กลุ่มธุรกิจภายใต้เครือเจริญโภคภัณฑ์ CPALL และ TRUE โชว์ศักยภาพองค์กรชั้นนำในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก “FTSE4GoodIndex Series” จัดโดยฟุตซี่ รัสเซล (FTSE Russell) ประเทศอังกฤษซึ่งเป็นหนึ่งในดัชนีชั้นนำด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับระดับโลกที่ประเมินศักยภาพในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social and Governance : ESG)    

ทำความรู้จักดัชนีหลักทรัพย์ FTSE4Good

กลุ่มดัชนีหลักทรัพย์ FTSE4Good เป็นการประเมินที่ดำเนินการโดย FTSE Russell ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติดัชนี FTSE4Good ถูกจัดทำขึ้นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2559 โดยนำเอาบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์จากกว่า 20 ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่อาทิ จีน บราซิล แอฟริกาใต้ ไต้หวัน และรัสเซีย ดัชนี FTSE4Good Emerging Market ได้พิจารณาตัวบ่งชี้กว่า 300 ด้านของสมาชิก ทั้งในหมวดสิ่งแวดล้อมอันได้แก่ มาตรการในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ (Climate Change) ระบบรอยเท้าทางนิเวศ (Environmental Footprint)และระบบห่วงโซ่อุปทานสิ่งแวดล้อม (Environmental Supply Chain) ในหมวดสังคมได้แก่ โครงการความริเริ่มเพื่อสังคม (Community Initiatives) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) และข้อปฏิบัติในเรื่องแรงงาน (Labor Practices) ในหมวดบรรษัทภิบาลได้แก่ การกำกับดูแลองค์กร (Corporate Governance) การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และความโปร่งใสในเรื่องภาษี (Tax Transparency) ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่ นักลงทุน นักวิเคราะห์ทางการเงิน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆทั่วโลกให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการตัดสินใจ เพื่อการลงทุน

 

 

CPALL รักษาความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน “FTSE4Good Index” กลุ่มค้าส่งค้าปลีกอาหารระดับโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

นายธานินทร์ บูรณมานิต กรรมการผู้จัดการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น ในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิก FTSE4Good Index ในกลุ่ม Food & Drug Retailers ซึ่งเป็นดัชนีที่ได้รับความเชื่อถือระดับโลก จัดทำโดย FTSE Russell ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมีคะแนนติดอันดับสูงสุด 1 ใน 5 บริษัทชั้นนำทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลที่แข็งแกร่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

สำหรับด้านสิ่งแวดล้อมได้คะแนนสูงถึง 4.7 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมถึง 3 เท่า มาจากการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่อุปทาน การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน รวมถึงการป้องกันมลภาวะ และดูแลการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคม ด้านสังคม ได้คะแนนสูงถึง 3.7 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมถึง 1.9 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากการสร้างคุณค่าทางสังคมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ความรับผิดชอบต่อลูกค้า และสิทธิมนุษยชน และด้านธรรมาภิบาล ได้คะแนนสูงถึง 4.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมถึง 1.2 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากการรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการ และการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชัน รวมถึงการยกระดับให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล จากการเข้าร่วมประเมินในเวทีระดับสากลทำให้องค์กรมองเห็นโอกาสในการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมุ่งมั่นตอบสนองปณิธานขององค์กรที่ว่า “ร่วมสร้างสรรค์ และแบ่งปันโอกาส ให้ทุกคน”
 

True ติดอันดับสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก FTSE4Good 4 ปี ต่อเนื่อง 

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก FTSE4 Good ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จาก FTSE Russell ในรอบการประเมินเดือนมิถุนายน ปี 2563 ที่ผ่านมา สะท้อนความเป็นองค์กรธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมถึงมีบรรษัทภิบาลที่แข็งแกร่ง ภูมิใจได้รับคะแนนประเมินด้านสิ่งแวดล้อมสูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลก ซึ่งเป็นผลมาจากความสำเร็จในการบริหารจัดการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีส่วนร่วมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง ผ่านการดำเนินงานลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้ไฟฟ้า ลดการใช้น้ำ จัดการขยะ ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนและพลังทางเลือก ตามเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า

“ในปีนี้ เป็นอีกครั้งที่กลุ่มทรู ได้รับการประกาศจาก FTSE Russel ให้เป็นสมาชิก FTSE4Good Index Series ถึง 4 ปีซ้อนในรอบการประเมินเดือนมิถุนายน ปี 2563 ด้วยคะแนนสูงสุดด้านสิ่งแวดล้อมในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลก ซึ่งนับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของกลุ่มทรู ในฐานะบริษัทสื่อสารโทรคมนาคมไทยเพียงหนึ่งเดียว ที่มีพัฒนาการแบบก้าวหน้าและเติบโตอย่างยั่งยืนเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยกลุ่มทรู ได้นำศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมสร้างคุณค่าแก่สังคม และส่งเสริมการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลดการใช้ไฟฟ้า ลดการใช้น้ำ และจัดการขยะอย่างเหมาะสม ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนและพลังทางเลือก เช่น โซลาร์เซลล์ ในการดำเนินธุรกิจ อันส่งผลให้กลุ่มทรู ได้รับการคัดเลือกให้เป็นสมาชิกทั้งดัชนีความยั่งยืน Dow Jones Sustainability Index และ FTSE4Good Index Series ตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน”

นายสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า

“กลุ่มทรู ขอขอบคุณผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน และบุคลากรในองค์กร ที่ร่วมแรงร่วมใจผลักดันให้เกิดการดำเนินงานตามแนวทางที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี จึงทำให้กลุ่มทรู ประสบความสำเร็จได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกต่อเนื่อง ตอกย้ำความมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ยึดหลักธรรมาภิบาล ด้วยความรับผิดชอบต่อทุกฝ่าย รวมทั้งพัฒนาสินค้าและบริการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าและผู้บริโภค ตลอดจนบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่นักลงทุน อันจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า

"บริษัทฯ ให้ความสำคัญและมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสม ตลอดจนรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตามยุทธศาตร์ด้านความยั่งยืน Heart-Health-Home ของกลุ่มทรู ที่ครอบคลุม 3 มิติ เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน"

 

ที่มา: สยามรัฐ,MGR

ภาพประกอบ: Sustainability Club