Covid-19 กดดันกลุ่มสื่อฯ ระยะสั้น ครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวแบบ “V-shape”

การระบาดของ Covid-19 รอบ 3 เป็นปัจจัยที่เข้ามากดดันเศรษฐกิจไทยอีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินว่าแม้ผลกระทบจะไม่มากเหมือนปีก่อน แต่ช่วงที่ผ่านมาจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงมาก ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการเข้มงวดคล้ายการล็อกดาวน์รอบแรก เช่น การงดนั่งทานอาหารในร้าน ขอความร่วมมือประชาชนงดออกจากบ้านตั้งแต่เวลา 21.00 น. ร้านค้า ร้านอาหาร และห้างสรรพสินค้าเปิดในเวลาจำกัด ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกชะลอตัวลง


โดยการที่ประชาชนออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านน้อยลงย่อมส่งผลกับภาคธุรกิจ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ หุ้นกลุ่มสื่อโฆษณา ซึ่งปีก่อนได้รับผลกระทบหนักจากเม็ดเงินโฆษณาที่ลดลง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำสื่อทีวีและอินเตอร์เน็ต ปีนี้จึงเป็นปีแห่งความหวัง เพราะเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว หุ้นกลุ่มสื่อโฆษณาน่าจะเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลบวก เพราะธุรกิจต่างๆ จะเริ่มกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ทำให้ความต้องการใช้สื่อและโฆษณากลับมาเติบโตอีกครั้ง



ปี
64 กำไรกลุ่มสื่อฯ โต 780% จากปีก่อน

แต่การที่ Covid-19 กลับมาระบาดและมีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับสูง จนรัฐต้องออกมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด จะทำให้การฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มสื่อโฆณาชะงักหรือไม่ โดยบล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ภาพรวมทั้งปีกำไรยังเติบโต แต่ระยะสั้นเม็ดเงินโฆษณาอาจชะลอตัว โดยกำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ฝ่ายวิจัยประเมินหุ้นกลุ่มสื่อโฆษณาที่ cover ได้แก่ BEC, JKN, PLANB, VGI จะพลิกฟื้นมีกำไรจากขาดทุนสุทธิในไตรมาส 1/63 ที่ผ่านมา แต่จะติดลบ 68% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4/64 เนื่องจากผลประกอบการของ BEC และ VGI ที่พลิกเป็นกำไรจากการขาดทุนในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรที่จะติดลบเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเป็นผลจาก low season และการระบาดของ Covid-19 ระลอกใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการชะลอการใช้เม็ดเงินโฆษณาในไตรมาส 1/64 ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาปรับตัวลดลง 14% จากไตรมาส 4/63


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยเชื่อมั่นว่าผลประกอบการกลุ่มสื่อโฆษณาจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2564 เป็นต้นไป จาก Covid-19 รอบ 3 ที่เริ่มคลี่คลาย รวมทั้งจำนวนประชาชนที่ได้รับวัคซีนเพิ่มขึ้น ช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้งบโฆษณามากขึ้นทำให้เม็ดเงินโฆษณาขยายตัว โดยประเมินเม็ดเงินโฆษณารวมในปี 2564 ขยายตัว 6% จากปีก่อน ซึ่งสื่อ TV (มีสัดส่วน 63% ของเม็ดเงินโฆษณารวม) และ Out of Home (มีสัดส่วนที่ 13% ของเม็ดเงินโฆษณารวม) ยังคงเป็นสื่อหลัก ส่วนภาพรวมกำไรของหุ้นกลุ่มสื่อและโฆษณาปีนี้คาดจะขยายตัว 780% จากปีก่อน



เลือก
PLANB และ BEC เป็น Top picks

ดังนั้นฝ่ายวิจัยยังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่มสื่อโฆษณา “มากกว่าตลาด” จากวัคซีนที่เริ่มทยอยเข้ามา ทำให้มั่นใจว่าจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจซึ่งจะส่งผลต่อการขยายตัวของเม็ดเงินโฆษณา โดยปีนี้คาดว่าจะเห็นกลุ่มสื่อโฆษณาฟื้นตัวแบบ V-shape ส่วนหุ้นที่เลือกเป็น Top picks ได้แก่ PLANB จาก 3 ปัจจัยหลัก 1. PLANB มีเครือข่าย Out of Home ที่ครอบคลุมมากที่สุดในประเทศไทย ทำให้เพิ่มโอกาสในการ capture เม็ดเงินโฆษณาที่ฟื้นตัว, 2. กำไรปี 2564 จะเติบโตโดดเด่นที่ 526% จากปีก่อน หนุนโดยรายได้ Out of Home Media ที่เติบโต 57% และรายได้ engagement marketing เติบโต 37% และ 3. valuation น่าสนใจ ปัจจุบันเทรดอยู่ที่ PER 34.7x ต่ำกว่ากลุ่มฯ จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท


และ BEC จาก 3 ปัจจัยหลัก 1. เป็นหนึ่งในผู้นำด้านเรตติ้งของ Digital TV ทำให้เป็นช่องอันดับแรกๆ ที่ผู้ประกอบการเลือกลงโฆษณา, 2. ปี 2564 จะพลิกฟื้นเป็นกำไรเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี จากรายได้โฆษณาที่ฟื้นตัวจากปีก่อน, ควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ 3. valuation น่าสนใจ ปัจจุบันเทรดอยู่ที่ PER 34.2 ต่ำกว่ากลุ่มฯ แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก