะสั้นผ่านมาตรการพักชำระเงินต้น (Grace Period) นานสูงสุด 6 เดือน และจะติดตามประเมินผลกระทบในระยะถัดไปอย่างใกล้ชิด พร้อมเพิ่มมาตรการช่วยเหลือ หากสถานการณ์มีความยืดเยื้อ

ด้านธนาคารกสิกรไทย มีมาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือ “ลูกค้าเอสเอ็มอี”และคู่ค้าของลูกค้าแบงก์ที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ด้วยการพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 12 เดือน และสามารถขอวงเงินเพิ่มเพื่อฟื้นฟูกิจการ โดยฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปี กับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ซึ่งมาตรการช่วยเหลือเริ่มวันนี้ถึง 30มิ.ย. 2563 นี้

ฝั่งแบงก์ใต้ปีกรัฐ พาเหรดกันออกมาตรการรับมือทั้งโรคระบาดไวรัสโคโรนา และภัยแล้ง โดยแบงก์กรุงไทยประกาศช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบต่อการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าไปยังจีน ทางธนาคารกรุงไทยพักชำระหนี้เงินต้นตามระดับผลกระทบ ทั้งนี้ ยืดเวลาให้ไม่เกิน 12 เดือน และขยายเวลาชำระหนี้ให้สอดคล้องกับธุรกิจ 

สำหรับลูกค้ารายที่ใช้ บสย. ค้ำประกันสินเชื่อเดิม สามารถขยายระยะเวลาค้ำประกันออกไปได้อีก 5 ปี โดยลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ และเป็นไปตามเกณฑ์ของ บสย.

และกลุ่มผู้ประกอบการ SME ที่ต้องการขอสินเชื่อในการดำเนินธุรกิจ จะมีอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี กู้ได้สูงสุด 3 เท่าของหลักประกัน ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี ยกเว้นค่าธรรมเนียม บสย. ค้ำประกัน 4 ปีแรก และสินเชื่อ SME อีก 10 ประเภท ให้เลือกใช้ตามความต้องการของธุรกิจ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 4% ต่อปี

ส่วนธอส. ประกาศเตรียมวงเงิน 1 พันล้านบาทช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ ด้วยการลดดอกเบี้ยกู้และเงินงวดผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน โดยคิดอัตราดอกเบี้ยกู้ 0.01%ต่อปี สำหรับผู้ที่กู้และจำนองหลักประกันไว้ ก่อนวันที่เริ่มมาตรการ(วันที่  30 ม.ค.2563) เช่น ไกด์นำเที่ยว พนักงานโรงแรม ผู้ประกอบการรายย่อยที่ขายสินค้าในแหล่งท่องเที่ยว พร้อมกับได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง โดยลูกค้าเหล่านี้จะต้องยื่นขอเข้ามาตรการนี้ตั้งแต่วันที่ 30 ม.ค.จนถึง 31 มี.ค. 2563 

ด้าน ธ.ก.ส. ก็ออกมาตรการช่วยเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง โดยขยายเวลาชำระหนี้เดิมออกไป 2 ปี 

ตั้งแต่ 1 ม.ค.  2563 ถึง 31 ธ.ค. 2564  พร้อมกับได้จัดทำโครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรสำหรับเกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง ปี 2563 เพื่อเป็นเงินทุนสนับสนุนในการจัดหา สร้าง/พัฒนา และปรับปรุงแหล่งน้ำไว้ใช้ในยามวิกฤติด้วย ซึ่งโครงการนี้มีวงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท  จะให้เกษตรกรผู้ประสบภัยแล้ง  สามารถกู้เพื่อนำไปลงทุนได้รายละไม่เกิน 200,000 บาท  อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี  ใน 2 ปีแรก ส่วนปีที่ 3 เป็นต้นไป คิดดอกเบี้ยในอัตรา MRR-2 % (ปัจจุบัน MRR= 6.875%) โดยมีกำหนดชำระคืนไม่เกิน 10 ปี  ส่วนระยะเวลาสนับสนุนสินเชื่อ ตั้งแต่ 1 ก.พ.  ถึง 31 ธ.ค. 2563

ดังนั้น หากคุณลูกหนี้ รู้สึกว่าสภาพคล่องทางการเงินและธุรกิจไปต่อไม่ไหวแล้ว รัฐสั่งเปิดประตูทางออกทางแก้ให้แล้ว คุณเดินหน้าเข้าหาเจ้าหนี้ ให้ช่วยด่วนและใช้สิทธิ์ผ่อนผันต่างๆที่มีให้เต็มที่ 

เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่า แต่ละปมร้อนจะคลี่คลายได้เร็ววันเพียงใด และจะมีเรื่องใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณทำได้ คือ คุณต้องไขว่คว้าโอกาสรอดในยามวิกฤติไว้ก่อน เพื่อให้เดินต่อไปได้