รวมบทวิเคราะห์มุมมองตลาดหุ้นวันนี้

Thu 8 Aug, 2019 09:21 / 2 years ago

World Markets: สรุปภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ) -- พฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม 2562

 


ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 7 ส.ค. 2562


-- ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน อย่างไรก็ดี ดัชนีดาวโจนส์ปิดขยับลงเพียงเล็กน้อย ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก หลังจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงอย่างหนักในระหว่างวัน และจากการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐดีดตัวขึ้นในช่วงท้ายของการซื้อขาย หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงแรกและเป็นเหตุให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 26,007.07 จุด ลดลง 22.45 จุด หรือ -0.09% ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,883.98 จุด เพิ่มขึ้น 2.21 จุด หรือ +0.08% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,862.83 จุด เพิ่มขึ้น 29.56 จุด หรือ +0.38%

-- ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าที่ลดลงระหว่างสหรัฐและจีน และค่าเงินหยวนทรงตัว ขณะที่ข่าวการควบรวมกิจการในธุรกิจเคมีภัณฑ์ของเยอรมนีได้ช่วยหนุนตลาดด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.24% ปิดที่ 368.60 จุด
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,266.51 จุด เพิ่มขึ้น 31.86 จุด หรือ +0.61% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,650.15 จุด เพิ่มขึ้น 82.19 จุด หรือ +0.71% และ ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,198.70 จุด เพิ่มขึ้น 27.01 จุด หรือ +0.38%

-- ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) โดยฟื้นตัวขึ้นหลังจากร่วงลง 6 วันติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดด้านการค้าที่ลดลงระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากที่ค่าเงินหยวนของจีนเริ่มมีเสถียรภาพ ซึ่งจะช่วยสกัดกั้นไม่ให้สงครามการค้าลุกลามมากขึ้น นอกจากนี้ การที่เงินปอนด์อ่อนค่าลงได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มส่งออกด้วย

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,198.70 จุด เพิ่มขึ้น 27.01 จุด หรือ +0.38%
-- สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลง 4.7% เมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) หลังจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความกังวลที่ว่า ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและความต้องการใช้น้ำมัน

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 2.54 ดอลลาร์ หรือ 4.7% ปิดที่ 51.09 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนต.ค. ดิ่งลง 2.71 ดอลลาร์ หรือ 4.6% ปิดที่ 56.23 ดอลลาร์/บาร์เรล


-- สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 ปีเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มแรงดึงดูดให้กับทองคำ เนื่องจากทำให้สัญญาทองมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือครองเงินสกุลอื่น

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค. พุ่งขึ้น 35.40 ดอลลาร์ หรือ 2.39% ปิดที่ 1,519.60 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2556

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 75.1 เซนต์ หรือ 4.57% ปิดที่ 17.196 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนต.ค. เพิ่มขึ้น 17.80 ดอลลาร์ หรือ 2.09% ปิดที่ 871.00 ดอลลาร์/ออนซ์
สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนก.ย. ร่วงลง 26.70 ดอลลาร์ หรือ 1.9% ปิดที่ 1,410.30 ดอลลาร์/ออนซ์


-- เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของการที่อังกฤษอาจแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) โดยไม่มีข้อตกลงในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ อันเนื่องมาจากความวิตกเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน

เงินปอนด์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2143 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2152 ดอลลาร์ ขณะที่ยูโรแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.1214 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1200 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6767 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6756 ดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 106.09 เยน จากระดับ 106.53 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9736 ฟรังก์ จากระดับ 0.9768 ฟรังก์ แต่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.3314 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3279 ดอลลาร์แคนาดา

ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 26,007.07 จุด ลดลง 22.45 จุด, -0.09%


ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,883.98 จุด เพิ่มขึ้น 2.21 จุด, +0.08%


ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 7,862.83 จุด เพิ่มขึ้น 29.56 จุด, +0.38%


ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 11,650.15 จุด เพิ่มขึ้น 82.19 จุด, +0.71%


ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 7,198.70 จุด เพิ่มขึ้น 27.01 จุด, +0.38%


ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,266.51 จุด เพิ่มขึ้น 31.86 จุด, +0.61%


ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 36,690.50 จุด ลดลง 286.35 จุด, -0.77%


ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 3,184.69 จุด เพิ่มขึ้น 14.22 จุด, +0.45%


ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 6,204.20 จุด เพิ่มขึ้น 84.73 จุด, +1.38%


ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,604.70 จุด ลดลง 7.09 จุด, -0.44%


ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 25,997.03 จุด เพิ่มขึ้น 20.79 จุด, +0.08%


ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 7,917.39 จุด เพิ่มขึ้น 150.64 จุด, +1.94%


ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 2,768.68 จุด ลดลง 8.88 จุด, -0.32%


ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 1,909.71 จุด ลดลง 7.79 จุด, -0.41%


ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,519.50 จุด เพิ่มขึ้น 41.40 จุด, +0.64%


ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 6,588.50 จุด เพิ่มขึ้น 42.00 จุด, +0.64%


ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 10,386.18 จุด ลดลง 8.57 จุด, -0.08%


ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 20,516.56 จุด ลดลง 68.75 จุด, -0.33%

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก


12 comments
pumai 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:22 / 2 years ago
S2M Gold Member

 

pumai 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:23 / 2 years ago
S2M Gold Member

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:24 / 2 years ago
S2M Platinum Member

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:26 / 2 years ago
S2M Platinum Member

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:27 / 2 years ago
S2M Platinum Member

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:29 / 2 years ago
S2M Platinum Member

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:32 / 2 years ago
S2M Platinum Member

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:34 / 2 years ago
S2M Platinum Member

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก

pumai 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:36 / 2 years ago
S2M Gold Member

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:43 / 2 years ago
S2M Platinum Member

รื้อพอร์ตสู้ หุ้นขาลง พิษเทรดวอร์  

โบรกแนะปรับพอร์ตถือเงินสดเพิ่ม  คาดตลาดหุ้นไทยยังเป็นขาลง จากปัจจัย “เทรดวอร์รุนแรง-เหตุวางระเบิดในกทม. “ด้าน  บล.เคทีบีฯ ปรับเป้า SET Index ไตรมาส 3 ลงกรอบ1700-1750 จุด  เผยช่วง 6 วัน (31 ก.ค.-5 ส.ค. 62) มูลค่ามาร์เก็ตแคป ลดลง 4.7 แสนล้านบาท  ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 8 พันล้านบาท

สถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนรุนแรงขึ้นหลังประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนอีก 10% มูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ มีผลในวันที่ 1กันยายนนี้ และจีนได้ออกมาตรการตอบโต้กลับ โดยปล่อยเงินหยวนอ่อนค่าลงตํ่ากว่า
ระดับ 7หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ
(5 ส.ค. 62 ) แตะระดับตํ่าสุดในรอบ 11 ปี พร้อมประกาศระงับการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ กดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลงตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว และร่วงหนักขึ้นหลังจีนออกมาตรการตอบโต้

โดยดัชนีหุ้นไทยนับตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม- 5 สิงหาคม 2562 ปรับลง 45.98 จุด ปิดตลาดวันที่ 5 สิงหาคมที่ 1,665.99  จุด มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap) ที่ 17.20 ล้านล้านบาท  ลดลง 4.7 แสนล้านบาทจากสิ้นเดือนที่แล้ว ขณะที่ต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ (1-5 ส.ค 2562)  8,000 ล้านบาท แต่นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ต่างชาติยังซื้อหุ้นไทยสุทธิบวก 5.27 หมื่นล้านบาท  ส่วนตลาดตราสารหนี้ไทย ต่างชาติซื้อสุทธิช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา  5,026 ล้านบาทและนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าสถานการณ์สงครามการค้า ต้องติดตามเป็นรายวัน  และเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้น จนกว่าทั้งสหรัฐฯ-จีน จะมีข้อสรุปคาดจะเป็นปลายไตรมาส 3/2562 หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมถอย

“ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสดาวน์ไซด์มากกว่าที่จะปรับขึ้น โดยตลาดคาดการณ์ว่าผลกระทบจากสงครามการค้าที่เกิดจากการใช้มาตรการภาษีจะฉุดการเติบโตของเศรษฐกิจโลกลงประมาณ0.6% จากที่เติบโตอัตรา 2-3%  ซึ่งจะส่งผลต่อส่งออกและเศรษฐกิจไทย ประกอบกับเงินบาทแข็งค่า และกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ไม่ดีนัก บล.เคทีบีฯจึงได้ปรับเป้าดัชนีหุ้นไทยไตรมาส3/2562 จาก 1780 จุด ลงมาในช่วง 1700-1750 จุด พร้อมแนะให้นักลงทุนเพิ่มการถือเงินสดเป็นสัดส่วน 20-30% ของพอร์ต ส่วนระยะสั้นหาก SET Index ปรับลงตํ่ากว่า 1660 จุดแนะให้ลดพอร์ตการลงทุนเพราะคาดจะลงต่อ แต่หากยังไปต่อเหนือ 1660 จุดได้ ให้ซื้อ”

กลยุทธ์การลงทุนให้เน้นกลุ่มที่มีผลประกอบการกำไรแข็งแกร่ง อาทิ กลุ่มไฟแนนซ์ กลุ่มไอซีที และกลุ่มโรงพยาบาล โดยเลี่ยงลงทุนหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์, ปิโตรเคมีโรงกลั่น และกลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า

ฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก จก.หรือ GBS  ระบุว่าดัชนีทิศทางตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวลง โดยมีแรงกดดันจากความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน ที่อาจส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังคงส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน หลังเกิดเหตุวางระเบิดกลางกรุงหลายจุด คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,640-1,670 จุด

ทั้งนี้ FedWatch ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ภาวการณ์ซื้อขายสัญญาฟิวเจอร์อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯของ CME Group บ่งชี้ว่านักลงทุนคาดการณ์ว่ามีโอกาสถึง 95.8% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25%ในการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 17-18กันยายนนี้ จากระดับไม่ถึง 50% ในสัปดาห์ก่อน

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กฯ กล่าวว่าในช่วงสั้นนักลงทุนยังคงวิตกกับเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดในกรุงเทพฯ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนที่มีแนวโน้มยืดเยื้อหลังจีนยืนยันดำเนินมาตรการตอบโต้สหรัฐฯที่เตรียมปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีก 10% วงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลต้นเดือนกันยายนนี้ ประกอบกับสัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุนในหุ้นแนะลง 1 . หุ้น Defensive Stock เช่น  EASTW, TTW, BCH, CPALL และ BJC 2. หุ้น High Dividend  เช่น SIRI, QH, TISCO, KKP  และ ANAN 3. หุ้น Theme EEC play  เช่น AMATA, WHA, ROJNA, EASTW และ ATP30

ด้านนายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย กล่าวว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคมดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในช่วง 1,706-1,748 จุด จากระดับสูงสุดช่วงต้นเดือนเคลื่อนไหวลดลงสลับกับการพักตัว โดยดัชนีมาอยู่ระดับต่ำสุดของเดือนที่ 1,706 จุด ในช่วงปลายเดือน ทั้งนี้ทิศทางการลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุดคือการเคลื่อนย้ายเงินทุนระหว่างประเทศจากนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อสุทธิในตลาดหุ้น รองลงมาคือนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงครึ่งหลังปี2562 และการคาดหวัง นโยบายรัฐบาลไทย ภายหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนยังมีการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถคาดการณ์ได้ และเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือความกังวลผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน จากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การส่งออกที่ลดลงและค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:46 / 2 years ago
S2M Platinum Member

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก

aotto 2 years ago on Thu 8 Aug, 2019 09:49 / 2 years ago
S2M Platinum Member

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก