เช็คลิสต์ 5 หุ้น mai สุด HOT SICT มาแรง! ราคาพุ่งมากสุดในเดือน ก.ค.

ก่อนหน้านี้ Wealthy Thai ได้นำเสนอประเด็น ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) มีค่า P/E ในช่วงเวลาที่เรานำเสนอไปนั้นอยู่ระดับ 23.53 เท่า ที่ถือว่าต่ำพอสมควร เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดอยู่ที่ระดับ 127.73 เท่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.60 เท่ากับว่าเวลาผ่านไปไม่ถึง 3 ปี ค่า P/E ของตลาด mai ลดลงกว่า 87.57% เลยทีเดียว ครั้งนี้เราจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ มาฝากนักลงทุนอีกครั้ง

 

ในช่วงที่สภาวะตลาดหุ้นต้องการปัจจัยใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นตลาด ท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 ที่ยังยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน โดยไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าปัญหานี้จะจบสิ้นเมื่อใด และล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ส่งสัญญาณอีกว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2/63 GDP มีโอกาสติดลบ 12-13% หรือติดลบมากกว่า GDP ไตรมาส 2/41 ที่ติดลบ 12.5% ก็เป็นได้ แต่ต้องรอดูรายงานตัวเลข GDP ในไตรมาส 2 อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ส.ค.นี้

 

ท่ามกลางปัจจัยกดดันมากมายที่มีต่อตลาดหุ้น Wealthy Thai ได้สำรวจความเคลื่อนไหวราคาหุ้นของ mai ในช่วงเดือน ก.ค.63 พบว่า 5 อันดับแรกที่เพิ่มขึ้นมากสุด ได้แก่ อันดับ 1 หุ้นไอพีโอน้องใหม่อย่าง SICT ที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงเป็นอันดับ 1 ของ mai ไปทันที โดยมีรายละเอียดในตารางนี้

 

หุ้นไอพีโอน้องใหม่อย่าง SICT ที่เข้าเทรดมาหยกๆ แต่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น และถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากสุดของหุ้น mai ในรอบเดือน ก.ค.63 โดยบวกไปประมาณ 244.93% จนล่าสุดค่า P/E ก็อยู่เป็นอันดับ 1 ของหุ้น TECH ใน mai ด้วย โดยอยู่ที่ระดับ 50.56 เท่า เพิ่มขึ้นจากวันที่เทรดวันแรก อย่างวันที่ 30 ก.ค.63 ที่อยู่ระดับ 43.98 เท่า

 

จากราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น Wealthy Thai ได้รวบรวมการประเมิน SICT จากนักวิเคราะห์พบว่า ให้ราคาเป้าหมายประมาณ 1.70 – 2.00 บาท แต่เมื่อเทียบกับราคาปิดสิ้นเดือน ก.ค.แล้วพบว่าราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 4.76 บาท

 

สำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ที่ระบุว่า เนื่องด้วยธุรกิจของ SICT เป็นธุรกิจที่หาตัวเปรียบเทียบได้ยากการประเมินมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้น จึงเลือกใช้หุ้นในกลุ่ม TECH (mai) เป็นตัวเปรียบเทียบแทน โดยมีค่า Median ที่ประมาณ 15.6 เท่า และ Mean ที่ 19 เท่า และหากใช้เป้าหมายการเติบโตเป็นเท่าตัวภายใน 4 ปีของผู้บริหารจะคิดเป็นการเติบโตประมาณ 15% ทำให้จะมีมูลค่าที่เหมาะสมเบื้องต้นที่ 1.70 – 2.00 บาท

 

“เราชอบธุรกิจของบริษัทที่เป็นการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่เช่น การทำ Tag ลงทะเบียนสัตว์ ที่ในอนาคตจะได้ประโยชน์ หากมีการใช้ Blockchain เข้ามาในธุรกิจอาหารเพื่อเพิ่มมาตรฐานด้านความปลอดภัย รวมไปถึงการใช้ไมโครชิพในอุตสาหกรรมต่างๆ แต่บริษัทมีความเสี่ยงในด้านของการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และค่าใช้จ่ายในการวิจัยพัฒนาที่ไม่สามารถนำมาผลิตเชิงพาณิชย์ได้ รวมไปถึงรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทมาจากต่างประเทศ ทำให้ค่าเงินเป็นความเสี่ยงสำคัญ”

 

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเป้าหมายปี 64 ที่ 2.00 บาท เทียบเท่า Implied P/E 64F ที่ 19.40 เท่า ใกล้เคียงกับค่า PER เฉลี่ยของหุ้นในกลุ่ม mai พร้อมทั้งยังระบุว่า ปี 63 คาดการณ์ยอดคำสั่งที่รับรู้รายได้ในปี 2563 แน่นอนแล้ว 225.5 ล้านบาท ช่วงที่เหลือของปีคาดจะมีคำสั่งเข้ามาอีก ทั้งไมโครชิพสำหรับระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์ ตามจำนวนรถยนต์เก่าที่เพิ่มขึ้นในแถบยุโรป และไมโครชิพแท็กลงทะเบียนสัตว์เพิ่มตามจำนวนแกะและวัวที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในออสเตรเลีย คาดหนุนให้กำไรปี 2563 เติบโตถึง 33.8% จากปี 62 มาอยู่ที่ 33 ล้านบาท และเติบโตต่อเนื่องอีก 17.9% ในปี 2564 

 

ขณะที่ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 2 คือ AGE โดยบวกไป 91.67% ในช่วงเดือนก.ค.63 ซึ่งเป็นหุ้นที่มีค่า P/E อยู่ในระดับเพียง 5.72 เท่า ณ วันที่ 31 ก.ค. 63 ต่ำสุดเป็นอันดับ 2 ของหุ้นกลุ่ม resource (mai) นอกจากนี้ยังมีค่า P/BV ที่ระดับต่ำเช่นกันเพียง 0.72 เท่า

 

ส่วนราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 3 คือ GSC โดยบวกไป 70.51% ในช่วงเดือนก.ค.63 แต่อย่างไรก็ตาม ถือเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีค่า P/E สูงเป็นอันดับ 4 ของหุ้นกลุ่มบริการ mai โดยอยู่ระดับ 37.36 เท่า ณ วันที่ 31 ก.ค. 63 โดย 3 อันดับสูงสุด คือ ARIP, TVT และ YGG ตามลำดับ

 

ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 4 คือ ABICO บวกไปถึง 38.24% ในช่วงเดือนก.ค.63 โดยมีค่า P/E ณ วันที่ 31 ก.ค. 63 ที่ระดับ 17.99 เท่า ถือว่าต่ำเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม AGEO (mai) ซึ่งเป็นรองเพียง TMILL ที่มีค่า P/E ต่ำสุดของกลุ่มอยู่ที่ระดับ 10.23 เท่า

 

และหุ้นที่มีราคาเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 4 คือ CHAYO บวกไปถึง 36.67% ในช่วงเดือนก.ค.63 แต่เมื่อเข้าไปสำรวจค่า P/E ของ CHAYO ถือว่าอยู่ในระดับที่มากสุดเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม FINCIAL (mai) โดยอยู่ที่ระดับ 45.56 เท่า

 

ล่าสุดบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เราจัดงาน CHAYO Virtual Conference เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาให้กับนักลงทุนในประเทศ โดยเราได้รับเกียรติจาก Key man ทั้ง 3 ท่าน ผู้บริหารได้สร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุน โดยให้ข้อมูลสภาวะการจัดเก็บหนี้ (cash collection) ที่กลับสู่ระดับปกติแล้ว และยังมีปัจจัยหนุนกำไรจากการขาย NPA ได้ต่อเนื่อง

 

โดยคาดกำไรไตรมาส 2/63 ที่ 45 ล้านบาท (โต 35%YoY และ 22%QoQ) บริษัทยังได้ขาย NPA ออกไป 1 ชิ้น (ขนาดกลางๆ) ดังนั้นเราคาดกำไรจากการขาย NPA ในไตรมาสนี้ที่ 15 ล้านบาท นอกจากนี้จากสภาวะหนี้เสียที่พุ่งขึ้น ผู้บริหารปรับเป้าหมายการลงทุนขยายพอร์ตเพิ่ม หนุนพอร์ตโตได้เกิน 100% ในปีนี้ พร้อมยืนยันคำแนะนำ “ซื้อ” CHAYO ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท และยังมี Upside จากกำไรจากการ NPA มากกว่าคาด ซึ่งจะทำให้ราคาเป้าหมายปรับขึ้นได้ถึง 10 บาท 

 

 

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข้อมูลจาก