หุ้นปิดลบ 21 จุด วอลุ่มคึก 1.6 แสนล้าน รายย่อยไม่กลัวโอไมครอน ซื้อ 1.3 หมื่นล้าน

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 พ.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการปรากฏชื่อโควิดสายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน" ที่ทำโลกหวาดผวา  สำหรับดัชนีหุ้นไทย (SET) ปรับตัวลงแล้วกว่า 80 จุด โดยวันนี้ปิดที่ระดับ 1,568.69 จุด ลดลง 21.00 จุด (-1.32%) มูลค่าการซื้อขาย 159,490.87 ล้านบาท  

พอร์ตบริษัทหลักทรัพย์ ขายหนัก 7,201.16 ล้านบาท ตามมาด้วยต่างชาติ ขายสุทธิ 3,535.33 ล้านบาท กองทุน ขายสุทธิ 2,453.34 ล้านบาท ส่วนรายย่อย ไม่กลัวโอไมครอน โชว์ซื้อสุทธิ 13,189.82 ล้านบาท 

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กล่าวว่า หุ้นไทยภาคบ่ายได้พลิกกลับมาวิ่งในแดนลบ หรือปรับตัวลงตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดยตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ติดลบราว 1.3% เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์สที่ปรับตัวลงราว 1.5% หลังจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมเดอร์นา อิงค์ ระบุว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนโมเดอร์นาอาจลดลงเมื่อเจอสายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งต้องรอวัคซีนตัวใหม่อีก 2-3 เดือน ทำให้มองว่าสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นกลับไปล็อกดาวน์อีกหรือไม่ ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงเป็นลบ โดยราคาน้ำมันฟิวเจอร์สปรับตัวลง 2% ขณะที่ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 0.5%

นอกจากนี้ ตลาดมีความกังวลปัจจัยในประเทศที่มีรายงานข่าวว่ารัฐบาลอาจกลับไปล็อกดาวน์หากพบคนติดเชื้อโอไมครอนแม้เพียงคนเดียว อีกทั้งตลาดฯยังรับแรงกดดันจาก MSCI Rebalance ที่มีผลวันนี้ด้วย  

แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (1 ธ.ค.) นายณัฐพล กล่าวว่า ตลาดฯมีโอกาสที่จะรีบาวด์ขึ้นมาได้ก่อน หลังจากที่หลุดเส้น EMA 200 วันที่ 1,570 จุด ทำให้น่าจะมีจังหวะในการเด้งขึ้นมาได้ก่อน พร้อมให้แนวรับ 1,560-1,550 จุด ส่วนแนวต้าน 1,585-1,590 จุด  

 

5 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 

- KBANK   มูลค่าการซื้อขาย 16,033.59 ล้านบาท  ปิดที่  132.00 บาท ลดลง   4.50 บาท

- AOT     มูลค่าการซื้อขาย  7,348.40 ล้านบาท  ปิดที่   59.75 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง  

- EA      มูลค่าการซื้อขาย  5,229.72 ล้านบาท  ปิดที่   82.00 บาท เพิ่มขึ้น  3.00 บาท

- SCC     มูลค่าการซื้อขาย  5,022.18 ล้านบาท  ปิดที่  372.00 บาท ลดลง   9.00 บาท

- BBL     มูลค่าการซื้อขาย  4,823.44 ล้านบาท  ปิดที่  113.00 บาท ลดลง   4.00 บาท